ตอนที่ 137
ชิงเทียนตรวจดูแหวนมิติของหั่วหวังฉวน แต่กลับไม่พบยาถอนพิษแม้แต่ขวดเดียว จึงทำให้เขารู้สึกร้อนรนขึ้นมา แม้ว่าเพลิงอมตะสามารถเยี่ยวยาบาดแผลได้รวดเร็ว แต่ทว่า มันไม่มีความสามารถในการกำจัดพิษแม้แต่น้อย
ขณะเดียวกัน เฒ่าพิษนรกล้มลงกับพื้น แล้วกระอักเลือดสีดำออกมาเช่นเดียวกัน ทันใดนั้น ชิงเทียนก็คิดได้ว่าพิษชนิดนี้สามานถแพร่ได้ทางอากาศ เขาจึงสร้างม่านพลังขึ้นมาเพื่อปิดผนึก ก่อนที่พิษจะกระจายไปมากกว่านี้
“ยาแก้พิษอยู่ไหน!?" ชิงเทีบนคว้าคอเฒ่าพิษนรกมาเค้นถาม หากยาถอนพิษไม่อยู่ที่หั่วหวังฉวน ชายชราคนนี้น่าจะรู้ว่ามันถูกซ่อนไว้ที่ไหน
“หึ หึ ของแบบนั้นไม่มีมาตั้งแต่แรกแล้ว…" เฒ่าพิษนรกกล่าวเสียงแผ่ว สติของเขาเริ่มเลือนลางจากพิษที่แทรกซึมเข้าสู่บาดแผล แต่ทว่า เมื่อมาอยู่ต่อหน้าชิงเทียน มีหรือไม่ชายหนุ่มจะยอมให้เขาสิ้นลมไปง่ายๆ
ชิงเทียน ฝังเข็มลงบนร่างชายชรา เพื่อทำการสะกัดไม่ให้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจ พร้อมกับใช้เคล็ดวิชาค้นดูความทรงจำ ก่อนจะพบว่าเฒ่าพิษนรกได้รับยาพิษนี้มาจากศพ ซึ่งอยู่ในหุบเหวทางทิศใต้ของทวีป และที่ชายชรากล่าวว่าไม่มียาถอนพิษ ก็ไม่ใช่คำโกหกแต่อย่างใด
“ให้ตายสิ ทำให้เป็นเรื่องยากซะจริง" ชิงเทียนใช้ดาบปลิดชีพชายชรา แล้วใช้เปลวเพลิงแผาจนไม่ซาก
ความจริงแล้วชิงเทียนมีสูตรยาถอนพิษ แต่ทว่า ส่วนประกอบของมันค่อนข้างพิเศษ และอาจไม่มีทางหาพบในทวีปนี้เลบด้วยซ้ำ
ชิงเทียน เรียกจิ่วเหม่ยเข้ามาในม่านพลัง เนื่องจากเซียนพิภพสามารถใช้พลังของฟ้าดิน ทำให้พิษของเผ่าปีศาจไม่มีผลกับเธอ
“นายท่าน!!" จิ่วเหม่ยรู้สึกขวัญเสียเมื่อเห็นชิงเทียนตกอยู่ในสภาพนี้ ผิวหนังของชายหนุ่มเริ่มเปลี่ยนเป็นดำสนิท รวมถึงแววตาภายใต้หน้ากาก ก็ดูอ่อนล้าไม่ต่างจากคนที่กำลังจะตาย
“ในอากาศมีพิษกระจายอยู่ ข้าอยากให้เจ้ารวบรวมมันมาเก็บไว้ในขวดใบนี้" ชิงเทียนยื่นขวดแก้วขนาดเล็กให้หญิงสาว
จิ่วเหม่ยพยักหน้าช้าๆ จากนั้นหมอกพิษที่ปะปนอยู่ในอากาศ ก็ค่อยๆกลั่นรวมตัวเป็นของเหลว ก่อนที่หญิงสาวจะทำการปิดผนึกไว้ในขวด
เมื่อเห็นว่าพิษถูกเก็บเข้าไปแล้ว ชิงเทียนจึงค่อยคลายรูปแบบม่านพลัง พร้อมกับนำเข็มเงินทิ่มลงไปยังจุดชีพจร จนทำให้ร่างกายเริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่นั่นก็เป็นการรักษาเพียงชั่วคราวเท่านั้น
*******************************
สิ่งที่เกิดขึ้นภายในจวนของเจ้าเมือง มีพยานรู้เห็นอยู่หลายคน ซึ่งพวกเขาไม่เคยคิดว่าหั่วหวังฉวนจะแพ้ให้เด็กอมมือ ที่มีพลังบ่มเพาะเพียงแค่เซียนขั้นต้นระดับสาม ฮั่นจื่อถงเฝ้าดูการต่อสู้จากที่ห่างไกล ในขณะที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้าง เป็นผู้บ่มเพาะที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่หากดูจากชุดและป้ายสัญลักษณ์ ชายหนุ่มคนนี้ ต้องเป็นศิษย์สำนักกระบี่พิรุณอย่างแน่นอน
“ทักษะดาบและการเคลื่อนไหว เข้าขั้นสมบูรณ์แบบ หากสู้กันตัวต่อตัว ข้าคงไม่มีทางเอาชนะชายคนนี้ได้"
ฮั่นจื่อถงรู้แปลกใจเล็กน้อย ที่เห็นอีกฝ่ายพูดอย่างถ่อมตัว แตกต่างจากศิษย์ส่วนใหญ่ ที่มักทำตัวหยิ่งยโสไปวันๆ
“ข้าเองก็เคยเป็นศิษย์ของสำนักกระบี่พิรุณเช่นกัน ดูจากอายุและพลังบ่มเพาะ เจ้าคงจะเป็นศิษย์ฝ่ายในสินะ"
ชายหนุ่มประสานมือคารวะฮั่นจื่อถง “ไม่คิดว่าผู้อาวุโสจะเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน ข้าศิษย์ฝ่ายในลำดับที่หกสิบแปด ฟ่านเทียนเหิง"
ฮั่นจื่อถงรู้ดีว่าศิษย์ฝ่ายใน มักถูกจัดลำดับตามตามความสามารถ ซึ่งผู้ที่ติดอัดดับหนึ่งในร้อย มีอำนาจเทียบเท่าผู้อาวุโสฝ่ายนอกเลยทีเดียว เขาอยากรู้จักฟ่านเทียนเหิงให้มากกว่านี้ แต่ทว่า หลังจากที่จิ๋วเหม่ยปรากฏตัวขึ้น ทั้งสองก็ชะงักค้างไปทันที
พลังที่จิ่วเหม่ยแผ่ออกมา ทำให้ยอดฝีมือที่เฝ้าสังเกตหารณ์เริ่มสั่นกลัว ซึ่งการที่เธอสามารถรวบรวมพิษในอากาศ ก็ชัดเจนแล้วว่าหญิงสาวคนนี้ คือผู้ติดตามของชิงเทียน ที่อยู่ในขอบเขตเซียนพิภพ
*****************************
หลังจากที่จิ่วเหม่ยพาตัวชิงเทียนกลับมา เย่เสวี่ยหลันที่เห็นสภาพของชายหนุ่ม ก็หน้าซีดในซีดในทันที เพราะทรัพยากรในตอนนี้ คงทำได้เพียงยืดเวลาออกไปเท่านั้น
เข็มนับร้อยเล่ม ถูกเสียบไปยังจุดชีพจร รวมถึงการกินยานะงับพิษ ก็ช่วยบรรนเทาอาการ จนผิวของชายหนุ่มกลับมาเป็นปกติ
“คงใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งเดือน กว่าพิษจะกำเริบอีกครั้ง" ดย่เสวี่ยหลันยังคงเป็นกังวล หากชิงเทียนไมาได้รับยาถอนพิษในเร็วๆนี้ล่ะก็ เธอคงต้องเสียสามีไปอีกครั้ง ซึ่งเธอจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ชิงเทียนมอบสูตรยาให้กับหญิงสาว “หากเจ้ากลั่นยาเม็ดนี้ให้ข้า คงสามารถยืดเวลาออกไปไปได้ราวๆหนึ่งปี ซึ่งนั้นน่าจะพอทำให้ข้ารวบรวมวัตถุดิบสร้างยาถอนพิษ"
“แต่ว่าหนึ่งในวัตถุดิบเหล่านั้น คือผงกระดูกมังกรไม่ใช่รึไง"
ชิงเทียนคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว ทวีปเทียนฉินมีประชาเป็นมนุษย์แทบทั้งหมด การตามหาซากร่างของมังกรในทวีปนี้ มีโอกาศน้อยยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
“ข้าเชื่อว่ามันต้องมีหนทาง" ชิงเทียนยังคงไม่ถอดใจ หากเขาเป็นคนยอมแพ้ง่ายอะไรง่ายๆ ก็คงไม่ลำบากดั้นด้นมาจนถึงจุดนี้
หลายวันผ่านไป ในที่สุดข่าวของหั่วหวังฉวน ที่จับตัวชาวผู้บริสุทธิ์ไปเป็นหนูลองยา ก็แพร่สะพัดออกไปทั่วทั้งเมือง หนำซ้ำคนที่ชิงเทียนช่วยออกมา ก็เป็นหลักฐานใช้เอาผิดหั่วหวังฉวนได้เป็นอย่างดี
ตัวแทนผู้ตรวจการ ซึ่งอยู่ในขอบเขตเซียนขั้นสูง รับฟังความคิดเห็นของเหล่าผู้นำตระกูล รวมถึงผู้มีอำนาจหลายคนภายในเมือง ซึ่งพวกเขาลงมติให้ชิงเทียนไม่ต้องรับความผิด รวมถึงเปิดโอกาศให้ชายหนุ่ม ก่อตั้งนิกายได้อย่างอิสระ แต่ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของจักรวรรดิ
“ทำไมเจ้าถึงต้องสวมหน้ากาก" ตัวแทนผู้ตรวจการเอ่ยถามด้วยความสงสัย เขาจำเป็นต้องตรวจสอบใบหน้าชายหนุ่มเสียก่อน เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่พวกหลบหนีคดี
ชิงเทียนยืนขึ้นต่อหน้าผู้นำตระกูล รวมถึงผู้มีอำนาจหลายคน ก่อนจะถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นรอยไหม้บนใบหน้าที่ดูสยดสยอง จนทุกทุกคนต้องขอให้เขาสวมหน้ากากไว้ตามเดิม ซึ่งแน่นอนว่านั่นเป็นตาพลวงตา ที่ชิงเทียนสร้างมาเพื่อปิดบังตัวตน
ชิงเทียน ใข้ศิลาปราณจำนวนมาก เพื่อครอบครองที่ดินของหั่วหวังฉวน พื้นราบสูงที่สามารถมองเห็นทั้งเมืองได้เช่นนี้ ถือว่าเป็นทำเลที่ดีสำหรับการต่อตั้งนิกาย
“ท่านอาจารย์ ผู้อาวุโสฮั่นต้องการพบขอรับ" โกมินทร์ปรากฏตัวอย่างกระทันหัน หลังจากที่ได้รับซากร่างของสัตว์อสูร ก็ดูเหมือนลูกศิษย์ของเขาคนนี้ จะมีพลังบ่มเพาะเพิ่มขึ้นราวกับติดปีก จนมีความแข็งแกร่งเป็นอะนดับสี่ของนิกาย ซึ่งรองจากจิ่วเหม่ย ชิงเทียน และเย่เสวี่ยหลันตามลำดับ
ชิงเทียนไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ ที่ชายชราเดินทางมาหาตนเองเช่นนี้ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าฮั่นจื่อถง ได้รับข้อมูลจากหลานชายพอสมควร จึงน่าจะคาดเดาได้ว่า ชิงเทียนคือคนที่อยู่ภายใต้หน้ากาก
“ผู้อาวุโส นิกายชิงขอต้อนรับ"
ฮั่นจื่อถงมองดูเศษซากจวนเจ้าเมืองที่กำลังถูกเก็บกวาด เพื่อเตรียมสร้างนิกายอย่างเป็นทางการ “เจ้าเพ่งเล็งตำแหน่งเจ้าเมืองอยู่รึ"
“ที่ข้าทำไปทั้งหมดก็เพื่อสร้างรากฐานให้กับนิกาย และไม่คิดจะหยุดที่เมืองนี้แน่นอน"
“หรือว่าเจ้าต้องการขยายอำนาจไปยังหัวเมืองใหญ่" ฮั่นจื่อถง ตกใจกับเป้าหมายของชิงเทียน การจะทำเช่นนั้นได้ อย่างน้อยก็ต้องมีเหมืองศิลาปราณเป็นของตัวเอง
“ข้าเล็งเมืองหลวงเอาไว้ต่างหาก" ชิงเทียนเผยยิ้มออกมา หากใครได้ยินคงหัวเราะจนน้ำตาไหล แต่ด้วยความสามารถของชายที่เคยเป็นจักรพรรดิ นี่ไม่ใข่สิ่งที่คำกล่าวเกินจริงแต่อย่างใด
“มีเป้าหมายก็ดีอยู่หรอก แต่ข้าว่าเจ้าอย่าทำอะไรที่มันเกินตัวเลยดีกว่า"
“ขอบคุณที่แนะนำ" เป้าหมายของชิงเทียน ยิ่งใหญ่กว่าที่ชายชราคิด การขยายอำนาจไปยังเมืองหลวง เป็นแค่การปูทางเพื่อกลืนกินจักรวรรดิเท่านั้น ซึ่งหากแผนนี้เล็ดรอดไปถึงหูคนอื่น เขาคงถูกประหารในฐานะกบฏ “จะว่าไปแล้ว ข้ามีเรื่องที่อยากถามผู้อาวุโสอยู่พอดี"
“ลองว่ามาสิ"
“ท่านรู้จักสถานที่สำหรับซื้อขายข้อมูลหรือไม่"
ฮั่นจื่อถงขมวดคิ้วทันที แน่นอนว่าข้อมูลคือสิ่งมีค่าภายในแดนเซียน โดยเฉพาะข้อมูลหายากบางชนิด อาจมีราคาสูงจนทำให้บางตระกูลล่มจมเลยทีเดียว
“เจ้าอยากรู้ข้อมูลอะไร"
“ข้ากำลังตามหากระดูกมังกร"
ชายชราถึงกับผงะ จริงอยู่ว่ามังกรคือสิ่งมีชีวิตในแดนเซียน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะพบมันได้ง่ายๆ “กระดูกมังกรในทวีปเทียนฉินเนี้ยนะ เจ้ากินยาผิดสำแดงมารึไง"
“ข้ารู้ว่ามันฟังดูไร้สาระ แต่ข้าจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ"
ฮั่นจื่อถงถอนหายใจออกมา “ข้าได้ยินมาว่าสมาคมอาชารุ่งโรจน์มีสาขาอยู่ทั่วทวีป พวกเขายังค้าขายข้อมูลเกือบทุกชนิด"
“ขอบคุณผู้อาวุโส" ชิงเทียนประสานมือให้ฮั่นจื่อถงด้วยความสุภาพ ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปยังพิกัดที่ชายชราให้ไว้ทันที
---------------------------------------