นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

    ตอนที่ 41 วันธรรมดาๆ อีกหนึ่งวัน

             

            ตอนที่ 41 วันธรรมดา ๆ อีกหนึ่งวัน

             

             

            "เอ้า เอ้า นิทาน นายยอมแล้วรึไง ฉันยังไม่ทันอุ่นเครื่องเลยนะ!" กีออนหัวเราะอย่างเริงร่า ขณะเดียวกันก็ฟาดดาบไม้เข้าใส่ลำตัวของนิทานอย่างไม่มีออมรั้ง

             

            นิทานยกแขนขวาขึ้นต้านรับพลันออกหมัดเสริมน้ำหนักสวนออกไป แต่หมัดของนิทานกลับวืดผ่านตัวของกีออนไปอย่างน่าฉงน

             

            "นิทาน! นายห้ามแพ้กีออนนะเฟ้ย นายชนะฉันได้ไม่ใช่รึไง!" นภาตะโกนให้กำลังใจ

             

            กีออนไม่มีความจำเป็นต้องหลบ เขาตวัดดาบไม้ขึ้นฟ้าหวังฟาดใส่ใบหน้าของนิทานที่เปิดโล่ง จังหวะนี้เองที่คีตาพลันโผล่ขึ้นที่ด้านข้าง ตวัดกรงเล็บที่มีถุงมือหนานุ่มเข้าใส่

             

            กีออนพลันหมุนตัวเตะสวนเข้ากลางลำตัวของคีตา เมินเฉยกรงเล็บนั้นไปอย่างสิ้นเชิง กรงเล็บที่สมควรฟาดถูกร่างของกีออนกลับเลื่อนผ่านตัวของเขาไปอีกครั้ง

             

            กีออนสะบัดแขน ยกมืออีกข้างต่อยเข้าใส่นิทานที่ชกสวนมา พลางกระโดดถอยหลังเพื่อตั้งหลัก

             

            นิทานขมวดคิ้ว คำแห่งพลังของกีออนนั้นสารพัดประโยชน์อย่างแท้จริง สิ่งใดก็ตามที่โจมตีเข้ามานั้นไถลเฉียดตัวของกีออนไปอย่างน่าอัศจรรย์

             

            คีตาที่โดนเตะกระเด็นออกไปพลันคาบมีดสั้นที่ทำจากไม้ สะบัดหัวเขวี้ยงใส่กีออนที่อยู่กลางอากาศ แต่ยังคงไร้ผลเฉกเช่นเดิม กีออนที่ยังคงยิ้มสบายกลับคว้ามีดที่เฉียดตัวไปปาสวนคืนใส่นิทานอย่างแม่นยำ บังคับให้นิทานต้องก้มหลบอย่างฉุกละหุก

             

            "โฮ่ โฮ่ สมเป็นคุณกีออน ปฏิกิริยาตอบสนองว่องไวจริง ๆ" เฒ่าเตวันหัวเราะ

             

            “ชิ น่ารำคาญเหมือนเดิมจริง ๆ คำแห่งพลัง เฉียด ของกีออน” นภาสบถอย่างหัวเสีย เขาก็เป็นคนหนึ่งที่เผชิญกับความน่ารำคาญนี้ยามซ้อมมือด้วยกัน

             

            "คำแห่งพลังของนิทานเป็นสายพลิกแพลง พอมีคนรู้แล้วก็หวังผลได้ยากล่ะนะ" คาซาพยักหน้า

             

            "ของอย่างงี้มันก็ไม่แน่หรอกนะ" หัวหน้าเมย์ยิ้ม

             

            นิทานที่พุ่งเข้าใส่พร้อมคีตายามนี้ควักโล่ขนาดใหญ่ขึ้นมาต้านรับดาบของกีออน กีออนรวมพลังฟาดดาบไม้ของตนใส่โล่ของนิทาน เสียงปะทะลั่นดังสนั่นหวั่นไหว

             

            นิทานนั้นไม่อ่อนแอ แม้เขาจะรูปร่างเหมือนบอบบางแต่เป็นเพราะเขาชอบสวมเสื้อคลุมเท่านั้น หากแต่ยามที่เผชิญกับพละกำลังของกีออนและนภาแล้ว เขารู้สึกราวกับกำลังสู้ตัวเปล่ากับช้างศึกอย่างไงอย่างงั้น

             

            กีออนที่ดูมีกล้ามเนื้อพอสมควรกลับมีแรงไม่น้อยไปกว่านภาที่เสริมพลังด้วยคำแห่งพลัง เสริมพลัง ไม่ใช่เพราะว่าการฝึกฝน แต่เป็นเพราะคำแห่งพลังคำใดคำหนึ่งที่นิทานยังไม่รู้ต่างหาก

             

            ร่างของนิทานพร้อมโล่ผงะถอยกลับไป หากนิทานฝืนต้านรับไว้ได้ด้วยการเชื่อมโยงเท้าของตนไว้กับพื้น

             

            คีตาที่โผล่เข้ามาอีกครั้งคราวนี้อ้าปากเผยเขี้ยวแหลมคมเตรียมขย้ำใส่

             

            ชายผมทองหันหน้ามาทางคีตาอย่างว่องไว ยกดาบขึ้นเตรียมตั้งรับ แต่เมื่อเขาพยายามยกดาบขึ้นเขากลับไม่สามารถทำได้ ดาบไม้ของเขาถูกบางสิ่งเหนี่ยวรั้งไว้

             

            ดาบของกีออนถูกเชื่อมติดเข้ากับโล่ขนาดยักษ์ของนิทาน! และนิทานเชื่อมตนติดกับพื้นอีกต่อหนึ่ง!

             

            กีออนไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงปล่อยมือออกจากดาบ ยอมให้คมเขี้ยวนั้นเข้าถึงตัวและเฉียดผ่านไป สองมือคว้าคีตาก่อนจับทุ่มหวังให้ปะทะเข้ากับโล่ของนิทานทางด้านหลัง

             

            นักดาบผู้นี้แม้ยามไม่มีดาบก็ยังคงแข็งแกร่ง!

             

            คีตาสะบัดตัวอย่างรุนแรงหวังลากกีออนให้เสียหลักไปพร้อมกัน กีออนไม่เสียทีที่เป็นสมาชิกหน่วยหลักของหน่วยพิทักษ์เมือง ในสถานการณ์ที่รวดเร็ว ปฏิกิริยาตอบสนองอันแสนผิดปกติของเขาสั่งให้เขาปล่อยมือจากคีตากลางอากาศ

             

            แต่มือของกีออนกลับติดเข้ากับตัวคีตา! 

             

            "ลูกไม้แบบนี้พอได้แล้วน่า!" กีออนหัวเสีย

             

            กีออนยังคงไม่สิ้นฤทธิ์ แม้ตัวลอยขึ้นสู่ฟ้าหากยังสามารถพลิกตัวให้ร่างของคีตากลับลงด้านล่าง กลายเป็นเบาะรองให้ตน

             

            นิทานพุ่งตัวเข้ามาในจังหวะนี้ สองมือปามีดสั้นเข้าใส่พร้อมกับพุ่งตัวเข้าใส่

             

            กีออนใช้คำแห่งพลังให้มีดสั้นของนิทานไถลผ่านตัวไปอีกครั้ง แต่เหตุพลิกผันกลับเกิดขึ้น เมื่อมีดสั้นเล่มหนึ่งเลี้ยววกกลับมาหาเขาอีกครั้ง ในจังหวะเดียวกันกับที่นิทานถึงระยะจู่โจม กว่าเขาจะรู้ตัว เขาก็รับรู้ได้ถึงเสียงแหวกอากาศจากมีดทางด้านหลังแล้ว

             

            กีออนม่านตาหดวูบ ร่างทั่วทั้งตัวพลันหดเล็กลงราวกับเด็กสามขวบ หลบการโจมตีไปได้อย่างฉิวเฉียด

             

            กีออนเป่าปาก ร่างเล็กมุดสวนหมัดของนิทาน ขยายร่างกลับอย่างรวดเร็วพร้อมกับชกสวนนิทานกระเด็นออกไปอีกครั้งด้วยหมัดที่กลับเป็นปกติ

             

            "พอแล้ว! ผู้ชนะ นิทาน!" หัวหน้าเมย์ประกาศ

             

            กีออนที่กำลังมึนงงกับคำประกาศของหัวหน้าเมย์สัมผัสได้ถึงคมมีดไม้ที่คอของตน คมมีดนั้นหยุดอยู่กลางอากาศ ตาของเฒ่าเตวันเรืองแสงแผ่วบางขณะมองไปที่มีด

             

            กีออนก้มลงเห็นคีตาที่ยังคงนอนแอ้งแม้งอยู่ใต้ร่างของเขาสะบัดหัวเล็กน้อยราวกับพึ่งเขวี้ยงอะไรออกมา

             

            ไม่สิ มันจะเอาเวลาไหนไปคว้ามีดจากกระเป๋าบรรจุวัง ฉันเหยียบทับอกมันไว้ชัด ๆ กีออนฉงน

             

            เขาพลันนึกถึงชั่วขณะที่นิทานปามีดสั้นออกมาสองเล่ม เมื่อเขาทำให้มันไถลผ่านร่างของเขาไป เล่มหนึ่งพลันวกกลับมาหาตัวเขา

             

            แล้วอีกเล่มหนึ่งล่ะ?

             

            ไม่ต้องสงสัยเลย ก็ในเมื่อมีดเล่มนั้นมันโดนคีตาสะบัดใส่คอของเขาอยู่เมื่อครู่!

             

            เสียงโห่ร้องจากเหล่าผู้ร่วมหน่วยต่างดังขึ้นในลานฝึกขนาดเล็กของหน่วย 3

             

            "ก็ไม่เท่าไหร่นี่หว่ากีออน ไหนนายบอกฉันประมาทเองไง!" นภาหัวเราะอย่างเริงร่า

             

            "อย่างน้อยฉันก็รับมือได้นานกว่านายละกัน!" กีออนตอบกลับอย่างหัวเสีย

             

            "โธ่เว้ย นายกับคีตานี่น่ารำคาญเป็นบ้าเลย ผลุบ ๆ โผล่ ๆ อย่างกับผี แถมจังหวะโจมตีด้วยกันก็เข้าขากันสุด ๆ สลับผู้โจมตีหลักได้ตามใจอีก" กีออนบ่น

             

            “แล้วคีตานี่นายฝึกมายังไงของนาย หลอกล่อโจมตี โจมตีหลอก โจมตีดัก ทำเป็นหมด ยิ่งตอนสุดท้ายนั่นชัดเลย นายรู้แล้วสินะว่าพลังของฉันใช้ได้แค่กับการโจมตีที่ฉันรับรู้น่ะ”

             

            “ใช่ครับ มีดเล่มนั้นคุณเลือกให้มันไหลผ่านตัวไปเหมือนก่อนหน้านี้ก็ได้ แต่คุณยอมใช้คำแห่งพลังอีกคำหนึ่งเพื่อหลบ ผมเลยพอเดาได้น่ะครับ” นิทานตอบ

             

            “โอเค ๆ ฉันแพ้หมดท่าเลย โดยเฉพาะเจ้าหมานั่น โคตรเก่งเลย สู้กับผู้ฝึกสัตว์นี่น่าปวดหัวจริง ๆ”

             

            "คีตาเป็นหมาที่เก่งนิดหน่อยน่ะครับ" นิทานหัวเราะ

             

            "ทีแรกฉันนึกว่าฉันจะชนะแล้วเชียวนะ อุตส่าห์รู้ลูกเล่นนายมาก่อนแล้ว พวกคำแห่งพลังสายพลิกแพลงน่ะ พอเตรียมตัวมาก่อนก็พอรับมือได้แท้ ๆ" กีออนอดบ่นไม่ได้

             

            "ของอย่างนี้มันอยู่ที่จินตนาการ" หัวหน้าเมย์เป็นฝ่ายตอบด้วยรอยยิ้ม

             

            "เมื่อนายฝังหัวตัวเองว่านิทานเลือกจะจำกัดขานายเป็นหลัก นายก็เสียเปรียบแล้วล่ะ ทั้ง ๆ ที่กำลังกาย ความเร็ว ปฏิกิริยาตอบสนองของนายเหนือกว่านิทานกับคีตาเยอะ"

             

            "นิทานเป็นคู่ซ้อมที่เหมาะกับพวกนายทุกคนมาก ๆ เลยนะ เขาเป็นผู้ใช้คำแห่งพลังประเภทพลิกแพลงที่เก่งหาตัวจับได้ยากเชียวล่ะ ถ้าชินกับวิธีพลิกแพลงของนิทานแล้ว คราวหลังเจอศัตรูที่พลิกแพลงเก่ง ๆ พวกนายจะรับมือได้ดีขึ้นมากเลยล่ะ" หัวหน้าเมย์อธิบายต่อ

             

            "ครับ ค่ะ!" หน่วย 3ขานรับ

             

            "งั้นต่อไปตาฉัน!" นภาฉีกยิ้ม ก่อนเดินเข้าลานประลอง

             

            "ตาฉันต่างหาก นายเคยแพ้มาแล้วไม่ใช่รึไง" คาซาตะโกน

             

            ทั้งสองโต้เถียงกันข้ามหัวนิทานที่ยืนหัวโด่อยู่กลางลานประลองกับคีตา

             

            ขอฉันพักก่อนไม่ได้รึไง นิทานถอนหายใจ สำหรับเขานี่ก็เป็นการฝึกเช่นกัน หากให้เขาใช้คำแห่งพลังระบุชื่อเพื่อเสริมพลังเขาหรือคีตาทุกอย่างคงจบไปนานแล้ว แต่คนอื่นยังไม่รู้ถึงเรื่องนี้ เขายังอยากเก็บขีดจำกัดของเขาไว้เป็นความลับ แถมการได้ฝึกสู้และพลิกแพลงกับผู้เชี่ยวชาญก็เป็นประสบการณ์ที่ดี

             

            หัวหน้าเมย์พลันรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวบางอย่าง หันไปมองที่หน้าต่าง นกตัวหนึ่งกำลังบินมาเกาะที่ขอบหน้าต่างพร้อมจดหมายที่ผูกติดไว้กับขา สองตาหรี่ลงเล็กน้อยก่อนเอื้อมมือไปแกะจดหมายมาอ่าน

             

            "เลิกซ้อมแค่นี้ก่อน มีงานอีกแล้วล่ะ ที่โกดังหมายเลข 4 เขตใต้" หัวหน้าเมย์ประกาศ

             

            สายตาของทุกคนพลันเปลี่ยนเป็นเฉียบคม ต่างคนต่างหยิบสัมภาระของตนมุ่งหน้าออกจากลานซ้อม

             

            วุ่นวายจังเลยน้า วันนี้ นิทานบ่น

             

            ------------------------------------------------------------------------------------------------

             

            นภาซัดหมัดหนักกระแทกเข้าใส่ใบหน้าของโจรผู้หนึ่งที่สวมชุดเกราะวาววับ ใบหน้ายับย่นลง ฟันหน้าหักกระเด็น ส่งให้โจรผู้นั้นหมดสติไปทันที

             

            เสียงกระแทกดังสนั่นดังขึ้นอีกครั้งเมื่อคมมีดสายลมขนาดใหญ่ผ่ากำแพงหินบริเวณห้องลับใต้ดินจนพังพินาศ ร่างของคาซาที่ถูกหิ้วด้วยเรนทิ้งร่างตามกำแพงลงมา

             

            ด้านหลังมีร่างสลบไสลไม่ได้สติของโจรอีกกว่า 10ชีวิต พร้อมกับกีออนที่แบกร่างของชายชรา 2คนออกมา

             

            "ได้ตัวผู้บาดเจ็บเรียบร้อยครับ จะดำเนินการส่งให้หน่วยรักษาทันที" กีออนรายงานผ่านศิลาส่งผ่าน

             

            "คาซากับนภา จัดการพื้นที่บริเวณชั้น 1 และ 2 เรียบร้อยครับ" นภาส่งสัญญาณ

             

            ผ่านไปชั่วครู่ เสียงของเตวันจึงดังออกมาจากศิลาส่งผ่าน

             

            "ทางฝั่งผมกับหัวหน้าค่อนข้างตึงมือ แต่สมควรจบในอีกไม่นานครับ" เตวันพูดออกมา ฉากหลังได้ยินเสียงการรบและแรงปะทะครั้งใหญ่ดังไม่ขาดสาย

             

            "ต้องการกำลังเสริมมั้ย.." ยังไม่ทันจบประโยค นภาก็รู้สึกได้ถึงพลังขนาดมหึมาที่แผ่ออกมาจากพื้นด้านล่าง

             

            นภากระโดดออกนอกระยะอย่างฉุกละหุก ร่างของชายผู้หนึ่งที่ใบหน้าเต็มไปด้วยแผลเป็นและรอยสักกระเด็นขึ้นมาจากพื้น ทะลวงพังพื้นหินอันหนาหนัก ก่อนจะไปกระแทกเข้ากับเพดาน

             

            ร่างของชายคนนี้เต็มไปด้วยบาดแผลโหว่และรูพรุนมากมาย สองตาเลื่อนรอยไร้สติ หอกขนาดใหญ่ปักอยู่ที่ไหล่ตรึงร่างของชายผู้นี้ไว้กับเพดาน

             

            ท่ามกลางฝุ่นควัน ร่างของหัวหน้าเมย์กับเตวันกระโดดตามขึ้นมาจากหลุมที่พื้น

             

            "ฝั่งฉันก็เรียบร้อยแล้ว" หัวหน้าเมย์หมุนไหล่อย่างเหนื่อยล้า พลางลากร่างของสตรี อีก2คนที่พกธนูขึ้นมาด้วย

             

            หัวหน้าเมย์โยนร่างของสตรีสองคนไปกองรวมกับชายร่างใหญ่ที่ตกลงมาสู่พื้นยามที่หอกของหัวหน้าเมย์กลับไปโผล่บนหลัง

             

            "ส่งไปหน่วยรักษาเลย 3 คนนี้คงลุกไม่ไหวไปอีกหลายวัน พวกนี้อึดกันชะมัดยาด ฉันออมมือไม่ค่อยอยู่" หัวหน้าเมย์พูดอย่างหัวเสีย

             

            "นิทาน ข้างนอกเรียบร้อยดีมั้ย" เตวันถามผ่านศิลาส่งผ่าน

             

            เสียงของนิทานดังขึ้นพร้อมกับเสียงเห่าของคีตา

             

            "เรียบร้อยดีครับ มีผู้พยายามหลบหนี 5คน จัดการเรียบร้อยหมดแล้วครับ" นิทานตอบ

             

            "โอเค มารวมตัวกันได้เลย คาซา ติดต่อหน่วยสนามมาเก็บงานได้เลย" หัวหน้าเมย์สั่ง

             

            "พวกนี้เห็นว่าเป็นกลุ่มโจรธรรมดา ๆ ที่นำโดยนักสลักเอก แต่ไม่ธรรมดาเลยนะ อึดกันสุด ๆ หอกฉันแทงแทบไม่เข้า" หัวหน้าเมย์บ่น

             

            "จริงครับหัวหน้า ผมต้องซัดที่หัวอย่างเดียว โจมตีที่ตัวแล้วแทบไม่มีความเสียหายเลย" นภาเสริม

             

            "อาจจะเป็นเพราะนี่ก็ได้ครับ" กีออนที่เดินตามมาฉีกเสื้อของโจรคนหนึ่งออก ภายในปรากฏเครื่องรางชิ้นหนึ่งห้อยอยู่ที่คอ

             

            "วัตถุเสริมอาคม? กลุ่มโจรกระจ้อยร่อยพวกนี้เนี่ยนะจะมีปัญญาหาวัตถุเสริมอาคมมาแจกให้ลูกน้อง?" คาซาฉงน

             

            "ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ" นิทานที่เดินตามมาสมทบพลันเดินไปฉีกเสื้อของชายร่างใหญ่ผู้เป็นหัวหน้า

             

            จี้สีดำพลันปรากฏขึ้น อำนาจที่แผ่ออกมาทำให้รู้ว่าแข็งแกร่งกว่าจี้ชิ้นก่อนมากมายนัก ภายในเห็นอักษรเลือนรางอักษรหนึ่งที่ยากจะอ่านออก

             

            "โฮ่ นี่ไม่ใช่แค่วัตถุเสริมอาคมแล้วล่ะครับ" เตวันขมวดคิ้ว

             

            หัวหน้าเมย์เดินมาหยิบจี้ชิ้นนั้นไปส่องดู สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น บรรยากาศพลันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเมื่อจี้ชิ้นนั้นแผ่พลังบางอย่างออกมาก่อนจะเริ่มสลายกลายเป็นผง

             

            จี้เส้นอื่นบนตัวของเหล่าลูกน้องก็พากันทยอยสลายตัวตามไปอย่างรวดเร็ว

             

            “สลายตัวเองได้? ต้องเป็นช่างฝีมือที่เก่งมากนะถึงจะเพิ่มความสามารถแบบนั้นเข้าไปได้” คาซาขมวดคิ้ว

             

            “ไม่ปกติแล้วครับ โจรกระจอก ๆ พวกนี้ไม่ต้องพูดถึงสมบัติชั้นเลิศเหล่านี้เลย แค่วัตถุเสริมอาคมพวกมันก็ไม่น่าจะมีกันเยอะแล้ว” เฒ่าเตวันเสริม

             

            หัวหน้าเมย์ไม่พูดอะไร เพียงก้มหน้ามองฝุ่นผงในมือ สีหน้าเคร่งเครียดยิ่งกว่ายามที่สู้กับหัวหน้าโจรระดับนักสลักเอกเมื่อครู่

             

            "ทำไมเหรอครับหัวหน้า หัวหน้ารู้จักจี้นั่นเหรอครับ" นภาถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของหัวหน้าเมย์

             

            "ไม่รู้ ส่วนคำแห่งพลังในจี้ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน พลังที่อำพรางไว้แข็งแกร่งพอดู เพียงแต่ฉันมีลางสังหรณ์นิดหน่อยน่ะ" หัวหน้าเมย์พูดเสียงต่ำ

             

            "สังหรณ์เหรอคะ" คาซาขมวดคิ้ว

             

            "รูปแบบการเสริมพลังนี้ไม่เหมือนคำแห่งพลัง เกราะ เกล็ด การป้องกัน โล่ อะไรพวกนั้นเลย เหมือนเป็นการเสริมกล้ามเนื้อโดยตรงมากกว่า เพียงแต่เลือกเสริมทางด้านป้องกันเป็นหลัก เหมือนมุ่งเน้นแค่กล้ามชั้นนอกสุดน่ะ" หัวหน้าเมย์อธิบาย

             

            "แล้วมันทำไมเหรอครับหัวหน้า คำแห่งพลังมันกว้างขวางมากนะครับ จะมีรูปแบบที่เราไม่เคยเห็นก็เป็นเรื่องปกตินี่ครับ" กีออนพูด

             

            "เปล่า ที่ฉันกังวลเพราะฉันเคยเห็นพลังแบบนี้ต่างหาก"

             

            ทุกคนเงียบเสียงลง เพียงจับจ้องไปที่หัวหน้าเมย์

             

            "มันเหมือน คำแห่งพลัง พละกำลัง มากเลยล่ะ" หัวหน้าเมย์พูด

             

            ทุกคนพลันเงียบไป บรรยากาศกลายเป็นหนักอึ้งอย่างไร้สาเหตุ มีเพียงนิทานที่ยังไม่เข้าใจถึงความหมายโดยนัย ได้แต่นิ่งเงียบเพื่อรอคำตอบจากพวกพ้องผ่านบทสนทนา

             

            "พละกำลัง คำแห่งพลังประจำตระกูลคชสาร" เสียงแหบแห้งของเตวันพูด

             

            สีหน้าของแต่ละคนไม่สู้ดี เป็นเรื่องที่พวกเขาชินชาอยู่แล้วที่กลุ่มโจรเล็ก ๆ มักมีผู้อยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ใช่กับมหาตระกูล

             

            โดยเฉพาะมหาตระกูลที่พวกเขาพึ่งเจอหลักฐานอันแสนพิลึกในที่เกิดเหตุคราวก่อน

             

            เฮ้อ วุ่นวายโคตร ๆ เลยวันนี้ นิทานถอนหายใจ