ข้าคือจักรพรรดิและข้าก็จะเป็นมันตลอดไป

    สภาเทพ 2

    ท่ามกลางกองเพลิงอันแผดเผาบนท้องฟ้าที่ลุกไหม้รอบตัวหลี่หวง ทันใดนั้น เศษกระดูกสีแดงสดก็พุ่งทะลวงผ่านกองเพลิงตรงไปที่หัวใจของหลี่หวงอย่างไม่ทันตั้งตัว แม้ว่าหลี่หวงกำลังรวมพลังเพลิงมหาศาลเอาไว้ในมือทำให้เขาขยับตัวได้ยาก แต่หลี่หวงก็สามารถหลบการโจมตีนั้นได้ทัน อย่างไรก็ตาม กระดูกสีแดงกลับทะลวงเข้าไปที่ลำตัวของหลี่หวง แต่แทนที่จะแสดงอาการเจ็บปวดใดๆ หลี่หวงกลับยังคงยิ้มอย่างเยือกเย็นราวกับไม่ได้รู้สึกอะไร

    ทันใดนั้นเอง งูสีขาวตัวหนึ่งก็เลื้อยออกจากอากาศด้วยความเร็วสูง มันพุ่งเข้าไปกัดคอของหลี่หวงอย่างรวดเร็ว เสียงของหลิงเสอผู้ซ่อนตัวอยู่ในร่างของงูขาว ตัวนั้นดังขึ้นด้วยความเย้ยหยัน

    “เจ้าช่างเป็นเด็กที่โหดเหี้ยมยิ่งนัก… เจ้าคิดจะสังหารข้าไปพร้อมกับประชาชนของเจ้าเลยงั้นเหรอ…”

    หลี่หวงยังคงยิ้มอย่างเย็นชา เขาไม่สนคำพูดเย้ยหยันนั้น เพียงรวบรวมพลังจากลูกบอลเพลิงขนาดมหึมาและหลอมรวมเข้าไปในร่างกายหลี่หวงในทันที ทำให้หลิงเสอเริ่มตื่นตระหนก หลิงเสอพยายามจะถอนเขี้ยวของเขาออกจากตัวของหลี่หวง แต่กลับพบว่ามันติดแน่นจนแทบจะไม่สามารถดึงออกได้ รวมถึงกระดูกของไป๋กู่หวังก็เช่นกัน ทุกอย่างที่โจมตีหลี่หวงต่างถูกพันธนาการด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานจากร่างของหลี่หวง

    ทันใดนั้น เปลวเพลิงอันมหาศาลระเบิดออกจากร่างของหลี่หวง แผดเผาไปทั่วทั้งฟ้า ร่างของหลิงเสอเริ่มหลอมละลายจากความร้อนมหาศาล กระดูกของไป๋กู่หวังถูกเผาไหม้จนสลายไป และเปลวเพลิงก็ลุกลามกลับไปเผาร่างของไป๋กู่หวังด้วยจากกระดูกของเขาที่ปล่อยออกมา ไป๋กู่หวังรีบตัดสินใจตัดมือตัวเองทิ้งทันทีเพื่อที่เขาจะได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุด ส่วนหลิงเสอก็ต้องจำใจสละร่างของเขาออกและลอกคราบหนีไปทันที

    เพลิงอันร้อนแรงแผ่ขยายไปทั่วจนแทบจะลุกลามไปถึงเมืองหลวง แต่กองทัพบัลลังก์ทองคำได้สร้างกำแพงวิญญาณขึ้นมาป้องกันเมืองหลวงทั้งหมดไว้ได้อย่างทันเวลาพอดี ทำให้เมืองหลวงของราชวงศ์เพลิงสวรรค์รอดพ้นจากการถูกทำลายโดยเพลิงของหลี่หวง

    ไป๋กู่หวังที่เห็นว่าไม่สามารถรับมือหลี่หวงได้ และการโจมตีของตัวไป๋กู่หวังเองก็ไร้ผลหากยังต่อสู้ต่อไปมันจะมีแต่เสียกับเสีย ไป๋กู่หวังจึงตัดสินใจพุ่งตัวลงมายังเมืองหลวง มุ่งหน้าไปยังที่คุมขังของหลี่จวิ้น หวังจะพาตัวหลี่จวิ้นหนีไป หลี่หวงที่จับตามองไปที่ไป๋กู่หวังจากบนฟ้า และแสยะยิ้มออกมาพร้อมหันไปมองอีกด้านหนึ่ง

    คลื่นงูจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานเข้าไปโจมตีใส่หลี่หวงจากทุกทิศทาง หลี่หวงรวบรวมพลังเพลิงและสร้างเปลวไฟที่มีพลังเผาไหม้มหาศาลแผ่ซ่านออกไปเผาผลาญงูเหล่านั้นจนสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปในทันที แต่ในจังหวะเดียวกันนั้น มีดสั้นเล่มหนึ่งก็พุ่งตรงมาที่ลำคอของหลี่หวงโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว แต่หลี่หวงก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว สร้างหอกเพลิงแทงสวนไปยังจุดที่มีดสั้นนั้นพุ่งมา

    มีดสั้นนั้นแทงทะลุคอของหลี่หวงทันทีแต่ในขณะเดียวกันหอกเพลิงของหลี่หวงก็ทะลุผ่านหัวใจของหลิงเสอเช่นกัน ความเจ็บปวดแสดงออกบนใบหน้าของหลิงเสอ แต่สิ่งที่ทำให้หลิงเสอตกใจยิ่งกว่าความเจ็บปวดคือแววตาและใบหน้าอันเยือกเย็นของหลี่หวงที่ไม่มีอารมณ์ใดๆ สะท้อนออกมาเลย

    ทันใดนั้น ร่างกายของหลิงเสอก็ถูกตัดออกเป็นชิ้นๆ ร่วงหล่นจากฟากฟ้า ส่วนอีกด้าน ไป๋กู่หวังก็ฉวยโอกาสที่หลี่หวงกำลังเผชิญหน้ากับหลิงเสอ เข้าไปจับตัวหลี่จวิ้นและหญิงสาวอีกสองคนได้สำเร็จและรีบหนีไปในทันที

    บนท้องฟ้าร่างของหลิงเสอที่กำลังร่วงลงมานั้นอยู่ๆ มันก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นงูนับพันตัวพุ่งโจมตีใส่หลี่หวงอย่างไม่หยุดหย่อน งูเหล่านั้นพยายามจู่โจมหลี่หวงด้วยทุกอย่างที่มันมี แต่เพลิงของหลี่หวงเผาผลาญพวกมันจนไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้ตัวของหลี่หวงด้วยซ้ำ งูนับพันตัวถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา

    แต่การโจมตีสุดท้ายของหลิงเสอกลับกลายเป็นการเปิดช่องทางให้ไป๋กู่หวังสามารถหนีออกไปได้ ในขณะที่ไป๋กู่หวังหนีไป เขาหันกลับมามองหลี่หวงเล็กน้อย และมันทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าร่างของหลี่หวงกำลังฟื้นฟูตัวเองอย่างรวดเร็ว บาดแผลจากมีดที่คอและอาการบาดเจ็บอื่นๆ ค่อยๆ หายไปจนเหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ก่อนที่ร่างกายของหลี่หวงจะกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์เช่นเดิม

    ไป๋กู่หวังคิดในใจด้วยความหวาดหวั่น “นี่มันตัวบ้าอะไรกัน…” แต่เขาไม่กล้าพอที่จะหันกลับไปสู้ต่อ เขารีบพุ่งตัวหนีหายไปทันที

    หลี่หวง ยืนมองศัตรูของเขาที่หนีไปได้ ก่อนที่เขาจะสลายหนังสือจักรพรรดิทันที และเริ่มทำอะไรบางอย่าง

    กลางป่าลึกในทวีประดับสูง ไป๋กู่หวังวางร่างของหลี่จวิ้นและหญิงสาวอีกสองคนลงอย่างระมัดระวัง หลังจากที่ไป๋กู่หวังฝ่าฟันพาพวกเขาทั้ง 3 คนออกมาได้อย่างยากลำบากจากเมืองหลวงของราชวงศ์เพลิงสวรรค์ เมื่อวางพวกเขาลงในที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว ไป๋กู่หวังก็บินหายเข้าไปในป่าทันที ครู่เดียวเขาก็จับชายคนหนึ่งที่อยู่ในป่านั้นมาได้ ก่อนจะเขียนสัญลักษณ์ประหลาดลงบนคอของชายคนนั้น

    ทันใดนั้นคอของชายคนนั้นก็ปูดบวมขึ้น ราวกับมีบางสิ่งกำลังดิ้นรนออกมาจากภายในร่าง ผ่านไปเพียงไม่นาน ร่างของหลิงเสอก็ค่อยๆ โผล่ออกมาจากปากของชายคนนั้น เมื่อไป๋กู่หวังเห็นหลิงเสอหลุดออกมาได้สำเร็จและกำลังสวมเสื้อผ้าอยู่ ไป๋กู่หวังก็บ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

    “เห็นแบบนี้ทีไร มันชวนให้ข้าอ้วกทุกที” ไป๋กู่หวังพูดพลางเบือนหน้าหนี

    หลิงเสอยิ้มเยาะและตอบกลับ “หากมันมีวิธีอื่นที่ง่ายกว่านี้ข้าคงทำไปนานแล้ว”

    ก่อนหลิงเสอจะหันมาสำรวจดูรอบๆ แล้วพูดขึ้น “แล้วหลี่จวิ้นล่ะ?”

    ไป๋กู่หวังชี้ไปยังร่างของหลี่จวิ้นที่นอนพิงอยู่ข้างต้นไม้ โดยมีหญิงสาวสองคนนอนสลบอยู่ข้างๆ หลิงเสอมองไปยังร่างของทั้งสามคนและหัวเราะเบาๆ “ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าถึงพาพวกมันออกมาได้ง่ายดายขนาดนี้”

    ไป๋กู่หวังพูดแทรกขึ้นมา “ปากเสีย… คนที่โดนกษัตริย์นักบุญระดับที่ 1 ฆ่าเนี่ยนะกล้ามาดูถูกข้า”

    หลิงเสอไม่สนใจพร้อมพูดอย่างติดตลก “ในร่างของพวกเขาทั้ง 3 คนเต็มไปด้วยแมลงพิเศษและพิษหลายพันชนิด ฝังอยู่ในจุดสำคัญมากมาย พวกแมลงและพิษเหล่านั้นแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของพวกเขาไปแล้วและแมลงเหล่านั้นถูกฝังอยู่ในจุดสำคัญที่หากฝืนดึงออกพวกเขาก็อาจจะตายไปในทันที และที่สำคัญพวกมันมีเพียงหน้าที่เดียวเท่านั้น คือการบอกตำแหน่งของพวกเขาให้เจ้าหนูนั้นรู้ และมีพิษบางตัวที่ข้าไม่รู้จักด้วยละ”

    หลิงเสอที่กำลังตรวจดูร่างของหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ก็พูดขึ้น “อ๊า… โหดเหี้ยม เด็ดขาด และรอบคอบเสียด้วย เมื่อข้าพยายามเอาตัวอย่างพิษเหล่านั้นออกมาเพื่อมาใช้เอง แต่แค่กระตุ้นมันเล็กน้อยมันก็พร้อมที่จะระเบิดออกมาแล้ว หากว่าข้าหยุดมันไม่ทันแม่หนูคนก็นี้คงตายไปแล้วสิ.. น่าสนใจจริงๆ”

    ไป๋กู่หวังพูดขึ้น “แล้วเจ้าจะทำอะไรต่อละ”

    หลิงเสอหยุดคิดสักครู่ก่อนจะหันไปพูดกับไป๋กู่หวัง “หน้าที่ของเราก็คือแค่พาหลี่จวิ้นกลับไปส่งเท่านั้น ไม่ใช่รักษาเขาเสียหน่อย มันไม่ใช่ปัญหาของเราด้วย ส่งหลี่จวิ้นคืนให้แม่ของเขาแบบนี้แหละ”

    ไป๋กู่หวังหัวเราะเบาๆ “เจ้ามันหน้าด้านและไร้ความรับผิดชอบเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนะ” หลิงเสอยิ้มและไม่ได้พูดอะไรต่อก่อนจะบินออกไป ไป๋กู่หวังรวบรวมร่างของทั้งสามคนขึ้นบนอากาศและบินตามหลิงเสอไปทันที

    คล้ายกับเรื่องข้าคือจักรพรรดิและข้าก็จะเป็นมันตลอดไป ที่คุณอ่าน