ตอนที่ 11
ทุกสายตาจับจ้องไปบนตัวอักษรสีน้ำเงินอันโดดเด่นที่แสดงชื่อของ เอเลียส วาฮ์โอเลียน อยู่บนหน้าจอมอนิเตอร์
ชั่วอึดใจเดียวเสียงโห่ร้องให้กับชัยชนะของกลุ่มผู้ชายหลังห้องก็ดังก้องไปทั่วทั้งสารทิศ พาให้หนุ่มสาวในห้องต่างก็ส่งเสียงเชียร์กันอย่างยินดีตามไปด้วย
“ยินดีด้วยนะ!” ฟรานเชสก้าะโมาจากแถวสอง ขณะที่กลุ่มสาวๆ ต่างก็โปรยกระดาษที่พวกเธออุตส่าห์ตัดเอาไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะไปทั่วห้อง ซึ่งเป็ภาพของการฉลองชัยชนะอันสามัคคีเป็ที่สุด
“ยินดีด้วยนะพวก!” หนุ่มๆ หลังห้องะโเสียงแหบพร้อมทั้งส่งยิ้มกว้างที่เต็มไปด้วยยินดีมาให้พวกเขา
“ต่อไปต้องเรียกนายว่า ท่านประธานแล้วสิ” โซฟี่หันมาเอ่ยแซวเพื่อนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ เชอร์ริชด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยยินดีไม่แพ้กัน
“ดีใจด้วยนะท่านประธาน~” ไมกี้หันมาแสดงความยินดีให้เพื่อนตัวน้อยผู้งดงามโดยไม่วายที่จะผิวปากอย่างอารมณ์ดี
“ดีใจด้วยนะเอเลียส” เชอร์ริชหันมาเอ่ยกับคนงามที่นั่งอึ้งอยู่ข้างกัน โดยไม่วายที่จะส่งยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจอันเจิดจ้า พาให้เอเลียสตาพร่าไปชั่วขณะ
เอเลียสคลี่ยิ้มอันงดงามให้คนน่ารักที่กุมมือเขาอยู่ ขณะที่ดวงตาสีดำคู่งามมองไปยังใบหน้าที่ชวนให้ใจสั่นไหวของอีกฝ่ายด้วยสายตาอันเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
“อืม” สุ้มเสียงอันทุ้มนุ่มของเอเลียส ทำให้เชอร์ริชอดที่จะรวบอีกฝ่ายมากอดด้วยความยินดีให้กับชัยชนะในครั้งนี้ไม่ได้
ััอันอบอุ่น ทำให้เอเลียสกระตุกยิ้มกว้างออกมาด้วยความเบิกบาน ขณะที่กลุ่มขนตาสีดำอันเงางามเคลื่อนมาบดบังประกายอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขใจราวกับว่า ชายหนุ่มพึ่งได้รับรางวัลใหญ่อย่างไรอย่างนั้น
ภายในห้องอาหารที่ตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์บาโรกสีม่วงอันมืดมิด แสงไฟสีขาวอมน้ำเงินจากโคมระย้าทรงผลึกน้ำแข็งส่องแสงลงมาบนโต๊ะอาหารตัวยาวที่สองแม่ลูกกำลังทานมื้อค่ำกันอยู่
“ฉันได้ยินว่าแกได้รับเลือกเป็ประธานรุ่นงั้นเหรอ?” เนื้อสันในชั้นดีสีแดงอันชุ่มฉ่ำถูกหั่นด้วยมีดรับประทานอาหารอันคมกริบ ขณะที่ริมฝีปากได้รูปของอีฟเอ่ยถามลูกชายคนเดียวด้วยสุ้มเสียงอันแหลมสูง
เอเลียสหลุบตามองชิ้นเนื้อบนจาน กลุ่มขนตาเคลื่อนมาบดบังดวงตาสีดำคู่งาม ขณะที่ฝ่ามือสีขาวนวลยังคงหั่นเนื้อในจานราวกับว่า เขาไม่ใคร่จะสนใจเื่ผลการโหวตเท่าไหร่นัก
…ทันใดนั้นใบหน้าของใครบางคนที่โถมตัวเข้ามากอดก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
“ครับแม่” ชายหนุ่มขานรับเสียงเรียบไปตามหน้าที่ ขณะที่ในดวงตาของเขาพลันมีประกายของความนุ่มนวลปรากฏขึ้นมา เมื่อนึกถึงใบหน้าที่เต็มไปด้วยรัศมีของความยินดีอันเจิดจ้าของคนน่ารัก
“ก็ดี ไอ้พวกบ้านนั้นมันจะได้เลิกดูถูกแกสักที!” อีฟยิ้มเยาะ เธอเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ แล้วคว้าไวน์มาจิบด้วยความพอใจ
“...” เอเลียสถอนหายใจออกมาอย่างเงียบงัน ชายหนุ่มจิ้มเนื้อเข้าปากด้วยสีหน้าอันราบเรียบไร้ซึ่งความยินดีใดๆ
…ขณะที่ดวงตาคู่งามภายใต้กลุ่มขนตาสีดำนั้น มีประกายของความเหนื่อยหน่ายระคนหนักใจเจืออยู่ลับๆ
“แกทำดีมาก แล้วก็อย่าลืมล่ะว่า สิ้นเดือนนี้แกต้องไปดินเนอร์ที่บ้านนั้น”
อีฟไม่ใคร่จะสนใจท่าทีของลูกชายเท่าไหร่นัก เธอกลืนไวน์รสเลิศลงท้อง แล้วเริ่มบงการชายหนุ่มด้วยสุ้มเสียงอันแหลมสูงที่เต็มไปด้วยประกายของความร้ายกาจเหมือนอย่างเคย
“ครับ?” เอเลียสทวนถามด้วยสุ้มเสียงที่เชิดสูงขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีดำราวกับท้องนภายามราตรีมองผู้เป็แม่ด้วยสายตามึนงงราวกับชายหนุ่มไม่รู้ว่า ทำไมอีกฝ่ายจึง้าให้เขาไปร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัวของ ‘พ่อ’
อีฟหรี่ตามองลูกชายด้วยสายตาอันคมกริบ เธอถอนหายใจให้กับความหัวทึบของชายหนุ่มที่มีดีแค่หน้าตาด้วยความรู้สึกขัดใจ
ทำไมลูกชายที่เธอเลี้ยงมากับมือถึงได้หัวช้าแบบนี้กัน!!!
“ครบรอบวันตายของนังนั่นไม่ใช่เหรอ แกก็ต้องไปร่วมแสดงความเสียใจ ในฐานะลูกชายคนเล็กของพ่อน่ะสิ!” อีฟหมุนแก้วไวน์ในมือพลางอธิบายให้ลูกชายหัวขี้เลื่อยฟังอย่างใจเย็นด้วยสุ้มเสียงอันแหลมสูง
การที่เธอไม่ด่าว่าเอเลียสแรงๆ อาจเป็เพราะว่า อีกฝ่ายยังพอมีผลงานติดตัวอยู่บ้างกระมัง
“...ครับ”
เอเลียสได้แต่ลอบระบายลมหายใจออกมาอย่างเงียบงัน ชายหนุ่มขานรับผู้เป็แม่ด้วยสุ้มเสียงอันราบเรียบ ขณะที่ฝ่ามือของเขาเริ่มลงมือหั่นเนื้อบนจานอีกครั้งด้วยท่าทางอันสงบนิ่ง
“อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ” อีฟจิกตามองลูกชายเล็กน้อยพลางเอ่ยกำชับด้วยสุ้มเสียงอันจริงจัง
หลังจากมื้อเย็นอันน่าอึดอัดจบลง เอเลียสที่นั่งหย่อนขาอยู่บนโซฟาสีดำสนิทก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ชายหนุ่มเลื่อนหารายชื่อของใครบางคน จากนั้นก็กดปุ่มคอลหาทันที
“ทำอะไรอยู่หรอ?” ทันทีที่อีกฝ่ายกดรับ ดวงตาอันไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ พลันเปล่งประกายอบอุ่นออกมา ขณะที่สุ้มเสียงที่เคยราบเรียบก็เปลี่ยนเป็นุ่มนวลตามไปด้วย
‘งืม กำลังช่วยแม่ทำมื้อเย็นอ่ะ’ คนน่ารักตอบกลับมาด้วยสุ้มเสียงอันสดใสโดยมีเสียงของเนื้อที่ทอดอยู่ในน้ำมันร้อนๆ ดังลอดผ่านสายเข้ามา พาให้ชายหนุ่มผู้งดงามคลี่ยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดู
“อยากลองชิมจัง” แม้ว่าจะไม่ได้เปิดกล้องคุยกัน แต่เอเลียสก็ยังเอ่ยด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม เฉกเช่นเดียวกับสุ้มเสียงอันไพเราะที่มีความสุขเจืออยู่อย่างชัดเจน ขณะที่ในหัวของเขาก็เอาแต่นึกถึงรสชาติของอาหารเ่าั้
‘ได้สิ เดี๋ยววันไหนว่างจะลองทำไปให้ชิม ไว้จะทำเผื่อโซฟี่กับไมกี้ด้วย’ สุ้มเสียงอันกระตือรือร้นของเชอร์ริช ทำให้กลุ่มขนตาสีดำอันงดงามเคลื่อนต่ำลงเล็กน้อย รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าอันงดงามจืดจางลงนิดหน่อยเมื่อนึกถึง ‘เพื่อนร่วมกลุ่ม’
เอเลียสไม่ได้มีความขุ่นเคืองกับตัวแถมทั้งสอง เขาแค่้าเก็บโมเมนต์ดีๆ ไว้กับคนน่ารักแค่สองคนเท่านั้น
“ให้ฉันลองก่อนก็ได้ จะได้ช่วยดูด้วยว่า ถูกปากพวกเขาไหม” ชายหนุ่มผู้งดงามโน้มน้าวเสียงนุ่ม เพื่อให้คนน่ารักรับรู้ถึงความหวังดีอันสุดแสนจะบริสุทธิ์ใจของเขา
‘ได้อยู่แล้ว!’ สุ้มเสียงอันสดใสที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นขานรับกลับมาแทบจะทันที ทำให้ชายหนุ่มยิ้มกว้างออกมาด้วยความพึงใจ
ทั้งสองคุยกันอีกสองสามคำ จากนั้นเชอร์ริชที่กำลังวุ่นอยู่ในครัวจึงวางสายไป เอเลียสเพียงแค่หลุบตามองชื่อของคนน่ารักที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสายตาอันมีความสุขอยู่พักใหญ่ จากนั้นเขาก็วางโทรศัพท์ลงข้างตัวแล้วก้าวไปหยิบกระปุกยาสีขาวจากโต๊ะกระจกขนาดเล็กที่อยู่ถัดจากประตู
ชายหนุ่มเพียงแค่เปิดฝา แล้วนำเม็ดยาขนาดเล็กขึ้นมาส่องดูอย่างเหม่อลอยด้วยสายตาอันลุ่มลึก
มันก็แปลกที่เขาเกลียดเ้าสิ่งนี้ แต่กลับต้องก้มหน้าก้มตากินมันอยู่ทุกวัน
ชั่วอึดใจต่อมา เอเลียสจึงนำเ้าสิ่งที่เขาเกลียดเข้าปาก จากนั้นชายหนุ่มผู้งดงามก็หยิบขวดน้ำที่แม่บ้านเตรียมให้ทุกวัน ซึ่งวางอยู่ข้างกับกระปุกยาขึ้นมาดื่มด้วยสีหน้าอันราบเรียบที่ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ
หลายวันต่อมา
เชอร์ริชตื่นขึ้นมาใน่เช้าของวันที่อากาศแจ่มใสพร้อมกับความใเล็กน้อย เมื่อพบว่าหน้าของตนถูกแปะอยู่บนเพจของคณะในฐานะตัวแทนเข้าชิงตำแหน่งพรินซ์ของมหาวิทยาลัยข้างกับหนุ่มสาวหน้าตาโดดเด่นคู่หนึ่งที่เป็ตัวแทนเข้าชิงตำแหน่งคิงกับควีน
ภาพเบื้องหน้าทำให้ชายหนุ่มแข็งค้างไปชั่วครู่เพราะมันเหมือนกับภาพเหตุการณ์ในความฝันนั่นไม่ผิดเพี้ยน!
“ทำไมคณะเราไม่เปิดโหวตตัวแทนไปแข่งพรินซ์อ่ะ?”
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องเรียน เชอร์ริชก็เดินไปหยุดถามฟรานเชสก้าทันที โดยมีเอเลียสที่มองมาด้วยสายตาเป็กังวลระคนห่วงใย
“ไม่ล่ะ อันนี้มติเอกฉันท์ นี่เป็เพราะยอดวิวหาเสียงให้เอเลียสทะลุแสนของนายเลยนะ เพราะงั้นฉันกับคณะกรรมการชั้นปีเลยลงความเห็นกันว่า ให้นายลงแข่งเลย” ฟรานเชสก้าเอียงคอพลางเอ่ยด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจว่า คณะบริหารธุรกิจจะคว้าตำแหน่งพรินซ์ประจำปีนี้มาครอง
ขณะที่ตัวแทนเข้าชิงตำแหน่งคิงกับควีนจะต้องผ่านการโหวตเหมือนกับทุกปี แต่สำหรับตัวแทนเข้าชิงตำแหน่งพรินซ์ในปีนี้ ทางคณะกรรมการและเพื่อนร่วมคณะเกินครึ่งต่างก็มองเห็นศักยภาพของเชอร์ริช พวกเขาจึงนำชื่อของชายหนุ่มขึ้นเพจคณะในฐานะผู้เข้าชิงตำแหน่งพรินซ์ ท่ามกลางการคัดค้านของประธานรุ่นผู้งดงาม
“เป็งั้นไป!” เชอร์ริชได้แต่รำพันเสียงอ่อย แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยติดใจเท่าไหร่เนื่องจากสมัยมัธยมก็มักจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อยู่บ่อยๆ
“คนป๊อปก็แบบนี้แหล่ะน้า” โจเอ่ยเย้าด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มขี้เล่น พาให้เชอร์ริชต้องยู่หน้าเมื่อถูกแหย่แต่เช้า
“แล้วประกวดกันวันไหนล่ะ ฉันจะได้ช่วยหมอนี่แต่งตัว” โซฟี่ที่เป็คนดูดรูปจากแอคเคานต์ของเพื่อนผู้น่ารักส่งให้ฟรานเชสก้าเองกับมือ ก้าวมากอดคอเชอร์ริชพลางเอ่ยถามฟรานเชสก้าไปด้วย
“ถ้าเธอรับปากฉันก็วางใจ งานประกวดจะจัดสิ้นเดือนนี้” ฟรานเชสก้าพยักหน้าเบาๆ เธอเอ่ยกับสาวฮ็อตประจำห้องด้วยสุ้มเสียงอันผ่อนคลาย
เมื่อตกลงกันเสร็จแล้วโซฟี่จึงพาเพื่อนตัวน้อยผู้น่ารักกลับมารวมกลุ่ม ขณะที่เชอร์ริชหย่อนก้นนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ คนงามนั้น เอเลียสก็เลื่อนสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดมาสบสายตาเขาทันที
“ขอโทษนะที่ห้ามพวกเขาไม่ได้” ฝ่ามืองามเคลื่อนมาััท่อนแขนของเชอร์ริชอย่างแ่เบา เช่นเดียวกับสุ้มเสียงอ่อยๆ ที่เปล่งออกมาเบาๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอันน่าเวทนา
“ฉันรู้ว่านายทำสุดความสามารถแล้ว อย่าคิดมากเลยนะเอเลียส อีกอย่างพวกงานกิจกรรมแบบนี้น่ะ ฉันถนัดสุดๆ ไปเลยล่ะ” เชอร์ริชส่ายหัวเบาๆ
เขาเคลื่อนฝ่ามือมาััหลังมือของคนงามเป็การปลอบขวัญพลางปลอบใจอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มอันสดใส
เย็นวันนั้นหลังจากอาจารย์ยอมปล่อยพวกเขาให้เป็อิสระแล้ว ฟรานเชสก้าก็ก้าวมายืนอยู่หน้าห้องด้วยสีหน้าอันเคร่งขรึม
“อย่าลืมนะทุกคน ไม่ว่าพวกนายจะชอบใครก็ช่าง แต่จำไว้ว่าต้องโหวตให้คณะเรา” สุ้มเสียงอันทรงพลังของหญิงสาว ทำให้ไมกี้ถึงกับผิวปากแซว
“ไม่ต้องห่วงนะฟรานเชสก้าเดี๋ยวฉันจะบอกสาวๆ ของฉันให้สนับสนุนคณะเราเอง” ไมกี้ขยิบตาเอ่ยแซวหัวหน้าห้องอย่างทะเล้น พาให้สาวๆ ในห้องต่างก็โห่ใส่เ้าหนุ่มจอมเ้าชู้ทันที
“ดีมาก” ฟรานเชสก้าพยักหน้างึกงักด้วยสีหน้าอันพึงพอใจ จากนั้นเธอก็เดินยิ้มกว้างกลับไปเก็บข้าวของที่วางอยู่บนโต๊ะเรียนของตัวเอง
“เดี๋ยวฉันโหวตให้นายเอง” ขณะที่เชอร์ริชเอียงคอมองฟรานเชสก้าผู้รักและบูชาคณะอย่างกับอะไรดีอยู่นั้น เอเลียสก็หันมาเอ่ยเสียงนุ่มด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มจริงใจอันงดงาม พาให้เชอร์ริชใจละลายด้วยความเอ็นดู
“งืม ขอบใจนะเอเลียส” เชอร์ริชได้แต่เอ่ยขอบคุณโดยไม่วายที่จะส่งยิ้มอันน่ารักน่าชังให้อีกฝ่ายไปด้วย
ขณะที่สองหนุ่มกำลังคุยกันอยู่นั้น กลุ่มของแอชลี่ย์ที่เก็บของกันเสร็จแล้วก็เดินมุ่งตรงไปยังประตูด้วยท่าทางไม่ยี่หระพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
“นี่แอชลี่ย์ รอบนี้กลุ่มของเธอต้องโหวตให้เรานะ” เมื่อพวกเธอเดินผ่านกลุ่มของฟรานเชสก้า หัวหน้าห้องสาวก็รีบเอ่ยเสียงขึงไล่หลังทันที
“เฮอะ ฝันไปเถอะย่ะ!” แอชลี่ย์หันกลับมาเอ่ยปัดเสียงสูงด้วยท่าทางอันเย่อหยิ่งในแบบฉบับของลูกคุณหนู ขณะที่สองขายังคงก้าวไปข้างหน้าโดยที่เธอไม่คิดจะรั้งอยู่สนทนากับหัวหน้าต่อเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“ยัยคนหัวแข็ง!” ฟรานเชสก้าที่ปกติก็ไม่ใช่คนใจเย็นอยู่แล้วเอ่ยเสียงต่ำอย่างเคืองๆ ขณะที่ดวงตาของเธอมองไปยังยัยลูกคุณหนูด้วยความไม่พอใจ พาให้นาน่าต้องรีบลูบแขนเพื่อนรักให้ใจเย็นลง
“ไม่เอาน่าเธอต้องชินได้แล้วนะฟรานเชสก้า แอชลี่ย์ เขาก็เป็คนแบบนั้นแหล่ะ อย่าไปคิดมากเลย” นาน่าถอนหายใจพลางเอ่ยให้เพื่อนรักอารมณ์เย็นลงด้วยสุ้มเสียงหวานๆ ที่ทำให้ฟรานเชสก้าใจเย็นขึ้นเล็กน้อย มีเพียงโจที่ได้แต่ส่ายหัวให้กับความหัวร้อนของหญิงแกร่งประจำกลุ่ม
ชั่วเวลานี้หน้าฟีดของแต่ละคนต่างก็แสดงภาพโปรโมตตัวแทนจากคณะต่างๆ ขณะที่ตามจอประชาสัมพันธ์ของอาคารเรียน แสดงภาพชายหญิงหน้าตาโดดเด่นที่เป็ผู้เข้าชิงตำแหน่งคิง ควีน แอนด์ พรินซ์
เนื่องจากการแข่งขันนี้จะจัดขึ้นใน่สิ้นเดือน ทำให้แต่ละคณะต่างก็แข่งกันโปรโมตตัวแทนคณะของตนกันอย่างดุเดือด จนถึงวันสุดท้ายก่อนการประกวดคิง ควีน แอนด์ พรินซ์ ของมหาลัยนอร์ตัน
“คืนพรุ่งนี้นายจะมาเชียร์ฉันใช่ไหมอ่ะ?”
เชอร์ริชหันมาถามคนงามที่นั่งกินสมูทตี้อยู่ข้างกันโดยไม่วายที่จะกะพริบตาปิ๊งๆ ให้อีกฝ่ายด้วย
เนื่องจากพวกเขาเป็เพื่อนกันมาได้เกือบเดือนแล้ว จึงทำให้เชอร์ริชสนิทกับเอเลียสมากพอที่จะเผยนิสัยเด็กๆ ออกมา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือนิสัยขี้อ้อนตามประสาคนที่ถูกสปอยด์มาั้แ่เล็ก
“ต้องไปอยู่แล้วสิ” กลุ่มขนตาสีดำเคลื่อนลงมาบดบังดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายอันอบอุ่น ฝ่ามือคู่งามเคลื่อนไปลูบหัวคนน่ารักเบาๆ แล้วขานรับด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
“นึกว่านายจะเสนอหน้ามาร่วมมื้อค่ำที่บ้านฉันซะอีก!” แอชลี่ย์ที่บังเอิญมากินสมูทตี้เ้าดังเหมือนกันหันมาหรี่ตาเอ่ยถากถางเอเลียสเสียงสูงด้วยสีหน้าไม่เป็มิตรเหมือนเดิม ขณะที่เพื่อนร่วมกลุ่มของเธอกำลังนั่งชิลเล่นโทรศัพท์กันอยู่
“...” เอเลียสไม่ตอบอะไรกลับไป เขาเพียงแค่ส่งยิ้มละมุนให้เชอร์ริชต่อไปพลางปัดกลุ่มผมสีบลอนด์สว่างของคนน่ารักที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันไปด้วย
…หากจะเอ่ยว่า เขาไม่ใส่ใจถ้อยคำเ่าั้ของแอชลี่ย์เลยก็ไม่นับว่าผิดนัก
“เมื่อไหร่เธอจะเลิกแดกดันเขาสักทีอ่ะ” เชอร์ริชหันไปถลึงตาใส่แอชลี่ย์หนึ่งที โดยไม่วายที่จะสวนกลับไปเสียงขุ่นอย่างไม่พอใจตามประสาคนรักเพื่อน โดยมีฝ่ามือคู่งามตบศีรษะของเขาอย่างแ่เบาเป็เชิงให้ชายหนุ่มใจเย็น
“ก็จนกว่าหมอนี่กับยัยดาราตกกระป๋องนั่น จะเลิกมายุ่งกับครอบครัวของฉันไงล่ะ ทำใจไว้เถอะเชอร์ริช เพราะนายน่ะไม่ได้รู้ไปทุกเื่หรอก!” แอชลี่ย์กอดอก แล้วถลึงตากลับมาพลางเอ่ยเสียงสูงด้วยใบหน้ากวนประสาท จากนั้นเธอก็กลอกตาใส่เอเลียสหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้
“ถึงยังไงเธอก็น่าจะคุยกับเขาดีๆ บ้าง” เชอร์ริชเอ่ยเสียงขุ่นอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน ทำให้เอเลียสได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเสียไม่ได้ ขณะที่ใบหน้างามยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มเอ็นดูคนน่ารัก
…ภายในดวงตาสีดำคู่งามมีความสุขใจฉายชัดอยู่เพียงเพราะได้รับการปกป้องจากคนน่ารัก
“เฮอะ! ฉันจะคุยกับนายดีๆ ก็ต่อเมื่อนายเลิกคิดว่า ตัวเองเป็ วาฮ์โอเลียน สักที บาย” แอชลี่ย์หันมาจิกไอ้คนน่ารังเกียจที่นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างๆ เชอร์ริชหนึ่งที จากนั้นจึงหันกลับไปดูดสมูทตี้ของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะเป็การปิดบทสนทนา
เอเลียสเพียงแค่ส่ายหัวเบาๆ ชายหนุ่มมองั์ตาสีเขียวสดใสที่มีคลื่นอารมณ์ปะทุอยู่ แล้วหยิบมาการองสีฟ้าพาสเทลไปหยุดอยู่ใกล้ๆ ริมฝีปากสีแดงเรื่ออันน่าจุ๊บของอีกฝ่ายอย่างเอาอกเอาใจ พาให้เชอร์ริชยู่หน้าด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย จากนั้นก็กัดมาการองที่ชายหนุ่มยื่นค้างเอาไว้ไปตามสัญชาตญาณของคนที่ถูกสปอยด์มาั้แ่เล็ก ท่ามกลางรอยยิ้มละมุนที่ซ่อนประกายของความหวานล้ำไว้เื้ัใบหน้าอันงดงาม