ไม่รู้เป็เพราะอะไร พริกจึงยอมทำตาม และในเสี้ยววินาทีนั้น เด็กสาวก็ััได้ถึงบางสิ่งที่พุ่งแหวกอากาศผ่านศีรษะ
“เปรี้ยง ”
สิ่งนั้นคือคมะุที่เจาะกลางหน้าผากของซอมบี้ ทำให้มันล้มหงาย เด็กสาวเลยรีบหันไปมอง ในใจรู้สึกสยอง
“ เกือบโดนเล่นงานแล้ว ”
แต่ไม่ทันที่เด็กสาวจะได้พิจารณาใดๆ เธอก็เห็นรถกระบะคันหนึ่งวิ่งเข้ามาใกล้ พร้อมเสียงร้องเรียกของบุรุษหนุ่ม
“น้องสาวรีบหนีเร็ว พวกมันได้ยินเสียงปืนแล้ว ไม่นาน ต้องแห่ออกมาแน่ ”
พริกรีบสำรวจสารรูปของผู้มาใหม่ จึงพบว่าเป็ชายฉกรรจ์ร่างผอมในชุดคาวบอย ผมสีดำยาวประบ่า ใบหน้าแหลม เขากำลังยืนเท่อยู่บนกระบะหลังของอีซูซุแบบไร้หลังคา
“ ใครกันวะ ร้อนจะตาย ยังกระแดะใส่ชุดคาวบอยอีก สติดีมั้ยเนี่ย” แม้พริกนึกสงสัย แต่เธอก็รีบวิ่งไปที่รถ เพราะโสตประสาทเริ่มได้ยินเสียงแหบต่ำที่คุ้นหู
“แฮ่……”
พอถึงที่หมาย พริกก็รีบกระโจนขึ้นไปนั่งบนกระบะหลัง จากนั้นปิกอัพสีเืหมูก็แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ฝูงผีนับสิบเดินตามอยู่เื้ั
“บรื้น…….”
……………………………
ระหว่างที่ปิกอัพแล่นบนท้องถนน พริกไม่ได้พูดคำใดเลย เพราะมัวแต่ตะลึงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิด สายตาลอบมองคาวบอยผมยาว จึงพบว่าเขากำลังยืนควงปืน พร้อมแอ็คท่าที่คิดว่าเท่ที่สุด หวังจะให้เธอประทับใจ
“เป็ไง พี่หล่อมั้ย น้อง ”
“หล่อบ้าอะไรล่ะ เมื่อกี้น้าเพิ่งยิงเฉียดหัวชั้นนะโว้ย ”แต่แทนที่พริกจะชมตามมารยาท กลับก่นด่าเสียชุดใหญ่ เพราะรู้สึกหมั่นไส้ในความขี้เก๊กของหนุ่มรุ่นน้า
“อึก ทำลายจิตใจสุดๆ เรียกน้าเลยเหรอ…..” สีหน้าของหนุ่มแห้งเริ่มปั้นยาก เพราะการถูกวัยรุ่นเรียกว่าน้า มันเป็ความทารุณระดับห้าดาว
“ก็ใช่อ่ะดิ หน้าของน้าดูแก่กว่าชั้นตั้งเยอะ แล้วเลิกทำตัวบ้าบอได้แล้ว วิธีช่วยคนมีอีกตั้งเยอะ ไม่ใช่มายิงเฉียดหัวกันแบบนี้ ” พริกใส่เป็ชุด มือขวากำไม้เบสบอลแน่น เหมือนอยากจะใช้สิ่งนี้ฟาดหัวใครซักคนระบายอารมณ์
“อ่า เอ่อ ” คาวบอยร่างผอมพูดไม่ออก ด้วยถูกเด็กสาววัยหลานด่าใส่แบบนอนสต็อป ทว่าพริกยังคงวิจารณ์ต่อ
“ แล้วนี่ชุดอะไร ร้อนจะตายอยู่แล้ว ยังแต่งคาวบอยอีก ถ้าไม่เพี้ยน ก็คงโรคจิตชอบทรมานตัวเอง ”
“ เอ่อ ” คาวบอยหนุ่มได้แต่ติดอ่าง และรู้สึกว่าตัวหดเล็กลงทุกที ภายในแอบสำนึกนึกเสียใจ
“รู้งี้ไม่น่าช่วยมันเลย เด็กอะไรปากจัดฉิบหาย เหอ เหอ เหอ”
“เอี๊ยด……”
ขณะที่พริกกำลังสบถน้ำไหลไฟดับ ปิกอัพสีเืหมูก็ดันจอด ทำให้เด็กสาวรู้สึกฉงนจนต้องร้องถาม
“หยุดรถทำไม ”
แต่คาวบอยร่างผอมนั้นหงอจากคำด่าจนยากจะตอบกลับ เลยเป็หน้าที่ของคนขับที่เปิดประตูออกมาอธิบาย
“ ขับมาไกลตั้งห้าโล ตอนนี้คงทิ้งห่างจากพวกมันพอสมควร ”
พริกรีบหันไปมองพลขับ แต่พอเห็นรูปโฉมของอีกฝ่าย ก็ต้องใจนร้องเสียงหลง มือขวายกไม้เบสบอลขึ้นสูง เพื่อเตรียมฟาด
“เฮ้ย! ซอมบี้ ”
เหตุที่พริกใถึงเพียงนี้ เพราะพลขับวัยฉกรรจ์มีรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าดำมะเมื่อมแลถมึงทึง ดวงตาเหลือกโตราวไข่ห่าน ทั่วกายใส่ชุดเอี๊ยมหมียีนส์ อันไม่เข้ากับสารรูปของตนเอง แถมบนศีรษะยังไว้ผมทรงสกินเฮดอีกต่างหาก ทำให้ฉายความดิบเถื่อนที่ใกล้เคียงผีดิบ
“ ไม่ใช่นะ พี่ของชั้นยังไม่ตาย ”
มือที่ถือไม้เบสบอลหยุดชะงัก ด้วยได้ยินเสียงสดใสของหญิงสาวที่เพิ่งลงจากรถ และถ้าบอกว่าชายร่างั์เป็พี่ชาย พริกก็ต้องทำใจก่อนหันไปมอง เพราะรูปลักษณ์ของเธอคงน่ากลัวไม่แพ้กัน ทว่า…..
“เฮ้ย! นี่มันสิ่งมหัศจรรย์ของโลกรึไงฟะ” พริกสะดุ้งจนตัวโยน เพราะคนผู้นั้นเป็หญิงสาวร่างเล็ก ดวงตากลมโตเปล่งประกายสดใส ผมสีโค้กบนศีรษะสั้นประมาณบ่า ทั่วกายอยู่ในชุดเสื้อยืด ยีนส์ขาสั้น ทำให้โชว์ผิวพรรณที่ขาวผ่องตามวงแขนและเรียวขา
“ น้องอย่าเข้าใจผิด พี่ของชั้นไม่ได้เป็ซอมบี้ เอ่อ ถึงแม้จะแอบเหมือนอยู่หน่อยๆก็ตาม” สาวร่างเล็กอธิบาย ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ และถ้าให้เธอแต่งชุด ม.ปลาย ก็คงกลมกลืนได้ไม่ยาก ทั้งที่อายุจริงคงจะล่วงเข้าสู่ 20 ปลายแล้ว
“ฮะ แฮ่ม ยัยหนูพูดอะไร ก็หัดเกรงใจพี่ของเธอหน่อย ชั้นยังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ อ่อ แล้วก็นังหนู…. ” ชายผิวดำกระแอมเบาๆ ก่อนจะหันมาทางพริก น้ำเสียงเครียดขึง เด็กสาวเลยชิงแนะนำตัว เพราะคาดว่าอีกฝ่ายน่าจะอยากรู้ว่าเธอเป็ใคร
“ ชั้นชื่อพริก เอ่อ ขอบคุณน้าทั้งสองและพี่สาวที่ช่วยเหลือ”
“ ชั้นไม่ได้ถามชื่อของเธอ แค่จะบอกว่าพ้นภัยแล้ว ก็รีบไปซะ เราไม่อยากรับคนเพิ่ม”
พริกรู้สึกว่าตัวเองกำลังหน้าแหก แถมเ้าคาวบอยร่างผอมที่อยู่ไม่ห่าง ก็เริ่มหัวเราะเยาะเบาๆอีก อันเป็การเอาคืนที่ตัวเองโดนด่าแบบไม่เป็ธรรม แน่นอนว่าเด็กสาวเป็พวกฆ่าได้ หยามไม่ได้ เธอจึงขยับเป้ขึ้นหลังและเตรียมจากลา
“ชิ ในเมื่อพวกลุงไม่รับชั้นไว้ ไปก็ได้ ไม่เห็นต้องง้อเลย”
แต่ก่อนที่พริกจะโดดลงจากรถ สาวร่างเล็กก็รีบมารั้งไว้ จากนั้นก็หันไปตวาดพี่ชายร่างใหญ่
“พี่ขนุนจะใจร้ายไปถึงไหน ไม่เห็นหรือว่าน้องคนนี้้าความช่วยเหลือ แถมเธอยังเป็เด็กผู้หญิงด้วยนะ ”
“ แต่มันจะเสียเวลานะ เราต้องรีบออกจากเมืองในวันนี้” พี่ชายร่างั์เถียงกลับ แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะสิ่งที่น้องสาวเสนอมา เป็เื่ที่ควรกระทำ ทว่าไอ้คำว่า “เด็กผู้หญิง” ดันไปสะกิดทิฐิที่สูงลิ่วของพริกจนเกิดโทสะขึ้นมาซะแล้ว
“ เฮ้ พวก อยากบอกซักคำ อย่ามองชั้นเป็เด็กอ่อนดิ ชั้นเอาตัวรอดเองได้”
“ฮ้า ไม่นะ หนูอย่าเพิ่งไป พี่จะช่วยพูดกับไอ้พี่ชายบ้าบอกับพี่แห้งงี่เง่าคนนี้เอง” สาวร่างเล็กยิ่งทัดทาน สองมือเกาะแขนพริกเอาไว้แน่น ทำให้เธอสบอารมณ์มากกว่าเดิม เพราะพี่สาวคนนี้กำลังช่วยกำราบสองน้าจอมแสบที่ตนไม่ชอบใจเสียอยู่หมัด
“อืม ” คาวบอยร่างผอมและพี่ชายร่างั์ออกอาการหงุดหงิด แต่ไม่กล้าเถียง คล้ายว่าสาวร่างเล็กจะเป็หัวหน้ากลุ่ม และพอลากสองชายไปคุยได้พักนึง ทั้งหมดก็กลับมาพร้อมข่าวดี
“โอเค พวกเราตัดสินใจช่วยเธอ มาด้วยกันเถอะ เรามีที่กบดานที่ปลอดภัยด้วยนะ ” สาวร่างเล็กแจงพร้อมรอยยิ้ม
“ ขอบคุณนะ แล้วที่กบดานที่พี่สาวพูดถึง อยู่ที่ไหนเหรอ ” พริกมีแพลนในใจว่าจะไปช่วยแกงส้ม แต่เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ จึงลองหยั่งเชิงของอีกฝ่าย ทำให้สองชายรู้สึกกระอักกระอ่วน เพราะไม่อยากบอก ทว่าสาวร่างเล็กกลับตอบตรงๆแบบไม่ปิดบัง
“พวกเราว่าจะขึ้นเหนือไปเชียงใหม่น่ะ เพราะวิทยุบอกว่ามีกองทหารคุ้มกัน และรัฐบาลหวังใช้ที่นั่นเป็ฐานบัญชาการ ”
“อืม ตรงกับที่นายจ้าวบอกเลย” พริกซ่อนยิ้ม พลางหวนนึกถึงข้อมูลที่ได้รับจากเด็กน้อยเมื่อสองวันก่อน และด้วยความที่แอบเ้าเล่ห์หน่อยๆแบบเด็กแสบ เธอจึงลองกล่อม
“ หนูก็อยากไปด้วยอยู่หรอกนะ แต่ทิ้งเพื่อนที่หายไปไม่ได้จริงๆ ได้แต่ขอให้พวกพี่สาวโชคดี คงต้องแยกกันตรงนี้แหละ ” พอพริกพูดจบ ก็แกล้งสะอื้นเล็กๆพร้อมบีบน้ำตา แต่ด้วยความที่ไม่ใช่นักแสดง จึงดูไม่ค่อยเนียนนัก
“เฮ้อ สกิลสร้างภาพโคตรต่ำ ใครเห็นก็รู้ว่าแสเเสร้ง ” สองชายเห็นตรงกัน ทว่าสาวร่างเล็กกลับอินในเื่ราว จึงรับคำเป็มั่นเป็เหมาะ
“ได้จ้ะ น้องพริกไม่ต้องห่วงนะ พวกพี่จะพาไปหาแกงส้มก่อน แล้วค่อยไปเชียงใหม่”
“เย้ พี่สาวใจดีที่สุดในโลกเลย” พริกยินดีสุดๆ และโผเข้าไปกอดสาวร่างเล็ก แน่นอนว่าอีกฝ่ายก็กอดกลับ พร้อมรอมยิ้มบริสุทธิ์ที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้า
“เอ่อ ถ้าอ้อมไปอ้อมมาแบบนี้ น้ำมันจะพอมั้ย ” สองชายเอ่ยถามเบาๆ แต่คำค้านนั้นเป็หมัน ด้วยสาวๆมัวแต่วี๊ดว้ายกระตู้ฮื้อจนไม่ฟังเสียงใคร
………………………………..
ด้วยความที่ถูกใจเป็พิเศษ พริกจึงได้ขยับมานั่งในรถ ทำให้สองสาวเริ่มคุยกันยาว เลยรู้ว่าหญิงร่างเล็กชื่อแตงไทย เป็น้องสาวของโชเฟอร์ร่างใหญ่ที่มีนามว่า“ขนุน” ส่วนหนุ่มร่างผอมในชุดคาวบอยนั้นชื่อแห้ง เป็คนสนิทที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ทั้งสามทำงานเป็ยูทูปเปอร์สายเกมที่มีชื่อเสียงพอสมควร
“ ที่แท้ พี่สาวก็เป็คนดังในโลกโซเชียล ส่วนน้าสองคนที่เหลือ มาดไม่ให้เลยแฮะ ดูดีๆ นึกว่าเป็สัปเหร่อขนศพกับพวกขาดสารอาหาร” พริกว่าตรงๆ ทำให้โชเฟอร์ร่างั์เริ่มสะอึก ด้วยมันเป็คำพูดที่ไม่ค่อยเข้าหูคนซักเท่าไหร่
“ฮะ ฮะ ฮะ ไม่ใช่หรอก สองคนนั้นมียอดซัปมากกว่าพี่อีกนะ” แตงไทยรีบเข้ามาแก้สถานการณ์ สีหน้าไม่ค่อยสู้ดี เพราะรู้สึกว่าเด็กสาวผู้มาใหม่จะขวานผ่าซากไปซักหน่อย
“อ้อ เหรอ แล้วสองน้านี่ทำรายการเกมแนวไหน ” พริกยังถามต่อ ท่าทางดูไม่ค่อยเชื่อถือนัก
“ฮะ แฮ่ม ชั้นทำรายการเกมแนวใช้พละกำลัง อย่างเช่นปราบโคกระทิง ชู้ตบาสสลับกับสอนเลี้ยงวัวในฟาร์ม ส่วนเ้าแห้งเล่นเกมยิงปืนทุกประเภท นิยมทำชาเลนจ์ลุยเดี่ยวตอนแข่งเพนจ์บอล” ขนุนกระแอมดังหนึ่งที ก่อนจะเริ่มโชว์พาว์ ในใจแอบภาคภูมิ แต่แล้วก็กลับมาจิตตก เมื่อได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากของเด็กแสบ
“อืม น่าเสียดายนะ เพราะถ้าโลกไม่แตก พวกน้าคงได้เป็ไอ้ั์ตามงานวัดกับเซียนปืนลมประจำบูธยิงเป้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” พริกหัวเราะใส่อีกชุดใหญ่ โดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะห่อเหี่ยวขนาดไหน เพื่อกู้สถานการณ์ สาวร่างเล็กจึงแก้ให้
“ มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ถ้ารัฐบาลเอาอยู่ ทุกอย่างก็กลับมาเป็เหมือนเดิม ”
พอได้ยินแบบนั้น พริกก็เริ่มซึ้ง พร้อมจ้องมองแตงไทยอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะะโกอด
“ว้าว พี่สาวใจดีจัง อุตส่าห์ปลอบลุงพวกนี้อีก น่ารักชะมัดเลย แถมตัวเล็กอีกต่างหาก”
“เอ่อ หนูยะ อย่าทำแบบนี้สิ พี่อายนะ” ถึงตรงนี้ ใบหน้าของแตงไทยเริ่มแดงก่ำ ทำให้ดูคล้ายตุ๊กตาบาร์บี้ไปอีกระดับ ส่วนพี่ชายผิวดำได้แต่ทำปากขมุบขมิบ พร้อมข่มความโกรธที่อยู่ในใจ
“ชิ ทียัยแตงไทย พูดซะดี๊ดี แต่กับชั้นและไอ้แห้งอย่างกับมะนาวไม่มีน้ำ นี่มันสองมาตรฐานชัดๆ ” แน่นอนว่าบทสนทนานี้ไปไม่ถึงหนุ่มแห้งที่ยืนคุมเชิงตรงกระบะหลัง ทว่าเขาก็เหมือนมีเซ็นส์พอสมควร เลยจามทุกครั้งที่ถูกนินทา
“ฮัดเช้ย สงสัยจะมีคนแอบคิดถึง ช่วยไม่ได้นี่หว่า ก็เราดันแฮนด์ซั่มซะขนาดนี้ ” แห้งเสยผมที่ยาวประบ่าหนึ่งที เพื่อโชว์ความหล่อที่มีในตัวอย่างเหลือล้น (มั้งนะ)
ทว่าคำยกยอตัวเองของแห้งดันไปเข้าหูทุกคนที่นั่งหน้า พริกเลยมองค้างอยู่พักนึง ก่อนจะถอนหายใจยาว
“ เฮ้อ ถ้านี่เรียกว่าแฮนด์ซั่ม งั้นอีกหน่อย ศพข้างทางก็คงได้เป็พระเอกซีรีส์กันหมด ”
“ ฮะ ฮะ ฮะ ” สิ้นคำ แตงไทยก็หลุดขำออกมา ส่วนขนุนถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง มีเพียงแห้งเท่านั้นที่ไม่รู้เื่ใดๆ และยืนแอ๊คท่าต่อไปที่กระบะหลัง
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
