บิชาม่อน

    รัฐไฟล์ หัวใจเสือขาว

                   เซรอสนำผ้าออกมาจากกระเป๋าและคลุมหน้าตาเอาไว้ะร้อมกับร่ายเวทย์เพียงชั่วครู่ผิวขาวเหลืองของเขาก็กลายเป็นผิวสีน้ำผึ้งทันที รีเซ่หัวเราะขบขันอย่างชอบใจ จนโดนเอ็ดไปหลายหน เลโอมองอย่างเข้าใจ เพราะดูเหมือนว่าเซรอสจะไม่อยากให้เกิดความแตกตื่น
                   เมื่อย่างก้าวเข้าเขตตัวเมืองผู้คนก็เริ่มมากขึ้น การสัญจรคับคั่งไปด้วยผู้คน การจับจ่ายซื้อขายนั้นช่างดูหลากหลาย ชาวเมืองต่างยิ้มแย้ม อาคารบ้านเมืองในเขตเมืองเป็นแบบอิฐก่อในรูปแบบของสถาปัตยกรรมโรมาเนกสก์ในลักษณะการใช้โค้งกลม โดยเฉพาะรอบหน้าต่างและประตู
                   “บ้านนายนี้ไกลจากตัวเมืองไหม” รีเซ่หันไปถาม
                   “อยู่กลางเมือง เลยตรงนี้ไปซัก500เมตรก็ถึงแล้ว”
                   !!
                   พระราชวังบ้านไหนเขาอยู่กลางเมืองวะ
                   “กลางเมืองแล้วมันจะดูแลยังไง ฉันนึกว่าพวกวังต้องแยกเป็นเอกเทศซะอีก” รีเซ่ดูจะนึกภาพไม่ออก
                   “ดูเอาสิว่ามันปลอดภัยไหม”
                   ด้านหน้าของพวกเขาคือกำแพงขนาดใหญ่สีแดงสูงราว20หรืออาจจะเกือบถึง30เมตรด้วยซ้ำพร้อมป้อมปราการขนาดใหญ่มากมาย
                   อลังการไปไหมเนี้ย
                   “เขตพระราชวังห้ามเข้านะครับ!” ทหารด้านหน้าประตูป้อมเอ่ยเตือนขึ้นอย่างสุภาพเมื่อเห็นเหล่าหนุ่มสาวเกือบสิบชีวิตเดินตรงเข้ามา
                   “นายรีบๆไปเคลียร์เลย”
                   รีเซ่ว่าเข้าให้ซึ่งเซรอสก็แค่พยักหน้าก่อนที่จะค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ทหารหนุ่มรายนั้น ยิ่งเดินเข้าใกล้มากเท่าไหร่เสียงที่เอ่ยตักเตือนเซรอสก็ดูเข้มขึ้นมากทุกที ทั้งอาวุธในมือนั้นก็ยิ่งกระชับมากขึ้นด้วย
                   เมื่อเข้าใกล้มากจนได้ระยะและมุมที่ดีที่ไม่ทำให้ใครเห็นโฉมหน้าของเขา เซรอสก็คลายเวทมนต์ให้สีผิวของตนกลับมาเป็นดังเดิมก่อนจะค่อยๆดึงผ้าที่พันคลุมหน้าออกเล็กน้อย แต่เเค่เพียงเล็กน้อยมันก็มากพอแล้วสำหรับทหารอย่างเขาพราะการจดจำใบหน้าของเหล่าเชื้อพระวงศ์ล้วนสำคัญมาก
                   “ฉันกลายเป็นคนถูกเนรเทศตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เซรอสเอ่ยด้วยสายตาที่เป็นประกายแวววาวราวกับเจอเรื่องสนุก
                   “ท่าน!..”
                   มือที่ไวกว่าความคิดของว่าที่เจ้าครองรัฐรีบคว้าหมับเข้าให้เพื่อปิดปากพลทหารปากเบาที่คิดจะแหกปากแทบจะทันทีที่เห็นหน้าเขา
                   “ให้พวกฉันเข้าไปเงียบๆ ไม่ต้องถามอะไรมาก ฉันต้องไปพบพ่อเพราะเรื่องนี้ด่วนที่สุด”
                   ใบหน้าอันคมเข้มนั้นแฝงไปด้วยความทรงอำนาจมองพลทหารดวงกุดด้วยสายตาจริงจังชนิดที่ว่าถ้าขืนแหกปากให้เป็นเรื่องใหญ่คงมีการฉีกร่างกันเกิดขึ้น
                   พลทหารดวงซวยก็ได้แค่เพียงถอยและแอบเปิดประตูให้เงียบๆก่อนจะรีบปิดทันทีที่พวกเซรอสเข้ามาครบ
                   โอ้โห้แหะ
                   ตระการตาสุดๆ
                   ทุกคนต่างก็คิดไม่ต่างกัน ยูซีทและเดเรสนั้นก็ถึงกับผิวปาก แน่ละก็ในเมื่อด้านหน้าของเขาคือพระราชวังหลังใหญ่สีดำมันเงาและดูโปร่งแสง ที่ทำจากหินwurtzite boron nitrideทั้งหลัง แน่นนอนว่าพระราชวังนี้จัดได้ว่าเป็นพระราชวังที่สร้างมาด้วยวัสดุที่แข็งแกร่งที่สุด นั้นก็เพราะ wurtzite boron nitride แข็งกว่าเพชรตั้ง 58% !!!

                   “กว้างกว่าบ้านฉันอีกละมั้งเนี้ย” เดเรสพูดขึ้น

                   “พระราชวังอิกก์ดราซิลของรัฐไฟล์...ประกอบไปด้วยพระราชวัง ท้องพระโรง วิหารสำคัญๆและห้องทรงพิธีต่างๆ มีห้องทั้งหมดด้วยกันประมาณ 1,100 ห้อง, 100 บันได และ ระเบียงยาวรวมทั้งหมดประมาณ 4.8 กิโลเมตร ภายนอกพระราชวังถูกล้อมรอบด้วยกำแพงขนาดใหญ่สีแดงยาวประมาณ 10.2 กิโลเมตร พร้อมป้อมประจำการทหารกว่า 20 แห่ง เมื่อมองจากภายนอกอาจดูเหมือนผลงานสถาปัตยกรรมที่เคร่งขรึม มีหอคอยโกธิคคู่กันสองหอคอยพร้อมกับยอดแหลม แต่ถ้าเดินเข้าไปทางประตูด้านเหนือจะพบกับประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าและวิจิตรงดงาม ความอลังการและทรงคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์

                   เพราะจุดนั้นเป็นห้องโถงซึ่งทางรัฐเปิดเให้เข้าชมได้ด้วยการเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมทรัพย์สมบัติของพระเจ้าแผ่นดินของแต่ละยุคสมัยมากมายจนประเมินค่าไม่ได้ ลองนึกภาพกษัตริย์และพระราชินี 38 พระองค์ที่เคยประทับอยู่บนราชอาสน์ราชาภิเษก ในจำนวนนี้มีหลายพระองค์ทอดพระวรกายอยู่ชั่วนิรันดร์ในบริเวณกลางโบสถ์ พิจารณาถ้อยคำชวนคิดของเซอร์วินสตัน เชอร์ชิลซึ่งมีอนุสรณ์อยู่ใกล้กับประตูทิศตะวันตก หยุดแสดงความเคารพแก่ทหารหาญผู้สูญเสียชีวิตใน

                   และพื้นที่เก่าแก่ที่สุดอีกส่วนหนึ่งของอิกก์ดราซิล คือห้องใต้ดินเซนต์ปีเตอร์สมัยศตวรรษที่ 11 ที่มีการปิดผนึก ในปัจจุบันที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเครื่องราชกกุธภัณฑ์ หน้ากากมรณะและเครื่องแต่งกาย

                   มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ค่อนข้างเข้มงวด มีการตรวจกระเป๋าทุกการเข้า - ออก โดยผ่านเครื่องเอกซเรย์ทุกครั้ง แม้แต่ในฤดูที่หนาวมากๆ ก็จำเป็นต้องถอดออกทุกชิ้น สำหรับการตรวจค้น”

                   “บ้านนายนี้เก็บศพไว้กลางโบสถ์หรอ..” รีเซ่หันมาถามเซ่รอสด้วยใบหน้าที่ซีดเผือก

                   “ใช่ ก็ธรรมเนียมบ้านฉันไม่เผา ฝังอย่างเดียว” เรซอสยิ้มอย่างรู้ทัน

                   “โตจนปานนี้ยังจะกลัวผีขึ้นสมองอีก” เดเรสพูดพร้อมยักไหล่อย่างน่าหมั่นไส้

                   “ปากเสีย!”

                   “ด้านหน้าก็เป็นพระราชวังแล้ว แกควรสงบเสงี่ยมหน่อย” เร็งกะดุขึ้น

                   เสียงโวยวายของเเม่คุณนั้นถูกสกัดดาวรุ่งซึ่งเจ้าตัวก็ดูเหมือนจะฮึดฮัดเล็กน้อยแต่ก็ยอมทำตามอย่างเสียไม่ได้

    เมื่อเดินมาถึงด้านหน้าพระราชวัง ทันทีที่เหล่าทหารเห็นเซรอสก็ต่างพากันทำความเคารพและย่อเข่าลงกับพื้น

                   “ตอนนี้พ่อฉันอยู่ที่ไหน”

                   “ห้องทรงงานพะยะคะฝ่าบาท”

                   “ขอบใจ” เซรอสตอบรับพร้อมเดินนำทีมไป

                   “ขี้เก๊กหวะ” ยูซีทแซว

                   “ไม่ได้เก๊ก แต่ถูกสอนมาให้วางตัวให้ข้าราชบริพารเคารพ แถมอีกอย่างช่วงฉันไม่อยู่พ่อก็เล่นปล่อยข่าวว่าลูกชายโหดเถื่อนดุแบบนั้นแบบนี้จนเขากลัวกันหัวหดหมดแล้ว พูดร้อยๆนี้ก็กลัวว่าเขาจะกลัวกันหรอก” เซรอสบอกปัดไป

                   “คนรึหมา” รีเซ่หัวเราะรวน

                   “ไม่เอารีเซ่ไม่สุภาพคะ”

                   ยูนะหันมาดุ คราวนี้ละเสียงหัวเราะของเหล่าเพื่อนถึงกับดังพร้อมกัน เพราะนานๆทีที่ยูนะจะพูดหรือดุใครเข้าสักทีและสงสัยว่าเธอคงสุดทนกับแม่คนปากบอนเต็มที่ถึงได้เอ่ยขึ้นมาแบบนี้

                   “เงียบสักนาทีสองนาทีมันไม่ได้ทำให้แกเป็นใบหรอก”เลโอดุเธอซ้ำ

                   รุมได้ก็รุมกันใหญ่!

                   “เออเงียบก็เงียบ ชิ” รีเซ่สบถเล็กน้อยก่อนที่จะเดินร่นถอยลงไปให้เท่ากับเดเรสที่เดินอยู่ด้านหลัง

                   งอนไปอีก

                   เซรอสกับเลโอถอนหายใจพร้อมกัน แต่เลโอกลับโบกมือไปมาราวกับจะบอกให้ไม่ต้องตามง้อ

                   “แกง้อมันมากมันจะเสียนิสัย ตอนนี้ไปพบท่านอาก่อนดีกว่า”

                   “อืมนั้นสิ เพราะฉันต้องไปเอาของสำคัญซะด้วย” เซรอสตอบ

                   “ของอะไรของแก” ยูซีทถาม

                   “หัวใจ..หัวใจของเบียคโกะนะ”

                   “ฮะ!!!!!”

                   คำตอบของเซรอสนั้นทำให้ทุกคนถึงกับต้องอุทานออกมาแล้วทุกอย่างก็เหมือนตกอยู่ในผวังค์