ตอนที่ 35 ก่อเรื่องแล้วหรือ? (1)
เมื่อไปถึงตลาดมืดหานชีเยวี่ยพบว่าตลาดมืดวันนี้ซบเซาเงียบเหงามากกว่าทุกวันเห็นได้ชัดว่าเหตุการณ์วุ่นวายครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดมืด
อย่างไรก็ตามยังคงมีคนบางคนที่มีพฤติกรรมเหมือนกับเธอ เดินเตร่อยู่ในตลาดมืดมีทั้งคนที่มาขายของและคนที่มาซื้อของ
ถึงแม้ว่าตลาดมืดจะเงียบเหงากว่าปกติแต่สินค้าที่หานชีเยวี่ยนำมานั้นดีมาก ของของเธอจึงขายหมดอย่างรวดเร็ว
น้ำมันพืชแปดสิบจินถึงขั้นที่ไม่มีใครต่อรองราคาด้วยซ้ำ เนื้อหมูก็เช่นกันหานชีเยวี่ยตั้งใจเลือกเนื้อส่วนที่มันๆ มาขาย ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดมาก
แน่นอนว่าเนื่องจากเป็นตลาดมืดหลายคนใช้วิธีแลกเปลี่ยนสินค้ากัน ซึ่งวันนี้เองหานชีเยวี่ยก็ได้พบเห็น
หานชีเยวี่ยคิดว่าในตอนนี้คนที่มีของเก่าอยู่ในมือ คงไม่ยอมขายออกมาไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ใครจะรู้ว่าเธอกลับได้พบเจอเข้าจริงๆ
ชายชราคนหนึ่งเดินโซเซมาพร้อมกับแหวนทองคำฝังหยกมันแพะเอ่ยปากขอแลกกับเนื้อหมูสองจิน
แหวนวงนี้สวยมาก ไม่ต้องพูดถึงหยกมันแพะแค่ทองคำอย่างเดียวก็ซื้อแผงลอยของเธอได้ทั้งหมดแล้วหานชีเยวี่ยรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากได้ลาภลอยก้อนใหญ่เธอจึงแถมเนื้อหมูกับชายชราเพิ่มอีกสองจิน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หานชีเยวี่ยออกจากตลาดมืดเธอแอบคิดในใจว่าวันนี้เป็นวันที่ดีจริงๆ ตั้งแต่หอพักของโรงงานทอฝ้ายจนถึงตลาดมืดเธอได้เงินมาเกือบสามร้อยหยวน แถมยังได้แหวนหยกอีกวงฝีมือการทำแหวนวงนี้ประณีตบรรจงมาก สามารถเก็บสะสมไว้ได้อาจไม่ถึงกับประเมินค่าไม่ได้ แต่ก็มีมูลค่ามหาศาล
แม้ว่าหานชีเยวี่ยยังไม่อยากจากไปและอยากจะหาเงินเพิ่มอีกสักหน่อยแต่หานชีเยวี่ยก็เข้าใจคำว่าระมัดระวังไว้จะแล่นเรือได้ถึงหมื่นปี [1]ดี
เธอออกจากตลาดมืดอย่างระมัดระวังเมื่อถึงหัวมุมหนึ่ง เธอก็เดินกลับเข้าไปในมิติ ทันทีที่เธอออกจากมิติอีกครั้งเธอก็กลับมาเป็นหานชีเยวี่ยคนเดิม
อีกด้านหนึ่งในตลาดมืดหวังเหล่าอู่ได้ยินข่าวว่าวันนี้มีคนนำน้ำมันพืชบริสุทธิ์มาขายในตลาดมืดเขาก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมากแน่นอนว่าขวดน้ำมันพืชที่หานชีเยวี่ยขายไปก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าหวังเหล่าอู่
เมื่อพิจารณาดูน้ำมันพืชที่ใสสะอาดแล้วหวังเหล่าอู่จึงใช้นิ้วจิ้มขึ้นมาลองชิมเล็กน้อย กลิ่นหอมของน้ำมันอบอวลเป็นน้ำมันถั่วลิสงชั้นดี น้ำมันที่มีสีสันและคุณภาพแบบนี้ถือว่าเป็นสินค้าชั้นเลิศคุณภาพเช่นนี้สามารถทิ้งห่างน้ำมันที่ขายในสหกรณ์ได้หลายขุม
เขารู้สึกว่าต้องตามหาคนๆ นี้ให้เจอการหาคนๆ นี้เจอ อาจทำให้ธุรกิจของเขาขยายตัวได้ เขาจึงสั่งให้ลูกน้องรีบตามหาคนๆนั้นทันที
"ต้องหาคนๆ นั้นให้เจอถามให้แน่ชัดว่าได้สินค้ามาจากไหน หลังจากนี้จะได้ซดน้ำแกงหรือจะได้กินเนื้อก็ขึ้นอยู่กับวันนี้แล้ว ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ซื้อของจากเขาเลยก็ได้"หวังเหล่าอู่สั่งลูกน้อง
ลูกน้องรับคำสั่งแล้วก็เริ่มออกตามหาคน
หวังเหล่าอู่นั่งลงบนเก้าอี้มองดูน้ำมันหนึ่งไหที่อยู่ตรงหน้า แล้วเริ่มครุ่นคิดว่าน้ำมันเหล่านี้มาจากไหนน้ำมันพืชครั้งละหลายสิบจิน ถึงจะไม่มาก แต่ก็ไม่น้อยเลย
ยิ่งไปกว่านั้นหวังเหล่าอู่ยังมีความรู้สึกว่าคนๆนี้คงไม่ได้มีเพียงแค่น้ำมันอยู่ในมือเล็กน้อยเท่านั้น อาจจะมีสินค้าจำนวนมากก็ได้ถ้าสามารถนำสินค้าเหล่านี้มาอยู่ในมือได้คงเป็นประโยชน์ต่อการขยายอำนาจของเขาอย่างยิ่ง
ช่วงนี้หวังเหล่าอู่รู้สึกกลัดกลุ้มใจมากแหล่งที่มาของสินค้าหลายแห่งของเขามีปัญหาอย่างไม่ทราบสาเหตุ สินค้าดีๆในมือเขาก็เหลือน้อยลงเรื่อยๆ ทว่าศัตรูคู่อาฆาตของเขากลับได้สินค้ามาจากไหนไม่รู้แย่งส่วนแบ่งการตลาดของเขาไปไม่น้อย
ตอนนี้เขาต้องการหาสินค้าดีๆมาแย่งชิงส่วนแบ่งของตลาดคืนอย่างเร่งด่วน ส่วนปัญหาเรื่องต้นทุนที่สูงเกินไปหวังเหล่าอู่ไม่ได้คิดถึงมันเลย
เขาก็ไม่ได้เก็บไว้ใช้เองสำหรับสินค้าที่มีราคาสูงเช่นน้ำมันถั่วลิสงถึงแม้ว่าเขาจะซื้อมาในราคาหนึ่งหยวนห้าเหมาแต่เขาก็สามารถขายออกไปได้ในราคาที่สูงกว่า
เขารู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายราวกับว่ามันเริ่มต้นมาตั้งแต่ครั้งก่อนที่ตลาดมืดถูกคนอื่นแจ้งจับทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มแย่ลง ทั้งหมดเป็นเพราะไอ้เด็กที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง [2]นั่น!
เมื่อหวังเหล่าอู่คิดว่าที่ผ่านมาเขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบก็เพราะจวงเหวินหลินใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวลูกน้องของเขาไม่สงสัยเลยว่าถ้าไอ้เด็กนั่นยืนอยู่ตรงหน้าหัวหน้าตอนนี้หัวหน้าคงตบหน้ามันจนบวมแน่
"ไอ้ของเล่นขยะนั้นใครให้มันกล้าทำแบบนี้! ฉันจะถลกหนังมัน!" หวังเหล่าอู่สบถออกมา
"พี่อู่ผมได้ยินมาว่าไอ้เด็กบ้านจวงโดนจับแล้ว พี่จะให้ผมหาคนไปจัดการมันในนั้นไหมครับ?"ลูกน้องก็ต้องอยากแก้ปัญหา จัดการเสี้ยนหนามให้หัวหน้าอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นคนที่ถูกจับไปวันนั้นก็เป็นพี่น้องของพวกเขาความเสียหายในวันนั้นคือผลประโยชน์ของพวกเขา
"ฝากแกจัดการแล้วกันแกน่าจะรู้ว่าต้องทำยังไงนะ?"
"พี่อู่ วางใจได้เลยครับผมจะจัดการให้เรียบร้อย" เขารีบตอบด้วยท่าทางประจบสอพลอแต่มุมปากกลับมีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่สังเกตเห็นได้ยาก
ในเวลานี้จวงเหวินหลินไม่รู้เลยว่าการทำผิดโดยชั่ววูบในตอนนั้นกำลังจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง หลังจากถูกจับเขาไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเขารู้สึกว่าตัวเองต้องถูกคนอื่นกลั่นแกล้งหรือไม่ก็ถูกใส่ร้ายแน่ๆทำให้เขานึกถึงหานชีเยวี่ยโดยไม่รู้ตัว แต่ก็รู้สึกว่าหานชีเยวี่ยไม่มีความสามารถขนาดนั้น
ตอนนี้เขาถูกขังเดี่ยวไม่สามารถพบเจอใครในครอบครัวได้แม้แต่คนเดียวเลยแน่นอนว่ายิ่งไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเขา
ทางด้านหานชีเยวี่ยหลังจากได้เงินมาจำนวนมากแล้ว เมื่อเห็นว่าเวลาใกล้แล้ว เธอก็ขี่จักรยานกลับบ้าน
เธอนัดเวลากับลู่จิ่งหมิงไว้แล้วแต่เธอต้องไปถึงที่นัดหมายก่อนเวลาเพื่อนำของทั้งหมดออกมา
เธอจะเสกของออกมาต่อหน้าลู่จิ่งหมิงได้ยังไงล่ะ?
ถ้าเป็นแบบนั้นหานชีเยวี่ยไม่สงสัยเลยว่าเธอจะทำให้ลู่จิ่งหมิงตกใจตาย
หานชีเยวี่ยถีบจักรยานด้วยความเร็วราวติดปีกไปตลอดทางตอนห้าโมงกว่าๆ เธอก็มาถึงหุบเขาที่อยู่ห่างจากชุมชนถวนเจี๋ยสามลี้
เธอเช็ดเหงื่อบนหน้าผากหานชีเยวี่ยรู้สึกว่าขาของเธอแทบจะไม่ใช่ขาของตัวเองแล้ว
การขี่จักรยานนั้นเร็วก็จริงแต่ก็เหนื่อยมากเช่นกัน
รถยนต์ที่วิ่งกันเกลื่อนถนนในยุคต่อมานั้นดีกว่ามากรอจนเมื่อเธอมีเงินแล้ว เธอจะต้องหายานพาหนะสี่ล้อมาใช้บ้างแทนการเดิน
หลังจากประคองจักรยานและพักหายใจสักครู่หานชีเยวี่ยก็ยกจักรยานเก็บเข้าไปในมิติ
เธอพักอยู่ในมิติพักใหญ่จนกระทั่งอาการดีขึ้นหานชีเยวี่ยเลือกของที่เธอต้องการจากกองของที่ยึดมาจากบ้านจวง
เสื้อผ้าหลายตัวที่ดูค่อนข้างใหม่และยังไม่เก่ามากรวมถึงเสื้อผ้าหนาสำหรับฤดูหนาว
ฐานะทางบ้านของครอบครัวจวงค่อนข้างดีเสื้อผ้าฝ้ายยังใหม่ประมาณเจ็ดถึงแปดส่วน และยังให้ความอบอุ่นได้ดีเธอมองหาเสื้อผ้าเก่าๆ อีกสองสามตัวสำหรับคุณปู่คุณย่าของลู่จิ่งหมิงแกะออกมาแล้วปะชุนบนเสื้อผ้า ทำให้ดูไม่เด่นเดี๋ยวค่อยบอกคุณย่าลู่ให้เย็บปะชุนบนผ้าห่มด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นเห็นแล้วเกิดปัญหาที่ไม่จำเป็น
หานชีเยวี่ยหยิบหม้อเหล็กใบเล็กของบ้านจวงออกมาเตรียมเข็มกับด้ายให้เรียบร้อย สุดท้ายก็ห่อเกลือครึ่งถุงและน้ำส้มสายชูหนึ่งขวดและซีอิ๊วหนึ่งขวด
คิดไปคิดมาหานชีเยวี่ยก็หยิบเนื้อสับปรุงรสหนึ่งกระป๋องเล็กๆ ที่ยึดมาจากบ้านจวงออกมาเท่านี้ก็ครบแล้ว
นอกจากของที่เตรียมไว้ให้คุณปู่คุณย่าของลู่จิ่งหมิงแล้วหานชีเยวี่ยยังเตรียมของไว้ให้ครอบครัวของเธอเองหนึ่งกระบุงจากนั้นจึงออกมาจากมิติ
เมื่อเห็นว่ายังมีเวลาเหลือหานชีเยวี่ยจึงหาหินก้อนหนึ่งนั่งรอ หยิบหนังสือออกมาอ่านอย่างตั้งใจ
เมื่อลู่จิ่งหมิงมาถึงเขาเห็นหานชีเยวี่ยกำลังอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ เมื่อเห็นขนตางอนยาวของหานชีเยวี่ยกระพริบ ลู่จิ่งหมิงก็รู้สึกเหมือนมีขนนกมาปัดผ่านหัวใจของเขาเบาๆเกิดเป็นระลอกคลื่น
ไม่แปลกที่คนเขาว่ากันว่าผู้หญิงที่ตั้งใจทำงานนั้นสวยที่สุดก็เป็นแบบนี้นี่เองหรือ?
ในชั่วขณะนี้ลู่จิ่งหมิงรู้สึกว่าคำพูดของคุณย่านั้นมีเหตุผลมาก ถ้าเขาสามารถ…
หานชีเยวี่ยรู้สึกว่ามีคนกำลังมองเธออยู่เธอเงยหน้าขึ้นเห็นลู่จิ่งหมิงกำลังจ้องมองเธออยู่ เธอก็รีบปิดหนังสือทันที
ใบหน้าของลู่จิ่งหมิงก็แดงขึ้นโดยไม่รู้ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงจ้องมองใบหน้าของเด็กสาวคนหนึ่งได้นานขนาดนี้?
เชิงอรรถ
[1] ระมัดระวังไว้จะแล่นเรือได้ถึงหมื่นปี:ความไม่ประมาททำให้ชีวิตอยู่รอดปลอดภัย
[2] ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ :ใช้ในการอุปมาอุปมัย คนที่หยิ่ง ทนงตน มักคิดว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่น