เปลี่ยนลิขิตสวรรค์

    บทที่ 37 เป็นฉากๆ

           แรงคำรามของมังกรสีดำพุ่งไปยังเสวี่ยฟางอย่างรวดเร็วความจริงนี่ไม่ใช่ว่าต้วนหลงฉีตั้งใจจะลอบทำร้ายเสวี่ยฟางตอนนี้ทว่าสิ่งที่อยู่ภายในร่างของมันเป็นฝ่ายลงมือเองโดยที่ต้วนหลงฉีไม่อาจควบคุม

           เสวี่ยฟางขมวดคิ้วในขณะที่นางกำลังจะยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้วาฬครองนภาที่อยู่บนฟากฟ้าลงมาช่วยร่างของนางก็เปล่งแสงสีทอง พร้อมๆสิ่งหนึ่งที่แค่นเสียงอย่างไม่พอใจพลังของมังกรสีดำถูกแสงสีทองสบายไปจนหมดสิ้น ต้วนหลงฉีมีสีหน้างุนงง แต่เมื่อเห็นสตรีตรงหน้าสามารถป้องกันพลังของสัตว์เทพประจำตัวที่มันภูมิใจนักหนาได้ก็แค่นเสียงอย่างไม่พอใจ

           “เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงบังอาจต่อต้านพลังของข้า!” ต้วนหลงฉีสะบัดข้อมือ พลังสายหนึ่งที่รุนแรงยิ่งกว่าเมื่อครู่ก็ปะทุขึ้นมันชี้นิ้วไปทางเสวี่ยฟางอย่างเย็น พลังสายนั้นก่อตัวเป็นรูปร่างของหัวมังกรสีดำพุ่งไปยังเสวี่ยฟางอีกครั้ง

           จ้าวตำหนักเทวะที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าพลันขมวดคิ้วเมื่อซักครู่ที่พลังของเทพมังกรทมิฬที่อยู่ในตัวของต้วนหลงฉีปะทุขึ้นเพราะเจอกับศัตรูคู่อาฆาตอย่างกิเลนสวรรค์เขาหยกในตัวแสวี่ยฟางมันมันยังพอที่ยอมรับได้แต่ครั้งเป็นต้วนหลงฉีมือด้วยความตั้งใจ จ้าวตำหนักเทวะขยับตัวคล้ายจะหยุดการกระทำของบุตรชายแต่ทว่าตอนนั้นเองที่ต้วนฮูหยินพลันมายืนขว้างอยู่เบื้องหน้าของมันทำให้มันเสียจังหวะที่จะเข้าขัดขว้างการโจมตีของบุตรชาย

           เสวี่ยฟางที่เห็นอีกฝ่ายลงมืออีกครั้งก็แค่นเสียง“เจ้าตัวโต!” นางตวาดเสียงดังลั่น พร้อมๆกับเสียงตอบรับที่ดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้าวาฬครองนภาอ้าปากกว้างของมัน มวลแสงก่อตัวขึ้นมาและยิงออกไป ลำแสงนั้นรวดเร็วและทรงพลังมากกว่าของต้วนหลงฉีอย่างเทียบไม่ติด

           ลำแสงสีฟ้าพุ่งตรงมายังต้วนหลงฉีอย่างรวดเร็วตอนนี้บุตรชายคนโตแห่งจ้าวตำหนักเทวะมีสีหน้าเคร่งเครียดเพียงแค่สัมผัสจากไกลๆก็รู้ว่าลำแสงนี้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างที่เห็น ความคิดของต้วนหลงฉีแล่นอย่างรวดเร็วหากปล่อยไปเช่นนี้ลำแสงลึกลับนี้คงโดนมันก่อนที่การโจมตีของเสวี่ยฟางจะถึงตัวมันแน่นอน

           ต้วนหลงฉีคิดได้เช่นนั้นก็บิดข้อมือเปลี่ยนทิศทางการโจมตีไปปะทะกับลำแสงสีฟ้า มังกรสีดำพุ่งทะยานเข้าเผชิญกับลำแสงที่มาจากวาฬครองนภาทว่าฉากขนลุกขนชันก็ปรากฏต่อหน้าต้วนหลงฉี มังกรสีดำถูกลำแสงสีฟ้าฉีกระชากจนสลายไปอย่างไม่อาจต่อต้านตอนนี้ลำแสงสีดำพุ่งตรงเข้ามามันอย่างรวดเร็ว

           ต้วนหลงฉีคำรามมือสะบัดออกด้วยท่วงท่าพิสดาร“วินาศ!” ทันใดนั้นร่างกายของมันก็ระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรงอีกทั้งยังมีกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างแฝงอยู่ ต้วนหลงฉีกำหมัดต่อยออกไป

           ลำแสงสีฟ้าปะทะเข้ากับหมัดของต้วนหลงฉีเสียงดังสนั่นเมื่อสองการทำลายล้างปะทะกัน อย่างน่าตกใจการโจมตีจากสัตว์วิเศษระดับแก่นแท้ลมปราณแตกสลายไปเมื่อปะทะเข้ากับหมัดปริศนาของต้วนหลงฉี ถึงอย่างงั้นต้วนหลงฉีก็ใช้ว่าจะดีนัก มุมปากของมันมีโลหิตไหลออกมาและหมัดที่ต่อยออกไปก็สั่นระริกโดยไม่อาจควบคุมแต่อย่างไรใบหน้าของมันยังคงไว้ซึ่งความหยิ่งผยองขณะที่จะหันไปตอบโต้เสวี่ยฟางเสียงเล็กๆก็ดังขึ้นข้างๆร่างของมัน

           “หยิ่งนักเหรอ?เดียวแม่จะเตะให้ร่วงเดียวนี้แหละ!”ไม่ทันที่มันจะได้หันไปตอบโต้ เท้าเล็กๆของเสวี่ยฟางหวดเข้าไปอย่างรุนแรงที่ใบหน้าของต้วนหลงฉี

           ตู้ม!

           ต้วนหลงฉีกระอักเลือดกระเด็นไปไกลเสวี่ยฟางกัดฟันนางรู้สึกปวดอย่างยิ่งที่เท้า เมื่อซักครู่นางยืมพลังจากกิเลนสวรรค์แตะต้วนหลงฉีเหมือนกับที่ต้วนหลงฉียืมพลังจากเทพมังกรทมิฬทำลายลำแสงของวาฬครองนภาแต่อย่างไรก็ตามต้วนหลงฉีเป็นยอดฝีมือระดับแปดต่างกับเสวี่ยฟางที่เป็นแค่ยอดฝีมือระดับหนึ่งหากไม่ใช่เสวี่ยฟางที่เป็นผู้ถูกเลือกของกิเลนสวรรค์แต่เป็นยอดฝีมือระดับหนึ่งทั่วไปแล้วการรับของสัตว์วิเศษที่อยู่ในระดับเทพเจ้าแล้ว...ถึงแม้จะเพียงไม่ถึงหนึ่งในหมื่น มันก็มากพอที่จะทำให้ยอดฝีมือระดับหนึ่งทั่วไปตัวระเบิดตายได้อย่างง่ายๆ

           “ฉีเอ๋อร์!” ต้วนฮูหยินอุทาน นางรีบเข้าไปประคองบุตรชายที่ตอนนี้มีสีหน้าขาวซีด

           “เจ้ากากเดนที่น่าตาย!เจ้ากล้าดีอย่างไร!?”ต้วนฮูหยินวีดร้องใส่เสวี่ยฟางที่กำลังยักคิ้วมาทางนาง

           “สังหารมัน!” ต้วนฮูหยินตวาดลั่นชี้นิ้วไปทางเสวี่ยฟาง ทันใดนั้นร่างเก้าร่างในชุดคลุมสีดำก็ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันอย่างน่าตกใจบุคคลทั้งเก้านั้นล้วนอยู่ในระดับยอดฝีมือระดับเก้า!

           เสวี่ยฟางขมวดคิ้วเมื่อเห็นร่างที่อยู่ในชุดคลุ่มสีดำแต่ที่ทำให้นางขมวดคิ้วไม่ใช่ระดับฝีมือของพวกมันแต่เป็นความรู้สึกแปลกๆที่นางสัมผัสได้จากร่างทั้งเก้า

           ‘เลือด? ไม่สิศพ?’ เสวี่ยฟางคิดในใจในขณะที่ร่างทั้งเก้าพุ่งมาอย่างรวดเร็ว

           “กรร!” เสียงคำรามของสัตว์ป่าที่ชวนให้ผู้ทีได้ยินผวาดึงขึ้นมาจากท้องฟ้าทันใดนั้นหมาป่าสีขาวขนาดใหญ่เกือบๆวัวที่โตเต็มที่ก็กระโจนลงมาจากฟากฟ้าร่างสีขาวนั้นเคลื่อนไหวราวกับพายุที่เกรี้ยวกาจ คมเขี้ยวและกรงเล็บของหมาป่าสีขาวฉีกกระฉากสามในเก้าของยอดฝีมือในชุดคลุมสีดำอย่ารวดเร็ว

           ยอดฝีมือมือในชุดคลุมสีดำอีกคนไม่แม่แต่จะหันมองสามคนที่ถูกหมาป่าสีขาวโจมตีพวกมันยังคงพุ่งไปที่เสวี่ยฟางราวกับไร้จิตใจ ตอนเอง‘ลูกบอลไฟ’ขนาดใหญ่ก็ตกลงมาจากท้องฟ้าร่างที่ขดกลมเป็นลูกบอลของตัวนิ่มเกล็ดเพลิงพุ่งทับสองในหกคนที่เหลืออย่างรุนแรง

           ตู้ม!

           สี่คนที่เหลือยังคงไม่หยุดเพียงแค่ในระยะไม่กี่ก้าวพวกมันก็จะถึงตัวเสวี่ยฟางยิ่งพวกมันเข้ามาใกล้ตัวหญิงสาวเท่าไรเสวี่ยฟางยิ่งต้องใช้มือบีบจมูกเอาไว้เหมือนทนกลิ่นไม่ไหว นางโบกมือเหมือนจะไล่อีกสี่คนที่เหลือให้ไปไกลๆ

           “เอาพวกมันไปไกลๆเลย”สิ้นคำพูดของนางเสียงเล็กแหลมจากฟากฟ้าก็ดังขึ้นพร้อมเงาสีดำขนาดใหญ่ที่บินโฉบลงมา มันคืออินทรีขนาดใหญ่ที่มีขนสีน้ำตาลอ่อนทว่าที่น่าตกใจก็คือใบขนของมันช่างแหลมคมอย่างน่าเหลือเชื่ออินทรีสีน้ำตาลบินโฉบลงมาและหมุนคว้างด้วยความเร็วร่างสีน้ำตาลบินผ่านพร้อมเชือดเฉือนร่างของยอดฝีมือที่ไร้จิตใจทั้งสี่เป็นชิ้นๆ

           บรรยากาศในตอนนี้เงียบสนิทอย่างน่าหวากลัวจ้าวตำหนักเทวะมองเสวี่ยฟางด้วยสายตาที่ลึกซึ่งผิดกลับต้วนฮูหยินที่มีสีหน้าเกลียดชัง

           “หยุด!” เสียงทรงอำนาจดังขึ้น ร่างๆหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา มันเป็นชายชราที่มีผมและหนวดเคราสีขาวโพลนดวงตาที่แข็งกร้าวและริมฝีปากที่คล้ายบึงตึงตลอดเวลาเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เป็นสีเทารัดกุมเรียบร้อย นี่ทำให้รู้สึกว่าชายชราผู้นี้น่าจะเป็นผู้ที่ยึดติดในกฎเกณฑ์ผู้หนึ่ง

           “คารวะท่านปรมาจารย์”จ้าวตำหนักเทวะก้มหัวให้กับชายชราผู้มาใหม่ ต้วนฮูหยินที่กำลังประคองตัวต้วนหลงฉีขึ้นมาแม้นางกำลังเกรี้ยวกาจอย่างรุนแรงแต่ก็ไม่กล้าเสียมารยาทต่อปรมาจารย์ลำดับสองผู้เคร่งครัดในกฎเกณฑ์ผู้นี้

           “คารวะท่านปรมาจารย์”ต้วนฮูหยินก้มหัวให้กับปรมาจารย์ลำดับสอง ชายชราไม่แม้แต่จะตอบรับคนทั้งสองแต่ดวงตาที่แหลมคมและดุดันกวาดมองรอบๆความเสียหายของสถานที่และศพของยอดฝีมือในชุดคลุมสีดำเป็นหลักฐานอย่างดีว่าที่นี่ผ่านการต่อสู้มาก่อน

           “หนึ่งในกฎหลักขอตำหนักเทวะก็คือ....ไม่อนุญาตให้ลงมือกระทำการต่อสู้ใดๆทั้งนั้น”ชายชราเอ่ยอย่างเย็นชา มันจ้องไปที่เสวี่ยฟาง “วันนี้ไม่ว่าเจ้าจะเป็นบุตรสาวของใครหรือมาจากที่ไหนเจ้าก็ต้องรับโทษทัณฑ์ในการละเมิดกฎของตำหนักเทวะ!”

           “หืม?แต่ข้าไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อนนะ ถ้าจะลงโทษ ก็ไปหวดก้นเจ้าลูกแหง่ติดแม่นั้นก่อนซิ”เสวี่ยฟางยักไหล่และชี้ไปที่ต้วนหลงฉี

           “เจ้า!” ต้วนหลงฉ๊คำรามเสียงต่ำ แต่ก็ไม่กล้าเสียมารยาทต่อหน้าปรมาจารย์ลำดับสอง

           “ต้วนหลิงฉีจะต้องได้รับโทษเช่นกันที่กล้าละเมิดกฎ”ชายชราเอ่ย ต้วนหลงฉีที่ได้ยินเช่นนั้นก็หน้าขาวซีดส่วนต้วนฮูหยินมีสีหน้าน่าเกลียดและไม่ยอมรับ

           “เหรอ?อืมๆตามสบายเลย แต่ข้าไม่เอาด้วยหรอก” เสวี่ยฟางกลับคำหน้าด้านๆ “แต่เอ...ถ้าให้เว่ยเมิ่งมารับบทผู้คุ้มสุดโหดก็น่าสนใจไม่เลวแฮะ.......แค่กแค่ก เมื่อกี้ข้าล้อเล่นอย่าใส่ใจเลย” เสวี่ยฟางโบกมือปฏิเสธในรสนิยมแปลกๆของนาง แต่ในหัวกลับปรากฎภาพที่เว่ยเมิ่งถือแส้หนักและรอยยิ้มซาดิสท์เป็นฉากๆ

           ชายชราไม่สนใจคำพูดแปลกของนางร่างที่ตรงดุจดังทวนเริ่มก้าวเดินมาทางเสวี่ยฟาง หมาป่าสีขาวคำรามมันกลับมาอยู่ที่ข้างตัวของหญิงสาวเช่นเดียวกับอินทรีขนสีน้ำตาลและตัวนิ่มเกล็ดเพลิงบนฟากฟ้าร่างของวาฬครองนภาสั่นไหวเบาๆพลังของสัตว์วิเศษระดับแก่นแท้ลมปราณแผ่กระจายออกมา

           ปรมาจารย์ลำดับสองดวงตาฉายความประหลาดใจแต่ก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยมันยังเดินตรงมายังเสวี่ยฟางเรื่อยๆและทุกอย่างก้าวของมันก็คล้ายอัดแน่นไปด้วยอำนาจบรรยากาศในตอนนี้ตึงเครียดจนถึงขีดสุด ชายชราหรี่ตาลงพลังที่อัดแน่นอยู่ในร่างคล้ายกำลังจะระเบิดออกเพื่อเปิดฉากจับกุมทว่าในตอนนั้นเองเสียงๆหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

           “เชื่อหรือไม่ว่าหากเจ้าแตะต้องนางแม้แต่เพียงนิดเดียวทั่วทั้งตำหนักเทวะอะไรของเจ้านั่นจะต้องถูกลบหายไปจนไม่เหลือแม้กระทั้งสัตว์เลี้ยง?”