“ ข้าต้องขอบคุณลุงเจ๋อที่เข้ามาช่วยเหลือ ”
เสวี่ยหรงคำนับผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 7 ก่อกำเนิดเทพปราณ อีกเพียง 2 ขั้นเขาก็จะกลายเป็เซียน นับว่าการลงทุนกับตรอกซิ่นฮวาคุ้มค่าเป็อย่างมาก อย่างน้อยเธอก็มีระดับก่อกำเนิดเทพปราณยื่นมือเข้าช่วยเหลือหนึ่งคน แม้จะไม่รู้ว่าการช่วยเหลือครั้งนี้จะยาวนานมากเพียงใด
“ คุณหนูม่อเสวี่ยหรง ท่านไม่จำเป็ต้องขอบคุณ ชีวิตของข้าได้ท่านช่วยเอาไว้ เพียงเท่านี้ยังไม่เทียบเท่าสิ่งที่ท่านมอบให้ข้าเลยด้วยซ้ำ ”
“ ลุงหายไปใดมาเช่นนั้นหรือ ”
“ ข้าไปพักฟื้นเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่หายดี พลังเมื่อครู่นี้ข้าเพียงแค่หลอกพวกมันเท่านั้น นับว่าโชคยังเข้าข้างไม่น้อยที่พวกมันกลัวจนหัวหดแล้วรีบหนีออกไป ไม่เช่นนั้นพวกมันคงรู้ว่าข้าโกหก ”
เสวี่ยหรงไม่ถามถึงระดับที่แท้จริง ผู้ฝึกยุทธ์ล้วนแล้วมีความลับเป็ของตนเอง
“ คุณหนูม่อเสวี่ยหรง ข้าอยากจะช่วยท่าน ในระหว่างที่ข้าฟื้นตัว ข้าขออยู่ที่ตระกูลท่านได้หรือไม่ ”
“ ท่านจะอยู่นานเท่าใด ”
“ ข้าจะอยู่ที่นี่สัก 2 สัปดาห์แล้วจากนั้นข้าจะเดินทางไปยังที่ที่หนึ่ง หลังจากนั้นข้าจึงจะกลับมาตอบแทนบุญคุณที่ข้าพูดถึง ”
“ ท่านอยู่ให้นานกว่านี้ไม่ได้หรือ ”
“ ข้าก็อยากจะอยู่ให้นานมากกว่านี้ เพียงแต่ว่ามีคนที่รอข้าอยู่ หวังว่าท่านจะเข้าใจ ”
เสวี่ยหรงพยักหน้ารับแล้วให้ยี่ยี่จัดเตรียมห้องว่างให้กับลุงเจ๋อ ระยะเวลา 2 อาทิตย์นับว่านานพอสมควร เธอคิดว่าการมีลุงเจ๋อหนุนหลังอาจจะทำหลายอย่างได้ง่ายยิ่งขึ้น นายน้อยตระกูลต่างๆที่เห็นนายน้อยไป๋หลงวิ่งหนีกระเจิงไปพร้อมกับคนคุ้มกัน อาจไม่กล้าก่อปัญหา่ระยะเวลาหนึ่งจนกว่าจะรู้ว่าลุงเจ๋อเป็ผู้ใดถึงทำให้นายน้อยตระกูลไป๋หลงหวาดกลัว
“ คุณหนูเ้าคะ ข้าไปดูคนจากตรอกซิ่นฮวามาแล้วเ้าค่ะ พวกเขาสงบแล้วหลังจากแย่งอาหารจากตระกูลไป๋หลง ”
เสวี่ยหรงพยักหน้ารับแล้วเริ่มโคจรลมปราณต่อ ทุกนาทีมีค่าเธอต้องใช้ให้คุ้ม ยิ่งสามารถใช้ปราณได้เร็วเท่าใด เธอก็มีโอกาสรอดได้มากเท่านั้น ปราณปีศาจที่ดูดซับมาในวันนี้ยังไม่มาก จึงยังไม่สามารถสร้างตันเถียนได้
เธออยากจะดูดซับปราณปีศาจจากทุกคนที่มาจากตรอกซิ่นฮวา เพียงแต่ว่าถ้าทำเช่นนั้นอาจจะทำให้คนที่ปราณปีศาจลดลงหนีหายไปได้ เธอยังคงให้ผู้คนปิดล้อมตระกูลซิ่นฮวาเอาไว้เช่นเดิม
เธอต้องทำทุกอย่างให้ดูยุ่งยาก แทนที่จะเดินทางไปยังโรงเตี๊ยมตระกูลไป่เพื่อขายน้ำหอมโดยตรง นั่นก็เพราะว่าการขายน้ำหอมด้วยตัวของเธอมีความสำคัญ
ระหว่างขายน้ำหอมด้วยตัวตนเสวี่ยหรงจากตระกูลม่อ หญิงสาวเพียงคนเดียวที่เหลือรอด กับตัวตนเสวี่ยหรงจากตระกูลม่อ หญิงสาวที่สามารถชำระล้างปราณปีศาจได้ มันมีความสำคัญที่ต่างกัน
เธอ้ายกระดับความสำคัญของตนเองให้มากยิ่งกว่านี้ ไม่เช่นนั้นเธอจะถูกเอาเปรียบ
หากเธอเป็เพียงตัวแทนตระกูลม่อที่ทุกคนมองว่าล่มสลาย มีคนมากมายพร้อมจะหักหลังและเอาเปรียบเธอ
แต่ถ้าหากเธอขายในนามผู้ที่ชำระล้างปราณปีศาจได้แล้วยังรักษาผู้ใดบางคนได้อีก ค่าของเธอจะเพิ่มสูงขึ้น หลายคนที่คิดจะเอาเปรียบคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ พวกเขาจะเริ่มมองดูสิ่งที่จะได้รับ และสิ่งที่จะเสียไป หากเอาเปรียบคนอย่างเธอ
นอกจากจะมองในมุมที่ตนเองอาจจะถูกเอาเปรียบแล้ว เธอยังมองในอีกมุม การลอกเลียนสินค้าในชีวิตนี้เป็เื่ที่ทำได้โดยไม่มีความผิด สักวันน้ำหอมของเธอจะกลายเป็สิ่งที่ตระกูลและร้านค้าต่างๆผลิตขึ้นมาขาย
การที่เธอมีชื่อเสียง อย่างน้อยมันจะช่วยยืดระยะเวลาการถูกคัดลอกน้ำหอมออกไปได้ระยะเวลาหนึ่งเพราะคนหวาดกลัวที่จะเป็ศัตรูกับผู้ที่ขจัดปราณปีศาจ นอกจากนั้นแล้วการที่เธอชำระล้างปราณปีศาจได้ มีโอกาสที่เธอจะสามารถต่อรองกับหลายๆตระกูล
หลังจากติดต่อกับโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ได้ เธอคิดจะหาเงินให้ได้เยอะที่สุดเพื่อชดใช้หนี้แล้วนำเงินที่เหลือมาฟื้นฟูกิจการของตระกูล เมื่อ่เวลานั้นมาถึงเธอคงจะใช้ปราณได้แล้ว การสร้างยันต์จากตำราของตระกูลม่อคงเป็ทางเลือกที่ดีสำหรับเธอ ต่อให้จะเป็เพียงยันต์พื้นฐาน ชาวบ้านยังคง้ามันอยู่ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับตัวอ่อนและก่อกำเนิดยังคงใช้งานยันต์ทุ่นแรง
“ เ้าพูดเช่นไร ข้าได้ยินไม่ชัดเจน ”
ผู้นำตระกูลไป๋หลงถามหลานชาย เมื่อครู่มันได้ยินไม่ชัดเกี่ยวกับหนังสือสัญญาที่เทียนอวี้อ่านออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
“ ตระกูลม่อจะจ่ายหนี้ให้เราในระยะเวลา 5 เดือน ถ้าทำไม่ได้นางจะมอบค่ายกลตระกูลม่อให้เรา ”
ผู้นำตระกูลตบโต๊ะเสียงดัง บนใบหน้าปรากฎโทสะ เนื้อหาในสัญญาไม่ว่าจะอ่านกี่รอบพวกมันก็เป็ฝ่ายเสียเปรียบ
ระยะเวลาในการจ่ายเงินที่ควรจะเป็ 1 เดือนหรือน้อยกว่านั้นกลับเป็ 5 เดือน นอกจากนั้นแล้วสัญญาต่อท้ายเกี่ยวกับการส่งมอบค่ายกลตระกูลม่อให้กับตระกูลไป๋หลงกลับไม่ได้ระบุชื่อค่ายกลที่แน่ชัด
หมายความว่าพวกมันอาจจะถูกตระกูลม่อเล่นลิ้นในวันที่ไม่สามารถหาเงินมาชดใช้ได้ ค่ายกลนั้นอาจจะเป็ค่ายกลธรรมดาทั่วไปที่ตระกูลม่อใช้งาน ซึ่งมันตรงกับหนังสือสัญญา ต่อให้ค่ายกลนี้จะเป็ค่ายกลระดับต่ำ อย่างไรมันก็เป็ค่ายกลตระกูลม่อที่ระบุในสัญญา
“ ท่านปู่ ข้าถูกบังคับ ”
“เหลวไหล ต่อให้เ้าจะตาย เ้าไม่ควรทำเช่นนี้ ไปเสีย อย่าให้ข้าเห็นหน้าเ้าอีก ”
เทียนอวี้กัดฟันด้วยความไม่พอใจ มันโกรธให้กับระดับก่อกำเนิดเทพปราณคนนั้นและโกรธให้กับเสวี่ยหรงที่บังอาจเขียนสัญญาเอาเปรียบ มันจะต้องแก้แค้นให้ได้
ใบหน้าของชายวัยกลางคนหันขวับไปทางเรือนหลังหนึ่ง ตำแหน่งนั้นเขารู้มาจากพ่อบ้านว่าเป็เรือนของคุณหนูม่อเสวี่ยหรง
สิ่งที่กำลังดึงดูดความสนใจเขาคือปราณกลุ่มหนึ่ง พวกมันกำลังถูกชักนำไปยังสถานที่แห่งนั้นจากการนั่งโคจรลมปราณของคนที่อยู่ภายในเรือน
“ พ่อบ้าน คุณหนูของเ้ากำลังเดินลมปราณเช่นนั้นหรือ นางใช้ค่ายกลช่วยดึงปราณมาไว้ที่เรือนหลังนั้นใช่หรือไม่ ”
พ่อบ้านหวางหันมองลุงเจ๋อ ชายคนนี้แข็งแกร่งเป็อย่างมาก เขารู้ดีว่าตนเองไม่สามารถโกหกผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงได้เพราะอีกฝ่ายมองเห็นทุกอย่าง
“ อย่าได้เข้าไปใกล้ ”
“ ฮ่าๆ ข้าไม่คิดจะเข้าไปรบกวนหรอก ข้าแค่ใเท่านั้น คุณหนูของเ้ากำลังรวบรวมลมปราณไปสร้างตันเถียนเช่นนั้นรึ แปลก ถ้านางยังไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์แล้วนางใช้วิธีใดชำระล้างปราณปีศาจออกจากตัวของข้ากัน ”
พ่อบ้านหวางได้ยินทุกคำพูด เขาไม่รู้เช่นกันว่าคุณหนูใช้วิธีใดในการชำระล้างปราณปีศาจ ถึงอย่างนั้นก็ไม่คิดเอ่ยถาม
ลุงเจ๋อที่เห็นว่าปราณยังคงหลั่งไหลเข้าไปในเรือนของคุณหนูเสวี่ยหรงไม่หยุด เขาจึงนั่งมองด้วยความอยากรู้ว่ามันจะไปสิ้นสุดอยู่ตรงที่ใด จนกระทั่งพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าเขาก็พบว่าปราณหายไปแล้ว ทันใดนั้นเขาก็ััได้ถึงการเคลื่อนไหวของคุณหนูที่กำลังออกมาจากเรือน สาวรับใช้ที่รู้เวลารีบวิ่งมาจากครัวเพื่อพาคุณหนูไปทานข้าวด้วยกัน นับเป็ภาพที่ดูสบายตาไม่น้อย ชีวิตที่ดูเรียบง่ายกับสาวใช้ที่ดูซุกซน ไม่ต้องยืนกลางกองเืและศพมากมาย
“ ให้ตายสิ หรือว่าข้าจะต้องออกไปล่าปีศาจสักตัวไปขาย ”
ลุงเจ๋อลูบท้องตนเองเบาๆ เสียงร้องจากท้องเมื่อครู่ทำเอาเขารู้สึกตาลาย ทว่าเขายังขยับร่างกายในตอนนี้ไม่ได้เพราะอยู่ใน่ใช้วรยุทธ์รักษาตันเถียน มากสุดที่เขาทำได้คือเปลี่ยนจากท่านอนเป็นั่งเท่านั้น
“ ลุงเจ๋อเ้าคะ คุณหนูให้ข้านำอาหารมาส่ง กินแล้ววางเอาไว้ในตะกร้าใบนี้นะเ้าคะ ข้าขอตัวก่อน ”
ลุงเจ๋อมองตามหลังสาวใช้ที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นแล้วมองไปยังจานข้าวที่เต็มไปด้วยผัก อย่างน้อยที่นี่ก็สงบสุขกว่าสถานที่ที่เขาจากมา มีข้าวให้กินมีที่ให้นอน ไม่ต้องดมกลิ่นเหม็นเหมือนตอนที่รอคอยความตายในตรอกซิ่นฮวา
“ รอก่อนเถอะ ข้าจะกลับไปหาพวกเ้าแน่นอน ”
ท้องของลุงเจ๋อร้องดังอีกครั้งจนเขาต้องจับตะเกียบคีบข้าวในจานจนเกลี้ยงในเวลาชั่วอึดใจ จากนั้นก็วางกลับลงไปในตะกร้ารอให้สาวใช้มาเก็บ
“ ลุงเจ๋อกินข้าวเยอะหรือไม่ ”
“ กินหมดเลยเ้าค่ะ ”
เสวี่ยหรงพยักหน้าเบาๆ คืนนี้เธอจะดูดซับปราณอีกเล็กน้อยแล้วเข้านอน ร่างกายของเธอยังไม่สามารถดูดซับลมปราณทั้งวันทั้งคืนได้ ต่อให้จะมีสกิลมีปราณเป็มิตรก็ตาม เธอมีพลังเหนืุ์ธรรมดาไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากไม่ก้าวไปเป็ผู้ฝึกยุทธ์เต็มตัว เธอยังคงต้องนอนพักผ่อน.