บทที่ 19 เหล่าเหลียวไปแล้ว
ภายในห้องฉุกเฉิน
หานชิงอวี่ยังคงยุ่งอยู่กับงานที่อยู่ในมือ เขาไม่รู้อะไรเลยสักนิดเกี่ยวกับบทสนทนาระหว่างคู่สามีภรรยาที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานที่อยู่ข้างนอก
ตอนนี้เขาแค่อยากจะรีบจัดเรียงเวชระเบียนในมือ
สำหรับคำถามแปลก ๆ ที่คุณลุงคุณป้าถามเมื่อกี้ เขาจึงไม่ได้เอามาใส่ใจเลย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา และล่วงเลยมาจนถึงบ่าย
ในที่สุดหานชิงอวี่ก็บิดี้เี แล้วลุกขึ้นจากโต๊ะนั่งในห้องฉุกเฉิน
เมื่อกี้มีคนไข้เข้ามาบ้างแต่ก็ถือว่าไม่มากจนเกินไป ส่วนใหญ่จึงปล่อยให้เพื่อนร่วมงานจัดการ
ตอนนี้ในที่สุดเขาก็สามารถได้พักสักหน่อยแล้ว
หลังจากเก็บข้าวของตัวเองเสร็จแล้ว เขาก็เดินไปยังออฟฟิศแผนกฉุกเฉิน
ทันทีที่ผลักประตูเปิดออก คิดไม่ถึงเลยว่าจะเห็นทุกคนนั่งล้อมเป็วงกลมในเวลานี้ และเมื่อมองไปยังตำแหน่งตรงกลางของวงอย่างสงสัย ก็เห็นชายสวมแว่นตากรอบดำคนหนึ่ง
ชายสี่ตาคนนี้ หานชิงอวี่รู้สึกประทับใจอยู่บ้าง
ซึ่งคนนี้ก็คือฮู๋จื้อฉี นักสืบประจำแผนกเช่นเดียวกับหลี่หยาง เขากุมข้อมูลทุกประเภทไม่ว่าจะเื่เล็กหรือเื่ใหญ่อยู่ในมือ
แม้ว่าหลี่หยางจะมีความสามารถในการจัดการกับอารมณ์อย่างแข็งแกร่ง แต่กลับแทบจะหยุดชะงักให้แค่สาวงามเท่านั้น แต่ฮู๋จื้อฉี สุดท้ายแล้วระยะเวลาที่อยู่ก็นานกว่าพวกเขาแพทย์ ST ทั้งสองคนมาก จึงยิ่งรู้ข้อมูลเร็วและกว้างขวางมากกว่า
แต่ในตอนนี้ นี่ก็เป็ครั้งแรกที่หานชิงอวี่ได้เห็นฉากใหญ่ขนาดนี้
เขาที่ไม่รู้เื่ราวใดจึงกลับมานั่งตรงตำแหน่งของตัวเอง จากนั้นมองไปที่หลี่หยางที่ตื่นเต้นอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าสับสน ก่อนจะพูดขึ้นว่า
“นี่กำลังทำอะไรกันอยู่?”
เห็นได้ชัดว่าหลี่หยางสนใจเหตุการณ์ตรงหน้ามากกว่า เขาเพียงโบกมือให้หานชิงอวี่แล้วเอ่ยพูด
“พี่นี่กลับมาถูกเวลาจริง ๆ นักสืบในแผนกมีเื่เด็ด บอกว่าเหล่าเหลียวกำลังจะไปแล้ว! ได้ยินมาจากคนอื่นพูดว่าเขาจะไปเป็หัวหน้าในโรงพยาบาลระดับสูงกว่าแหละ!”
“ฮะ?”
เห็นได้ชัดว่าหานชิงอวี่รู้สึกยังไม่ทันตั้งตัวกับข่าวที่อยู่ตรงหน้า
กับเหล่าเหลียว แม้ว่าตัวเขานั้นจะเคยพูดคุยด้วยเพียงระยะเวลาสั้น ๆ และประทับใจในความเด็ดขาดของเขา แต่หลังจากอยู่ด้วยกันกับเหล่าเหลียวสักพักก็ค้นพบว่า ถึงแม้นายแพทย์รุ่นใหญ่จะเป็คนอารมณ์ร้อนนิดหน่อย แต่สุดท้ายแล้วเป็หมอที่ดีจิตใจดีอย่างแน่นอน
เขาหันหน้ามองไปที่โต๊ะทำงานของเหล่าเหลียว
โต๊ะของเหล่าเหลียวว่างเปล่า อาจจะเก็บของไปนานแล้ว
หลี่หยางที่อยู่ข้าง ๆ ถอนหายใจ “เหล่าเหลียวคนนี้แปลกจริง ๆ ไปแบบไม่บอกไม่ลาพวกเราเลยสักนิด”
“จริง ๆ แล้ว ฉันคิดว่าเหล่าเหลียวโอเคเลยนะ เฮ้อ เมื่อก่อนกลัวเขามาก แต่ตอนนี้พอไม่เห็นเขาแล้ว ก็อดคิดถึงเขาไม่ได้จริง ๆ”
หานชิงอวี่และคนอื่น ๆ ในแผนกมีความรู้สึกแบบเดียวกัน พวกเขาต่างรู้สึกว่าเหล่าเหลียวเป็คนดีทีเดียว
เหลียวเสวี่ยจวินกับเฉินกั๋วกวงล้วนก็เป็แพทย์ที่มีประสบการณ์ในแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลศูนย์มาหลายปี
แต่ตอนนี้เหล่าเหลียวได้รับการเลื่อนตำแหน่งแล้ว ส่วนหมอเฉินก็ไม่อยู่ ดังนั้นหลังจากฮู๋จื้อฉีประกาศข่าวนี้ อารมณ์ทุกคนจึงล้วนรู้สึกหดหู่
ยกเว้น…บางคน
หลังจากเฉินฟาได้ยินข่าวนี้ ดูเหมือนจะไม่รู้สึกหวั่นไหวอะไรในใจเลย
เมื่อเห็นว่าฮู๋จื้อฉีดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเื่วงใน เขาจึงเดินเข้ามาพร้อมกับเอ่ยพูดว่า “เหล่าเหลียวไปแล้วเหรอ? แล้วหัวหน้าที่มาใหม่คือใครล่ะ?”
“หัวหน้าคนใหม่ของเรา เขามีงานอดิเรกอะไรไหม?”
เฉินฟาส่งสายตา ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้สึกเศร้าแม้แต่น้อยเกี่ยวกับการไปของเหล่าเหลียว ตรงกันข้าม เขาเริ่มสอบถามเกี่ยวกับงานอดิเรกของหัวหน้าคนใหม่ อาจเป็เพราะอยากสร้างความประทับใจกับหัวหน้าคนใหม่
แต่เมื่อได้ยินคำถามนี้ ทุกคนรอบ ๆ ก็เงี่ยหูฟังเช่นกัน
ไม่ใช่ว่าพวกเขาอยากจะเลียแข้งเลียขาหัวหน้า แต่เป็เพราะพวกเขาก็อยากรู้เื่นี้เหมือนกัน
หัวหน้าคนใหม่เป็คนแบบไงกันนะ?
คงไม่เหมือนเหล่าเหลียวที่ใส่แว่นตาโบราณและดูเชยหรอกมั้ง?
แม้ว่าทุกคนจะคิดถึงเหล่าเหลียวมาก แต่ดูเหมือนพวกเขาก็ไม่อยากให้หัวหน้าคนใหม่มีสไตล์แบบเดียวกับเหล่าเหลียวคนก่อน
เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของทุกคน ฮู๋จื้อฉีก็คลี่ยิ้มลึกลับ
“เห็นว่าวันนี้มาถึงโรงพยาบาลเราแล้ว ถือว่าเป็คนมีอิทธิพลคนหนึ่งเลยล่ะ!”
หลังจากที่ฮู๋จื้อฉีพูดจบ อารมณ์เศร้าโศกของทุกคนก็ถูกเบรกทันที
“คนมีอิทธิพล? ไม่ใช่ว่าเป็ั์ใหญ่คนไหนในวงการใช่ไหม?”
“มิน่าล่ะ ่นี้ฉันเห็นคณบดีออกไปข้างนอกบ่อยมาก ที่แท้ก็ออกไปแย่งคนเหรอ?”
“โห ถ้าต้องอยู่กับขาใหญ่แบบนี้ ฉันคงเครียดจนะเืจิตใจแน่เลย”
ทว่าเมื่อฟังการสนทนาของทุกคน ฮู๋จื้อฉีฉีกยิ้มกว้างมากขึ้นไปอีก
“ไม่ ไม่ ไม่ ที่ตอนนี้ทุกคนเดาผิดหมดเลย”
“ฉันบอกพวกนายตรง ๆ เลยแล้วกัน แผนกของเราจะมีสาวสวยมาเป็ผู้อำนวยการ!”
ทันทีที่ฮู๋จื้อฉีพูดจบ พื้นที่โดยรอบก็เงียบลงทันที เหมือนกับอากาศที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในตอนนี้กำลังควบแน่น
หลังจากนั้นไม่นาน หลี่หยางก็เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ผู้ ผู้หญิงสวยเหรอ?”
ฮู๋จื้อฉีพยักหน้า “ใช่ หน้าตาดีแน่นอน!”
ในตอนนั้นเอง เกิดเสียง “ว้าว” ประสานกันดังขึ้นในออฟฟิศของแผนกฉุกเฉิน
โดยเฉพาะเฉินฟาที่เมื่อกี้ก็แค่อยากจะถามเกี่ยวกับงานอดิเรกของหัวหน้า
แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินว่าหัวหน้าคนใหม่อาจเป็สาวสวย สายตาคมแวววับ ราวกับหมาป่าหิวโหยเห็นเนื้อ
ตอนนี้ในใจของเขามีแผนการเล็ก ๆ เกิดขึ้นแล้ว
หากเขาสามารถมัดใจสาวงามที่เป็ถึงหัวหน้าของเขาคนนี้ได้ละก็…
เขาจะสามารถโอบกอดสาวงามไว้ในอ้อมแขน และยังสามารถให้หัวหน้าสาวสวยคนนี้ช่วยเขาทำงานได้อีกด้วย
ท้ายที่สุดแล้วในห้องฉุกเฉินนี้ ผู้อำนวยการมีอำนาจมาก อย่างน้อยก็ให้ตัวเองซึ่งเป็แพทย์ ST ตัวน้อยคนนี้ผ่านก่อนกำหนดได้อย่างไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ใช่แล้ว แม้ว่าเขาจะมาแผนกนี้เร็วกว่าหานชิงอวี่และหลี่หยางหนึ่งปี แต่จริง ๆ แล้วเฉินฟาก็เป็แพทย์ ST เช่นกัน
แต่เขากลับไม่เหมือนหานชิงอวี่ที่มั่นใจว่าจะสามารถผ่านการทดสอบของแพทย์ ST ได้อย่างไม่มีปัญหา ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะใช้วิธีนี้
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันว่าสาวงามคนนี้จะเป็คนยังไง ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากประตู
ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมองทันที และทันใดนั้นก็ส่งเสียงอุทานออกมา
วินาทีที่หานชิงอวี่เงยหน้าขึ้นมอง เขาเองก็ตกตะลึง
เมื่อเห็นร่างสวยผอมเพรียว ยืนอยู่หน้าประตูแผนกฉุกเฉิน
หลี่หยางก็ใช้มือตีหานชิงอวี่ที่อยู่ด้านข้างอย่างตื่นเต้น “โอ้แม่เ้า เป็สาวสวยจริง ๆ ด้วย!!”
และเมื่อหานชิงอวี่มองผู้หญิงตรงหน้า กลับยิ่งมองยิ่งรู้สึกแปลก ๆ
ฮู๋จื้อฉีบอกว่าเธอเป็ผู้หญิงที่สวยซึ่งก็เป็เื่จริง แต่ทำไมใบหน้าที่อยู่ตรงหน้ายิ่งมองก็ยิ่งคุ้นเคยแบบนี้ล่ะ?
หลังจากสาวสวยที่อยู่ข้างหน้ากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เธอเดินตรงมาทางหานชิงอวี่
“สวัสดี นายคือหานชิงอวี่ใช่ไหม?”
“อา?”
เมื่อหานชิงอวี่เผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อยู่ตรงหน้าก็เปล่งเสียง “อา”ออกมาโดยไม่รู้ตัว
ในตอนนี้คนอื่น ๆ ต่างก็ตกตะลึงอยู่กับที่ มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น
นี่มัน เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?