แจ๊คยกมือขึ้นพร้อมกับปล่อยพลังปีศาจเพื่อเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณของนักฆ่าทั้งหลายในบริเวณนี้
ดวงวิญญาณบางอันมีแสงสีทองอ่อน ๆ แต่ไม่มากเท่ากับศาสนาแห่งแสงของจริงจึงทำให้แจ๊คสงสัยและบางดวงวิญญาณเป็นผู้ฝึกฝนธรรมดา ทำให้แจ๊ครู้ว่าทำไมดวงวิญญาณมีแสงสีอ่อนแบบศาสนาแห่งแสง แจ๊คจึงคิดว่านักฆ่ามาจากศาสนาแห่งแสง
ดวงวิญญาณทั้งหลายรู้สึกตกตะลึงก่อนส่งเสียงกรีดร้องขึ้นและพยายามจะขอร้องให้แจ๊คปล่อยดวงวิญญาณพวกมันไป
มุมปากของแจ๊คยิ้มขึ้นก่อนจะบดขยี้ดวงวิญญาณของนักฆ่าทั้งหมด จนแตกสลายหายไปไม่ได้กลับไปในโลกวิญญาณ
“ฉันใช้เวลากี่ปีในการเลื่อนระดับ”
หลังได้ยินคำถามของแจ๊ค เฟรยาที่อยู่ภายในมิติของชุดแห่งความวางเปล่าได้พูดขึ้น
“นายท่านใช้เวลาดูชีวิตของหนูมิติ 10 ปีเต็ม ๆ เท่ากับว่าตอนนี้ผ่านไปแล้ว 10 ปี”
แจ๊คพยักหน้าขึ้นเพราะการฝึกฝนนั้นต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก ๆ ก่อนจะเดินเก็บของข้างของจากพวกนักฆ่า นักเวทจนหมดและสีหน้าของแจ๊คดีไม่พอใจเป็นอย่างมาก
พวกนักฆ่านั้นภายในแหวนมิติไม่มีอะไรนอกจากจากคำสั่งกับอาวุธ ส่วนนักเวทดีหน่อยมียารักษา แผนที่ คำสั่งและชุดล่องหนที่พวกมันใส่กัน
“พวกนักฆ่าพวกนี้ มีระดับกลาง ๆ ของดาวดวงนี้แล้ว”
แจ๊คพูดขึ้นเพราะเขาสัมผัสได้ถึงการฝึกฝนของเหล่านักฆ่าพวกนี้ นักฆ่าและนักเวทส่วนใหญ่อยู่ระดับนักรบก่อตั้งกับนักเวทเต็มตัว ส่วนคนสุดท้ายที่ต่อสู้กับแจ๊คอยู่ในระดับนักรบระดับกลาง
เมื่อพูดถึงระดับการฝึกฝนกับการต่อสู้นั้นทำให้แจ๊ครู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก คนพวกนี้ไม่สามารถกระตุ้นต่อมความสนุกในกับแจ๊คแม้แต่นิดเดียว
ถ้าไม่ได้อยากทดสอบพลังแจ๊คคงจะจับพวกมันทั้งหมดก่อนจะทรมานพวกมันเล่น
หลังเก็บของทุกอย่างหมดแจ๊คจึงได้เดินทางต่อไปข้างหน้าเพราะเขาไม่รู้ว่าเป้าหมายต่อไปคืออะไร แจ๊คเปิดช่องว่างของมิติและเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว
บริเวณนี้หลงเหลือแต่กลิ่นเลือดและกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพจำนวนมากที่รอวันย่อยสลายหายไป
หลังผ่านไป 1 ชั่วโมงบริเวณนั้นได้มีเงาจำนวนมากปรากฏขึ้น เงาเหล่านั้นมองซากศพด้วยสายตาอันเย็นชาก่อนจะมีเงาหนึ่งเดินเข้ามาตรวจสอบซากศพ
เงานั้นเดินมาตรวจสอบซากศพทีละศพก่อนจะแสดงอาการแตกตื่นทำให้ เงาด้านนอกทั้งหลายรู้สึกตกใจกับการแสดงออกของเงาที่กำลังตรวจสอบซากศพอยู่
หลังตรวจสอบมาจนถึงนักฆ่าที่มีระดับนักรบระดับกลาง เงาที่กำลังตรวจสอบอยู่แสดงอาการหวาดกลัวขึ้น
เงาด้านหลังจึงถามออกไป หลังเห็นอาการหวาดกลัวของเงาที่กำลังตรวจสอบ
“เกิดอะไรขึ้น”
น้ำเสียงเงาที่ถามด้านหลังเงาที่กำลังตรวจสอบ น้ำเสียงนั้นไร้อารมณ์ความรู้สึกราวกับหุ่นยนต์พูด เงาที่กำลังตรวจสอบหายใจเข้าและออกเพื่อสงบสติอารมณ์
“หัวหน้าย่อยสังหารมีดที่ 13 ได้ตายลงเสียแล้ว”
“อะไรนะ-----!!!”
สิ้นสุดเสียงของเงาตรวจสอบ เงาด้านหลังแสดงอาการตกใจพร้อมกับเพราะว่าหัวหน้าย่อยสังหารมีดที่ 13 มีระดับการฝึกฝนคือนักรบระดับกลาง
ส่วนเงาส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี้มีระดับการฝึกฝนแค่นักรบก่อตั้งเท่านั้น
“นายสามารถบอกได้ไหมว่าหัวหน้าย่อยสังหารมีดที่ 13 ตายได้ยังไง”
ได้มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลังของเงาตรวจสอบ เงาตรวจสอบจึงกระชากผ้าปิดหน้าและชุดของหัวหน้าย่อยสังหารมีดออกทั้งหมด
เผยให้เห็นเลือด กระดูก และอวัยวะภายในตรงหน้าท้องของหัวหน้าย่อยสังหารมีดที่ 13 กระจัดกระจายไปทั่วเสื้อผ้าจนเป็นภาพที่น่าขยะแขยง เงาเหล่านั้นไม่ได้มีแสดงอาการขยะแขยงออกมา
แต่ตอนนี้ความรู้สึกของพวกเขาคือความหวาดกลัว ใบหน้าของหัวหน้าย่อยสังหารมีดที่ 13 นั้นมีรอยแผลเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถจดจำใบหน้าเก่าของตนเองได้
เงาตรวจสอบมองดูบาดแผลภายในร่างกายของหัวหน้าสังหารมีดที่ 13 ดูพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นราวกับพยายามพูดขึ้นมา
“ตรงหน้าท้องเหมือนกับมีสัตว์อสูรบางที่ทรงพลังได้โจมตีกระแทกไปที่หน้าท้องของหัวหน้าย่อยสังหารมีดที่ 13 จนอาการบาดเจ็บสาหัสก่อนจะถูกอะไรบางอย่างที่แหลมคมพุ่งทะลุหัวไป”
เงาเหล่านั้นได้ฟังจึงรู้สึกหนาวเย็นไปทั่วทั้งตัว เงาตรวจสอบได้กระชากผ้าปิดหน้าและชุดของนักฆ่าทุกคนทั้งหมด ใบหน้าของนักฆ่าทุกคนนั้นมีรอยแผลเป็นทั้งหมด
จนไม่สามารถจดจำใบหน้าเก่าของตนเองได้ นักฆ่าเหล่านี้ได้ทำลายหน้าตาของตนเองลงเพื่อที่จะสวมหน้ากากหนังมนุษย์ได้ง่ายขึ้นเวลาออกทำภารกิจแทรกซึม
หลังตรวจสอบทุกคนได้สำเร็จ เงาตรวจสอบได้พูดขึ้นว่า
“ทุกคนถูกฆ่าแบบเดียวกันคือมีบางอย่างที่แหลมคมพุ่งทะลุหัวและสังหารพวกเขาไปในทีเดียว ในแบบที่ยังไม่รู้ตัว”
เงาด้านหลังพวกเขาสั่นเล็กน้อย ก่อนจะมีเสียงเงาหนึ่งพูดขึ้น
“พวกเราจะเอายังไงต่อ”
สิ้นสุดเสียงเงานั้นไม่มีใครสามารถตอบอะไรได้นอกจากความเงียบสงบ หลังผ่านไปสักพักหนึ่งได้มีเงาหนึ่งตัดสินใจรวบรวมความกล้าพูดขึ้น
“ในเมื่อมีนักฆ่าตายแสดงว่าผู้นำพาแห่งความมืดได้ออกมาจากภูเขาภูตผีได้แล้ว ส่วนการตายของทุกคนฉันคิดว่าผู้นำพาแห่งความมืดลอบสังหารหรือไม่ก็ให้ตัวตนนั้นลงมือ”
เมื่อได้ยินขอสรุปของเงาคนหนึ่งพูดขึ้นทำให้เงาทั้งหลายพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกับจองตาคนด้านหน้า
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเรานำเรื่องนี้ไปบอกกับพวกอาณาจักรโดฮา ซาราโนและศาสนาแห่งแสงกันว่าผู้นำพาแห่งความมืดยังไม่ตาย พวกเราหน่วยลับของสมาคมนักผจญภัยจะไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้”
“ใช่อีกอย่างพวกเรา เป็นแค่คนระดับกลาง ๆ ต้องให้คนระดับสูง ๆ ออกมาสังหารผู้นำพาแห่งความมืดด้วยตนเอง”
“เรื่องพวกนี้เรานำกลับไปรายงานกัน ถึงแม้ว่าหัวหน้าสมาคมนักผจญภัยไม่รู้ว่าโกรธแค้นอะไรนักหนาถึงสั่งให้หน่วยสังหารอย่างพวกเราลงมือ”
“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับพวกเรา นายไม่ต้องพูดมากหรอก”
เงาเหล่านั้นได้ปรึกษากันว่าจะเอายังไงต่อ หลังได้ข้อสรุปคือกลับไปรายงานว่าผู้นำพาแห่งความมืดยังดีชีวิตอยู่นอกจากนั้นมันไม่ได้เกี่ยวกับอะไรพวกเขา
แค่เห็นซากศพตรงหน้าพวกเขาก็ไม่อยากจะยุ่งเรื่องแบบนี้อีกเป็นครั้งที่ 2 ให้พวกระดับสูง ๆ จัดการกันเอง
เงาทั้งหลายได้แบกนักฆ่าจากสมาคมนักผจญภัยของพวกเขา ก่อนจะหายไปหลงเหลือเอาไว้แต่ความเงียบและเสียงกรีดร้องที่ออกจากภายในภูเขาภูตผีที่น่าหวาดเกรง
.............
ภายในโรงเตี๊ยมของเมือง เอยีน ในอาณาจักรซาราโนได้มีผู้คนจำนวนมากกำลังนั่งกินเหล้า ฉลอง ตีกันและเด็กเสริฟอาหาร และเสียงเซฟภายในห้องครัว
ห้องแถวมุมอับของห้องได้มีชายคนหนึ่งสวมหน้ากากไร้หน้า สวมชุดสีแดงกำลังนั่งกินอาหารอย่างช้า ๆ พร้อมกับหมุนช้อนเล่นราวกับรสชาติอาหารไม่ได้ถูกปากของเขาเท่าไร
ชายคนนั้นคือแจ๊คเองเพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปจึงได้มานั่งกินอาหารขยะแบบนี้หน่อย เพราะว่าแจ๊คไม่ค่อยเรื่องมากเกี่ยวกับรสชาติอาหารแม้ว่ารสชาติมันราวกับขยะ
แจ๊คจึงคิดว่าเขาจะกินมันต่อดีหรือไม่
ระหว่างที่แจ๊คกำลังจะคิดเรื่องนี้ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“พวกนายรู้ข่าวเกี่ยวกับตอนนี้หรือยัง”
แจ๊คที่กำลังจะลุกออกไปได้ยินเรื่องนี้ก่อนจะหันหน้าไปมองชายร่างสูงกำยำที่กำลังถือเหล้าหน้าแดงเพราะมึนเมา แจ๊คคิดก่อนสักพักหนึ่งและนั่งกลับไปที่เดิม
เพื่อนฝูงของชายคนนั้นกำลังถือเหล้าและกินมันไปพร้อม ๆ กับฟังเรื่องที่ชายร่างสูงกำยำกำลังจะโม้
“เรื่องที่ข้ากำลังจะพูดนั้นเป็นความจริงนะเว๊ยยยยยยย”
เมื่อชายร่างสูงกำยำเห็นสายตาของพวกพ้องจึงพูดขึ้นพร้อมกับตะโกนไปทั่วร้านทำให้ผู้คนหันมาจ้องมองโต๊ะพวกเขา แต่พวกเขาไม่ค่อยสนใจสายตาของคนเหล่านี้มากเท่าไร
“จะ....พู..ด......อะไรก็........รีบพูด......มา......”
เพื่อนฝูงอีกคนหนึ่งได้พูดขึ้นพร้อมกับท่าทางกำลังจะหลับลงมามือไม้เริ่มจะอ่อนตัวทำให้เขาไม่สามารถทรงตัวได้
“เรื่องที่ข้ากำลังพูดในวันนี้คือ สงครามในอาณาจักรต่าง ๆ เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วพวกเจ้าเริ่มจะหาที่ซ่อนกันแล้วหรือยัง”
เมื่อพูดถึงสงครามผู้คนภายในร้านที่กำลังทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้หยุดลงพร้อมกับจ้องมองไปที่โต๊ะนั้นอย่างเงียบ เพื่อนของชายร่างสูงกำยำที่กำลังเมาได้ดีดตัวขึ้นมา
ชายร่างสูงกำยำเมาหนักมากจนถึงขั้นที่ไม่สามารถหยุดปากของตนเองได้
“ข้ารู้เรื่องว่า.........ต้นเหตุของสงครามภายในอาณาจักรซาราโนคือลอร์ดแห่งความตายที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมา”
“อะไรนะ-----------------!!!!!!”
เสียงผู้คนภายในร้านได้ดังขึ้นพร้อมกับชื่อของลอร์ดแห่งความตายคือชื่อที่เป็นภัยพิบัติระดับตำนานของดวงดาวแห่งนี้
ความหวาดกลัวได้แทรกซึมเข้าไปในจิตใจของผู้คนทุกคนภายในร้านแห่งนี้
ชายร่างสูงกำยำยังไม่หยุดพูด จึงพูดต่อแม้ว่าเพื่อนจะพยายามปลุกเขาให้ตื่นก็ตามที
“ไอบ้าเอ๋ย ตื้นได้แล้วนายพูดเรื่องแบบนี้มามั่ว ๆ ไม่ได้นะ”
“ใครบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องฉันแต่งขึ้นมา”
ชายร่างสูงกำยำได้ผลักเพื่อนของเขาให้กระเด็นถอยไปอย่างโมโห เพื่อนอีก 2 คนพยายามจะเข้าไปปลุกเขาเพราะสายตาของคนในร้านตอนนี้รู้สึกโกรธแค้นและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดออกมาโดยที่ไม่ได้มีหลักฐาน ชายร่างสูงกำยำพูดขึ้นก่อนที่เพื่อนของเขาอีก 2 คนจะเข้าไปถึง
“เรื่องนี้ฉันได้ยินมาจากเพื่อนที่เป็นทหารแถวหน้าสงครา..............”
เพื่อนอีก 2 คนได้ใช้มือปิดปากชายร่างสูงกำยำได้สำเร็จทำให้ชายร่างสูงกำยำพยายามจะต่อต้านแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพื่อนคนที่กระเด็นถอยหลังไปได้จ่ายเงินกับเด็กเสริฟก่อนจะรีบวิ่งออกจากร้านไปทันที
จากบรรยากาศบันเทิง สนุกสนานตอนนี้กลายเป็นเศร้าหมองทันที แจ๊คยิ้มขึ้นเพราะเขารู้ว่าลอร์ดแห่งความตายก็คือจี่อู่นั้นเอง
............................................................................................................................................................................................................