THE LUCKY MAN

    ครอบครัวพร้อมหน้า

            “????????????????...............................”

            “????????????.............................”

            “.????.........”

            เมื่อบรรเลงเพลงจบ อาตก็หันหน้าไปทางสมาชิกวงออเคสตร้าแล้วพูดออกมาว่า

            “ผมอยากรู้จริงๆ ว่าสมาชิกวงออร์เคสตราจะเก่งสักแค่ไหน ช่วยเล่นให้ผมฟังสักหน่อยจะได้ไหม” อาตพูดยั่วยุออกมาพร้อมกับแฝงเจตนาซ่อนเร้น

            “ถ้าคุณอยากรู้ พวกผมก็จะโชว์ให้ดู” วาทยากรของวงออร์เคสตราพูดออกมาอย่างมั่นใจ พร้อมกับให้จังหวะวงออร์เคสตราเล่นเพลงซิมโฟนี

            “????????????..................”

            “????????.................”

            “????………….“

            “มันยังไม่ดีพอ ไวโอลินบางคนยังเล่นคอมจังหวะอยู่” เมื่อฟังเพลงจบ อาตก็พูดตำหนิ พร้อมกับชี้ในสิ่งที่ผิดพลาดออกมา

            “  ถ้าจะเรียกว่าดีมันต้องแบบนี้ ”อาตเริ่มบรรเลงบทเพลงระดับที่ 14 ของเขาออกมาในทันที เพื่อโชว์ความต่างระดับระหว่างพวกเขา

            “????????????............................”

            “????????................”

            “????????..................”

            “นี่ต่างหากที่เรียกว่าดี” อาตพูดออกมาเมื่อบรรเลงจบ

            “ไหนโชว์ของดีของพวกคุณให้ผมดูหน่อยซิ”

            “ก็ได้ คราวนี้นายจะต้องเสียใจที่ดูถูกพวกเรา”  พูดจบวาทยากรก็ให้จังหวะแก่สมาชิกวงในทันที

            “????????????.....................................”

            “แค่นี้นะเหรอที่เรียกว่าดีที่สุดของพวกนาย แค่ติด 1 ใน 3 ยังไม่ได้เลย” อาตยิ่งเติมเชื้อไฟเข้าไปในบทสนทนามากยิ่งขึ้น

            “ถ้าดีที่สุดมันต้องแบบนี้” อาตเริ่มบรรเลงบทเพลงลำดับที่ 13 ออกมา เพื่อเพิ่มความกดดันให้กับสมาชิกวงออร์เคสตรา

            “????????????...............................”

            “เอาล่ะถึงตาของพวกนายแล้ว อย่าทำให้ฉันเสียหูเชียวล่ะ” อาตพูดยั่วยุออกมา

            “ว่าไงนะ! คราวนี้แหละคุณต้องขอโทษพวกเราทุกคน ” วาทยากร เริ่มให้จังหวะอีกครั้ง . . 2 ชั่วโมงให้หลัง เมื่ออาตฟังวงออเคสตร้าเล่นจบ อาตก็ได้พูดออกมาพร้อมกับตบมือ

            ‘แป๊ะๆๆๆ’  “ครั้งนี้พวกนายเล่นได้ดีมาก ฉันขอยอมแพ้จริงๆ แต่จงจำความรู้สึกนี้ไว้ล่ะ วินาทีที่พวกนายชนะฉันลงได้” อาตกล่าวชมเชยออกมา พร้อมกับมองสุพรรษาที่กำลังนั่งดูฉากทั้งหมดอยู่บนเก้าอี้ พร้อมกับผงกหัวให้

            “ yes! ในที่สุดเราก็ชนะสักที ”

            “พวกเราชนะจริงๆงั้นเหรอ” เหล่าสมาชิกวงออร์เคสตราพูดออกมาด้วยความรู้ตื่นเต้นดีใจ

            “เอาล่ะทุกคนเงียบก่อน ก่อนหน้านี้อธิการบดีได้บอกฉันว่าถ้าพวกนายชนะฉันได้ ท่านจะเลี้ยงข้าวพวกนายแบบไม่อั้นเป็นการตอบแทน” อาตพูดพร้อมกับมองไปที่สุพรรษาซึ่งกำลังทำหน้าตกใจอยู่

            “เอ๋! จริงงั้นเหรอ”

            “อ้าวมัวรออะไรอยู่  รีบขอบคุณซะสิ” อาตกล่าวออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

            “ขอบคุณครับ/ค่ะท่าน” เหล่าสมาชิกวงออเคสตร้าพูดออกมา พร้อมกับที่อาตเดินเข้าไปหาสุพรรษา

            “เธอนี่มันเจ้าเล่ห์นักนะ”

            “ลูกไม้ย่อมตกไม่ไกลต้นอยู่แล้วนี่ครับท่าน” อาตพูดพร้อมกับมองไปที่ตาสุพรรษา

            “ เมื่อกี้ทีฉันบอกว่าเธอเป็นคนดี ฉันขอคืนแล้วกัน ” ธเนศที่อยู่ข้างๆสุพรรษาพูดออกมาพร้อมกับทำหน้าเหยเก

            “ อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ปกติผมก็เป็นคนดีศรีสังคมคนหนึ่งเลยนะครับ ” อาตพูดออกมาอย่างติดตลก

            “ แต่ครั้งนี้เธอก็ทำได้ดีมาก อย่างน้อยพวกเขาก็ได้รับประสบการณ์ที่พ่ายแพ้ และได้รู้ว่าชัยชนะมันหอมหวลขนาดไหน ” สุพรรษากล่าวคำชื่นชมออกมา

            “แต่มันจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหนผมไม่รับประกันนะครับ”

            “มันคงขึ้นอยู่กับพวกเขาแล้ว ” สุพรรษาพูดออกมาพร้อมกับมองไปที่วงออร์เคสตรา ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

            “งั้นวันนี้ผมขอตัวลาแล้วกัน พอดีผมมีธุระที่สำคัญมากๆต้องไปทำต่อ” อาตพูดพร้อมกับทำท่าจะเดินจากไป

            “ ธุระ? ธุระอะไรงั้นเหรอ ปกติฉันก็เห็นเธอว่างอยู่ตลอดเวลานี่นา ”

            “ พอดีผมต้องรีบไปรับแฟนน่ะ ” พูดจบอาตก็เดินออกจากโรงละครไป ทิ้งไว้แต่คำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายแข็งค้าง

            หลังจากนั้นอาตก็ไปรับฟ้าที่คณะแล้วเดินกลับไปร้านกาแฟของอาต เพื่อไปกินอาหารฝีมือของเขาเหมือนกับเช่นทุกวัน พอตกเย็นอาตก็ได้ไปส่งฟ้าที่บ้าน แล้วจึงค่อยกลับมาสอนเหล่าพนักงานทำอาหาร ซึ่งมันก็กินเวลาไปถึง 5 ทุ่มจึงจะเสร็จ

            ---สถานีรถไฟ เวลาตี 5

            ในตอนนี้อาตได้มายืนรอรถไฟที่อีกไม่นานก็จะมาเทียบท่าที่ชานชาลา ตั้งแต่ตอนตี 4 แล้ว

            ปู้นๆ เสียงของรถไฟดังมาแต่ไกลและนั่นเป็นสัญญาณที่บอกกับอาตว่า เวลาที่เขารอคอยได้จบลงแล้ว  เมื่อรถไฟเข้าเทียบท่าที่ชานชลา ก็ได้มีฝูงชนจำนวนมากเดินออกมาจากขบวนรถ

            “ แม่ครับ! ทางนี้ครับ ”  อาตตะโกนออกมาเมื่อเขาพบร่างแม่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

            “ ว่าไงลูก ไม่ได้เจอกันเกือบเดือนดูตัวใหญ่ขึ้นนะเราน่ะ ” แม่ของอาตกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเอ็นดูและคิดถึง

            “แค่นิดหน่อยเองครับแม่ มาครับเดี๋ยวผมช่วยถือของ” อาตเดินไปหยิบกระเป๋าสัมภาระของแม่เขาที่วางอยู่บนพื้น 2 ใบ

            “ไม่ต้องลูก! เดี๋ยวแม่ช่วยถือ ”

            “ให้ผมถือนะดีแล้วครับแม่ แม่แค่ตามผมมาที่รถก็พอแล้ว”

            “ลูกมีรถด้วยงั้นเหรอ”

            “ครับแม่ ผมพึ่งซื้อมาเอง ถ้าแม่เห็นแล้วจะต้องตกใจ ในตอนนั้นใครจะไปคิดกัน ว่าแค่ใปสอบใบขับขี่เล่นๆ แล้วจะได้มาใช้จริงในตอนนี้” อาตพูดออกมาพร้อมกับนึกถึงความหลัง ในช่วงก่อนที่เขาจะสอบเอ็นทรานซ์ซะอีก  โดยในตอนนั้นอาตได้ยืมรถกระบะของลุงที่รู้จักไปสอบใบขับขี่ ซึ่งเขาก็ได้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ …… “นี่รถใครนะลูก” แม่ของอาตพูดออกมาอย่างตกใจเมื่อเธอได้เห็นรถ mitsubishi 3000 gto ที่จอดอยู่

            “คันนี้แหละครับแม่รถผมเอง สวยใช่ไหมล่ะ” อาตพูดออกมาอย่างภูมิใจ

            “แล้วจะรออะไรอยู่ครับแม่ รีบขึ้นรถกันเถอะ” อาตพูดออกมาพร้อมกับเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้กับแม่ของเขา แล้วจึงค่อยนำกระเป๋าสัมภาระไปเก็บ

            “ได้จะได้”

            เมื่อเห็นว่าแม่ของเขาขึ้นรถแล้ว อาตก็ขับรถออกไปบนท้องถนน โดยมีเป้าหมายคือร้านกาแฟของเขา. โดยใช้เวลาแค่ 30 นาที อาตก็ได้ขับรถมาถึงยังจุดหมาย

            “นี่คือร้านของลูกงั้นหรอ” เมื่อแม่ของอาตเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็พูดออกมาอย่างตะลึง

            “ใช่แล้วครับแม่ แต่เรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะครับ”

            “ก็ได้จะ” พูดจบอาตก็นำแม่ของเขาเข้าไปข้างในร้านแล้วขึ้นไปยังชั้น 3 เพื่อนำสัมภาระไปเก็บไว้ในอีกห้องนึง

            “แม่เดินทางมาเหนื่อยๆ เข้าไปพักข้างในก่อนก็ดีนะครับ”

            “ไม่เป็นไรจะลูก เดี๋ยวแม่จัดเสื้อผ้าก่อน”

            “ผมว่าแม่ไปนอนก่อนดีกว่าครับ เสื้อผ้าค่อยจัดก็ได้ นอนบนรถไฟนานๆมันไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ” อาตพูดออกมาอย่างเป็นห่วง

            “งั้นแม่จะทำตามที่ลูกพูดแล้วกัน” แม่ของอาตพูดออกมาอย่างสุขใจและอิ่มเอมหัวใจ

            “ขอบคุณครับแม่”

            เมื่อเห็นแม่เดินไปนอนที่ห้องแล้ว อาตก็ไม่รู้สึกห่วงกับอะไรอีกต่อไป หลังจากนั้นจึงค่อยเดินลงมาข้างล่างเพื่อเช็คของที่อยู่ในสต๊อกสินค้าและเตรียมร้านในตอนเช้าจนเวลาเลยมาถึงตอน 8 โมงเช้า

            “สวัสดีครับหัวหน้า ทำไมวันนี้ตื่นมาเช้าจัง” เก่งพูดแซวออกมา

            “พอดีฉันเพิ่งไปรับแม่มาเมื่อตอนตี 5 นี้เอง มันเลยตื่นเช้าน่ะ”

            “แม่ของหัวหน้า?”

            “ใช่แล้วล่ะ แล้วแม่ของฉันก็จะมาดูแลร้านตอนที่ฉันไม่อยู่ด้วย ยังไงก็ฝากดูแลท่านด้วยนะ”

            “ไม่ต้องห่วงครับหัวหน้า ผมจะดูแลให้ดีที่สุด”

            “เลิกเลียแล้วก็มาช่วยเปิดร้านกันเถอะ”

            “Ok ครับหัวหน้า”

            แต่ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังออกมาจากกระเป๋ากางเกงของอาต

            -----------------------------------------------------------------------------------------

            พูดคุยท้ายเรื่อง. อาจจะมีคนที่สงสัยอยู่ว่าทำไมอาตต้องยอมรับเงื่อนไขของอีกฝ่าย นั้นก็เพราะถ้าจะอ้างข้อตกลงเดิมๆมาใช้ตลอดก็ไม่ได้ เพราะจะทำให้ความหน้าเชื่อถือหมดลง แต่จะให้ปฏิเสธชมรมกีฑาต่อก็ไม่ได้ เพราะหลวมตัวพูดไปแล้วว่าขึ้นอยู่กับอธิการบดี ดังนั้นจึงต้องหาวิธีสร้างผลงาน เพื่อที่จะทำข้อต่อรองใหม่

            ​