เสียงเคาะเบาลง จนแทบไม่ได้ยิน ทำให้ทุกคนที่เงียบรอฟัง แต่ก็ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา จนเสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง ก๊อกๆ คราวนี้เสียงดังมากกว่าเดิม
นายน์หันมองวีเจที่นั่งเงียบ มือของวีเจสั่นเล็กน้อย จนนายน์รีบขยับเข้าไปแนบชิดมากขึ้น แขนของเขาเผลอไผล แตะต้นขาด้วยในของวีเจ โดยไม่ได้ตั้งใจ แต่มันทำให้ทั้งสองรู้สึกถึงััที่อบอุ่น มั่นคง ปนสยิวขนลุกในเวลาเดียวกัน
“มันอาจจะเป็แค่ลมก็ได้”
นายน์กระซิบเบาๆ ให้วีเจได้ยินเท่านั้น แต่ทันทีที่นายน์พูดจบ เสียงเคาะก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังต่อเนื่อง จนวีเจสะดุ้ง และหันมองหน้านายน์อย่างหวาดกลัว ทำให้นายน์รีบจับกุมมือวีเจเอาไว้แน่น เพื่อสื่อสารถึงการปกป้องและปลอดภัย
แม้ทุกคนในห้องจะอยู่ในอาการหวาดกลัว รู้สึกตื่นเต้นเป็ทวี ยิ่งเวลานี้แสงไฟในห้องค่อยๆ หรี่แสงลง จริงอยู่อาจเป็ความจงใจของตูนและทีมงาน แต่ว่าบรรยากาศตอนนี้ มันวังเวงน่ากลัวเหมือนมีอยู่จริง จนทุกคนแยกไม่ออก
ท่ามกลางความตื่นเต้นเื่หลอนๆ หัวใจของนายน์และวีเจกับเริ่มเต้นแรงขึ้น ทั้งความกลัว และความรู้สึกบางอย่าง ที่พวกเขาไม่เคยเปิดเผยมาก่อน ความกลัวที่ปะปนกับความรู้สึกอบอุ่น เริ่มก่อตัวขึ้นในใจทั้งสอง ราวกับนัดกัน
แป๋บๆ อยู่ๆ ไฟในห้องก็เริ่มกะพริบเป็จังหวะเหมือนมีปัญหา ทำให้ทุกคนขยับตัวเลิ่กลั่กอย่างรู้สึกไม่ปลอดภัย
แต่สำหรับนายน์และวีเจ ความรู้สึกของทั้งสองเริ่มชัดเจนมากขึ้น นายน์รู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดกับวีเจที่มากยิ่งกว่า และหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่ได้ััลมหายใจอุ่นของวีเจ
ความกลัวในบรรยากาศไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอยู่ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนมีบางสิ่งกำลังพยายามจะเข้ามาในห้อง
"ไม่ต้องกลัวนะ เขาแค่สร้างบรรยากาศ”
นายน์กระซิบด้วยเสียงเบา ที่ข้างใบหูของวีเจ แต่มันส่งผลให้คนฟังถึงกับขนลุกซู่ เพราะความสยิวปะปนบรรยากาศที่น่าตื่นเต้นในเวลานี้
ก่อนที่วีเจจะมองใบหน้านายน์ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกลัว แต่ก็มีความหวังอยู่ในนั้น
เร็วกว่าความคิดอื่นใด นายน์โน้มใบหน้าที่อยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่เข้ามาใกล้วีเจ ปลายจมูกของพวกเขาแทบจะัักัน
ขณะที่หัวใจของนายน์เต้นแรงอย่างชัดเจน เขารู้ว่าในตอนนี้เขาไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกที่มีต่อวีเจได้อีกต่อไป
ใบหน้าคมค่อยๆ กดริมฝีปากอุ่นจูบลงอวัยวะเดียวกันของวีเจอย่างลึกซึ้งและร้อนแรง จนวีเจใเล็กน้อย แต่ก็ไม่ปฏิเสธ
เปลือกตาสีมุกของวีเจค่อยๆ ปิดลง เพื่อรับรสจูบของอีกฝ่าย แต่หารู้ไม่ว่ามันเป็วิธีการแก้ปัญหาของนายน์ ที่ไม่อยากเห็นวีเจอยู่ในอาการหวาดกลัว
“จุ๊บ..” ทั้งสองจูบกันอย่างเร่าร้อน ในขณะที่ความหลอนรอบๆ ตัวทำให้ทุกััชัดเจนยิ่งขึ้น
ความรู้สึกของนายน์และวีเจที่ถูกกักไว้ เริ่มะเิออกมาในรสจูบที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยความปรารถนา ความกลัวที่เคยครอบงำถูกแทนที่ด้วยความซาบซ่านลึกซึ้ง
“จุ๊บ..”
พวกเขาไม่สนใจเพื่อนๆ ที่ต่างนั่งกอดกันกลมเป็คู่ๆ อยู่ในห้องด้วยความกลัว เพราะเวลานี้ไฟในห้องดับมืดลง แต่วีเจกลับไม่รู้ เพราะมัวแต่หลับตาดื่มด่ำกับรสจูบของนายน์ที่ส่งมอบให้ แม้เสียงหวีดร้องของเพื่อนๆ ที่ดังอยู่ก็ไม่ได้สนใจ
ฝ่ามือใหญ่ของนายน์ขยับลูบไล้ อาศัยความมืดลูบคลำจับต้องเนื้ออุ่นของวีเจอย่างเอาเปรียบ ขณะที่ริมฝีปากนิ่มยังขยับจูบเนิบนาบ นำพาความซาบซ่าน มอบให้แทนความรู้สึกที่เขามี
ขณะที่วีเจกลับเคลิบเคลิ้มเกินกว่าที่หวัง พลันอธิษฐานถึงดวงิญญาหากมีจริง ช่วยประวิงเวลาให้เนิ่นนาน มากกว่านี้ เพื่อที่เขาจะได้ชิดใกล้กับคนที่แอบปลื้มมานาน
“อื้อ…”
ริมฝีปากของนายน์ขยับดูดดึงริมฝีปากของวีเจเนิบนาบ จนไม่รู้ว่าจะจบสิ้นอย่างไร ส่วนมือก็วาดไหวลวงเข้าไปในเสื้อจนนิ้วมือแข็งขยับลูบไล้หัวนมแข็ง ส่งผลให้วีเจขยับกายโยกเบาๆ ด้วยความเสียว
แต่เขาคงลืมไปแล้วว่า เวลานี้ ได้ทิ้งกายนั่งอยู่บนตักของนายน์ คล้ายท่าร่วมรักที่เรียกว่า ขย่มอาชา ทุกๆ จังหวะที่เขาขยับโยกอยู่นั้น มันกำลังทำให้เอ็นกายของพวกเขา ที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เป้ากางเกง ตื่นตัวทักทายกันและกันอย่างไม่รู้ตัว
“อื้อ~~”
วีเจตัดสินใจ หยุดริมฝีปากที่ขยับจูบโต้ตอบนายน์ เพราะร่างกายของเขากำลัง้ามากกว่า
ขณะที่นายน์สูดลมหายใจเฮือกใหญ่อย่างขัดใจ ต่อให้ทุกอย่างหยุดลง แต่มือและใบหน้าที่ชิดใกล้ยังคงค้างอยู่อย่างนั้น ประหนึ่งบอกให้อีกคนได้รู้ว่าเขาก็้าเช่นกัน
และมันช่างเป็อะไรที่ดีและเสียดายยิ่ง สายตาของนายน์สื่อสาร อย่างที่วีเจก็รับรู้ และเขาเองก็โต้ตอบด้วยสายตา ว่าเวลานี้เป็ไปไม่ได้
ท่ามกลางความมืดมิดอยู่นานหลายนาที ในที่สุดไฟก็สว่างขึ้น ทำให้วีเจรีบยกตัวออกจากตักของนายน์ ด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าว
ความหลอนที่กินเวลานาน ทำให้ทุกคนเริ่มสงสัยว่ามันอาจจะเป็การแกล้งของใครบางคน จนบีดีดตัวลุกขึ้นด้วยความกล้าหาญ
“ใครวะ!”
เธอกระทืบเท้าเดินไปยังประตู ยกมือที่สั่นเล็กน้อย ทั้งที่หัวใจเต้นตึกตัก แต่เธอก็กัดฟันและหลับตาลง แล้วรีบเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู โดยจังหวะนั้นเธอก็กลั้นลมหายใจเอาไว้ เพราะความกลัว
แกร๊ก..
เมื่อเธอเปิดประตูออก ทุกคนต่างมองตาม ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง และความกังวลในเวลาเดียวกัน จนบางคนหยุดหายใจไปชั่วขณะ
เพียงประตูเปิดออก เพื่อนๆ ทีมงานของตูน ก็ยืนหัวเราะขำขัน ด้วยความสนุกสนาน ในมือพวกเขาถืออุปกรณ์ ที่ใช้ในการสร้างสรรค์ ความหลอนของคืนนี้อย่างเฉลย พร้ะโกนเสียงดัง
“สุขสันต์คืนฮาโลวีน”
“ตื่นเต้นล่ะสิ! ฮาโลวีนปีสุดท้ายต้องได้แบบนี้สิวะ!”
ตูนส่งเสียงชื่นชมทีมงาน ที่สร้างบรรยากาศสุดตื่นเต้น จนบางจังหวะเขาเองยังขนลุก เพราะห้องนี้อยู่ชั้นสองของตึก เป็ไปไม่ได้เลยที่ทีมงานจะทำให้หน้าต่างขยับเปิดในหลายๆ ครั้ง ซึ่งมันน่าแปลกใจอยู่ไม่น้อย
“เชี่ย!โคตรน่ากลัวเลยพวกมึง..กูเหยี่ยวแทบราด” บีส่งเสียงต่อว่า
“ฮาๆๆ ..วู้ๆๆ ..”
เสียงหัวเราะของพวกเขาทำให้ทุกคนในห้องโล่ง รีบถอนลมหายใจเฮือกใหญ่ แต่สำหรับนายน์และวีเจ คืนนี้ไม่ใช่แค่การเล่นสนุกตื่นเต้นในเื่หลอนๆ แต่ความรู้สึกที่ถูกเปิดเผยใน่เวลาที่ตึงเครียด กลายเป็จุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์
พวกเขาแอบมองกันในจังหวะเดินออกจากห้อง แกล้งทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกินขึ้นระหว่างพวกเขา แต่ในหัวใจยังตื่นเต้นกับรสจูบไม่จางหาย
“เป็ไงมึง..คืนนี้กูเล่าได้หลอนไหมวะ!”
ตูนกำลังเดินออกจากห้อง หันกลับมาถามเพื่อนๆ ที่เดินตามเขา แต่จังหวะนั้น สายตากลับมองลอดผ่าน ไปยังผนังห้องข้างหน้าต่าง ดูเหมือนกับว่ามีเงาอะไรบางอย่าง กำลังยืนจ้องมองมายังทุกคน
จนทำให้ตูนรีบหันกลับ แล้วสาวเท้าเดินนำเพื่อนๆ ด้วยหัวใจที่เต้นสั่นพลันคิดในใจ เจอดีเข้าให้แล้ว
“อะ..อ่าวไอ้ตูน..ไม่ต้องเนียนแกล้งพวกกูเลยมึง”
บีะโต่อว่าตามหลัง เพราะเธอเข้าใจว่าตูนกำลังแกล้งทำเป็เห็นผีที่อยู่ในห้อง เพียงกลั่นแกล้งหยอกเล่นเพื่อนๆ ไม่ยอมเลิก