เช้ามืดของวันถัดมา
เฟยหรงที่เดินทางมาถึงลานกว้างหน้าบ้านก็ต้องพบกับสิ่งที่ต้องทำให้เขาแปลกใจนั้นก็คือซิงเยียนนั้นก็อยู่ที่นี่ด้วย
“เ้ามาทำอะไรที่นี่กัน?"
โดยปกติแล้วจะไม่มีพี่น้องคนไหนตื่นมาในเวลานี้นอกจากตัวของถังเว่ยแล้ว กว่าจะถึงเวลาไปสถาบันก็ยังอีกหลายชั่วยาม เฟยหรงจึงสงสัยว่าทำไมตัวของซองเนยนถึงมาปรากฎตัวบริเวณนี้
“ก็มาด้วยเหตุผลเดียวกับเ้านั้นแหละ”
โดยปกติผู้ฝึกยุทธ์ไม่จำเป็ต้องพักผ่อนมากนักยิ่งระดับขั้นของตัวเองแข็งแกร่งแค่ไหนการพักผ่อนเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอสำหรับฟื้นฟูพลังกลับมาแล้ว
“อย่าบอกนะว่าเ้าก็้าจะให้ท่านพี่เป็คนสอนให้น่ะ?”
“เ้าพูดอะไรกันมีเพียงแค่เ้าเท่านั้นแหละที่เป็คนขอ ไม่ว่าจะเป็ข้า ซูลี่และฟางหรงต่างก็ถูกท่านพี่เคี่ยวเข็ญมาตั้งนานแล้ว”
นี่ก็เป็อีกเื่นึงที่เฟยหรงพึ่งจะทราบเช่นกัน เขาเองก็อยู่ในบ้านตลอดเวลาฉะนั้นแล้วถังเว่ยเอาเวลาไหนไปสอนบรรดาพี่น้องของเขากัน? ระหว่างที่เฟยหรงยังคงครุ่นคิดอยู่เพียงผู้เดียวนั้นก็มีเสียงเท้าของผู้มาใหม่ดังขึ้น
“ท่านพี่…”
เป็ซิงเยียนที่ทักทายก่อนเพราะว่าผู้มาใหม่ก็คือถังเว่ยนั้นเองในตอนนี้สองมือของเขาได้ถืออะไรบางอย่างเอาไว้ มือข้างขวาถือหอกเหล็กสีเงินที่มีความยาวประมาณ 1 เมตรครึ่ง ส่วนมือข้างซ้ายถือกระบี่เหล็กสีเงินเช่นเดียวกัน ดูจากภายนอกของอาวุธทั้งสองชนิดน่าจะทำมาจากวัสดุชนิดเดียวกัน
“อาวุธพวกนั้นคืออะไรหรือท่านพี่?”
เฟยหรงที่หลุดออกมาจากห้วงความคิดของตนเองก็เห็นว่าถังเว่ยมาถึงบริเวณที่เขายืนอยู่แล้ว แถมในมือของอีกฝ่ายยังมีอาวุธอยู่ในมือทั้งสองข้างลักษณะของพวกมันยังคงใหม่เยู่ราวกับว่ามันพึ่งจะถูกตีขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
“มันคืออุปกรณ์สำหรับพวกเ้าในการรับการสอนจากข้า เฟยหรงมารับหอกของเ้าไป”
เฟยหรงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยนี่ว่าถือเป็ของขวัญชิ้นแรกที่ถังเว่ยได้มอบให้เขาในฐานะผู้ฝึกยุทธ์เลยก็ว่าได้ทำให้ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มจากความดีใจ
“รับสองมืออย่ารับมือเดียวและห้ามใช้พลังยุทธ์ในการช่วยเหลือ…”
เฟยหลงก็แอบสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมถังเว่ยถึงต้องให้เขารับหอกสองมือ ร่วมถึงการห้ามใช้พลังยุทธ์ด้วยโดยปกติแล้วเขาก็มักจะหยิบหอกมือเดียวเสมอมาแถมยังไม่จำเป็ต้องใช้พลังยุทธ์ด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่ได้ขัดคำพูดของถังเว่ยแต่อย่างใดก่อนจะยื่นทั้งสองมือไปรับหอกเอาไว้ ทันทีที่หอกเหล็กสีเงินตกลงมาอยู่ในมือของเฟยหรง เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองได้ยกเหล็กที่มีน้ำหนักเป็ร้อยกิโลไม่ได้เหมือนยกหอกเลยสักนิดเดียว
เฟยหรงถึงกับต้องย่อเข่าลงเพื่อรองน้ำหนักของหอกเอาไว้เม็ดเหงื่อเริ่มไหลออกมาจากแผ่นหลังของเขายิ่งเวลาผ่านไป เขาก็เริ่มที่จะรับน้ำหนักของหอกไม่ไหว เมื่อคิดที่ยอมแพ้และปล่อยหอกให้ร่วงสู่พื้นไป แต่เมื่อนึกได้ว่าถังเว่ยกำลังจับจ้องมายังเขา เฟยก็กัดฟันแน่นและค่อยๆใช้แรงต้านในการยกหอกขึ้นมาทีละน้อยก่อนจะยืนหลังตรงขึ้นมาได้ในที่สุด
ถังเว่ยที่เฝ้ามองการกระทำของเฟยหรงก็แอบยิ้มขึ้นมาตอนแรกเขาเห็นว่าเฟยหรงที่สามารถรับหอกที่มีน้ำหนักเป็ 100 กิโลเป็ครั้งแรกได้ก็ประทับใจมากอยู่แล้ว ถึงจะยกได้ไม่ถึง 5 ลม หายก็ตามเพียงแต่อีกฝ่ายกับไม่ยอมแพ้กัดฟันจนสามารถยกหอกกลับมายืนตัวตรงได้อีกครั้ง ทำให้เขาพอใจเป็อย่างยิ่ง
“พอแล้วเฟยหรงโยนหอกลงพื้นไปซะ"
“ไม่!ท่านพี่ข้ายังไหว…”
เฟยหรงที่คิดว่าถังเว่ยจะผิดหวังในตัวเขาก็ไม่มีความคิดจะปล่อยหอกลงแม้แต่น้อย ถังเว่ยที่เห็นท่าทางของน้องชายของเขาก็ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะเดินไปหยิบหอกออกมาจากมือของเฟยหรงสร้างความมึนงงให้กับอีกฝ่ายเป็อย่างมาก
“ข้าบอกให้พอได้แล้วดูสภาพเ้าตอนนี้สิ”
เมืื่อถังเว่ยหยิบหอกเหล็กออกไปเฟยหรงก็รู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายของเขาเบาราวกับไร้น้ำหนักอันเนื่องมาจากการใช้แรงที่มีทั้งหมดอย่างฉับพลันทำให้ร่างกายไม่สามารถปรับสภาพได้ทัน
“ท่านพี่ข้าทำให้ท่านผิดหวังแล้ว…”
สีหน้าของเฟยหรงนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังเขาหวังเอาไว้ว่าจะแสดงศักยภาพของตัวเองให้กับถังเว่ยได้เห็น ทว่าเขากลับไม่สามารถแสดงออกมาให้ถังเว่ยเห็นถึงศักยภาพของตนได้ แถมยังโชว์ความอ่อนแอขนาดที่ต้องให้ถังเว่ยมายกหอกออกให้อีกต่างหาก
“ไม่หรอกเ้าทำให้ข้าประหลาดใจมากเฟยหรงสำหรับครั้งแรกกับอาวุธที่มีน้ำหนักขนาดนี้ยอดเยี่ยมมาก”
เหมือนกับต้นไม้ที่ได้รับน้ำฝนยามหน้าแล้ง เพียงแค่คำพูดของถังเว่ยประโยคเดียวกับทำให้เขามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง หยดน้ำตาไหลออกมาจากหางตาทั้งสองข้างของเขาในที่สุดเขาก็สามารถที่จะได้รับคำชมจากพี่ชายสุดเข้มงวดของเขาผู้นี้ได้ ก่อนที่เฟยหรงจะรีบปาดมันออกเพื่อไม่ให้ถังเว่ยได้เห็นด้านที่น่าอายของตน
ซิงเยียนที่เฝ้ามองอยู่ก็มีรอยยิ้มน้อยๆปรากฏอยู่บนใบหน้าของนาง นางอาจจะคิดถูกแล้วที่พูดกับเขาไปแบบนั้น
“มันคืออาวุธที่ของเ้ารักษามันเอาไว้ให้ดีทำความคุ้นชินกับมันซะ เมื่อเ้าสามารถที่จะยกมันได้โดยที่ไม่รู้สึกหนักล่ะก็ข้าจะถ่ายทอดวิชาหอกที่ข้ารู้ให้กับเ้า”
“รับทราบขอรับ”
ในตอนนี้เป้าหมายของเฟยหรงก็คือทำความคุ้นชินกับหอกเหล็กอันใหม่นี่ให้ได้หลักจากนั้นเขาก็จะได้รับการถ่ายทอดวิชาหอกจากถังเว่ยเสียที ทำให้ความมุ่นมั่งของเขานั้นพลุ่งพล่านออกมาแบบไม่รู้ตัว
“ต่อไปซิงเยียนมารับกระบี่เล่มใหม่ของเ้า”
ต่อไปก็ถึงคิวของซิงเยียนที่ต้องไปรับอาวุธแล้ว อาวุธที่ถังเว่ยจะมอบให้นางนั้นก็คือกระบี่เพราะนางนั้นเชี่ยวชาญทางด้านกระบี่ที่สุดแล้วในบรรดาอาวุธแขนงต่างๆ
นางค่อยๆเดินมาหาถังเว่ยก่อนจะหยิบกระบี่เหล็กไปแบบง่ายๆ พร้อมกับกวัดแกว่งมันไปมาเพื่อสร้างความคุ้นชินกับมัน
“ท่านเพิ่มน้ำหนักเข้าไปอีกหรือท่านพี่?อีกอย่างดูเหมือนว่าท่านจะลบคมของมันออก”
เพียงแค่ซิงเยียนััมันนางก็สามารถบอกถึงลักษณะของกระบี่เล่มนี้ได้แล้ว มันมีน้ำหนักมากกว่ากระบี่เล่มที่แล้วของนางแถมถังเว่ยยังทำการลบคมของมันออกไปอีก
“ถูกต้องข้าเพิ่มน้ำหนักของมันให้มากกว่าเดิมและทำการลบคมของมันออก”
น้องสาวคนรองของเขาช่างเป็อัจฉริยะด้านกระบี่เสียจริงถ้าเป็คนธรรมดาทั่วไป คงจะไม่สามารถจะมองออกได้แน่ว่าเขาได้ทำการลบคมกระบี่ออกไปเพราะมันทั้งเรียบเนียนและรูปลักษณ์ไม่ต่างจากกระบี่ที่มีคมเลยแม้แต่น้อย กระทั่งเฟยหรงก็ไม่สามารถมองมันออกถึงเขาจะเชี่ยวชาญในอาวุธทุกแขนง แต่ในส่วนของรายละเอียดเฉพาะเจาะจงก็คงมีเพียงแค่วิชาหอกเท่านั้นที่เขาจะสามารถเรียกได้ว่าชำนาญได้ เขาเดินเข้าไปหาซิงเยียนก่อนจะสังเกตกระบี่ของนางอย่างใกล้ชิด
“ข้าขอลองถือกระบี่ของเ้าได้รึไม่?”
“เ้าแน่ใจหรือว่า้าจะถือมันจริงๆ”
นางนั้นได้หันหน้าไปหาถังเว่ยเล็กน้อยเพื่อขออนุญาตจากเขาเมื่อเห็นสีหน้าประมาณว่าเชิญเลย ซิงเยียนก็ได้ยืนกระบี่ของนางให้กับเฟยหรง
“ระวังด้วยถ้าเ้ารับไม่ดีแขนของเ้าอาจหักเสียเอง…”
“กระบี่ของเ้าดูเล็กกว่าหอกของข้าเสียอีกมันคงจะไม่หนักขนาดนั้น-”
เมื่อได้รับกระบี่มายังไม่ทันที่เขาจะกล่าวจบเฟยหรงก็รู้สึกเหมือนกับมีช้างตัวใหญ่กระชากแขนของเขาลงบนพื้นก่อนที่ปลายของกระบี่จะแทงลงสู่พื้นดิน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงกระบี่ของซิงเยียนนั้นมีขนาดเล็กกว่าหอกของเขามากนัก ทว่าน้ำหนักของมันกับมากกว่าหอกของเขาเสียอีก!
เื่ที่น่าใกว่าคือซิงเยียนสามารถหยิบจับมันได้อย่างง่ายดายขนาดนั้นได้เยี่ยงไร? กระบี่ที่รูปลักษณ์ไม่สอดคล้องกับน้ำหนักนี่ สตรีร่างบางอย่างนางมีพละกำลังมหาศาลขนาดนั้นเชียวหรือ
“อย่าได้ใไปเฟยหรงไม่แปลกที่เ้าจะไม่สามารถยกมันได้เพราะว่ากระบี่ของซิงเยียนหนักกว่าหอกของเ้าถึง 2 เท่า”
เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนขอฃเฟยกรง ถังเว่ยก็ทำการอธิบายให้ผู้เป็น้องชายของตนได้ฟัง ก่อนที่ซิงเยียนจะดึงมันออกจากพื้นและสะบัดเพื่อนำเศษดิ้นออกจากตัวของกระบี่
“เอาล่ะเสียเวลามากันมากพอแล้ว ต่อไปซิงเยียนแสดงผลจากการฝึกของเ้าให้ข้าได้รับชมสิ"
เมื่อเฟยหรงได้ยินว่าถังเว่ยจะให้ซิงเยียนแสดงการฝึกของนางให้เขาดู ก็ทำให้เขานั้นใจจดใจจ่อกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ถ้าเช่นนั้นโปรดรับชมผลจากการฝึกของข้า…”