“ตื่นได้แล้วเ้าค่ะ ท่านจะต้องรีบเปิดร้านได้แล้วนะเ้าคะ” สาวใช้ผู้มีวรยุทธ์สูงนามว่า จือิ ได้รับมอบหมายจากเ้าของร้านขายของเก่าหรือท่านป้าเหวยลู่ให้คอยรับใช้และคอยควบคุมความประพฤติของแม่นางซวงเหมย
“โห! ตะวันยังไม่ขึ้นเลยนะ รีบเปิดร้านทำไมกัน ลูกค้าที่ไหนจะเข้าร้านแต่เช้า” ซวงเหมยอยากนอนต่อ
“ถ้าท่านไม่ตื่น ข้าจะฟ้องท่านป้าเหวยลู่จริงๆ ด้วย คราวนี้ท่านป้าได้เพิ่มสินค้าจาก 10 ชิ้นเป็ 20 ชิ้น คราวนี้ท่านได้กลายเป็สาวทึนทึกไม่ได้ออกเรือนเป็แน่” จือิรีบขู่
“เลิกขู่ข้าได้แล้ว ตื่นก็ตื่น ของเก่า 10 ชิ้น ข้าก็ไม่รู้ว่าจะขายหมดหรือเปล่า ถ้าเพิ่มเป็ 20 ชิ้น ข้าได้ขายของที่ร้านนี้ไปจนตายน่ะสิ และของอะไรก็ไม่รู้มูลค้าก็แสนจะแพง ใครจะโง่มาซื้อ ข้าจะแอบลดราคาก็ไม่ได้อีก” ซวงเหมยบ่น
“ข้าว่านะ ท่านเอาเวลาบ่น รีบไปทำธุระส่วนตัวเถิดเ้าค่ะ” จือิกล่าว
“เ้าเองก็เหมือนกัน ท่านป้าทำอะไรให้เ้า ทำไมเ้าถึงยังทนทำงานที่นี่อยู่ได้” ซวงเหมยสงสัย
“ข้าเองก็เหมือนท่านนั่นแหละ ข้าได้รับาเ็สาหัส และท่านป้าก็ช่วยชีวิตข้าไว้ ท่านป้าก็เลยให้ข้าคอยรับใช้และช่วยท่านขายของเก่าจำนวน 10 ชิ้นเป็การใช้หนี้เ้าค่ะ” จือิกล่าว
“แล้วเ้าเป็ใครมาจากไหนล่ะ” ซวงเหมยอยากรู้ความเป็มาของเพื่อนร่วมชะตากรรม
“ข้าเองก็จำอะไรไม่ได้เหมือนท่านนั่นแหละเ้าค่ะ” จือินึกอะไรไม่ออกเลยจริงๆ
“น่าแปลก! ทำไมข้ากับเ้าถึงได้รับาเ็ที่ศีรษะเหมือนกันนะ แถมความจำเสื่อมเหมือนกันอีกต่างหาก” ซวงเหมยสงสัย
“ข้าจะรีบไปที่บ้านท่านป้าเพื่อไปนำอาหารเช้ามาที่นี่นะเ้าคะ ท่านรีบทำธุระส่วนตัวเถิด” จือิไม่อยากเสียเวลาอีก
“ข้าจะเปิดร้านรอก็แล้วกัน” ซวงเหมยเห็นว่าระยะทางระหว่างบ้านเ้าของร้านกับตัวร้านมันไกลกันมาก
จือิพยักหน้าแล้วรีบใช้กำลังภายในะโหนีหายไปทันที
หลังจากที่หญิงสาวทั้งสองทานอาหารร่วมกันเสร็จ พวกนางก็รีบไปที่ห้องเก็บของและไปยกกล่องทึบหมายเลข 1 เพื่อขายสินค้าชิ้นแรก เพราะข้อกำหนดของเ้าของร้านก็คือ พวกนางจะต้องขายของทีละชิ้น และขายตามลำดับหมายเลขเท่านั้น ดังนั้นพวกนางก็ต้องมาลุ้นกันว่าสินค้าชิ้นแรกจะคืออะไรกันแน่
“กล่องแรกนี้เบามากเลยนะเ้าคะ” จือิกล่าว
“กล่องนี้มีมูลค่าเท่ากับทองคำ 1 แท่ง มันต้องเป็ของล้ำค่ามากแน่ๆ” ซวงเหมยประเมินจากราคา
“ข้าจะเปิดแล้วนะเ้าคะ” จือิลุ้น
พอเปิดกล่อง ทั้งสองถึงกับอึ้ง เพราะมันคือ จดหมายฉบับหนึ่ง
“เอ่อ จดหมายนี้มีมูลค่ามากขนาดนั้นเชียวหรือเ้าคะ” จือิแปลกใจ
“เปิดดูเถอะ ว่ามันคือจดหมายอะไร” ซวงเหมยอยากรู้
“ไม่ได้เด็ดขาดเ้าค่ะ นี่คือของซื้อของขายนะเ้าคะ” จือิรีบส่ายหน้า เพราะกลัวสินค้าเสียหาย
“แล้วเ้าไม่อยากรู้งั้นหรือ” ซวงเหมยกล่าว
“อยากรู้เ้าค่ะ แต่ข้าอยากเป็อิสระมากกว่า ข้าอยากเดินทางไปท่องยุทธภพมากกว่าที่จะมาขลุกอยู่ในร้านเก่าแก่แบบนี้” จือิอยากรีบชดใช้หนี้ให้มันจบๆ ไป
“ก็จริงของเ้า” ซวงเหมยเองก็เช่นกัน
ดังนั้นซวงเหมยจึงนำจดหมายปิดผนึกไปวางแสดงโดยวางบนดอกไม้หอมที่จัดไว้อย่างสวยงาม เพื่อให้จดหมายดูมีมูลค่าสูง และในระหว่างนั้นพวกนางก็ขายสินค้าเบ็ดเตล็ดไปด้วย เช่น ปิ่นปักผม จี้ ป้ายหยก มีดสั้น ฯลฯ ไปพลางๆ ก่อน เพื่อไม่ให้พวกนางว่างจนเกินไป
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ลูกค้าหญิงสาวคนแรกก็เดินเข้ามา
“เชิญดูก่อนได้เลยเ้าค่ะ” จือิเดินออกมาต้อนรับลูกค้า
หญิงสาวที่เลือกปิ่นปักผมเรียบร้อย นางเหลือบไปเห็นจดหมายปิดผนึกก็เลยถาม “นี่คือจดหมายอะไรงั้นหรือ”
“เอ่อ ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันเ้าค่ะ” จือิตอบไม่ได้
“อ้าว! แล้วท่านนำมาขายได้อย่างไร แล้วใครจะซื้อ แถมราคาแพงอีกต่างหาก” ลูกค้าสงสัย
ซวงเหมยได้ยินที่ลูกค้าคุยกับจือิ นางได้แต่ยิ้มและคิดในใจว่า “แค่สินค้าชิ้นแรกก็ขายยากถึงเพียงนี้ นี่เ้าของร้านตั้งใจแกล้งข้าหรือเปล่า ความจริงท่านป้าอยากให้ข้าขายของให้ไปตลอดชีวิตหรือเปล่านะ”
“แม่นางสนใจจดหมายงั้นหรือเ้าคะ” จือิรีบถือโอกาส
“ข้าจะเอาจดหมายไปทำอะไรล่ะ ข้าเอาทองคำแท่งไปซื้อเพชรนิลจินดาจะไม่ดีกว่าหรือ” หญิงสาวรีบส่ายหน้าทันที
จือิยิ้มแหยๆ และกล่าวว่า “นั่นสินะเ้าคะ”
พอซวงเหมยได้รับอัฐมาจากลูกค้าคนแรกที่ซื้อปิ่นปักผม ก็เลยกล่าวว่า “โอกาสหน้าเชิญใหม่นะเ้าคะ”
สองสาวขายสินค้าเบ็ดเตล็ดจนถึงเย็นก็ยังไม่สามารถขายจดหมายปริศนาได้
“ข้าว่านะ พวกเราแอบเปิดจดหมายดูเถอะ พวกเราจะได้ตอบลูกค้าได้ว่าเป็จดหมายอะไร” ซวงเหมยชวน
“แต่ถ้าสินค้าเปิดผนึกไปแล้ว มันอาจเสียมูลค่าได้นะเ้าคะ” จือิกังวล
สักพักท่านป้าเหวยลู่ก็เดินเข้ามาในร้าน “อย่าทำลายสินค้าสิ นี่พวกเ้าอยากอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตหรืออย่างไร”
“ข้าแค่ดูเฉยๆ เองเ้าค่ะ พอดูเสร็จ ข้าก็แค่ใส่ซองใหม่ให้ดูดีกว่าเดิมไงเ้าคะ” ซวงเหมยรีบแก้ตัว
“วันนี้ข้ามาเก็บอัฐที่ขายสินค้าได้ เป็ไงขายดีหรือไม่” ท่านป้าเหวยลู่รีบทวงอัฐ
“ขายได้เรื่อยๆ เ้าค่ะ นี่ไงเ้าคะอัฐ” ซวงเหมยยื่นห่ออัฐให้เ้าของร้าน
“เ้าแอบยักยอกหรือไม่” ท่านป้าสงสัย
“ข้าไม่กล้าหรอกเ้าคะ และข้าก็ไม่รู้ด้วยว่าจะนำไปใช้จ่ายอะไร เพราะท่านสั่งให้พวกเราต้องอยู่เฝ้าร้านขายของให้เท่านั้น ห้ามออกไปไหน” ซวงเหมยกล่าว
“ดีมาก! ในเมื่อพวกเ้าซื่อสัตย์ ข้าจะบอกรายละเอียดสินค้าชิ้นแรกให้ฟังก็ได้ จดหมายนี้เป็จดหมายบอกตำแหน่งขุมทรัพย์ อีกสองวันชาวเหลียวสองคนจะมาซื้อจดหมายนี้” ท่านป้าเหวยลู่ยอมบอก
“พวกเราเป็ชาวฉิน การขายสินค้าให้คนต่างแคว้น มันจะไม่กลายเป็การทรยศชาติอย่างนั้นหรือเ้าคะ” จือิไม่พอใจ
“พวกเราเป็แม่ค้านะ หาใช่ชายชาติทหารที่ต้องมาปกป้องแคว้นไม่ ลูกค้าจะเป็ชาวอะไรก็ตาม ขอแค่มีทรัพย์สินชำระค่าสินค้าได้ก็พอไม่ใช่หรือ” ท่านป้าเหวยลู่ไม่สนใจ
“แต่ว่า….” จือิกล่าวไม่จบเพราะซวงเหมยกล่าวแทรก
“แล้วทำไมพวกเราไม่เปิดจดหมาย แล้วไปตามหาขุมทรัพย์เสียเองล่ะเ้าคะ บางทีมันอาจมากกว่าทองคำ 1 แท่งก็เป็ได้” ซวงเหมยสงสัย
“แล้วเ้าอยากเอาชีวิตไปทิ้งอย่างนั้นหรือ พวกเ้าอยากแลกด้วยชีวิตเลยอย่างนั้นหรือ การไปเอาขุมทรัพย์มันต้องเผชิญกับดักนานัปการนะ สู้พวกเรารับทองคำแท่งอย่างสบายๆ ไม่ดีกว่าหรือ” ท่านป้าเหวยลู่กล่าว
“หากชาวเหลียวได้สมบัติแคว้นฉินไปล่ะเ้าคะ มันจะไม่เป็การขายชาติอย่างนั้นหรือ” จือิก็ยังกังวล
“แล้วเ้าคิดว่าการเคลื่อนย้ายสมบัติมหาศาลของแผ่นดิน มันง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ เดี๋ยวเหล่าทหารแคว้นฉินก็สืบได้เองนั่นแหละ เ้าอย่ากังวลไปเลยนะ” ท่านป้าเหวยลู่กล่าว
“แล้วไหนคืออาหารเย็นพวกเราล่ะเ้าคะ” ซวงเหมยก็เลยรีบเปลี่ยนเื่
“ข้าให้ลูกน้องจัดเตรียมไว้ให้แล้ว พวกเ้ารีบปิดร้านเถิด เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด” ท่านป้าเหวยลู่จัดเตรียมให้แล้ว
ท่านป้าเหวยลู่ยืนดูสองสาวช่วยกันปิดร้าน นางคิดในใจว่า “จือิ! ขนาดเ้าความจำเสื่อมไปแล้ว แต่สัญชาตญาณความเป็ทหารแคว้นฉินยังคงอยู่สินะ”
********************************************
สองวันต่อมา เวลาเช้าตรู่ ชายฉกรรจ์สองคนเดินเข้ามาในร้านและเดินมุ่งตรงมาที่ซวงเหมย
“ท่าน้าซื้ออะไรหรือเ้าคะ” ซวงเหมยสงสัย
ชายคนหนึ่งวางทองคำ 1 แท่งไว้บนโต๊ะ แล้วชี้ไปที่จดหมาย
“อ้อ! ท่านจะซื้อจดหมายนี่เอง นี่ไงเ้าคะ” ซวงเหมยรู้สึกดีใจอย่างมากที่สินค้าชิ้นแรกขายออกไปได้
ชายคนที่มอบทองแท่งให้ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบเก็บจดหมายทันที จากนั้นก็มองซ้ายมองขวา ก่อนจะพยักหน้าให้ชายอีกคนให้รีบเดินออกจากร้านขายของเก่าไป
ซวงเหมยคิดในใจว่า “โชคดีที่จือิไม่อยู่นะ ไม่เช่นนั้นนางคงห้ามข้าขายจดหมายให้ชาวเหลียว”
และเหมือนท่านป้าเหวยลู่จะรู้ นางรีบเดินเข้ามาในร้านและแบมือทันที
“นี่ท่านตั้งตารอคอยลูกค้ามาซื้อจดหมายเลยหรือเ้าคะ” ซวงเหมยแปลกใจ
“ใช่สิ! ข้ากลัวเ้ายักยอกทองคำแท่งไป” ท่านป้าเหวยลู่ไม่ไว้ใจ
“นี่เ้าค่ะ ทองคำแท่ง” ซวงเหมยรีบยื่นทองให้
“ข้าไปล่ะ อีกสองวันค่อยเริ่มขายสินค้าหมายเลข 2 ก็แล้วกัน” ท่านป้าเหวยลู่กล่าว
“ท่านกลัวข้าขายสินค้า 10 ชิ้นหมดไวหรือเ้าคะ” ซวงเหมยสงสัย
“เปล่า! พวกเ้าจะต้องคอยรับมือกับปัญหาที่เกิดจากสินค้าหมายเลขหนึ่งต่างหาก ข้าลาล่ะนะ” ท่านป้าไม่ตอบอะไรมาก นางรีบเดินออกไปจากร้านทันที
“เดี๋ยวสิเ้าคะ อธิบายให้ข้าเข้าใจหน่อยสิเ้าคะ ท่านป้า” ซวงเหมยรั้งตัวท่านป้าไม่ทัน
สักพักจือิก็ยกห่ออาหารไปวางที่โต๊ะ
“มีอะไรอย่างนั้นหรือเ้าคะ” จือิได้ยินเสียงเ้านายเอะอะโวยวายก่อนหน้า
“พวกเราขายจดหมายได้แล้วนะ” ซวงเหมยรีบพูด
“แล้วท่านป้าก็เอาทองคำแท่งไปแล้วใช่มั้ยเ้าคะ” จือิเดาออก เพราะนางเพิ่งจะเดินสวนทางกับท่านป้าไปไม่นาน
“ใช่” ซวงเหมยพยักหน้า
“ข้าไม่เห็นด้วย! ท่านไม่ควรขายจดหมายที่บอกที่ซ่อนสมบัติแผ่นดินให้ชาวต่างแคว้นรู้นะเ้าคะ” จือเหมยกล่าว
“ตอนนี้พวกเราเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะนะจือิ ถึงจะรักแคว้นมากแค่ไหน ก็ต้องทำตัวเองให้เป็อิสระปราศจากหนี้สินเสียก่อน” ซวงเหมยกล่าว
“มันก็จริงเ้าคะ” จือิก็เลยคล้อยตาม เพราะตอนนี้นางยังเอาตัวเองไม่รอดเลย
ผ่านไปไม่นาน ชายสองคนที่ซื้อจดหมายไป ก็กลับมาใหม่ พร้อมกับชักดาบและถามว่า “เ้าเอาจดหมายอะไรมาให้ข้า ไหนคือจดหมายของหยางเฟยที่บอกตำแหน่งที่ซ่อนขุมทรัพย์ ห๊า”
“แล้วจดหมายนั่นไม่ใช่หรือเ้าคะ” ซวงเหมยใ
ชายคนหนึ่งปาจดหมายใส่หน้าซวงเหมย นางก็เลยเก็บจดหมายที่ถูกขยำมาคลี่เปิดอ่าน “เอ่อ นี่คือจดหมายสารภาพรักนี่”
“เอาจดหมายของแท้มาเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยากตาย” ชายทั้งสองรีบหันดาบไปที่หญิงสาวทั้งสอง
“พวกเราไม่รู้เื่จริงๆ เ้าคะ” ซวงเหมยจนปัญญา
“คงต้องใช้กำลังสินะ” ชายทั้งสองเตรียมเข้าจู่โจม
จือิใช้สัญชาตญาณรีบหยิบมีดสั้นที่อยู่ในร้านเพื่อใช้เป็อาวุธสำหรับป้องกันตัว นางได้ต่อสู้เพื่อรับมือชายทั้งสอง ในขณะที่ซวงเหมยก็รีบไปหลบอยู่หลังฉาก เพราะนางเป็เพียงผู้หญิงอ่อนแอคนนึงเท่านั้น
ซวงเหมยได้แต่ให้กำลังใจสาวใช้อยู่ห่างๆ และทึ่งในฝีมือการต่อสู้ของจือิ นางคิดในใจว่า “เ้าเป็ใครมาจากไหนกันนะ ทำไมฝีมือของเ้าช่างเยี่ยมยอดยิ่งนัก”
ผ่านไปไม่นาน จือิก็สามารถจับชายทั้งสองมัดได้อย่างสบายๆ
“พวกเ้าจะโกงพวกเราอย่างนั้นหรือ ทองคำก็ให้ไปแล้ว ยังหลอกพวกเราโดยมอบจดหมายรักของหยางเฟยมาให้พวกเราอีก” ชายคนหนึ่งกล่าว
ซวงเหมยเดินออกมาจากที่ซ่อนและกล่าวว่า “พวกเราไม่ได้โกงพวกเ้าหรอก แต่พวกเราไม่รู้จริงๆ ว่าจดหมายนี้คือจดหมายรัก ข้าว่านะท่านกลับไปหาคนส่งมอบจดหมายนี้ให้ท่านดีกว่า และถามเขาให้รู้เื่”
“คนส่งมอบจดหมายตายไปแล้ว หลังจากที่เขาบอกให้พวกข้าเดินทางมาที่เมืองหนานโจวเพื่อมาซื้อจดหมายลับที่ร้านขายของเก่า จากนั้นเขาก็ฆ่าตัวตายทันที” ชายคนหนึ่งเล่า
สักพักก็มีชายชุดดำอีกห้าคนปรากฏตัว ชายที่เป็หัวหน้ากล่าวว่า “ไม่ต้องสนใจจดหมายแล้ว แม่ทัพชางเว่ยได้ลำเลียงขุมทรัพย์ไปที่เมืองหลวงแล้ว หยางเฟยมันทรยศพวกเรา รีบกลับแคว้นเหลียวกันเถอะ”
สักพักชายคนหนึ่งก็ปาะเิควัน แล้วรีบพาชายฉกรรจ์ที่ถูกจับมัดหนีไปด้วยกันอย่างรวดเร็ว
“น่าเจ็บใจนัก! เกือบจับพวกมันส่งทางการได้แล้วเชียว” จือิเสียดาย
“ดีที่พวกมันไม่ทวงทองคำแท่งคืน ไม่งั้นพวกเราคงขายสินค้าชิ้นแรกไม่ได้” ซวงเหมยโล่งอก
“ท่านห่วงแต่ขายของอยู่นั่นแหละเ้าค่ะ” จือิบ่น
“ข้าบอกแล้วไง ว่าต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน เื่อื่นค่อยว่ากัน” ซวงเหมยกล่าว
“จดหมายรักมันเป็ยังไงเ้าคะ ข้าอยากรู้” จือิอยากรู้ใจความในจดหมาย
“เ้าเอาไปอ่านซะสิ” ซวงเหมยยื่นจดหมายรักให้สาวใช้อ่าน
“ข้าว่านะเ้าคะ มันต้องเป็จดหมายที่หยางเฟยเขียนให้คนรักแน่ และเขาคงพลาด เลยส่งจดหมายสลับกัน” จือิคาดเดา
“เปล่าหรอก! เขาจงใจส่งจดหมายสลับกันมากกว่า” ซวงเหมยตีความได้
“ท่านรู้ได้อย่างไรเ้าคะ” จือิแปลกใจ
“ถ้าข้าเดาไม่ผิด หยางเฟยคงเป็สายลับให้กับแคว้นเหลียว เขาคงหลงรักผู้หญิงที่ชื่อ จางหวิน มากจนกระทั่งยอมทรยศพรรคพวก และถ้าข้าจำไม่ผิด แม่นางจางหวินก็คือบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ นางเป็คนรักแผ่นดินฉินยิ่งชีวิต หยางเฟยเองก็เป็ชาวฉินเช่นกัน แต่คงมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขายอมสวามิภักดิ์ให้กับาาแคว้นเหลียว พอเขารู้จักชอบพอกับจางหวิน ทำให้เขาเริ่มสำนึกรักแผ่นดินฉินขึ้นมา ดังนั้นการตัดสินใจครั้งสุดท้ายก็คือ เขาจึงส่งจดหมายที่บอกตำแหน่งที่ซ่อนขุมทรัพย์ให้คนรัก และนำจดหมายรักมาฝากให้ท่านป้าเหวยลู่ขายแทนจดหมายล้ำค่านั่น" ซวงเหมยคาดเดาเหตุการณ์
“ทำไมท่านเดาได้ละเอียดมาก รู้เหมือนเข้าไปอยู่ในชีวิตของหยางเฟยเลยล่ะเ้าคะ” จือิสงสัย
“มันก็เป็เพียงเื่คาดเดาน่ะ” ซวงเหมยกล่าว
“แต่น่าเสียดาย แม่นางจางหวินได้แต่งงานกับท่านแม่ทัพคนใหม่ไปแล้วนี่เ้าคะ” จือิรู้ข่าว
“น่าสงสารหยางเฟยนะ” ซวงเหมยรู้สึกเห็นใจชายที่ฆ่าตัวตาย
“งั้นข้าจะส่งจดหมายรักนี้ให้กับแม่นางจางหวินเองเ้าคะ” จือิอยากทำอะไรเพื่อคนตายบ้าง
“แล้วทำเพื่ออะไรกันล่ะ” ซวงเหมยไม่เข้าใจ
“อย่างน้อยก็ควรให้แม่นางจางหวินได้รับรู้ความรู้สึกของหยางเฟยบ้างนะเ้าคะ” จือิอยากให้ความเป็ธรรมกับหยางเฟย
“ตามใจเ้าก็แล้วกัน ข้าจะเฝ้าร้านขายของให้เอง” ซวงเหมยี้เีห้ามปราม
“งั้น ข้าไปนะเ้าคะ” จือิรีบใช้วิทยายุทธ์ะโหนีหายไปทันที
ซวงเหมยส่ายหน้าให้กับสาวใช้ และคิดในใจว่า “เ้าเป็จอมยุทธ์ที่ผดุงความเป็ธรรมมาก่อนหรือเปล่านะ ถึงข้าห้ามเ้ายังไง เ้าก็คงไม่ฟังข้าอยู่ดี”
********************************************
ณ จวนแม่ทัพชางเว่ย
“แม่นางมาหาใครอย่างนั้นหรือ ถ้ามาหาแม่ทัพชางเว่ยหรือสามีข้า เขาไม่อยู่หรอก เขาลำเลียงขุมทรัพย์ไปที่เมืองหลวง ป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย” จางหวินกล่าวกับจอมยุทธ์สาวแปลกหน้า
“เอ่อ เปล่าเ้าค่ะ ข้ามาส่งจดหมายให้ท่าน นี่เ้าค่ะ” จือิยื่นจดหมายให้กับแม่นางจางหวินหรือฮูหยินของแม่ทัพชางเว่ย
จางหวินเปิดจดหมายอ่าน ความว่า
จางหวิน เ้าเป็หญิงคนเดียวที่ทลายกำแพงหัวใจของข้าได้ แม้ข้าจะไม่เคยบอกรักเ้าสักคำ แต่ข้าก็พยายามสื่อด้วยการกระทำของข้า แต่นั่นคงสื่อไปไม่ถึงเ้าสินะ เพราะเ้าได้ตกลงแต่งงานกับชางเว่ยไปแล้ว ถึงกระนั้นข้าก็อยากบอกกับเ้าว่า ข้ารักเ้าแต่เพียงผู้เดียวและจะรักตราบชีวิตจะหาไม่
สุดท้ายนี้ข้าขออวยพรให้เ้ามีความสุข
ลาก่อนตลอดกาล
หยางเฟย
จางหวินคุกเข่าและร้องไห้
“แม่นางจางหวิน เ้าเป็อะไรไปเ้าคะ” จือิใ
“ข้าเองก็รักเขา แต่เื่ราวความรักระหว่างข้ากับเขามันเป็ไปไม่ได้” จางหวินกล่าวเสียงสะอื้น
“ที่แท้พวกท่านก็รักกัน น่าเสียดายจริงๆ” จือิรู้สึกเห็นใจ
“แล้วหยางเฟยล่ะ เขาอยู่ที่ไหน” จางหวินอยากพบชายคนรัก
“เอ่อ คือว่า เขาได้ฆ่าตัวตายไปแล้วเ้าค่ะ” จือิจำเป็ต้องบอก
“อะไรนะ!” สักพักจางหวินก็สลบไป
“แม่นางจางหวิน! ท่านทำใจดีๆ ไว้นะเ้าคะ” จางหวินรีบประคองหญิงสาวที่เป็ลมไม่ได้สติ
“มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ ฮูหยินของข้าเป็อะไรไป” แม่ทัพชางเว่ยเดินเข้ามาเห็นพอดี
“เอ่อ นางเป็ลมหมดสติไปเ้าค่ะ ข้าจะไปตามหมอมาให้นะเ้าคะ” จือิรีบอาสา
ชางเว่ยรีบอุ้มฮูหยินไปที่ห้องนอน และพยักหน้ายอมให้จอมยุทธ์หญิงแปลกหน้าไปตามหมอมาให้
ผ่านไปไม่นาน ท่านหมอก็มาตรวจอาการให้ฮูหยิน พอตรวจเสร็จก็เลยว่า “ขอแสดงความยินดีด้วยขอรับ ฮูหยินของท่านตั้งครรภ์แล้ว”
“เป็ความจริงอย่างนั้นหรือท่านหมอ” แม่ทัพชางเว่ยรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
“ให้นางพักผ่อนสักหน่อยเถอะนะขอรับ ข้าจะจัดยาบำรุงมาให้” ท่านหมอกล่าว
“ขอบคุณมากท่านหมอ” ท่านแม่ทัพกล่าว
จือิที่รอฟังข่าวอยู่ที่ห้องรับแขก พอเห็นท่านแม่ทัพชางเว่ยเดินมาหา นางก็เลยรีบเดินไปสอบถามอาการของฮูหยิน แต่พอเห็นท่านแม่ทัพเดินไปหยิบจดหมายที่ตกอยู่ที่พื้น นางก็เลยชะงัก
“เอ่อ จดหมายนั่น คือ…...”