เซียนรีเทิร์น

    ตอนที่ 50 เจี่ยหลุยเต๋าขอความช่วยเหลือ

    เขาเพิ่งซื้อโทรศัพท์เครื่องนี้ด้วยเงินที่เขาได้รับหลังจากการเล่นพนันดังนั้นจึงมีเพียงไม่กี่คนที่รู้เบอร์โทรของเขา นอกเหนือจากหยวนชูหลิง บั่นโฉว ดิ่งซี่และพรรคพวกของเขา หลงเซ้งหลินก็ได้รับเบอร์ของเขาจากหยวนชูหลิงเท่านั้น เบอร์ของคนเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในสมุดโทรศัพท์ของเขา


    แต่นอกเหนือจากการโทรจากหยวนชูหลิงแล้วก็ยังมีอีกสองหมายเลขที่ไม่คุ้นเคย สองหมายเลขนี้โทรมาหาเขาถึงสิบเจ็ดครั้ง หมายเลขหนึ่งโทรหาเขาสามครั้งขณะที่อีกคนโทรหาเขาถึงสิบสี่ครั้งจึงทำให้เขาคิดว่านี่ไม่น่าใช่การโทรผิด


    "มันผ่านมาแค่วันเดียวเท่านั้นจะมีคนโทรมาตั้งหกสิบสายได้อย่างไร? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"


    หัวใจของเขาจมดิ่งลงขณะที่เขาเตรียมจะโทรไปหาหยวนชูหลิง เมื่อเห็นสายที่ไม่ได้รับของอีกฝ่ายก็พบว่าอีกฝ่ายคือคนที่โทรหาเขามากที่สุดถึงห้าสิบสาย


    แต่เมื่อเขายังไม่ได้โทรกลับไปหาหยวนชูหลิงก็เป็นตอนที่โทรศัพท์มือถือของเขาได้ส่งเสียงดังขึ้นแล้วและหมายเลขผู้โทรคือหยวนชูหลิงจึงทำให้เขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้และกดปุ่มรับสายอย่างรวดเร็ว


    "พี่ชาย ในที่สุดนายก็ยอมรับสายได้เสียที ครูฮั่นเกือบทำให้ฉันบ้าตายแล้ว เมื่อนายออกจากโรงเรียนในวันนั้น เธอก็ออกไปไล่ตามนาย..."


    หลังจากสายเชื่อมต่อกันก็ทำให้หยวนชูหลิงอพูดโดยไม่รอให้เขาได้พูดอะไรเลยแต่เขารู้สึกว่ามีอะไรผิดพลาดบางอย่าง เห็นได้ชัดว่าออกจากโรงเรียนเพียงวันเดียวแต่จากคำพูดของหยวนชูหลิงมันให้ความรู้สึกเหมือนว่าเขาออกจากโรงเรียนมาเป็นเวลานานกันล่ะ?


    เขามองเวลาบนโทรศัพท์และมีดวงตาที่เบิกกว้างเนื่องจากวันที่แสดงนั้นเป็นเวลาสิบวันนับตั้งแต่เขาเข้าวิลล่า


    "มันกลับกลายเป็นว่าฉันบังเอิญเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมความแข็งแกร่งของฉันถึงได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วขนาดนี้"


    เมื่อตระหนักได้ถึงระดับการเพิ่มขึ้นของความแข็งแกร่งที่เขาได้รับก็ทำให้เขาเข้าใจได้ในที่สุด


    "เจ้าอ้วน นอกจากครูฮั่นแล้วยังมีอย่างอื่นเกิดขึ้นอีกหรือไม่?"


     ตั้งแต่คุยกับหยวนชูหลิงเป็นเวลานานโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ได้เล่าเรื่องสำคัญอะไรเลยก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและขัดจังหวะการพูดของหยวนชูหลิง


    "ครูฮั่นอยากจะฟ้องแม่ของนายเรื่องที่นายโดดเรียนแต่ฉันได้ห้ามเธอเอาไว้ ฉันบอกว่ามันจะไม่ดีที่จะบอกคุณป้าเพราะว่าคุณป้านั้นเชื่อใจนายมาก ถ้ารู้ว่านายหนีเรียนก็จะทำหใคุณป้าต้องป่วยและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล"


    "มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือฉันได้ให้คำรับรองกับครูฮั่นว่านายนั้นได้ออกไปศึกษาจริงๆและจะไม่มีอันตรายใดๆหรือจะส่งผลต่อผลการเรียนของนาย"


    เมื่อสิบวันก่อน ถึงแม้ว่าเขาจะส่งใบลาให้กับฮั่นชิงหวูและแจ้งว่าเขาจะลาพักเป็นเวลาครึ่งเดือนหรือประมาณนั้นแต่อีกฝ่ายก็ไม่ต้องการอนุญาตอย่างชัดเจน ทว่าถึงกระนั้นแล้วเขาก็หันหลังหนีไปโดยที่ไม่ให้อีกฝ่ายได้ตอบโต้อะไร 


    ฮั่นชิงหวูไม่สามารถไล่ตามถังซิ่วภายในห้องเรียนได้และเธอก็ไล่ล่าเขาจนถึงประตูโรงเรียนแต่ก็ไม่พบกับเขาถึงได้ทำได้เพียงแค่กลับไปยังแผนกหลักอย่างไม่เต็มใจ เธอกำลังคิดว่าจะจัดการเขาอย่างไรดีแต่เมื่อเธอเข้าไปในชั้นเรียนในช่วงบ่ายก็ได้ยินว่ามีอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่บริเวณใกล้ๆนี้ มันดูราวกับว่าเธอจะนึกถึงภาพของเขาและแม้ว่าเธอจะยังไม่ได้ยินเกี่ยวกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อแต่หัวใจของเธอก็ดูราวกับถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย เธอรีบเรียกหยวนชูหลิงอย่างไม่ลังเลและขอให้เขาติดต่อเขา


    แต่หลังจากที่เขาซื้อโทรศัพท์ก็ตั้งให้อยู่ในโหมดเงียบเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเขาดังนั้นถ้าเขาไม่ได้ถือโทรศัพท์อยู่และมองเห็นหน้าจอก็จะไม่ได้รับสาย แม้ว่าฮั่นชิงหวูและหยวนชูหลิงจะโทรหาเขาหลายสิบครั้งแต่ก็ไม่มีใครรับ


    แม้ว่าจะไม่มีใครรับโทรศัพท์แต่โทรศัพท์ของเขายังคงเปิดอยู่ สิ่งนี้ทำให้ฮั่นชิงหวูและหยวนชูหลิงรู้สึกโล่งใจ เมื่อโทรศัพท์ไม่ได้ปิดเครื่องลงก็ยังพิสูจน์ได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่


    เนื่องจากเธอไม่สามารถติดต่อกับเขาผ่านทางโทรศัพท์จึงทำให้ฮั่นชิงหวูรู้สึกไม่สบายใจถึงได้ติดตามที่อยู่ของครอบครัวของเขาเพื่อจะไปพบกับซูหลิงหยุน 


    แต่ด้วยการป้องกันของหยวนชูหลิงในช่วงก่อนหน้านี้ก็ทำให้ฮั่นชิงหวูระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อพูดคุยกับซูหลิงหยุน เธอไม่ได้เปิดเผยเรื่องที่เขาทำในชั้นเรียนแต่ถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในครอบครัวของเขา นอกจากนี้เธอยังได้เข้าหาซูหลิงหยุนและรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดีของเขา 


    "ขอบคุณนะ เจ้าอ้วน"


    หลังจากฟังหยวนชูหลิง เขารู้สึกขอบคุณจริงๆ เขารู้ว่าเขาทำให้เกิดปัญหามากสำหรับหยวนชูหลิงและฮั่นชิงหวูเพราะเขาหายตัวไปเป็นเวลาสิบวัน 


    “พี่ชาย เราเป็นพี่น้องกัน นายไม่จำเป็นต้องทำตัวเหมือนเราเป็นคนแปลกหน้ากันหรอกนะ แต่หากนายยังไม่กลับมา ฉันก็คิดว่าฉันไม่สามารถทนยื้อต่อได้" 


    หยวนชูหลิงยิ้มขณะที่เขาพูดต่อว่า 


    “พี่ชาย ถ้าสะดวกก็ควรโทรหาครูฮั่นเพราะเธอไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเลยตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ การดื่ม การกิน การสอน เธอมักจะมึนงงและเหม่อลอย เธอมีหน้าซีดและดูผอมมาก”


    "ฉันรู้ ฉันจะติดต่อไปหาเธอ"


     เขายังคงลังเลที่จะโทรหาฮั่นชิงหวูว่าเขาปลอดภัยแต่หลังจากฟังคำเตือนของหยวนชูหลิงก็ทำให้เขานึกเรื่องนี้ได้


    หลังจากที่วางสายของหยวนชูหลิงเขาก็โทรหาหมายเลขที่โทรหาเขาถึงสิบสี่ครั้ง แม้ว่าเขายังไม่ทราบว่าเป็นใครที่โทรมาแต่เขารู้สึกได้อย่างเลือนลางว่าจะต้องเป็นฮั่นชิงหวู


    "สวัสดีค่ะ...สวัสดี" 


    หลังจากที่โทรศัพท์เชื่อมต่อแล้วมีเสียงหวานตอบรับของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชัดเจน


    หลังจากได้ยินเสียงฮั่นชิงหวู เขาก็ไม่รู้เลยว่าควรที่จะพูดอะไร


    "ถังซิ่ว นายคือถังซิ่วสินะ? นายแอบออกจากโรงเรียนไปเงียบๆ นายไม่ได้กลับบ้าน นายอยู่ที่ไหนกันแน่? ถ้าหากนายไม่สนใจตัวเองอย่างน้อยก็คิดถึงคุณแม่บ้าง..."


    สายหยุดไปชั่วคราวก่อนที่จะมีเสียงคำรามของฮั่นชิงหวูที่เต็มไปด้วยความคับข้องใจส่งกลับออกมา


    หลังจากที่ฮั่นชิงหวูรับสายเรียกเข้าทั้งๆที่ยังคงสลึมสลืออยู่ก็ทำให้เธอเพิ่งตระหนักว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เธอรีบมองที่หมายเลขโทรศัพท์ทันทีแล้วพบกับหมายเลขของเจ้าของ


    ถึงซิ่วผู้น่าสงสารรู้สึกตกใจมากจนแม้แต่หูของเขาก็ด้านชาไปหมด มันเป็นเพราะเขาเครียดจึงได้แนบโทรศัพท์เอาไว้ใกล้หูและรับฟังอย่างตั้งใจ


    เมื่อได้ยินเสียงบ่นคุ้นเคยมากมายก็ทำให้เขาไม่โกรธแต่กลับแสดงรอยยิ้มที่มีความสุขแทน แม้ว่าฮั่นชิงหวูจะโกรธและตำหนิเขาแต่ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่และความรักที่ถูกส่งออกมาพร้อมกับคำพูดของเธอนั้น ความรู้สึกแบบนี้มันถือเป็นเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกดี


    จริงๆแล้วเขาต้องการที่จะอธิบายแต่เมื่อเขาพบว่าเขาไม่มีโอกาสที่จะขัดจังหวะเธอก็ทำให้เขาปิดปากของเขาและจดจ่ออยู่กับการรับฟังอีกฝ่ายพูดบ่น


    "นี่ นายคือถังซิ่วใช่ไหม? นายพูดอะไรบ้างสิ!?"


    ฮั่นชิงหวูได้พูดบ่นออกมามานานแล้วและหลังจากที่อีกคนไม่ได้ตอบกลับมาก็ทำให้เธอตระหนักว่าเธอกำลังพูดกับตัวเองในขณะที่อีกฝ่ายไม่ได้โต้ตอบและเธอก็ได้ตระหนักอีกว่าเธอสูญเสียความเป็นตัวเองไปพร้อมกังวลว่ามันเป็นเบอร์ที่ถูกต้องหรือไม่


    เมื่อได้ยินคำพูดของฮั่นชิงหวูก็ทำให้ถังซิ่วแทบที่จะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ เขาสามารถจินตนาการได้เลยว่าฮั่นชิงหวูกำลังมีท่าทีเครียดแบบไหนบ้างในเวลานี้


    "ครูฮั่น เป็นผมเอง ผมขอโทษจริงๆ ผมยุ่งอยู่กับการเรียนตลอดเวลาดังนั้นผมจึงตั้งโทรศัพท์ไว้ในโหมดเงียบและวางไว้ที่ไหนสักแห่ง ผมไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์เลยด้วยซ้ำ"


    เขาไม่ได้หยอกย้อเธอพร้อมทั้งอธิบายอย่างอดทน


    "นาย...ทำไมนายถึงกลายเป็นคนเหลวไหลและไร้มารยาทแบบนี้กัน? นอกจากนี้นายยังกล้าที่จะข่มขู่ฉันและบอกว่านายจะย้ายโรงเรียนถ้าหากว่าจดหมายลาของนายถูกปฏิเสธ ที่นรกขุมไหนกันที่นายได้เรียนรู้พฤติกรรมแบบนี้เหรอ?"


    การฟังคำอธิบายแบบสบายๆของเขาทำให้ฮั่นชิงหวูแทบจะสำลัก เธอต้องการจะสาปแช่งเขาในตอนแรกแต่เธอนึกถึงคำพูดของซูหลิงหยุนเมื่อเธอไปเยี่ยมอีกฝ่ายก็ทำให้หัวใจของเธอใจเย็นลง


    รู้สึกถึงความนุ่มนวลและอ่อนแอจากคำพูดของฮั่นชิงหวู มันได้สัมผัสส่วนลึกที่สุดของหัวใจของถังซิ่วอย่างสุดซึ้ง


    "ครูฮั่น อย่าได้โกรธเลย คุณจะป่วยเพราะความโกรธเอาได้ อย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องนี้เลย"


    หลังจากเงียบสักครู่หนึ่ง เขาก็จงใจหยอกล้ออีกฝ่าย


    "ทำไมนายถึงไม่ไปตายเสียที!?"


    เมื่อเขาเพิ่งพูดจบ เสียงคำรามของฮั่นชิงหวูจากโทรศัพท์ก็ระเบิดออกมาและสายก็ถูกตัดไป


    "เธอยังสบายดีอยู่"


    ดูเหมือนฮั่นชิงหวูจะกลับมาเป็นปกติแล้วจึงทำให้เขารู้สึกโล่งใจและโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ล่าสุด


    "ขอโทษนะ ฉันขอถามว่าคุณคือปรมาจารย์ถังใช่หรือไม่? อาจารย์ของฉันกำลังอยู่ที่โต๊ะพนัน และเขาไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม อาจารย์ของฉันประสบปัญหาที่เกาะจิงเหมินและต้องการขอความช่วยเหลือจากปรมาจารย์ถัง ถ้าหากว่าคุณยินดี ฉันจะจัดการจองตั๋วเครื่องบินโดยทันที"


    หลังจากที่โทรศัพท์เชื่อมต่อแล้ว ผู้รับทักทายเขาอย่างสุภาพและบอกความตั้งใจของตนเอง อีกฝ่ายไม่ได้ให้เวลาถังซิ่วเพื่อถามถึงตัวตนของอีกฝ่ายแต่เป็นที่ชัดเจนว่าอีกฝ่ายได้พยายามติดต่อเขามานานแล้วและดูเหมือนจะประสบปัญหาใหญ่ไม่เช่นนั้นก็คงจะเปิดโอกาสให้เขาพูด


    "อาจารย์ของคุณคือใครกัน?"


    ถังซิ่วสงสัยว่าชายคนนั้นเข้าใจผิดแต่เขาไม่ได้วางสายโทรศัพท์ทันทีและถามแทน


    "อืม...อาจารย์ของฉันคือเจี่ยหลุยเต๋า สิบวันก่อนอาจารย์ของฉันมีเกมส์การพนันกับคุณที่ห้องอาหารหลง เมื่ออาจารย์กลับมาก็ได้เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับตัวคุณดังนั้นเราจึงทราบเกี่ยวกับคุณ อาจารย์ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเมื่อสามวันก่อน เขาอาจจะไม่ใช่แค่สูญเสียทุกอย่างแต่อาจจะต้องเสียชีวิตได้ เราต้องขอความช่วยเหลือจากปรมาจารย์ถังเพื่อช่วยเหลืออาจารย์"


    ชายคนนั้นตอบอย่างขมขื่น


    "ฉันขอโทษ ฉันคิดว่าคุณโทรหาผิดคนแล้ว แม้ว่าฉันจะได้แข่งขันการพนันกับปรมาจารย์เจี่ย แต่ทักษะการพนันของฉันไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับเขา ถ้าหากว่าปรมาจารย์เจี่ยไม่สามารถแก้ปัญหานั้นได้ ฉันก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างแน่นอน"


    หลังจากที่เขานึกถึงเรื่องราวทั้งหมดก็ได้วางสายโทรศัพท์โดยไม่ลังเล


    แม้ว่าเขาจะชนะและชื่นชมความสามารถของเจี่ยหลุยเต๋าในห้องอาหารหลงแต่เขาไม่รู้สึกว่ามิตรภาพกับเขานั้นถึงระดับที่แน่นแฟ้นมากพอแล้ว นอกจากนี้ เขาไม่ชอบเล่นการพนันและถึงขั้นเกลียดมันด้วยซ้ำ ถ้าหากว่าไม่ได้เป็นเพราะเขาต้องการเงินก็ไม่มีทางเข้าห้องพนันหรือแม้แต่สัญญาว่าจะช่วยหลงเซ้งหลินให้เล่นพนันกับเจี่ยหลุยเต๋า


    คล้ายกับเรื่องเซียนรีเทิร์น ที่คุณอ่าน