ตอนนี้ิญญาของหวังซีเซิ่งสั่นเทาอย่างอดไม่อยู่ฟ่านเสวี่ยหลีอายุน้อยเท่านี้ก็เป็ถึงอาจารย์ปรุงยาและมีเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ย่อมมีคุณสมบัติให้เขาเลื่อมใสแต่ฟ่านเสวี่ยหลีเป็ลูกชายของฟ่านจี้เฟย หากเขายอมรับฟ่านเสวี่ยหลีเกรงว่าชาตินี้คงหมดหวังที่จะแก้แค้น กระทั่งต้องหลงลืมไปตลอดกาล
เขากำลังตัดสินใจอย่างยากลำบากแต่เขารู้ดีว่าความอดทนของฟ่านเสวี่ยหลีมีขีดจำกัด
เพราะหลังจากที่ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ที่รุนแรงเช่นนี้ฟ่านเสวี่ยหลีอาจจะถูกจู่โจมด้วยพลังย้อนกลับ ซึ่งเขาต้องตัดสินใจก่อนถึงเวลาตอนนั้น
ขณะที่เขากำลังส่ายหน้าให้กับฟ่านเสวียหลีอย่างเศร้าโศก เห็นได้ชัดว่าเขาละทิ้งความหวังสุดท้ายในการมีชีวิตก็พลันได้ยินเสียงของฟ่านเสวี่ยหลี “เมื่อยอมรับข้าเป็เ้านายสิบปีให้หลังข้าจะมอบอิสรภาพแก่เ้า หากเื่ในอดีตเป็ความจริงถึงเวลานั้นเ้าสามารถแก้แค้นพ่อข้าได้ทุกเมื่อ”
ฟ่านเสวี่ยหลีมีความรู้สึกดีต่อหวังซีเซิ่งไม่น้อยหากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้หวังซีเซิ่งช่วยเขาเอาไว้ในยามคับขัน เขาคงสลบนานกว่านี้และอาจตายอยู่ใต้สะพานเฟยหลิงแล้วส่วนท่าทางยอมตายดีกว่ายอมจำนนของหวังซีเซิ่งเมื่อครู่ก็ทำให้เขาเข้าใจว่าบุคคลผู้นี้มีศักดิ์ศรีและความหยิ่งทะนงของตัวเองซึ่งไม่ใช่คนเหี้ยมโหดที่สังหารผู้คนตามใจชอบอย่างแน่นอน
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หวังซีเซิ่งก็รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกเขาตัวสั่นเทาชั่วครู่ แล้วใบหน้าก็ปราศจากความลังเลอีกต่อไป เขาคุกเข่าคำนับ“ข้าหวังซีเซิ่งยินดีนับถือคุณชายฟ่านเป็เ้านาย และยอมทำพันธสัญญาิญญา”เขาคายแสงิญญาสีขาวออกมา มันตกไปที่ฟ่านเสวี่ยหลี
นี่คือแก่นิญญาของเขา เมื่อถูกฟ่านเสวี่ยหลีประทับตราหลังจากนี้เขาก็ไม่สามารถทรยศฟ่านเสวี่ยหลีได้อีกต่อไป
ฟ่านเสวี่ยหลีรับแสงิญญาสีขาวเอาไว้อย่างไม่ลังเลและหยดเืตัวเองลงไปหนึ่งหยด
ทันใดนั้นฟ่านเสวี่ยหลีรู้สึกเหมือนหวังซีเซิ่งกำลังพึ่งพาอาศัยตนรู้สึกว่าขอเพียงตนใช้ความคิด ก็จะฆ่าหวังซีเซิ่งได้ทันที
เมื่อทำพันธสัญญาิญญา อีกฝ่ายจะไม่สามารถทรยศเขาได้อีกต่อไปและถ้าตนฆ่าอีกฝ่าย จิติญญาก็แค่เฉื่อยชาชั่วขณะหนึ่ง
ฟ่านเสวี่ยหลีวางใจลงเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็เดินไปยังปีศาจตะพาบั์ที่อยู่นอกผังค่ายกล
เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากใช้เพลิงสัจธรรม จิติญญาของตนจะต้องเฉื่อยชาแต่หลังจากที่เพลิงสัจธรรมกลืนกินเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์เข็มทิศใน่เวลาสุดท้าย ลมปราณอบอุ่นที่ย้อนกลับมาก็ทำให้ตัวเขาพลังเต็มเปี่ยม
หากปีศาจทั้งสามตนที่อยู่ตรงหน้านี้มีเจตนาร้ายแอบแฝงเขาก็จะลงมืออย่างไร้ความปรานี
ปีศาจตะพาบั์ปีศาจเสือและปีศาจงูหลามที่อยู่นอกผังค่ายกลต่างยืนตะลึงแน่นิ่งไร้สรรพเสียง
ั้แ่ตอนที่ซ่งเิเฉวียนใช้เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ผังค่ายกลผนึกโดยรอบจนถึงตอนที่ฟ่านเสวี่ยหลีใช้พลังศักดิ์สิทธิ์อันไร้เทียมทานเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น แต่ดวงิญญาของพวกมันราวกับโดนการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดทุบตี
ฟ่านเสวี่ยหลีเป็ใครกันแน่
ถึงแม้เมื่อครู่นี้ประสาทััทั้งห้าจะถูกผนึกจึงไม่รู้ว่าฟ่านเสวี่ยหลีใช้วิธีการใดในการทลายเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างน้อยพวกมันก็มั่นใจว่ามีความเป็ไปได้สูงที่ฟ่านเสวี่ยจะมีเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังยิ่งกว่า
เมื่อเห็นฟ่านเสวี่ยหลีเดินเข้าหาพวกมันอย่างเฉยเมย ข้างกายของฟ่านเสวี่ยหลียังติดตามด้วยิญญาของหวังซีเซิ่งเห็นได้ชัดว่าหวังซีเซิ่งทำพันธสัญญาิญญากับฟ่านเสวี่ยหลีแล้ว พวกมันถึงกับเย็นเยือกไปทั้งหัวใจและอ่อนแรงไปทั้งตัว
หากฟ่านเสวี่ยหลีคิดจสังหารพวกมันก็เป็เื่ที่แสนง่ายดาย!
เมื่อนึกถึงก่อนหน้าที่ตนเยาะเย้ยฟ่านเสวี่ยหลีว่าคิดเพ้อฝันและไม่รู้เื่รู้ราวปีศาจตะพาบั์ก็อยากจะตบปากตัวเองสักสองที
“ไม่แปลกใจที่เขาถามาาบัลลังก์ทมิฬว่าจะยอมนับถือเขาเป็เ้านายหรือไม่! ด้วยพลังระดับนี้ของเขาซ่งเิเฉวียนก็คงไม่เท่าไร!” ปีศาจตะพาบั์สติหลุดจากนั้นก็นึกถึงเื่ที่ยิ่งน่าใ“การจะเป็อาจารย์ปรุงยาต้องหลอมโอสถมาอย่างน้อยหลายสิบปีอีกทั้งการที่สามารถใช้เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่น่ากลัวเช่นนั้นได้เขาต้องอยู่ในสำนักปรุงยาที่น่าสะพรึงกลัวแน่นอน!”
การจะเป็นักปรุงยาเป็เื่ยากแต่การจะเป็อาจารย์ปรุงยานั้นยากยิ่งกว่าอาจารย์ปรุงยาแต่ละคนจำเป็ต้องผ่านการหลอมโอสถมานับไม่ถ้วน จำเป็ต้องมีสมุนไพรเตายา และสูตรยามากมาย หลังจากฝึกฝนทักษะการหลอมโอสถมาสามถึงสี่สิบปียังต้องคิดค้นสูตรยาเฉพาะตัวจึงจะถูกผู้คนยอมรับส่วนตราหมื่นอัคคีก็เป็ความลับที่ไม่อาจถ่ายทอดของสำนักปรุงยาที่แข็งแกร่งที่สุด
การที่ฟ่านเสวี่ยหลีอายุน้อยเช่นนี้ก็เป็ถึงอาจารย์ปรุงยาและยังตราหมื่นอัคคีถือเป็บุคคลที่หาได้ยากกระทั่งอาจถูกสำนักปรุงยานั้นบ่มเพาะด้วยทรัพยากรนับไม่ถ้วน
อนาคตชายหนุ่มผู้นี้จะต้องกลายเป็บุคคลแบบฟ่านจี้เฟย!
แล้วมันจะล่วงเกินบุคคลแบบนี้ได้อย่างไร
ตอนนี้มันก้มหน้าลงอย่างอดใจไม่ได้และพูดอย่างเคารพว่า “อาจารย์ฟ่านพวกข้ายินดีนับถือท่านเป็เ้านาย ท่านโปรดเมตตาด้วยเถิด”
พวกมันทำอะไรไม่ถูกั้แ่ตอนเผชิญกับน้ำตาแห่งิญญาร้ายแล้วส่วนชายหนุ่มที่อยู่ข้างหน้ากลับทลายได้แม้กระทั่งเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์นั่นพวกมันจะกล้าตั้งตนเป็ศัตรูได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น าาบัลลังก์ทมิฬที่อยู่ข้างกายฟ่านเสวี่ยหลีก็จับจ้องมาที่พวกมันอยู่หากทำให้ฟ่านเสวี่ยหลีโกรธเกรงว่าด้วยพลังของพวกมันคงไม่อาจเอาชนะพลังของาาบัลลังก์ทมิฬ!”
าาบัลลังก์ทมิฬบรรลุเนื้อกายขั้นเก้าั้แ่เมื่อสิบปีก่อนจนโด่งดังไปทั่วเมืองฉางซาน แม้ตอนนี้จะกลายเป็ิญญา แต่พลังกยังคงอยู่หกถึงเจ็ดส่วนเอาชนะพวกมันจึงไม่ใช่เื่ยากอะไร
ตอนนี้ปีศาจอีกสองตนก็ตัวสั่นและรีบคำนับอย่างเคารพแล้วพูดว่า“พวกข้ายอมนับถืออาจารย์ฟ่านเป็เ้านาย!” พวกมันกลัวว่าหากช้าไปหนึ่งก้าวฟ่านเสวี่ยหลีจะทำให้พวกมันกลายเป็ิญญา จากนั้นก็ใช้พลังควบคุมผนึกิญญาเพื่อควบคุมพวกมัน
หากเป็เช่นนั้นก็ราวกับตายทั้งเป็
เมื่อเห็นาาบัลลังก์ทมิฬอยู่ตรงหน้า พวกมันก็ไร้ซึ่งโชคใดๆ แล้ว
ฟ่านเสวี่ยหลีมองดูสีหน้าในตอนนี้ของเหล่าปีศาจแล้วพูดอย่างเฉยเมยว่า“ซ่งเิเฉวียนซ่อนเร้นพลังศักดิ์สิทธิ์ มีเจตนาร้ายแอบแฝง หากวันนี้ข้าไม่ลงมือเกรงว่าพวกเ้าคงถูกเขากลืนกินเนื้อกายและผนึกิญญาแล้วพวกเ้ามีข้อโต้แย้งหรือไม่”
เมื่อพวกปีศาจตะพาบั์นึกถึงจุดจบอันน่าอนาถนั้นก็อดใจสั่นไม่ได้สายตาที่มองไปยังฟ่านเสวี่ยหลีก็ยิ่งยำเกรง และพูดอย่างพร้อมเพรียงกันว่า“พวกข้าไม่มีข้อโต้แย้ง”
“ในเมื่อเป็เช่นนี้...” ฟ่านเสวี่ยหลีชะงักเล็กน้อยแล้วพูดต่อว่า“พวกเ้าจะเอาอะไรมาแลกกับชีวิต”
เขาไม่มีความเมตตาใดๆ ต่อปีศาจที่มีชีวิตอยู่ด้วยการดูดกลืนิญญาผู้อื่น
ยิ่งไปกว่านั้นการดำรงอยู่ของผู้นำตระกูลฟ่านจี้เฟยก็เปรียบเหมือนูเาสูงที่เขาไม่อาจปีนข้ามเขาจึงต้องรีบยกระดับพลังของตัวเองโดยเร็วที่สุด
ปีศาจเหล่านี้ต่างตัวสั่นเมื่อได้ยินคำพูดของฟ่านเสวี่ยหลี ปีศาจตะพาบั์พูดอย่างแ่เบาว่า“อาจารย์ฟ่าน พวกข้าไม่มีสมบัติติดตัว พวกข้าขอกลับไปเอาที่ไหลเสวียหลี่ได้หรือไม่”
เมื่อมันเห็นสีหน้าอันสงบนิ่งของฟ่านเสวี่ยหลี จึงไม่กล้าหวังว่าตนจะโชคดีตอนนี้มันหวังเพียงกลับไปที่รังของตนเพื่อไปเอาสมบัติมาแลกกับชีวิตตน
ไหลเสวียหลี่เป็ดินแดนแห่งภูตผีที่อยู่ติดกับพระราชวังเทียนปินหลงดำรงอยู่ด้วยการพึ่งพาความบริสุทธิ์ของฟ้าดินมันดูดซับจิติญญาฟ้าดินจำนวนมากเพื่อหล่อเลี้ยงดวงิญญานับไม่ถ้วน รังของปีศาจตะพาบั์ก็อยู่ที่นั้น
“ก็ได้” ฟ่านเสวี่ยหลีพยักหน้าแล้วพูดว่า “ข้า้าสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการขัดเกลาร่างกายไม่ว่าจะเป็สมุนไพรหรือสมบัติ ถ้าพวกเ้ากล้าหมกเม็ดจะมีจุดจบแบบเดียวกับซ่งเิเฉวียนสามวันให้หลังพวกเ้าจงกลับมายังที่แห่งนี้ ห้ามชักช้าเด็ดขาด”
เขารู้ว่าอีกฝ่ายหวาดกลัวแล้วแม้แต่ซ่งเิเฉวียนที่เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ยังตายด้วยน้ำมือของเขาปีศาจเหล่านี้ย่อมไม่กล้าล่วงเกิน
“ขอรับ” พวกปีศาจตะพาบั์ต่างโล่งใจ ถึงฟ่านเสวี่ยหลีจะให้พวกมันมอบทุกสิ่งพวกมันก็ไม่กล้าต่อต้านนับประสาอะไรกับตอนนี้ที่พวกมันแค่ต้องนำสมุนไพรและสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการขัดเกลาร่างกายมอบให้เขาเท่านั้นพวกมันย่อมทำตาม
จากนั้นพวกมันก็จากไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นตะพาบั์ที่แต่เดิมเคลื่อนไหวเชื่องช้าแต่ตอนนี้กลับเร่งฝีเท้าดุจบินราวกับกำลังวิ่งแข่งกับชีวิต ฟ่านเสวี่ยหลีรู้สึกขำอย่างอดไม่ได้จากนั้นก็มองไปยังิญญาาาบัลลังก์ทมิฬที่อยู่ด้านข้าง
ด้วยสายตาของปรมาจารย์ปรุงยาในชาติก่อน ขอเพียงใช้งานอย่างถูกต้องิญญาาาบัลลังก์ทมิฬก็จะเป็ประโยชน์อย่างมาก อีกทั้งยังสามารถหลอมคืนเนื้อกายซึ่งเท่ากับว่าเขามีองครักษ์ที่ทรงพลังอยู่ข้างกาย
ก่อนหน้านี้ที่เขาสังหารหัวหน้าพ่อบ้านยังพอเผาจวนเพื่อปกปิดร่องรอยได้แต่ตอนนี้เขาสังหารซ่งเิเฉวียน ไม่สามารถปกปิดผู้มีเจตนาร้ายได้แน่นอน และเขาที่มีแสงทองแห่งโชคชะตาก็ยิ่งกระตุ้นความกลัวของฮูหยินใหญ่ด้วยพลังของฮูหยินใหญ่ หากถึงเวลาที่นางโจมตีตนสุดกำลัง เกรงว่าเขาก็ยากจะรักษาชีวิตเอาไว้อีกทั้งยังทำให้ท่านแม่และน้องสาวติดร่างแหไปด้วย
หากเขามีองครักษ์อย่างาาบัลลังก์ทมิฬอยู่ข้างกายก็จะสบายใจขึ้นไม่น้อย
แต่การจะช่วยหลอมเนื้อกายใหม่ให้าาบัลลังก์ทมิฬพลังและทรัพยากรของเขาในตอนนั้นยังไม่เพียงพอ
“ไหลเสวียหลี่อย่างนั้นหรือว่ากันว่ามันอยู่ติดกับพระราชวังเทียนปินหลงและเป็ดินแดนภูตผีที่รวบรวมจิติญญาฟ้าดินเอาไว้”สายตาของฟ่านเสวี่ยหลีเปล่งประกายเร่าร้อนออกมาเล็กน้อยด้วยความรู้และประสบการณ์ของเขาจึงรู้ว่าสถานที่แบบนี้ต้องอุดมไปด้วยสมบัตินับไม่ถ้วนถ้าสามารถแทรกซึมเข้าไปก็จะได้รับผลเก็บเกี่ยวกลับมามากมาย
แต่ไหลเสวียหลี่มีิญญาและภาพลวงตามากมายแม้แต่ผู้ที่บ่มเพาะเนื้อกายจนทรงพลังก็ยังไม่พบเจอสมบัติที่แท้จริงว่ากันว่าทุกปีมีจอมยุทธ์จำนวนนับไม่ถ้วนตายอยู่ข้างในนั้น และตอนนี้ระดับเนื้อกายของเขายังไม่เพียงพอขืนเข้าไปก็มีโอกาสตายสูงมาก
“ไปกันเถอะ”เขาไม่คิดมากอีกต่อไปและออกจากูเาชิงหย่วนพร้อมกับิญญาาาบัลลังก์ทมิฬเขา้ากลับที่พักโดยเร็วที่สุด
แม้ว่าท่านแม่และน้องสาวจะปลอดภัยแต่อย่างไรเสียฟ่านเสวี่ยหลีก็ไม่วางใจหากไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง
หลังจากเดินลงมาถึงเชิงเขา เขาก็เห็นว่าโดยรอบเต็มไปด้วยความเขียวขจีูเาชิงหย่วนปราศจากกลิ่นสาบแล้ว ฟ่านเสวี่ยหลีจึงรู้สึกโล่งอกแต่ในเวลาเดียวกันเขาก็พบว่าลมปราณอบอุ่นในร่างกายหมดลงแล้วพลังย้อนกลับของเพลิงสัจธรรมพลันเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งเขาไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป ร่างกายโอนเอนและจวนเจียนจะสิ้นสติ
“อาจารย์ฟ่าน อาจารย์ฟ่าน...” เสียงสติหลุดของิญญาาาบัลลังก์ทมิฬที่อยู่ข้างกายดังก้องอยู่ในหูของเขาแต่ฟ่านเสวี่ยหลีกลับตั้งสติไม่ได้
เปลือกตาหนักขึ้นเรื่อยๆ จิตรับรู้ก็พร่ามัวลงเรื่อยๆ
จากนั้นเขาพลันมองเห็นรถม้าคันหนึ่งผ่านมาจากระยะไกลหญิงสาวชุดดำคนหนึ่งลงมาจากรถม้าและเดินเข้ามาหาเขา
นางมีบุคลิกที่ดึงดูดสายตาอย่างบอกไม่ถูก ความทะนงและความงดงามของบรรดาองค์หญิงที่เขาเคยพบเจอในชาติก่อนเทียบไม่ได้เลยสักนิด
จากนั้นฟ่านเสวี่ยหลีก็สลบไป