นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะใช้ความได้เปรียบของท่าร่างเคลี่อนไหวหลบหลีกพร้อมจู่โจมเมื่อมีโอกาสเนื่องจากเป็นราชันย์ที่แท้จริงความหนาแน่นของพื้นฐานพลังย่อมเหนือกว่าทั้งสองที่อาศัยอาวุธช่วยยกระดับปราณซึ่งเป็นแค่ราชันย์เสมือนการต่อสู้จึงมิอาจกำราบอีกฝ่ายได้ในทันที
"ฟ้าวว.."
"วูบบบบ"
"บึ้ม..!!"
ผู้เป็นพี่ใหญ่หันส่งสายตาให้ผู้เป็นน้องสามทั้งคู่ต่างเข้าใจในความหมายเนื่องจากทั้งสองเป็นทีมล่าสังหารที่ร่วมทำภารกิจกันมาเนิ่นนานจนยึดถือกันเป็นเหมือนพี่น้องต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับชดเชยช่องว่างจุดอ่อนให้แก่กันเสมอมาและยังมีท่าโจมตีผสานที่ร่วมฝึกปรืออันทรงพลังยิ่ง
เมื่อเห็นว่ามิอาจทำอันใดกับสตรีตรงหน้าได้จึงแอบส่งสายตาร่วมผนึกท่าจู่โจมอันทรงพลังเพื่อสยบสตรีตรงหน้าให้ได้ก่อนผู้เป็นพี่ใหญ่ยืนโน้มกายไปด้านหน้าผู้เป็นน้องสามกระโจนขึ้นมาบนหลังสองพลังร่วมผสาน ระดับพลังกลับเพิ่มพูนขึ้นอีกสี่เท่าเทียบเท่าปราณราชันย์ระดับเจ็ดขั้นเก้าช่วงชั้นสูงสุด
"สองสัมพันธ์พิฆาต..!!"
กังหลงที่ยืนกอดอกเฝ้าดูการต่อสู้อย่างสงบพบเห็นทั้งสองถึงกับมีอาวุธระดับราชันย์กันทั้งคู่มิทราบทั้งสองมาจากอาณาจักรใดถึงได้มีอาวุธระดับราชันย์มากมายเช่นนี้ในอาณาจักรเนตรอสูร การจะหาอาวุธระดับราชันย์สักชิ้นยากเย็นเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรแต่คนพวกนี้กลับมีอาวุธระดับนี้ประจำกายกันทุกคน ผู้ที่กังหลงได้สังหารไปก่อนหน้านี้ก็มีอะวุธระดับราชันย์เช่นกันระหว่างครุ่นคิดและมองการต่อสู้พลันสัมผัสได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างกระทันหันยามที่ทั้งสองกายเชื่อมสัมพันธ์กันก่อเกิดพลังโจมตีที่รุนแรงขึ้น คำนึงขึ้นในใจอย่างแตกตื่นพร้อมตะโกนบอกนงคราญสุรางค์สวรรค์ทันที
"เป็นกระบวนท่าพิศดารอันใดกลับเพิ่มพลังให้ถึงสี่เท่าภายในพริบตาดูท่าเหมี่ยวเซี๊ยะที่ประสบการณ์ต่อสู้ยังอ่อนด้อยคงมิอาจต้านทานได้"
"เหมี่ยวเซี๊ยะ.ระวัง..!!"
"เปรี้ยง..!!"
เมื่อได้ยินเสียงเตือนจากกังหลงพร้อมสัมผัสได้ถึงระดับปราณของฝ่ายตรงข้ามเพิ่มอย่างกระทันหันนงคราญสุรางค์สวรรค์โคจรพลังปราณจนถึงขีดสุดฟาดโจมตีด้วยพลังทั้งสิบส่วนด้วยท่าไม้ตายที่สองของวิชามายาหงษ์น้ำแข็งพร้อมรีบถอยกายในทันทีแต่ยังคงช้าไปวูบหนึ่ง
"หงษ์มายาพิฆาต..!!"
"เปรี้ยง..!!"
"โครม..!!"
"ฮั่ก.."
"พรวด.."
ทั้งสองฝ่ายต่างถูกพลังสะท้อนอันมหาศาลของท่าโจมตีกระแทกกลับลอยกระเด็นอย่างเสียหลักพร้อมกระอักโลหิตเป็นฟูฝอยกลางอากาศ กังหลงรีบถลันกายใช้ท่าร่างเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยอันรวดเร็วสุดเปรียบปานเข้ารับร่างของนงคราญสุรางค์สวรรค์ไว้ในทันทีสัมผัสกับร่างอันอ่อนนิ่มราวไร้กระดูกต้องใจเต้นอย่างรุนแรงก้มมองดูนางพบเห็นหน้าตาซีดเซียวลงเพียงเล็กน้อยมุมปากมีโลหิตไหลซึมออกมาจาง ๆได้รับบาดเจ็บบอบช้ำภายในเพียงเล็กน้อยจึงคลายวิตกลง ยามพบเห็นสายตาอันใสกระจ่างสวยงามยิ่งจับจ้องมายังตนจนเกิดรู้สึกประหม่าก่อนรีบวางร่างนางลงอย่างนุ่มนวล นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะเมื่อถูกโอบอุ้มหน้าพลันแดงระเรื่อดิ้นรนเพียงเล็กน้อยพร้อมกล่าวขึ้น
"ขอบคุณท่าน..กงจื้อข้ามิเป็นไร เพราะไม่ทันระวังจึงทำให้โดนพลังสะท้อนกลับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย"
"เมื่อมิเป็นไรก็ดีแล้ว..ท่านพักผ่อนฟื้นฟูลมปราณรักษาอาการบาดเจ็บที่เหลือปล่อยให้ข้าจัดการเองมิทราบท่านต้องการจะสอบถามอะไรพวกมันหรือไม่ หากไม่มีข้าจะกำจัดพวกมันซะเลย"
"ท่านอย่าเพิ่งฆ่าพวกมันข้ามีเรื่องจะสอบถามเล็กน้อยก่อนท่านก็ระวังตัวด้วยเช่นกันพวกมันเมื่อมีอาวุธระดับราชันย์พร้อมมีท่าโจมตีประสานที่แปลกประหลาดนัก เป็นกระบวนท่าฝีมือที่ประมาทไม่ได้"
"ท่านวางใจเถอะพวกมันมิอาจทำอันใดข้าได้หรอกท่านรักษาอาการบาดเจ็บอย่างสงบใจเดี๋ยวข้าจะจับพวกมันมาให้ท่านสอบถามเอง"
ผู้เป็นพี่ใหญ่และผู้เป็นน้องสามต่างโดนท่าโจมตีหงษ์มายาพิฆาตซึ่งเป็นท่าไม้ตายโบราณ เพียงบาดเจ็บเล็กน้อยไปเช่นกันหากมิมีท่าผสานสองสัมพันธ์พิฆาตมาช่วยต้านทานตอนนี้ทั้งสองคงบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว
เมื่อโดนกระแทกกระเด็นย้อนกลับไปเกือบสิบเชี๊ยะ ลุกขึ้นปัดฝุ่นเช็ดคราบโลหิตที่มุมปากมองเห็นบุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหลังพวกตนมิทราบกลับไปยืนอุ้มสตรีงามไว้ในอ้อมแขนตั้งแต่เมื่อใด ดูทั้งสองเหมือนคล้ายกำลังพลอดรักกัน
จิตอาฆาตแค้นริษยาจึงเกิดขึ้นอย่างท่วมท้น เพราะหนุ่มสาวทั้งสองพูดคุยกันคล้ายมิเห็นตนทั้งสองอยู่ในสายตาจึงคำรามขึ้นอย่างโกรธแค้นหยาบคาย
"เจ้าเด็กอุบาทว์ ช่างกล่าววาจาเขี่องโขนักหลังจากกำจัดเจ้าแล้วเราสองจะย่ำยีนังสตรีนั่นต่อหน้าเจ้าให้หนำใจแล้วจะพาไปขายยังซ่องคณิกา..!!"
ได้ยินเช่นนั้นอารมณ์กังหลงถึงกับพุ่งปรี๊ดคำรามลั่นพร้อมทะยานกายหายวับพุ่งเข้าจู่โจมในทันที
"สามหาว..ข่างรนหาที่ตายนัก..!! เพียงความคิดอันชั่วร้ายเช่นนี้ ข้าจะเลาะฟันพวกเจ้าให้หมดปากจะทำลายมือเท้าให้สิ้นมิให้พวกเจ้าได้ไปก่อกรรมทำเข็ญกับผู้ใดได้อีก..!!"
"วูบบบ.."
"ฟ้าวววว"
"เปรี้ยง...เปรี้ยง..เปรี้ยง."
ท่าร่างเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยได้ถูกใช้ออกอย่างเต็มที่บังเกิดร่างบุรุษหนุ่มขึ้นสองร่างเหมือนกันมิผิดเพี้ยนพุ่งฉวัดเฉวียนเข้าโจมตีทั้งสองผู้เป็นพี่ใหญ่และผู้เป็นน้องสามต่างตกใจจนหน้าซีดยกอาวุธคู่มือเข้าฟาดฟันร่างที่มากมายของบุรษหนุ่มอย่างหวาดหวั่นทุกร่างมีพลังเหมือนกันทั้งหมดเท่ากับมีคนถึงสี่คนพุ่งเข้ารุมจู่โจมพวกตนอย่างบ้าระห่ำจนมิอาจจะป้องกันได้หมด
ทั้งสองพยายามถอยหนีและฟาดฟันจู่โจมด้วยท่าไม้ตายทั้งหมดที่มีเข้าสู่ร่างที่พุ่งเข้าหาแต่ก็มิอาจทำอันใดกับร่างทั้งหมดได้ ร่างเหล่านั้นช่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนมิอาจสัมผัส มิทราบเป็นเรื่องราวใด จึงต่างโดนบุรษหนุ่มจู่โจม ตบและฟาดเสียงดังระงม
"เพี๊ยะ.."
"พรวด..!!"
"นี่สำหรับวาจาหยาบคายของเจ้า"
"อ๊ากก.."
"ปีศาจ..เจ้ามันปีศาจ.".
"ข้าจะทำลายแขนขาของพวกเจ้ามิให้มีโอกาสก่อกกรรมทำเข็ญที่ใดได้อีก"
"ฉับ...ฉับ..ฉับ..!!"
"อ๊ากกกก"
หน้าตาของทั้งสองต่างบิดเบี้ยวฟันในปากต่างหักร่วงจนหมดสิ้นแขนขาของทั้งสองต่างขาดสะบั้น โลหิตไหลชโลมนองเต็มพื้น ต่างมองกังหลงด้วยสีหน้าที่หวาดหวั่นกลัวเกรงสุดหัวใจทั้งสองหน้าซีดเผือดกล่าวด้วยเสียงสั่นสะท้าน
"รา..ราขันย์..รุ่นเยาว์อีกคน..โอ..อาณาจักรเราคงต้องถึงคราสูญสิ้นแล้ว..!!
"เจ้า..เจ้า..ช่างอำมหิตนัก..ใยไม่ฆ่าพวกเราเสียให้จบสิ้นไปในทันที"
ทั้งสองต่างตะเกียกตะกายพยายามจะลุกขึ้นแต่เนื่องจากสูญเสียแขนขาไปสิ้นจึงทำได้เพียงกลิ้งล้มลุกคลุกคลานและกลับไปนอนแผ่อีกครั้งนงคราญสุรางค์สวรรค์ถึงกับตื่นตะลึงในท่าร่างอันรวดเร็วและการกระทำอันรวบรัดหมดจนของกังหลง
เพียงชั่วกระพริบตาก็สามารถจัดการกับผู้มีพลังเทียบเท่าราชันย์ทั้งสองได้ภายในพริบตาและกระบวนท่าอันรวดเร็วที่สามารถแยกร่างออกมาได้ถึงสามร่างนางหวนคิดถึงจุดสีเหลืองที่เกิดขึ้นบนจอแสดงผลมากมายที่เกิดขึ้นและลดลงบัดนี้จึงพอเข้าใจสาเหตุแล้ว และวันที่ประลองกันนั้นหากกังหลงจู่โจมตนมีทราบผลจะเป็นเช่นไรให้นึกเลื่อมใสบุรุษหนุ่มยิ่งกว่าเดิม แต่ยังฉงนกับร่างที่แสดงออกมาของกังหลง
"มิทราบเป็นท่าร่างเลิศล้ำใดช่างน่ากลัวยิ่งนัก ดูท่าแต่ละร่างจะมีพลังดุจเดียวกันถึงทำให้จอแสดงผลปรากฎจุดที่มากมายขึ้น มิทราบเขาทำได้เช่นไร"