King of world ราชันแห่งพิภพ

    แลกเปลี่ยน

            ​

            “คุณไคเซอร์ ในเมื่อรู้ความจริงแล้วก็ช่วยปล่อยเพื่อนผมก่อนเถอะ”ไทสันพูดขึ้น มองลงไปที่หลุมลึก เขาเห็นชายสวมหน้ากากอยู่ในสภาพไม่สู้ดีนัก

            ชายชราผมขาวขึงตาใส่หลานชายแวบหนึ่ง จากนั้นพลังไร้สภาพก็ค่อยๆยกร่างชายสวมหน้ากากขึ้นมาจากก้นหลุม

            โทสะกำลังอัดแน่นอยู่ในอกของวาส วันนี้เป็นวันที่เขารู้สึกหงุดหงิดมากที่สุดในชีวิต ตั้งแต่ตื่นมาจนถึงตอนนี้เขาเจอแต่เรื่องแย่ๆทั้งวัน

            ‘อย่างน้อยขอชกหน้าไอ้แก่นี่สักหมัดเถอะ!’

            สกิลกระชากมิติ!

            “หืม?”ไคเซอร์รับรู้ถึงพลังไร้สภาพที่หลุดออกจากตัวชายสวมหน้ากาก ทันใดนั้นวาสก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาภายในเวลาเสี้ยววินาที หมัดขวาง้างสุดตัวแล้วต่อยลงมา

            ผัวะ! อุ๊ก!

            ชายสวมหน้ากากตัวงอเป็นกุ้ง น้ำลายฟุ้งกระจายออกจากปาก ก่อนที่หมัดของเขาจะสัมผัสหน้าไคเซอร์ ชายชราก็ปล่อยหมัดสวนเข้าที่กลางท้องเขาอย่างจัง

            ร่างหนากระเด็นกลิ้งไปกับพื้นห้อง หวิดตกลงไปในหลุมอีกรอบ

            “บัดซบ!”ชายสวมหน้ากากก่นคำหยาบออกมาพรั่งพรู

            “วาสหยุด!”ไทสันร้องปราม เขารู้ว่าวาสแกร่ง แต่ถึงยังไงก็ยังเป็นแค่มนุษย์รุ่นใหม่เท่านั้น เทียบไม่ได้กับตำนานที่ยังมีชีวิตอย่างไคเซอร์

            “น่าสนใจนี่ไอ้หนุ่ม ถ้าเป็นเมื่อ 10 ปี ก่อนนายอาจจะทำให้ฉันต้องเอาจริงก็ได้”ไคเซอร์กล่าวชม แต่คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความทรนงตัวชวนให้หงุดหงิดกว่าเดิม

            “หึ!”วาสเค้นเสียงลุกขึ้นยืน เดือดร้อนไทสันต้องเอื้อมมือมาจับบ่ารั้งไว้

            “บอกมา ไอ้หลานตัวแสบของฉันมันขโมยอะไรของนายไป”ไคเซอร์ถามเสียงเรียบ

            “คอร์ 20 ล้านดิล”วาสตอบด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

            “20 ล้านดิล!”ทั้งห้องอุทานขึ้นพร้อมกัน เงินจำนวนนี้ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ มันแทบจะเป็นงบประมาณของกิลด์เล็กๆกิลด์หนึ่ง

            “ไอ้หลานโง่ ส่งของที่ขโมยมา”ไคเซอร์หน้าบูด เขาอายุขนาดนี้ยังต้องมาเสียหน้าเพราะการกระทำของลูกหลาน แต่วายุกลับหน้าบูดกว่า เขาพึ่งรู้ตัวว่าได้ลาภก้อนตามา แต่ก็ต้องมาเสียไปภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

            ชายสวมหน้ากากรับถุงมิติกลับมาแล้วตรวจสอบดู เมื่อพบว่าของยังอยู่ครบก็วางใจ

            ‘อย่าคิดว่าเรื่องนี้จะจบแค่นี้’วาสไม่ใช่ผู้ทรงศีลที่จะให้อภัยใครได้ง่ายๆ วันใดที่เขามีพลังมากกว่านี้เขาจะกลับมาเอาคืนให้สาสม

            ไคเซอร์แอบจับตามองวาสอยู่เงียบๆ ต่อให้มีหน้ากากปิดบังใบหน้าแต่แค่ดูตาก็รู้แล้วว่าชายหนุ่มคนนี้คิดอะไรอยู่ คนหนุ่มยิ่งมีพลังอำนาจมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งรักในศักดิ์ศรีมากเท่านั้น เรื่องวันนี้แค่คืนของคงไม่จบ

            ชายชราถอนหายใจ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงลงมือกับชายสวมหน้ากากให้กลัวจนฝังใจหรือไม่อาจจะฆ่าเขาไปเลยก็ได้ แต่ตอนนี้เขาชรามากแล้ว น้อยครั้งที่จะใช้อารมณ์ตัดสินมากกว่าเหตุผล

            “เอาละไอ้หนุ่มฉันขอโทษกับเรื่องเมื้อกี้ แต่ยังไงเรื่องที่นายทำร้ายหลานฉันก็เป็นเรื่องจริง แม้ว่าหลานฉันจะเป็นคนผิดก็เถอะ เพื่อที่พวกเราทั้งสองฝ่ายจะได้ไม่มีความแค้นต่อกัน นายต้องการอะไรสำหรับการชดเชยเรื่องนี้”ไทสัน โทมัสและกาวินตะลึงพรึงเพริด ในความทรงจำไคเซอร์คือตาแก่อารมณ์ร้ายคนหนึ่ง คำว่าขอโทษที่ออกมาจากปากเขามีค่ามากกว่าทองเสียอีก

            แต่อีกสาเหตุที่ไคเซอร์ยอมเป็นฝ่ายลงก็คือฝีมือของวาส คนหนุ่มที่มีความสามารถขนาดนี้ย่อมอนาคตไกลแน่นอน ถ้าวันใดวันหนึ่งเขาสิ้นลมหายใจ ก็คงไม่มีใครกล้าหยุดวาสไม่ให้มาล้างแค้นวายุได้ ที่เขาทำทั้งหมดก็เพื่ออนาคตของหลานชายเขา

            ชายสวมหน้ากากย่นจมูกพูดด้วยน้ำเสียงกวนโมโหว่า

            “คุณคิดว่าคุณจะมีของที่ผมต้องการหรือไง”จริงอย่างที่วาสว่า แค่คอร์20ล้านดิลที่เขามีอยู่ก็สามารถซื้อทุกอย่างที่มนุษย์มีไว้ครอบครองได้อยู่แล้ว

            ไทสันใช้ศอกสะกิดวาสเบาๆและกระซิบว่า

            “ตาแก่ไคเซอร์ออกเดินทางไปจากเมืองมนุษย์ไปตั้งแต่สิบปีก่อนกับหลานของเขา ถ้าพูดจริงๆเขาเป็นมนุษย์ที่มีความรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้มากที่สุด ไม่แน่เขาอาจจะมีของที่นายตามหาอยู่ก็ได้”สายตาวาสสว่างวาบ ดูเหมือนเขาจะดูถูกไคเซอร์มากไปหน่อย

            “ขอให้นายพูดมา ฉันจะมีหรือไม่ค่อยว่ากัน”ไคเซอร์กล่าวอย่างอดทน

            “คุณมีรากของต้นค้ำฟ้าหรือเจตจำนงอยู่หรือเปล่า”ทุกคนมีสีหน้าสงสัย ในหมู่พวกเขาไม่มีใครรู้จักของที่วาสพูดถึงสักคน ทว่าคำพูดของวาสได้ทำให้ไคเซอร์สะเทือน

            “นายรู้จักของพวกนั้นได้ไง?”จากที่ชายชรารู้ มนุษย์ในปัจจุบันไม่น่าจะมีความรู้ถึงของที่วาสพูดมา ถ้าต้นค้ำฟ้ายังพอเป็นไปได้เพราะมันคือสัญลักษณ์ของอาณาจักรนิมป์ แต่เจตจำนงไม่น่าจะเป็นสิ่งที่มนุษย์คนไหนจะรู้จัก แม้แต่ไคเซอร์ก็พึ่งจะมีความรู้เกี่ยวกับมันเมื่อเร็วๆนี้เอง

            ชายชราพึ่งรู้ตัวว่าประเมินชายหนุ่มตรงหน้าต่ำไป!

            “ตกลงคุณมีของที่ผมต้องการอยู่หรือเปล่า?”ไคเซอร์ลังเลพักหนึ่งก่อนจะตอบมาว่า

            “เจตจำนงฉันไม่มี แต่ฉันมีรากของต้นค้ำฟ้าอยู่”

            “!!”ดวงตาวาสเบิกกว้าง แต่คำพูดต่อมาก็ทำเขาใจแป้ว

            “แต่ฉันไม่ยกให้นายเด็ดขาด! กว่าจะได้ของชิ้นนี้มาฉันต้องทำงานบางอย่างให้พวกนิมป์จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด นายคิดว่านายจะมีสิทธิได้มันไปงั้นหรอ”วาสหน้าบึ้ง ตาแก่นี่ให้ความหวังเขาแล้วพรากมันจากไปซะงั้น

            “งั้นก็ลืมมันไปซะเถอะ”วาสบอกปัดด้วยท่าทางเมินเฉย แต่ความคิดกำลังดำมืดลง หากชายชราไม่ยอมมอบมันให้เขา เขาก็จะชิงมันมาเองในสักวัน!

            ไคเซอร์ขมวดคิ้ว เป็นไปได้เขาก็ไม่อยากจะติดค้างอะไรกับชายสวมหน้ากากคนนี้ แต่สิ่งที่เขาเรียกร้องมามันมากเกินไป ความจริงที่เขาลำบากเสาะหารากของต้นค้ำฟ้ามาก็เพื่อที่จะเอาไปจ้างคนแคระฝีมือดีสร้างอาวุธชั้นดีให้กับเขา

            “ถ้านายมีอาวุธระดับ 6 มาแลกฉันจะยอมยกรากต้นค้ำฟ้าให้!”ท้ายที่สุดไคเซอร์ก็กัดฟันยื่นข้อเสนอที่เสียเปรียบออกมา เท่าที่เขารู้รากของต้นค้ำฟ้าสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบของอุปกรณ์ระดับ8ได้เลยทีเดียว

            คนทั้งห้องตะลึกอีกครั้ง แค่รากของต้นไม้ต้นเดียวถึงต้องแลกกับอาวุธระดับ 6 ที่หาไม่ได้ในเมืองมนุษย์และราคาแพงมหาศาล บ้าไปแล้วใครจะยอมแลกกัน!

            วาสชะงักหัวใจเต้นตึกตัก ข้อเสนอของไคเซอร์ทำให้ชายสวมหน้ากากมีความหวังอีกครั้ง

            เขาคำนวณถึงผลได้ผลเสีย อาวุธระดับ 6 เขามีแค่ชิ้นเดียวคือดาบยักษ์สีดำ

            ชายสวมหน้ากากรู้สึกโลเล ในบรรดาอาวุธทั้งหมดที่เขามีดาบยักษ์สีดำเป็นสิ่งที่เขาใช้ถนัดมือที่สุดและผูกพันกับมันมากที่สุดอีกด้วย

            “ผม...ไม่มีอาวุธระดับ6”วาสตอบออกมาเสียงเบา เขาตัดใจยกดาบยักษ์สีดำให้คนอื่นไม่ได้จริงๆ

            ไคเซอร์มีท่าทางผิดหวัง เขายอมผ่อนปรนให้มากแล้ว ไม่อาจมากไปกว่านี้ได้อีก

            “แต่ผมมีอาวุธระดับ7”

            บูม!

            คำพูดของวาสไม่ต่างจากทิ้งระเบิดลงกลางห้อง

            อาวุธระดับ 7!

            เท่าที่ได้ยินมายังไม่มีมนุษย์คนไหนได้ครอบครองมันมาก่อน ถ้ามันปรากฏขึ้นที่ไหนจะต้องทำให้เกิดการต่อสู้นองเลือดเพื่อแย่งชิงมันมาอย่างแน่นอน!

            “คุณมีอาวุธระดับ7!”แม้แต่กาวินที่เป็นมนุษย์รุ่นแรกก็ตะลึงกับคำพูดของวาส ต่อให้เป็นมนุษย์รุ่นแรกอย่างเขาทั้งชีวิตก็ยังไม่เคยสัมผัสกับอุปกรณ์ระดับ 7 มาก่อน

            “ไอ้หนุ่มนี่...”กระทั่งไคเซอร์ก็รู้สึกตกใจ ชายชรารู้สึกว่าตัวเองแก่ไปมาก เดิมทีเขาหวังจะนำเอารากต้นค้ำฟ้าไปสร้างอาวุธระดับ 7 แต่ยังขาดวัตถุดิบอีก2-3ชิ้น

            วาสหยิบหอกสีเงินออกมา แสงสีเงินอาบไล้ทั่วด้ามหอก ความคมส่องประกายที่ปลายหอกประหนึ่งเพชรชั้นดี

            มนุษย์ทุกคนในห้องสูดลมหายใจเข้าลึก บางคนหอบหายใจถี่รัวดวงตาส่องประกายความโลภออกมา

            “อาวุธระดับ 7 จริงๆ”แค่ดูไคเซอร์ก็รู้แล้วว่าหอกที่วาสนำออกมาเป็นอุปกรณ์ระดับ 7

            อุปกรณ์ระดับ7-9จะถือเป็นอุปกรณ์สูง ความแตกต่างระหว่างอุปกรณ์ระดับ7และอุปกรณ์ระดับ6 ไม่แตกต่างจากนำอุปกรณ์ระดับ 1 ไปเทียบกับอุปกรณ์ระดับ5

            “ถ้าคุณยอมขายหอกระดับ7นี้กับกิลด์อัศวินแห่งแสง เราจะซื้อในราคา 70 ล้านดิล”ตัวแทนกิลด์อัศวินแห่งแสงทนไม่ไหวอีกต่อไปเสนอราคาขึ้นมาทันที

            “เราให้80ล้านดิล”

            “เราให้89ล้าน!”

            .

            .

            .

            ตัวแทนแต่ละกิลด์ไม่อาจปล่อยให้กิลด์อื่นได้รับหอกเล่มนี้ไป หากหัวหน้าหรือบุคคลของกิลด์ไหนได้รับหอกระดับ 7 นี้ไปความแข็งแกร่งของคนๆนั้นและกิลด์ที่คนๆนั้นสังกัดอยู่จะพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด!

            ราคาของหอกยังพูดสูงขึ้นไม่หยุดราวกับทุกคนกำลังแข่งขันกันประมูล จนวาสพูดขึ้นมาว่า

            “ฉันไม่สนใจจะขายหอกนี้”ชายสวมหน้ากากหันหน้าไปหาไคเซอร์แล้วพูดว่า

            “ถ้าคุณต้องการหอกนี้ต้องเอารากต้นค้ำฟ้าและคอร์อีก 50 ล้านดิลมาแลก”

            “ตกลง!”ไคเซอร์ตอบแบบไม่ต้องคิด เขานำถุงคอร์ถุงใหญ่โยนให้วาส การเสียคอร์ไป 50ล้านดิลทำให้ชายชรากลายเป็นคนจนในชั่วพริบตาแต่เขาไม่ใส่ใจ

            สิ่งต่อมาที่ไคเซอร์นำออกมาก็คือผลึกสีเขียวมรกตสว่างตา ตัวผลึกโปร่งแสงทำให้เห็นว่าที่ด้านในนั้นมีเส้นเล็กๆคล้ายเส้นเลือดกระจายไปทั่วทั้งผลึก

            “นี้คือรากของต้นค้ำฟ้าที่นายต้องการ”ชายสวมหน้ากากรับผลึกสีเขียวมาอย่างตื่นเต้น เขาเคยเห็นรูปของต้นค้ำฟ้ามาก่อนจากไออ้อนจึงรู้ว่ามันเป็นของจริงแน่นอน

            วาสโยนหอกระดับ7ให้ไคเซอร์เหมือนเป็นกิ่งไม้กิ่งหนึ่งและแอบเก็บรากของต้นค้ำฟ้าไว้ในนาฬิกามิติโดยไม่ให้ใครเห็น

            ทั้งห้องยังตกตะลึงกับการแลกเปลี่ยนที่สะท้านไปทั้งหัวใจครั้งนี้ จนกระทั่งไคเซอร์เอ่ยขึ้นมาว่า

            “หวังว่าความแค้นของเราจะจบลงแค่นี้นะ”วาสพยักหน้า ในเมื่อได้ของที่ต้องการเขาก็ไม่ติดใจอะไรอีก

            “เอ่อ...เจอกันตั้งนานผมก็ลืมถามว่าทำไมคุณถึงกลับมาตอนนี้ละไคเซอร์?”ไทสันถามขึ้นเพื่อคลายบรรยากาศในห้อง

            แต่คำพูดของเขากลับทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา ในตอนนั้นทั้งไคเซอร์และตัวแทนมหาอำนาจต่างๆก็เอ่ยขึ้นเสียงเครียดอย่างพร้อมเพรียงว่า

            “ก็อบลิน!”วาส ไทสัน และโทมัสหัวใจหยุดเต้นวูบหนึ่ง

            “เกิดอะไรขึ้น!”วาสถามขึ้นเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงยังเจือไว้ด้วยความกังวล

            “เฮ้อ!...ฉันกลับมาเพราะว่าได้ยินว่าพวกก็อบลินกำลังขนทัพใหญ่มาเพื่อบุกเมืองมนุษย์”วาสหน้าเครียดกับคำพูดของไคเซอร์ แต่คำพูดต่อมาของกาวินทำให้ใบหน้าวาสเปลี่ยนสี

            “ข่าวที่คุณได้ยินมาไม่ผิด แต่สถานการณ์มันแย่กว่านั้น เมื่อคืนนี้พวกมันยกทัพมาประชิดเมืองกรีนวู้ด เดสซ่าและฟอนเต้แบบสายฟ้าแลบ ตัวแทนของกิลด์อัศวินแห่งแสง กิลด์ไม้หอม และสมาคมนักสำรวจที่พวกคุณเห็นอยู่คือคนส่งข่าวที่หนีออกมาได้ทันก่อนเมืองทั้ง 3 จะถูกจู่โจม!!”

            สกิลวาร์ป!

            ไม่ต้องรอให้ใครพูดอีก วาสเรียกประตูวาร์ปออกมาด้วยความตื่นตระหนกเป้าหมายคือเมืองฟอนเต้ที่อยู่ของร้านค้าสมุนไพรตระกูลไป๋!

            “ไป๋ฟาง!”วาสตะโกนก้องทันทีที่ออกมาจากประตูวาร์ปแต่สิ่งที่ตอบกลับเขาคือความเงียบ ร้านค้าสมุนไพรตระกูลไป๋ตอนนี้มีแต่ความเงียบ จากนั้นหูของเขาก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว

            ชายหนุ่มเบือนหน้าหันไปมองด้วยใจลุ้นระทึก และสิ่งที่เขาเห็นก็คือก็อบลินตัวหนึ่งที่สบตากับเขา!

            “ไม่!!!!”

    คล้ายกับเรื่องKing of world ราชันแห่งพิภพ ที่คุณอ่าน