เสียงโลหะกระทบกันดังก้องเหนือผืนดินที่ไหม้เกรียมด้วยเวทสงคราม ขณะที่ "ไครซ์คาน เดอะสตีลเบรคเกอร์" ยืนตระหง่านท่ามกลางสนามรบ ความสูงกว่า 4 เมตร ร่างกายของมันห่อหุ้มด้วยเกราะดำซ้อนเกล็ดที่ดูเหมือนหลอมมาจากความเกลียดชังของโลกร่วมสมัย ดวงตาทุกคู่ของมันส่องแสงแดงฉาน ขณะที่มือขวากระชับขวานขนาดยักษ์ที่สามารถผ่ารถยิงเวทได้ในเพียงครั้งเดียว
“เจ้า...คือกำแพงมนุษย์ที่ข้าควรทดสอบงั้นหรือ?” เสียงของไครซ์คานดังสะท้อนในหัวของทุกคน ราวกับคลื่นความคิดที่กัดกร่อน
แต่คราส ดารัน—ในเกราะเงินลายเขียวพฤกษาแห่งซีลีออน ไม่ถอยแม้ก้าวเดียว
"กำแพงน่ะ... มันจะอยู่จนลมหายใจสุดท้ายของคนในเมืองยังไม่สิ้น!"
น้ำเสียงของเขาหนักแน่น ชูโล่ขนาดใหญ่ที่สลักเวทรูนต้านแรงเฉือน พร้อมชักดาบหนักอีกข้างขึ้นขวางทางอสูร
"แนวหลังของข้าอยู่ข้างหลัง... ถ้าเจ้าจะผ่านไปได้ ข้าก็ต้องตายก่อน!"
ฉัวะ!!
ไครซ์คานพุ่งเข้าโจมตีโดยไม่ลังเล ดาบขนาดยักษ์ในมือฟาดลงราวกับทุบหอคอย คราสกระแทกโล่ขึ้นรับพลังมหาศาล
ตึงงงงง!!!
เสียงกระแทกสะเทือนพื้นเบื้องล่าง กองหินแตกระเบิด ฝุ่นผงฟุ้งกระจายเป็นวงกว้าง ทหารรอบข้างต้องล่าถอยโดยอัตโนมัติจากแรงปะทะเพียงครั้งเดียว
คราสดันเท้าขวาแน่นลงพื้น เกิดคลื่นเวทใต้ฝ่าเท้า กระจายเป็นรูปแบบอักขระเวทรอบตัวเขา
"Wallhold Counter – Mode 2"
โล่ของเขาส่องแสงสีเขียวทอง กระแทกแรงถอยกลับไปยังร่างไครซ์คาน พร้อมเสริมแรงด้วยเวทชนิดดูดซับแรงกระแทกก่อนสะท้อนกลับ 200%
เสียงแตกของโลหะดังกึกก้อง ไครซ์คานถอยหลังไปสองก้าว แต่ไม่ทันไร ก็แสยะยิ้มให้พร้อมปล่อยเวทคลื่นเสียงแหลม—"Echo Break Pulse" เสียงพุ่งเข้าใส่หัวใจทหารรอบข้างจนหูเลือดไหล
คราสกัดฟันแน่น ใช้พลังเวทต้านคลื่นเสียงทันควัน แต่ไครซ์คานไม่ปล่อยโอกาสนั้น มันพุ่งเข้าพร้อมฟันดาบอีกครั้ง
ฉึก!!
คราสเบี่ยงหลบ แต่ถูกเฉือนแขนขวา รอยเลือดพุ่งกระเซ็น โล่ในมือลั่นหลุดจากแรงอัด แต่เขายังยืดตัวไว้ ใช้ดาบฟันเข้าที่ขาไครซ์คาน
ตึง!!
ไม่เข้าแม้แต่นิดเดียว—เกราะของมันหนาเกินไป!
"แค่เกราะเหรอ... ข้าจะบดมันจนแหลก!"
คราสคำรามพร้อมเสกเวทระเบิดแรงบีบอัดลงดาบของตนเอง
การต่อสู้เพิ่งเริ่ม... แต่ทั้งสองต่างเข้าใจว่า “หากพลาดแม้หนึ่งจังหวะ” นั่นอาจคือจุดจบ
เสียงกรีดร้องของอาวุธกระแทกเวทดังกึกก้องไม่ขาดสาย สนามรบที่เต็มไปด้วยแสงระเบิดเวท และเศษซากของเหล่าทหารที่ล้มไปทีละร่าง กลายเป็นฉากหลังของการประลองที่เกินคำว่าสามัญสู้กัน
"ไครซ์คาน เดอะสตีลเบรคเกอร์" กระชับขวานขนาดมหึมาในมืออีกครั้ง มันเคลื่อนไหวเหมือนเครื่องจักรสงครามไร้ความรู้สึก ก้าวแต่ละก้าวบดพื้นจนยุบลง
ขวานของมันปกคลุมด้วย “เวททำลายโลหะ” ที่สามารถสั่นพลังในวัสดุทุกชนิดให้แตกละเอียดแม้จะยังไม่สัมผัส
"Metal Dissonance Field: On"
เวทของมันเปิดใช้งาน — ดาบ โล่ หรือเกราะใดก็ตามที่เข้าใกล้รัศมีสามเมตร จะเกิดเสียงแหลมในเนื้อวัสดุแล้วสั่นจนร้าว
“ระวัง! ท่านแม่ทัพ!!”
ทหารซีลีออนที่เหลือส่งเสียงเตือน แต่มันก็สายไปแล้ว
กร๊อบ!
โล่ของพลเอกคราสแตกที่มุมบนซ้าย แม้จะถูกเสริมเวทป้องกันหลายชั้น แต่พลังคลื่นรบกวนระดับสูงของไครซ์คานก็เกินจะต้านทานได้
“มัน… ไม่ได้แค่ใช้แรง แต่มีการควบคุมพลังเวทภายในแบบละเอียดระดับมิติ…!”
คราสคิดในใจขณะถอยฉาก พร้อมชักดาบสำรองออกมาจากด้านหลัง — เป็นดาบครึ่งวงจันทร์ที่เคยใช้ในการสังหารบอสระดับจักรวาลในอดีต
"Moonpierce – Mode Assault"
ดาบเรืองแสงสีฟ้าเข้ม ก่อนปล่อยระลอกแสงสั่นคลอนคล้ายคมมีดพุ่งใส่ไครซ์คานเป็นเส้นตรง
ฉัวะ!
แขนเกราะด้านขวาของไครซ์คานเกิดรอยร้าว แม้จะไม่ลึกนัก แต่มันก็หยุดชะงัก
“ดี… แกพอมีของเล่นเหมือนกันนี่…”
ไครซ์คานหัวเราะเบา ๆ แต่ในน้ำเสียงกลับแฝงพลังคลื่นเสียงกดดันที่ทำให้แม้แต่ทหารที่อยู่ห่างออกไปถึงสิบเมตรยังรู้สึกอึดอัดในอก
ฟึ่บ!
มันพุ่งเข้าหาคราสทันทีแบบไม่เตือน คราวนี้ด้วยความเร็วระดับที่แม้สายตานักรบทั่วไปยังแทบไม่มองทัน
แต่คราส… กลับแสยะยิ้ม!
"นี่แหละ... เวลาตอบโต้ของข้า!"
เขาตั้งเวทสวนแบบกางอาณาเขตเฉพาะจุด
"Gravity Sink Field – LV.MAX"
ทันใดนั้น แรงโน้มถ่วงเฉพาะจุดที่พื้นด้านหน้าไครซ์คานก็เบี่ยงตัวเอง ทำให้ร่างของอสูรยักษ์เซถลาลงเล็กน้อยในเสี้ยววินาที
นั่นเพียงพอให้คราสเหวี่ยง Moonpierce เสียบเข้าไปที่ช่องเกราะใต้รักแร้ข้างซ้ายของมัน—พื้นที่ที่ไม่มีเกราะชั้นใน!
“อึ่ก!!” ไครซ์คานคำราม โลหิตสีดำกระเซ็น แต่มันยังไม่ล้ม
"ข้ารู้แล้ว... เจ้าไม่มีใจ แค่ร่างกายกลวงเปล่าที่เคลื่อนไหวด้วยคำสั่ง!"
คราสกัดฟันบิดดาบก่อนจะกระโดดถอยออกห่าง
แต่ไครซ์คานกลับตะโกนสวนมา
"กลวงเปล่า... งั้นเหรอ? ข้าคือ... ‘แรงสะท้อนจากสงครามของเจ้าทั้งหมด!’
"และข้าจะบดขยี้ ‘เจตจำนงของเจ้า’ ให้กลายเป็นเศษ!"
เสียงดังกึกก้องไปทั่วแนวรบอีกครั้ง บรรยากาศเริ่มหนาวเย็นลงอย่างฉับพลัน พลังเวทแห่งมิติเหล็กค่อย ๆ แผ่ออกมาจากพื้นใต้เท้าของมัน
คลื่นเวทแบบใหม่เริ่มครอบคลุมทั่วสนาม…
—นี่มันยังไม่ใช่พลังทั้งหมดของไครซ์คาน...
พื้นดินรอบตัว ไครซ์คาน เดอะสตีลเบรคเกอร์ แปรสภาพกลายเป็นเหล็กกล้าละลายที่ไหลเอื่อย ราวกับเปลี่ยนสนามรบให้เป็นเตาหลอมอาวุธขนาดมหึมา
กลิ่นโลหะไหม้ผสมกับควันดำที่ระเหยขึ้นเป็นสาย ก่อเกิดเป็นม่านควันพลังเวทซึ่งบดบังแม้แต่สายตาทหารระดับสูง
"Metal World Domain – Forgebreaker Mode"
พลังเขตแดนพิเศษของอสูรแม่ทัพถูกเปิดใช้งาน — ทั่วสนามรบกลายเป็นพื้นที่ที่ “ทุกสิ่งที่ไม่แข็งแกร่งพอ จะถูกย่อยสลายเป็นเถ้าโลหะ”
คราสกระโดดถอยหลังฉับพลัน ร่างของเขาถูกล้อมด้วยไอเวทสีทองอ่อนซึ่งมาจาก “โล่เวทบุพผาแห่งทะเลสาบ” ที่มอบให้โดยอาเดลิสก่อนศึก เริ่มสั่นสะเทือนเพราะโดนกัดกร่อน
"เวรเอ๊ย... มันทำลายแม้กระทั่งเวทธรรมชาติชั้นสูงได้..."
เขาคิดขณะพยายามรักษาระยะห่าง ภายในเขตเวท ไครซ์คานกระชับขวานยักษ์แล้ววาดวงรอบตัว
ตูมมม!!
คลื่นแรงอัดระเบิดออกเป็นรูปวงแหวน อากาศแทบจะระเบิดด้วยแรงปะทะ
เศษหิน เศษเวท และแม้แต่เสาไม้เวทจากฝ่ายคราสที่ปักไว้เมื่อวันก่อน กลายเป็นเส้นเถ้าทะลุอากาศ
"ให้ตาย... จะสู้กับอะไรแบบนี้ได้ยังไง..."
คราสก้มตัวลงนิดเดียวหลบแรงระเบิดระยะวงแรก แล้วใช้ "การเคลื่อนย้ายเวทแบบฟันสะกด" พุ่งจากแนวหลังออกด้านข้างซ้ายของศัตรู
Moonpierce หวือผ่านแนวข้างของไครซ์คาน แต่อสูรยักษ์กลับยื่นแขนมาดักไว้ราวกับอ่านออก
“ครืนนน!”
เสียงแขนเกราะกระแทกมีดดังกังวาน แรงสั่นกระทบแขนคราสจนดาบเกือบหลุดมือ
"เร็ว... แม่น... หนัก... และฉลาดเกินคาด..."
เขาฝืนตั้งสมาธิ — ลมหายใจหนัก สายตาเริ่มพร่ามัว เพราะแรงเวทในสนามนี้กำลัง “กลืนพลังชีวิต” อย่างช้า ๆ แต่ก่อนที่เขาจะตั้งตัวได้เต็มที่...
“Rupture Hammerfall!”
ไครซ์คานฟาดขวานลงพื้น พื้นดินใต้เท้าคราสแตกระเบิด! ร่างของแม่ทัพซีลีออนลอยขึ้นกลางอากาศในจังหวะที่เลวร้ายที่สุด
และในขณะนั้นเอง... ไครซ์คานพุ่งตัว — ราวกับไม่ได้แบกขวานหนักเป็นตัน เขาวาดขวานแนวนอนเต็มแรง
“ตายซะ!!”
เวลาชะลอ... เรย์และไอริสไม่อยู่ที่แนวนี้ ไม่มีใครทันช่วยได้
คราส ดารัน ได้แต่กัดฟัน พลิกดาบตั้งป้องกันเต็มแรง!
กึงงงงงงงงงงงง!!!
เสียงกระแทกสนั่น ดาบของคราสกระเด็นออกจากมือ กระแทกพื้นไถลไปไกลสิบเมตร โล่บนแขนซ้ายแตกเป็นชิ้น เลือดกระอักออกจากปากด้วยแรงอัด ร่างของคราสพุ่งกระแทกเสาหินเวทที่อยู่ท้ายสนามจนแตก เขาทรุดลง… ฝืนไม่ไหวแล้ว...
“พลังระดับนี้… มันไม่ใช่อสูรธรรมดา…”
“...มันคือ ‘เทพแห่งสงครามของพวกมัน’…”
คราสหอบหนัก เลือดหยดลงจากข้างใบหูและปลายคาง แขนข้างหนึ่งเริ่มไร้แรง แต่ทันใดนั้น...
ฟึ่บบบบ!!
ม่านเวทสีครามกระจายรอบขอบสนาม ละอองแสงเรืองขึ้นตามจังหวะก้าวอย่างแผ่วเบา เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นเบา ๆ แต่ดังก้องในจิตใจของทุกคนในระยะ
“ดูเหมือน...ข้าจะมาช้าไปสินะ”
เสียงนั้น มาจาก...
เฟเรนเซีย วาลิอันท์ – ผู้นำทัพแห่งไฮราเซีย
เธอก้าวออกจากม่านเวท... ด้วยสายตานิ่งงันราวกับเห็นทุกสิ่งมาแล้วในจิต ถือไม้เท้าแห่งสายฟ้าทองขาวที่ล้อมแสงธาตุ 7 ชั้น
เสียงก้าวย่างของ เฟเรนเซีย วาลิอันท์ ดังขึ้นเบา ๆ บนพื้นสนามเวทที่บิดเบี้ยวจากแรงกระแทกของอสูร แต่ทุกก้าวของเธอ—กลับทำให้ “ม่านพลังแห่งอสูร” สะท้านเบา ๆ
“เจ้า... หญิงมนุษย์?”
เสียงของ ไครซ์คาน เดอะสตีลเบรคเกอร์ กระซิบจากใต้หมวกเหล็กแหลม เสียงทุ้มต่ำลั่นไปทั่วสนามราวกับทั่งโลหะถูกเคาะ เฟเรนเซียยกไม้เท้าแสงขึ้นเล็กน้อย แสงรอบปลายคทาเริ่มหมุนวนอย่างสมดุล นิ่งแต่เปี่ยมพลัง
“ข้าไม่ใช่คนที่จะมาเจรจา... ข้ามาเพื่อจบเจ้า”
คราส ดารันยังนั่งพิงเสาเวท ใบหน้าเปื้อนเลือด แต่สายตายังแข็งกร้าว
"ท่าน... มาได้ยังไง..."
“สนามนี้มีอักขระสลักเวทซ่อนอยู่ ข้าใช้ ‘จังหวะสะท้อนพลังธาตุ’ ลอดเข้ามาทางช่องพลังเวทที่ไครซ์คานเปิด”
เธอกล่าวเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย พร้อมหมุนคทาเวทรอบตัว—ปล่อยละอองเวทเรืองแสงสีขาวเงิน ลอยเคลื่อนอย่างแผ่วเบาเข้าสู่ตัวคราส
“Reversia Mendium — ฟื้นพลังเวท 15%, ปิดบาดแผลภายในระดับ 3”
คราสรู้สึกได้ทันที—เหมือนพลังวิ่งผ่านจุดที่เคยเจ็บ แรงต้านเริ่มกลับมาเล็กน้อย ไครซ์คานแผดเสียงหัวเราะลั่น ฟันสีดำเงินขบกันดังกึก
"ฮ่าาาา! พวกเจ้าคิดว่าการรวมสองคนจะหยุดข้าได้หรือ?"
เฟเรนเซียยังคงนิ่ง หยิบผลึกเวทวงกลมเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋าแขวนเอว—บีบมันเบา ๆ
“ข้าไม่คิดอย่างนั้น... ข้าแค่คิดว่า...”
“สองคนน่าจะเพียงพอ”
—
ทันใดนั้น—คทาในมือของเธอก็ เปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว เป็นสีทองน้ำแข็ง ผสมม่วงอ่อน และปล่อยแสงเวทพุ่งทะลุท้องฟ้าขึ้นสู่ชั้นเมฆ
เสียงระบบเวทแห่งอาณาจักรดังขึ้นทั่วสนาม:
【เวทโบราณระดับ Arch-Class ถูกปลุกใช้งาน: Grand Enclave Field】
【ผล: จำกัดพลังของผู้มีค่าความโกรธและค่าทำลายเกินขีด 300 หน่วย】
ไครซ์คานสะอึก... ขยับแขนแล้วรู้สึกว่าขวานหนักขึ้น
"เจ้า... กล้าผนึกพลังข้า!?"
เฟเรนเซียกล่าวอย่างสงบ:
“นี่ไม่ใช่การกล้า... แต่นี่คือสิ่งที่จำเป็น”
เธอหันมาทางคราสเล็กน้อย “ยืนไหวไหม?”
คราสยันตัวขึ้นจากพื้น ช้า ๆ
“ไหวพอจะต่อหมัดได้สองสามที... ข้าคงพอเป็นแบ็กอัพให้เจ้าได้บ้างล่ะนะ”
“ข้าไม่ต้องการแบ็กอัพ...” เฟเรนเซียยิ้ม
“แต่ข้าต้องการคู่หู”
สองผู้นำทัพแห่งพันธมิตรมองสบตากันชั่วขณะ ก่อนจะหันกลับไปหาไครซ์คานที่กำลังรวบพลังเงาโลหะในร่างจนไหลออกเป็นเกราะป้องกันรอบตัว
เวทีศึก… กำลังเริ่มต้นรอบใหม่อีกครั้ง
"ระเบิดคลื่นแรก – ร่วมมือประจัญบาน!"
เสียงฟ้าร้องคำรามจากพลังเวทสะท้อนทั่วสนามรบ เมื่อสองผู้นำทัพแห่งพันธมิตร—เฟเรนเซีย วาลิอันท์ และ พลเอกคราส ดารัน—ยืนเคียงข้างกันเผชิญหน้ากับมหาอสูรผู้ทำลายป้อมเหล็กนับสิบแห่งมาแล้วอย่าง ไครซ์คาน เดอะสตีลเบรคเกอร์
เฟเรนเซีย ร่ายเวทอย่างรวดเร็ว มือเรียวของเธอปล่อยคลื่นพลังเวทธาตุผสมที่หมุนเวียนในรูปแบบ “Enchanted Spiral Circuit” แสงสีฟ้าอ่อนกับม่วงเงินหมุนวนรอบตัวเธอจนเกิดเป็นสนามเวทป้องกันสามชั้นในชั่วพริบตา
【สกิล: Arcane Singularity – ลดความเสียหายเวทจากภายนอก 40% เป็นเวลา 20 วินาที】
【สกิลเสริม: Mana Reflection Layer – สะท้อนเวทโจมตีกลับ 15% ของความเสียหาย】
ด้าน คราส ดารัน ปรับขวานศึกเวทให้เข้าสู่โหมด “ทลายเกราะ” เขายกโล่ขนาดใหญ่ที่ถูกสลักด้วยอักษรแห่งเหล็กขึ้น พร้อมร่ายโซ่พลังงานจากพื้นสนามขึ้นมาเชื่อมกับขาและแขนของตน
【สกิล: Titan Chain Bind – พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 45% เมื่ออยู่ในสถานะยืนต้าน】
【สกิลเสริม: Siege Break Pulse – ทุกการโจมตีจะสร้างแรงกระแทกต่อเกราะของศัตรูทันที】
เสียงคำรามของ ไครซ์คาน ดังกึกก้องทั่วเวทีแห่งการทำลาย
โลหะทั่วร่างของมันเริ่มลุกเป็นเปลวเพลิงสีม่วงดำ เสียงการบดขยี้ของข้อต่อเวทดังแทรกเข้ากลางบรรยากาศทุกจังหวะที่มันก้าวเดินเข้าหา
“ดูซิว่า เวทมนตร์ และกำแพงมนุษย์พวกเจ้าจะต้านพลังนี้ได้หรือไม่!!”
พริบตานั้น—มันเหวี่ยงค้อนเหล็กมหึมาขึ้นฟ้า สร้างคลื่นแรงโน้มถ่วงกดสนามจนพื้นรอบตัวล้มถล่ม!
คราสรีบกางโล่รับพร้อมออกคำสั่ง
“เฟเรนเซีย! ข้าจะเป็นโล่ให้—เจ้าเป็นหอก!”
เฟเรนเซียตอบโดยไม่หัน “ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่พังเสียก่อน!”
การต่อสู้เริ่มต้นอย่างรุนแรง
ไครซ์คาน พุ่งเข้าโจมตีด้วยแรงกระแทกจาก “ขวานเวทโลหะ” แรงระเบิดจากการฟันนั้นทำให้เวทีศึกสั่นไหว
คราส ใช้พลังของ Titan Chain Bind ยึดร่างไว้กับสนาม พร้อมสกัดการฟันด้วยโล่เวท “Fortress Plate” จนเกิดเสียงระเบิดดังกึก
เฟเรนเซีย ไม่ปล่อยโอกาส—เธอชักคทาขึ้นสูง เรียกเวทสูงสุด "Starlight Converge" รวมพลังเวทแสงจากท้องฟ้าทั้งหมดลงมาเป็นเส้นพุ่งเข้าโจมตีแนวกลางลำตัวของไครซ์คาน
ตู้มมมมม!!
แสงพุ่งชนกลางหลังอสูรอย่างรุนแรง—แม้จะมีเกราะเวทป้องกัน แต่บางส่วนเริ่มหลุดร่วง!
“มันไม่จบแค่นั้นหรอก!”
เสียงของไครซ์คานคำราม—ก่อนมันจะยกแขนซ้ายขึ้น ปลดปล่อยโซ่เวทสีเทาที่ร้อยเป็นลวดหนามจากแขนของมัน ทะลวงเข้าหาเฟเรนเซียอย่างรวดเร็ว
“เฟเรนเซีย ระวัง!”
คราสพุ่งมาขวางทันก่อนที่โซ่จะถึงตัวเธอ เสียงระเบิดดังระลอกที่สองเมื่อโล่ของเขารับการกระแทกโดยตรง
เฟเรนเซียสบตาคราสในระยะใกล้
"อย่าตายก่อนล่ะ..."
“ยังไม่อยากให้เจ้าหายจากกลิ่นเหม็นของสนามรบหรอก!”
"ประกายสุดท้ายของการต่อต้าน"
เสียงของ "Final Gear Rage" ดังขึ้นก่อนที่ร่างมหึมาของ ไครซ์คาน เดอะสตีลเบรคเกอร์ จะเปล่งพลังแปรธาตุโลหะรอบตัวให้กลายเป็นเกราะเวทระดับสูงสุด — เปลวเพลิงสีเงินสลับม่วงปกคลุมร่างจนดูราวกับเทพเจ้าแห่งสงครามเหล็กผู้ไม่อาจล้ม
เฟเรนเซียยกมือขึ้นอย่างรวดเร็ว
【สกิล: Arcane Bastion - สร้างสนามพลังสะท้อนแรงเวทระดับสูง】
【สกิลเสริม: Time Slip Seal - หยุดกระแสเวลาในพื้นที่หนึ่งวินาที】
"คราส! ทุกพลังที่เหลืออยู่ ต้องลงในครั้งนี้!"
“ได้เลย! ถึงเวลาแล้ว!”
พลเอกคราส ดารัน ทรุดเข่าข้างหนึ่ง สะบัดโล่ออกจากแขน และปลดขวานศึกเข้าสู่โหมด “คลื่นทำลาย” ดวงตาเขาแดงวาบ ขณะที่กล้ามเนื้อทั่วร่างลุกเป็นประกายเรืองพลัง
【สกิลลับ: Siege Breaker’s Last Rite】
▶ โจมตีแรงทะลุพลังป้องกันทุกประเภท 100% แต่เสีย HP 50% และ MP ทั้งหมดหลังใช้งาน
"ถ้าจะตาย... ก็ต้องลากแกลงนรกไปด้วย!"
คราสตะโกนลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าไปกลางคลื่นพลังที่ไครซ์คานปล่อยออกมา พร้อมจังหวะเดียวกับที่เฟเรนเซียปิดกั้นขอบสนามด้วยม่านเวทแห่งมิติ
“แสงแห่งสติปัญญา! สลักเป็นขอบเขต!”
【เวทผนึกสนาม: Mirror Zone – ป้องกันความเสียหายจากภายนอก และขังพลังทำลายไว้ภายใน】
แรงระเบิดมหาศาล
เสียงสนั่นหวั่นไหวราวกับภูเขาระเบิด ฟ้าผ่ากลางวัน น้ำแข็งระเบิดคลื่นความร้อน หินทั่วสนามแตกกระจาย
—ม่านเวทพุ่งกระแทกออกเป็นวงคลื่น
—ร่างทั้งสามหายไปท่ามกลางฝุ่นและแสง
ความเงียบโรยตัวลงครู่หนึ่ง...
จนกระทั่ง…
เสียงหอบหายใจหนัก ๆ ดังออกจากม่านควัน ร่างของ เฟเรนเซีย วาลิอันท์ ค่อย ๆ ก้าวออกมา แขนหนึ่งเปื้อนเลือด ผมหลุดลุ่ยจากมงกุฎเวทที่แตกร้าว แต่แววตายังแน่วแน่ เธอพยุง คราส ดารัน ที่สภาพใกล้หมดสติ — โล่หักครึ่ง ขวานแตกร้าว แต่ยังพอมีลมหายใจ
ตรงกลางลานรบ...
ร่างของไครซ์คาน ทรุดลง... มือทั้งสองยังยกค้อนค้างไว้ แต่ร่างแตกร้าวเต็มไปด้วยรอยเวทไหม้
【HP: 9%】
【Status: Critical – Berserk Mode Triggered】
ดวงตาของมันลุกโชนขึ้นอีกครั้ง...
"พวกเจ้า... ยังไม่สามารถล้มข้าได้..."
เสียงหัวเราะต่ำแหลมดังแทรก
– ไครซ์คานเข้าสู่ “โหมดคลั่ง”
– พลังเวทในร่างเริ่มก่อรูปใหม่เป็น "ร่างที่สอง"
– เงาของอสูรขนาดยักษ์ก่อตัวซ้อนจากด้านหลัง มีกงล้อพลังเวทหมุนรอบกระโหลกสีดำ
ขณะที่ "ไครซ์คาน เดอะสตีลเบรคเกอร์" กู่คำรามเสียงต่ำราวกับเหล็กเสียดสีกัน ร่างกายของมันเริ่มแปรเปลี่ยน — ชิ้นส่วนเกราะอสูรที่แตกร้าวไปก่อนหน้า เริ่มหลอมรวมกันใหม่ กลายเป็นแผ่นเกราะหนาแน่นยิ่งกว่าเดิม ปรากฏแสงสีแดงเลือดพุ่งออกมาจากรอยร้าวทั่วตัวมัน
เสียงคำรามของมันเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงสองชั้นซ้อนกัน — หนึ่งคือเสียงคำรามดิบ อีกหนึ่งคือเสียงกระซิบของสิ่งเร้นลับ
ราวกับคำสาปถูกปลดปล่อย — พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ร่างของไครซ์คานค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น แขนของมันกลายเป็นค้อนเวทโลหะที่มีขอบหมุนด้วยพลังมืดสีดำสนิท
ขณะนั้นเอง...
ฟ้าเหนือศูนย์บัญชาการกลางสั่นสะเทือน!
เสียงเวทวงประกาศก้องไปทั่วท้องฟ้าอย่างเร่งด่วน:
"เส้นปะทะแนวตะวันตกเริ่มเสียสมดุล! ขอการสนับสนุนด่วนที่สุด!"
เฟเรนเซียที่ยังยืนประคองร่างพลเอกคราส ดารัน ที่หายใจรวยรินอยู่ในอ้อมแขน เงยหน้ามองฟ้า
ก้อนเมฆสีเทาแดงปกคลุมแสงตะวัน ลมเย็นพัดผ่านแนวรบอย่างไม่บอกเหตุผล
เธอกำหมัดแน่น คำพูดเบา ๆ หลุดจากริมฝีปาก:
"...นี่มัน... เพียงแค่แม่ทัพตัวแรกเท่านั้นเหรอ?"
ร่างของไครซ์คานแปรเปลี่ยนสมบูรณ์ — แผ่พลังความตายออกไปราวกับมหานรกบนดิน
ตัดภาพ — แสงสีแดงฟาดลงจากฟ้า, เฟเรนเซียหลับตาแน่น ในขณะที่เงาแห่งมหาสงครามได้ครอบคลุมโลกอย่างแท้จริง
