อวี้จื่อลู่กลับมาถึงก็ััได้ถึงกลิ่นของสมุนไพรบางชนิดที่มีกลิ่นอายของความตายลอยอบอวลไปทั่วห้อง ก่อนหางตาเหลือบมองเห็นใครบางคนนอนไม่ได้สติอยู่บนฟูกนอนทำเอาคนรอบข้างถึงกับหวั่นใจ
นางค่อยๆ เดินตามกลิ่นสมุนไพรเข้าไปเรื่อย ๆด้วยลางสังหรณ์บางอย่างในตัวนางมันให้ความรู้สึกคล้ายกับว่ากำลังจะสูญเสียบางสิ่งสิ่งที่มีค่าไปจนในที่สุดก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้า เมื่อเห็นว่าเป็ใครร่างกายถึงกับนิ่งแข็งค้างราวกับโดนสาป หัวใจหล่นวูบั์ตาดอกท้อสั่นระริกฉายแววความไม่ยินยอมออกมาอย่างชัดเจนอวี้จื่อลู่จึงเดินเข้าไปอย่างช้า ๆ ก่อนจะส่งพลังปราณเข้าไปตรวจสอบกลับพบว่ากู้หลงซานโดนพิษชนิดร้ายแรง ทำเอานางถึงกับะเิโทสะออกมา
“ใคร!! ใครมันบังอาจมาทำกับท่านพ่อของข้าเช่นนี้...ข้าจะฆ่ามัน!!” น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดเมื่อกลับมาถึงก็เจอกับเื่ไม่คาดคิด คนที่นางตั้งใจจะกลับมาหาด้วยความคิดถึงอยากที่จะัักับอ้อมกอดของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็บิดาในตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็บิดาบุญธรรมก็ตามแต่ทำไม ทำไมถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้ “มะ...ไม่!! ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ข้าจะไม่ยอมให้มันเป็แบบนี้ ข้าไม่ยอม...” หยาดน้ำใสรินรดไหลลงมาไม่ขาดสายั์ตาแดงก่ำ ความโกธรเริ่มเข้าครอบงำ พลังที่เคยปกปิดไว้ได้ปะทุไหลออกมาหยุดจนคนรอบข้างพากันกระอักเืล้มตัวลงกับพื้น
“จื่อเอ๋อร์ เ้าใจเย็นๆก่อนได้หรือไม่? เ้าฟังพี่นะ...ถึงในตอนนี้ท่านพ่อจะโดนพิษนิทรากลืนกินแต่ยังมีโอกาสที่จะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแต่ว่า….”อวี้เหิงเยว่ต้องใช้ความพยายามเป็อย่างมากเพื่อที่จะอธิบายเื่ราวทั้งหมดให้น้องสาวของตนเข้าใจเพราะตอนนี้เหมือนนางจะสติหลุดไปแล้วหากปล่อยไว้เช่นนี้มีหวังทุกคนได้ไปเฝ้ายมบาลกันถ้วนหน้า
“แต่…อะไรเ้าคะพี่ใหญ่!!”นางเอ่ยถามน้ำเสียงสั่นเครือ
“ท่านพ่อมีเวลาเพียงแค่สามวันในการถอนพิษหากนานกว่านั้น…” เขาพยายามอธิบายให้นางใจเย็นและมีสติทว่ายามที่ได้ฟังน้องน้อยของตนเอ่ยมาด้วยน้ำเสียงแห่งความเ็ปเสียใจตัวเขาที่เป็พี่ชายก็เ็ปไม่ต่างกัน
นั่นสินะนางจะมานั่งร้องไห้ฟูมฟายมันก็ไม่ได้ช่วยให้ท่านพ่อฟื้นขึ้นมา คิดสิคิดมันต้องมีสักทางสิที่ช่วยได้ ในเมื่อมียาพิษก็ต้องมียาแก้พิษ ‘จริงสิในมิติมีตำรายาพิษตั้งมากมาย เช่นนั้นก็ต้องมียาแก้พิษอยู่แล้ว โอ้ย!!ช่างโง่เง่าจริงตัวข้า’ อยากจะเอาหัวโขกกับเสาบ้านให้กับความโง่ของตัวเองแท้คิดได้เช่นนั้น ก็เอ่ยปากบอกพี่ชายคนโตด้วยน้ำเสียงมีความหวัง ยิ้มออกมาทั้งน้ำตาแม้จะมีหวังเพียงแค่นิดเดียว แต่นางก็ยังคงมั่นใจ
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะพี่ใหญ่”พูดจบนางก็หันพูดกับคนที่นอนไม่ได้สติอยู่บนฟูก “รอข้าก่อนนะท่านพ่อข้าจะไม่ยอมให้ท่านเป็อะไรไปแน่นอน” ก่อนจะเดินออกไปจากห้องแล้วพาตนเองกลับเข้าไปยังภายในมิติ โดยหลงลืมไปว่าตนเองนั้นเพิ่งจะกลับออกมาจากมิติได้ไม่ถึงสองเค่อด้วยซ้ำเื่นี้นางจะชักช้าไม่ได้เพราะมันเกี่ยวกับความเป็ตายของคนในครอบครัว
เมื่ออวี้จื่อลู่ออกไปบรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความตึงเครียดอีกครั้งแม้แต่จะหายใจก็แทบจะยังไม่กล้า
“แล้วเื่นั้นจะให้จัดการอย่างไรดีขอรับคุณชายใหญ่” อี้ซื่ออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“ปล่อยนางไปก่อนเถอะท่านน้าอี้ซื่อรอท่านพ่อฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ ค่อยว่ากัน ตอนนี้เื่ของท่านพ่อสำคัญกว่าสิ่งใด”เื่ครั้งนี้มันไม่ใช่เื่เล็กๆ เลยสักนิด โดยเฉพาะเื่ที่เกี่ยวข้องกับสตรีนางนั้นตัวเขาไม่อยากทำอะไรโดยขาดการไตร่ตรองหากเขาพลาดพลั้งลงมือไปคนที่เสียใจที่สุดคงจะไม่พ้นเป็ท่านพ่อหากย้อนกลับมาคิดดูดีๆ แล้วตัวเขาเองก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าสตรีผู้นั้นจะเป็คนลงมือทำร้ายได้ลงคอเพราะนางเองก็หลงรักท่านพ่อมานานนับหลายปีทว่าใจคนเรานั้นยากที่จะหยั่งถึงเปรียบเสมือนหุบเหวไร้ก้นบึ้งจึงมิอาจตัดสินได้เพียงแค่ภายนอก
ด้านอวี้จื่อลู่
หลังจากเข้ามาในมิติก็เรียกเพื่อนตัวน้อยออกมาเพื่อจัดการบางอย่าง
“ท่านลูดเผ็ด!!ท่านอยู่ไหน...ออกมาหาข้าหน่อย”
“มีอะไร!!ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกแม่นางลูกเผ็ดแซ่บยกสวน” อวี้จื่อลู่ถึงกับไหล่สั่นหน้าเขียวคล้ำดำแดงจากการพยายามกลั้นขำเพราะแทบจะหลุดขำทุกครั้งที่อีกฝ่ายเอ่ยชื่อเรียกตนเอง ‘อ่า!!ข้าไม่น่าเลย...หากนางรู้ความจริงเข้าไม่อยากจะคิดเลยว่าเป็ยังไงคงจะแซ่บยกพริกมาทั้งสวน หวังว่านางจะชอบ คิก คิก คิก’
“เ้าค่ะ...แม่นางลูกเผ็ดผู้งดงามเป็ที่หนึ่งในใต้หล้าข้ามีเื่ให้ท่านช่วย”
“มีอะไรมาแลกเปลี่ยนข้าไม่ทำงานให้เ้าฟรีๆ หรอกนะ” อีกฝ่ายพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ทั้งที่ในเต็มไปด้วยสมุนไพรปราณหายาก
“ผลผลึกม่วงสองผล” สิ้นเสียงนางเ้าหนูตะเภาทองตัวจ้อยก็ตาลุกวาวพราวระยับไม่นานก็เกิดการถกเถียงขนาดย่อมขึ้นระหว่างหนึ่งคนหนึ่งสัตว์ภูต
“ข้าขอสามผล!!”
“สองผล”
“สามผล”
“สอง!!”
“แต่ข้าจะเอาสาม!!”
“งั้นหนึ่งผล...หากต่อรองมากนักก็ไม่ต้องเอามันเถอะ ชิ!!”
หึ! ช่างเป็สตรีที่ขี้งกจริง ๆแต่ข้าไม่ได้เห็นแก่กินหรอกนะ แค่สงสารเด็กตาดำๆ คนหนึ่งเท่านั้นก่อนจะแปลงกายเป็สตรีอยู่ในชุดสีฟ้าอ่อน ผมสีน้ำตาลยาวสลวย ั์ตาเรียวเฉี่ยวคมใบหน้าเรียวรูปไข่หากเหล่าบุรุษทั้งหลายได้มาพบเจอคงไม่ยากที่จะเคลิบเคลิ้มลุ่มหลงไปกับความงามตรงหน้า“ตกลง!! สองก็สอง...มีเื่อะไรก็ว่ามา”
“ข้าอยากให้ช่วยไป....”จากนั้นอวี้จื่อลู่ก็บอกแผนการทั้งหมดให้แม่นางลูกเผ็ดแซ่บยกสวนพร้อมทั้งมอบหมายงานบางอย่างให้ทำอีกอย่างนางต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านพ่อ “อ่ะ...เอาไปก่อนหนึ่งผลหากงานครั้งนี้ไม่มีอะไรผิดพลาด ข้าจะเพิ่มให้ท่านอีกสองผลดีหรือไม่?” ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านหลังเล็กๆ เพื่อทดลองปรุงยาถอนพิษให้พ่อบุญธรรมโดยไม่ลืมที่จะโยนผลผลึกม่วงให้อีกฝ่าย
“ขอบใจ” ก่อนจะเร้นกายหายออกไปเพื่อทำงานที่ได้รับมอบหมายไว้ให้สำเร็จ
สองวันต่อมา
“พี่ใหญ่...ประเดี๋ยวข้าดูแลท่านพ่อเองพวกท่านไปพักกันก่อนเถอะขอรับ” อวี้เฉิงรุ่ยเห็นแล้วก็อดสงสารพี่ชายตนเองไม่ได้ทุกคนต่างวิ่งวุ่นในการตามหาคนวางยาท่านพ่อ และตามหายาถอนพิษผ่านมาสองวันแล้วน้องเล็กก็ยังไม่กลับออกมาพี่ใหญ่กับท่านน้าทั้งสองก็แทบไม่ได้พักผ่อนจนพาลทำให้ร่างกายเริ่มอ่อนล้าขอบตาดำคล้ำ
“อืม...เอาตามที่เ้าว่าก็แล้วกันพักอีกสักหน่อยแล้วค่อยไป” อวี้เหิงเยว่รู้ดีว่าตอนนี้ร่างกายตนเองถึงขีดจำกัดแล้วหากยังดื้อรั้นทุรังไปต่อ มีแต่จะทำให้เวลาของท่านพ่อลดน้อยลงไปอีก
“คุณชายใหญ่ที่เหลือให้พวกข้าทั้งสองคนเป็คนจัดการต่อเถิดขอรับ”
“ฝากพวกท่านด้วย”
“ขอรับ / ขอรับ”
“น้องรอง”
“ขอรับพี่ใหญ่”
“แล้วน้องเล็กล่ะ...นางกลับมาหรือยัง?”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วง ท่านพ่อก็อาการย่ำแย่ลงทุกวันน้องเล็กก็เงียบหายไป คนวางยาท่านพ่อก็หายสาบสูญแม้แต่สตรีผู้นั้นก็ยังไม่รู้ มันเกิดอะไรขึ้นไม่ว่าจะมองไปทางไหนเขาก็มองไม่เห็นทางออกใดเลย
“ยังเลยพี่ใหญ่นางไม่ส่งข่าวกลับมาเลยเงียบหายไปจนข้าเองก็อดเป็ห่วงไม่ได้”พูดจบก็ส่งถ้วยน้ำชาให้พี่ชายของตน “ดื่มชาก่อนพี่ใหญ่”
“ขอบใจมากน้องรอง”เข้ายกน้ำชาขึ้นมาจิบก่อนจะพูดคุยต่อ “นางก็คงร้อนใจไม่ต่างจากเรา”
“ข้าก็ได้แค่หวังว่าท่านน้าทั้งสองจะหายาถอนพิษได้ทันเหลือเวลาแค่อีกหนึ่งวันเท่านั้น” ความกังวลฉายชัดออกมาอย่างปิดไม่มิด
ในขณะเดียวกัน
อวี้จื่อลู่เองก็ไม่ต่างอะไรกับพี่ชายทั้งสองวันเวลาผ่านไปเหยียบย่างเข้าสู่วันที่สามที่นางอดหลับอดนอนเพื่อทำการปรุงยาถอนพิษผมเผ้ากระเซอะกระเซิงไม่เป็ทรง เนื้อตัวมอมแมมเหงื่อไคลไหลเต็มตัวแต่นางกลับไม่ใส่ใจ จิตใจของนางตอนนี้จดจ่อไปกับการปรุงยายิ่งมีเวลาน้อยลงเท่าไหร่ก็ยิ่งสร้างความกดดันมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะตอนนี้สมุนไพรเหลือเพียงแค่ชุดเดียวเท่านั้น อวี้จื่อลู่จึงตัดสินใจพักสมองตัวเองครู่หนึ่งก่อนทำจิตใจให้สงบและลงมือปรุงยาขึ้นอีกครั้งเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามในที่สุดนางก็สามารถปรุงยาได้สำเร็จก่อนบรรจุยาทั้งสี่เม็ดลงในขวดใส
“นะ...ในที่สุดขะ...ข้าก็ทำได้แล้ว ฮือ ฮือ ฮือ” น้ำตาแห่งความดีใจไหลรินอาบสองแก้ม ไวเท่าความคิดนางก็หายวับออกมายังด้านนอกก่อนจะพุ่งตัวไปยังห้องนอนของกู้หลงซาน ก็เจอเข้ากับพี่รองพี่ใหญ่และท่านน้าทั้งสองที่นั่งสีหน้าเคร่งเครียดทว่าทั้งสี่ถึงกับสะดุ้งเมื่อจู่ๆคนที่หายเงียบไปเกือบสามวันโผล่มาพร้อมกับะโเรียกพวกเขาเสียงดัง
“พี่ใหญ่...พี่รอง...ท่านน้า...เร็วเข้า!!”อวี้จื่อลู่เร่งฝีเท้าเข้าไปพวกเขาทั้งหมดด้วยแววตามีความหวัง
“น้องเล็ก!!” x2
“คุณหนู!!” x2
“เร็วเข้า!!ให้ท่านพ่อกินมันเข้าไปเร็ว” พร้อมกับยื่นขวดใสบรรจุยาถอนพิษส่งให้พี่ชายคนโต
“เ้าเอาอะไรมาน้องเล็ก”
“มันคือยาถอนพิษเ้าค่ะ เร็วเข้าเดี๋ยวจะไม่ทันการ”นางเร่งเร้าให้อวี้เหิงเยว่นำยาเข้าปากกู้หลงซาน
“ได้ๆพี่จะป้อนยาให้ท่านพ่อเดี่ยวนี้เลย น้องรองไปเอาน้ำมาเร็วเข้า”
“ขอรับพี่ใหญ่”อวี้เฉิงรุ่ยรีบส่งน้ำให้คนตรงหน้าทันทีไม่รอช้าอวี้เหิงเยว่ก็นำยาป้อนเข้าปากพร้อมกับใช้พลังปราณส่งยาเข้าไปตามด้วยน้ำเมื่อทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีก็พากันโล่งใจอย่างน้อยชีพจรของกู้หลงซานก็ดีขึ้นไม่ได้เต้นอ่อนลงอย่างเช่นก่อนหน้านี้ส่วนอี้ซื่อ อี้ถังก็ได้หายออกไปทันที
ในขณะเดียวท่านหมอหวงก็ได้มาถึงพอดีเนื่องจากโดนอี้ถังอี้ซื่อไปเชิญตัวมาอย่างกระทันหันหรืออีกนัยหนึ่งก็คืออุ้มมาเสียมากกว่าทำเอาคนแก่อย่างท่านหมอหวงถึงกับพูดไม่ออก ก่อนจะเดินเข้าไปตรวจจับชีพจรคนป่วยสักพักแล้วหันมาบอกข่าวดีกับทุกคน
“ยินดีกับพวกเ้าด้วยเขาปลอดภัยแล้วส่วนพิษก็ได้หายไปแล้วเช่นกัน” หลังจากได้ยินจากปากท่านหมอหวงทุกคนก็พากันโล่งใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“แล้วนายท่านจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่อีกนานหรือไม่?”
“อีกไม่กี่ราตรีก็ฟื้นเอายานี่ไปต้มให้เขาดื่มครบห้าวันก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วล่ะ”ก่อนจะยื่นห่อยาส่งให้พวกเขา
“ขอบคุณท่านหมอมากขอรับ”ทุกคนต่างกล่าวขอบคุณเขาด้วยความสุขใจที่ทุกอย่างได้ผ่านพ้นไปด้วยดี
“เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนภรรยาข้ารอกินข้าวอยู่” เขาพูดขึ้นมายิ้มๆ ทำเอาอี้ซื่ออี้ถังถึงกับหน้าแดงก่ำกับการกระทำก่อนหน้า
“ประเดี๋ยวข้าน้อยไปส่งเองขอรับท่านหมอ”อี้ถังอาสาไปส่งท่านหมอหวงเองพร้อมกับยื่นเงินค่ารักษาให้
“ขอบใจ ขอบใจ” หมอหวงไม่ทันจะได้ก้าวเท้าออกจากประตูบ้านตระกูลอวี้ก็ได้ยินเสียงบางอย่างถึงกับชะงัก
“ดีใจจังที่ท่านพ่อปลอดภัยแล้ว”อวี้จื่อลู่ที่ยืนอยู่ริมห้องพึมพำออกมาอย่างโล่งใจก่อนจะยิ้มทั้งน้ำตาพร้อมกับสติที่ดับวูบไป
ตุ้บ!!