องค์ชายหรงเทียนบอกว่าจะมาอีกในตอนเช้าเช้าวันต่อมาเขาก็มาจริงๆ แล้วยังมาั้แ่เช้าตรู่เสียด้วย
“ใจคอจะมาหาเราั้แ่เช้าแบบนี้เลยรึ”เยว่เฟยหลิงที่นั่งอยู่หน้ากระจกถาม แขกที่มาหาพวกเขานั่งรออยู่ที่ห้องรับรองด้านนอกเพราะมาแต่เช้าเกินไปพวกเขาจึงยังไม่ทันได้เตรียมตัวตอนที่มีคนมาแจ้งว่าแขกมาหาพวกเขายังอาบน้ำกันอยู่เลย
“ชีวิตน้องสาวอยู่ในอันตรายคงจะร้อนใจอยากหาคนช่วยกระมัง” แล้วคนที่จะต้องช่วยอย่างพวกเขาก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจเลยเสียด้วย
“แต่แบบนี้คงจะเป็การรบกวนมากเกินไปกระมัง”ในความคิดของเยว่เฟยหลิงแล้วองค์ชายหรงเทียนมีแต่จะนำความยุ่งยากมาให้พวกเขา
“อีกฝ่ายคงไม่ได้คิดแบบนั้น”ร่างสูงแปรงผมให้เยว่เฟยหลิงจนเสร็จก่อนจะช่วยรวบผมเป็หางม้าจากนั้นก็ออกไปพบแขกด้วยกันซึ่งท่าทางที่ไม่ได้ให้ความสนใจองค์ชายรองแห่งแคว้นจ้าวของพวกเขาคงทำให้องครักษ์เกลียดที่หน้าพวกเขาไปแล้วกระมัง
“องค์ชายมิเสด็จมาเช้าเกินไปหรือพ่ะย่ะค่ะ” เยว่เฟยหลิงเอ่ยถามพร้อมนั่งลงตรงหน้าอีกฝ่ายโดยที่ไม่ให้ใครเชิญส่วนร่างสูงก็ยืนอยู่ริมหน้าต่างเพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประมุขน้อย
ก็พวกองครักษ์ทำท่าทางเหมือนจะจัดการพวกเขาจะไม่ระวังไว้เสียหน่อยได้อย่างไร
“ขออภัยที่ข้าต้องมารบกวน”
“ทำไมต้องเป็พวกเรา”ไม่พูดพร่ำทำเพลง เยว่เฟยหลิงเอ่ยถามถึงวัตถุประสงค์หากจะหาคนมีฝีมือจากภายนอกมาช่วยในเื่นี้ใช่ว่าจะทำไม่ได้แล้วนายกองมิ่งคังใช่ว่าจะรู้จักแค่พวกเขา ไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิดที่จะให้พวกเขาช่วย
หรือเพราะ้าจับตามองพวกเขาที่สังหารคนของมิ่งคังไปด้วยตอนที่ถูกโจมตีในคราวนั้น
“อย่างที่ท่านทราบ ตอนนี้ผู้ที่จะช่วยเหลือข้าได้มีเพียงท่านทั้งสองเท่านั้น”
“องค์ชายคงไม่ได้้าความช่วยเหลือจากกระหม่อมแต่เป็สามีของกระหม่อมมากกว่า” เพราะฝีมือที่แสดงออกมาของเฟิงหลันทำให้มิ่งคังนึกถึงพวกเขาดังนั้นแล้วองค์ชายหรงเทียนผู้นี้คง้ากำลังของเฟิงหลันมากกว่าที่จะเป็เยว่เฟยหลิง
“จะพูดเช่นนั้นก็ไม่ผิดหากสิ่งที่มิ่งคังพูดเป็ความจริง ฝีมือของท่านอวี้เฟิงนับว่าเก่งกาจหาตัวจับยากนัก”
“พี่เฟิงพี่กำลังถูกสงสัย” เยว่เฟยหลิงหันไปฟ้องสามีว่าแขกกำลังสงสัยในตัวเขาร่างสูงจึงเลิกคิ้วทำให้องค์ชายหรงเทียนรีบโบกมือปฏิเสธ
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นที่ข้าหมายถึงคือท่านอวี้เฟิงมีฝีมือมากพอที่จะช่วยน้องสาวของข้าได้หาได้สงสัยอะไรในตัวพวกท่านไม่”
“องค์ชายกระหม่อมสังหารคนของนายกองไปไม่น้อยพระองค์จะพูดว่าไม่ได้สงสัยอะไรนั่นคงจะกล่าวเท็จมากไปพ่ะย่ะค่ะ” อีกฝ่ายลืมไปแล้วรึว่าเขาเคยทำงานเป็ทหารองครักษ์มาก่อนเื่พวกนี้จะรู้น้อยไปกว่าทหารองครักษ์ที่ยืนอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร
“ที่ท่านพูดก็ถูก”หรงเทียนยอมรับ และเขาก็รู้สึกด้วยว่าไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปก็ไม่มีทางปกปิดสองสามีภรรยานี้ได้เลย
แล้วยังจะบอกว่าพวกเขาเป็เพียงสามีภรรยาธรรมดาอีกหรือ
“ข้าจะไม่ถามว่าทำไมคนมีฝีมืออย่างพวกท่านถึงเดินทางมายังแคว้นจ้าวหากมาเพื่อจุดประสงค์ดีข้าจะไม่ขัดขวางแต่หากมาเพื่อจุดประสงค์ร้ายแอบแฝงข้าจะไม่ปล่อยพวกท่านไป”
“องค์ชายคงจะเข้าใจอะไรผิดผู้มากฝีมือฝึกวรยุทธ์ออกเดินทางไม่ได้หมายความว่าคนเ่าั้ต้องมีจุดประสงค์ใหญ่อะไรจริงอยู่ที่กระหม่อมกับภรรยาดูจะมีฝีมืออย่างที่พระองค์ว่าแต่พวกกระหม่อมจะเดินทางท่องเที่ยวตามประสาคู่รักบ้างไม่ได้เลยหรือ” ร่างสูงเดินมานั่งข้างๆร่างโปร่งพร้อมกับเอ่ยวาจาที่คล้ายจะไม่พอใจหากทุกคนคิดเหมือนองค์ชายหรงเทียนผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดก็มิใช่ว่าตกที่นั่งลำบากกันหรอกรึ
“เื่นั้น....”
“หากเป็เช่นนั้นจริงผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดจะไปที่ไหนได้หากไปที่ไหนก็มีแต่คนคิดว่ามีจุดประสงค์” มือเรียวแตะลงบนมือสามีเป็เชิงให้ควบคุมอารมณ์ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมาเพราะมีจุดประสงค์จริง แต่หากมองในมุมมองคนทั่วไปแล้วการมาท่องเที่ยวไม่ถือเป็จุดประสงค์รึ
“พี่เฟิงองค์ชายแค่เป็ห่วงสถานการณ์ภายในเท่านั้นเอง”
“ข้ารู้” มือหนาขยี้ผมภรรยาตัวน้อย ทำให้เยว่เฟยหลิงมองค้อนเพราะผมที่อุตส่าห์รวบมาเสียทรงหมดแล้ว
“เดี๋ยวข้ารวบให้ใหม่ปักปิ่นด้วย” มือหนาล้วงปิ่นปักผมออกมาให้ดูเยว่เฟยหลิงจึงหันกลับมาสนใจองค์ชายเหมือนเดิม
“องค์ชายเื่ที่องค์หญิงหรงหยวนถูกลักพาตัว มีแค่พระองค์ที่รู้รึ”
“เปล่า ฝ่าาก็ทรงทราบ”
“องค์หญิงถูกลักพาตัวไปทั้งคนแต่ด้วยกำลังของท่านและอำนาจของฝ่าาจะส่งทหารสักกองเข้าไปช่วยไม่ได้เชียวหรือ”ในความคิดของเยว่เฟยหลิงแล้ว เื่นี้มันไม่ได้ยุ่งยากเลย โดยเฉพาะแคว้นที่มีอำนาจทางการทหารมากขนาดนี้
“กับเื่นั้น....”คล้ายไม่อยากจะพูดถึง แต่เยว่เฟยหลิงก็คาดการณ์จากท่าทีนั้นได้ รวมถึงอารมณ์ที่อีกฝ่ายแผ่ออกมารอบๆตัว
พี่น้องสามคนคงไม่ได้รักใคร่กลมเกลียวกันขนาดนั้น
“จุดประสงค์ของอีกฝ่ายคืออะไรรึ”ร่างสูงเอ่ยถามเพื่อเปลี่ยนเื่ องค์ชายจึงกลับมามีท่าทีสุขุมเช่นเดิม
“อัญมณีที่ประดับอยู่บนแท่นประทับของฝ่าา”ทั้งสองไม่รู้หรอกว่าอัญมณีที่ว่าเป็ของแบบไหนแต่หากเป็สิ่งที่ประดับอยู่บนแท่นประทับของฮ่องเต้ของสิ่งนั้นย่อมไม่ใช่ของธรรมดา
แต่ของประดับที่ว่าก็ไม่ยอมมอบให้เพื่อช่วยน้องสาวอย่างนั้นรึ
หากสรุปสถานการณ์คร่าวๆของหรงเทียนเขาพยายามช่วยน้องสาวของตัวเองแล้วแต่ทว่ามีกำลังคนไม่มากพอที่มีอยู่ตอนนี้คงเป็ทั้งหมดที่เขามีแล้วและแน่นอนว่าส่วนหนึ่งจะต้องตายไปแล้วเพื่อไปช่วยองค์หญิงหรงหยวนการที่เยว่เฟยหลิงพูดถึงการส่งกองทหารเข้าไปช่วยแล้วหรงเทียนมีท่าทีอึดอัดนั้นก็เดาได้ว่าองค์ฮ่องเต้ไม่ประสงค์เช่นนั้น หรืออาจจะไม่คิดจะทำั้แ่แรกแล้ว
“องค์ชาย ทั้งพระองค์ฝ่าา และองค์หญิงหรงหยวนมีมารดาคนละคนกันใช่หรือไม่” เยว่เฟยหลิงเอ่ยถามโดยที่ไม่กลัวว่ามันจะเป็การละลาบละล้วงเื่สำคัญแม้จะเป็พี่น้องที่ไม่ได้รักใคร่กลมเลียวกันอย่างไรแต่หากน้องสาวร่วมสายเืหายตัวไปเช่นนี้คนเป็พี่ชายจะอยู่เฉยได้หรือ
เว้นแต่ว่าจะไม่ใช่สายเืเดียวกัน
ในเมื่อมีศักดิ์เป็องค์ชายและองค์หญิงนั่นหมายถึงพวกเขามีบิดาคนเดียวกันนั่นคือฮ่องเต้พระองค์ก่อนแต่จากความสัมพันธ์ที่สังเกตได้ พวกเขาน่าจะมีมารดาคนละคน
“คิดเสียว่ากระหม่อมรู้ได้เองไม่ใช่พระองค์เป็คนเอ่ยออกมาก็แล้วกันพ่ะย่ะค่ะ” ถึงอย่างไรความสัมพันธ์ภายในของราชวงศ์ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนภายนอกจะรับรู้ได้เื่นี้หรงเทียนเองคงไม่สะดวกใจที่จะพูดเช่นกัน
“อืมเป็อย่างที่ท่านว่า”
“ั้แ่ที่กระหม่อมมาที่แคว้นจ้าวรู้สึกว่ากำลังทางการทหารของแคว้นจะมากผิดปกติและจากสถานการณ์ที่พระองค์เป็อยู่ เดาว่าพระองค์คงมีกำลังอยู่ในมือไม่มากและไม่ได้รับอนุญาตให้ยุ่งเกี่ยวกับกองทัพหรือทหาร รวมถึงสั่งเคลื่อนกำลังพล”เพราะถ้าหากหรงเทียนมีอำนาจแบบนั้นอยู่ในมือ เขาก็ไม่ต้องลำบากมาขอความช่วยเหลือจากคนอื่นแบบนี้
“ที่ว่ามาก็ถูก”
“ถือเสียว่าคำพูดต่อไปนี้พระองค์ไม่ได้ยินพี่เฟิง” ร่างโปร่งหันไปหาเฟิงหลันที่กำลังเล่นผมเขาอยู่เมื่อครู่ไม่ได้ตั้งใจฟังเลยใช่หรือไม่
“หลิงเอ๋อร์ได้ข้อสรุปแล้วรึ”
“องค์ชายเขาทำน้องสาวหายส่งคนไปตายก็แล้วแต่ก็ช่วยออกมาไม่ได้ คนที่เหลือก็มีไม่พอแล้วยังไม่มีอำนาจสั่งเคลื่อนพลกองกำลังฝ่าาเห็นว่าองค์หญิงไม่ใช่น้องสาวแท้ๆจึงไม่ส่งคนมาช่วยองค์ชายหรงเทียนจึงมาขอความช่วยเหลือจากพี่” องค์ชายหรงเทียนสะอึกเล็กน้อยกับการสรุปผลแบบขวานผ่าซากองครักษ์รีบรินชาให้ดื่มพร้อมกับมองค้อนเยว่เฟยหลิง
คิดจะทำให้องค์ชายของพวกเขากระอักเืให้ได้เลยใช่หรือไม่
“เท่าที่ฟังฝ่าาแค่ไม่อยากช่วยมากกว่าที่จะไม่ยอมยกอัญมณีให้นะ”นอกจากจะถูกคนเป็ภรรยากล่าวขวานผ่าซากแล้ว คนเป็สามียังเอ่ยถึงได้ช้ำใจยิ่งกว่า
“นี่พวกเ้า...”องครักษ์ของหรงเทียนกัดฟันกรอดๆ เ้าพวกนี้เกรงใจกันไม่เป็รึ
“แล้วยังไม่ให้อำนาจกับน้องชายด้วยเป็พี่ชายที่ใจร้ายจริง” เยว่เฟยหลิงครุ่นคิดการที่ไม่มอบอำนาจให้องค์ชายรองแบบนี้ราวกับว่าฮ่องเต้ไม่้าให้ใครขัดขวางสิ่งที่เขากำลังจะทำหรือกระทั่งให้รู้แผนการบางอย่างที่เขาวางเอาไว้
“อย่างที่พวกท่านว่าเพราะแบบนั้นข้าถึงมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากท่านทั้งสอง” หรงเทียนมองข้ามสิ่งที่ทั้งสองพูดแม้ว่ามันจะเป็ความจริงก็ตามฝ่าาทรงทราบเื่ที่หรงหยวนถูกลักพาตัวไปและตัวฝ่าาเองก็ไม่ได้สนใจของตกแต่งที่อยู่บนแท่นประทับด้วยนอกจากนั้นยังไม่ส่งกำลังคนเข้าไปช่วยน้องหญิงที่แม้จะไม่ได้พูดเหตุผลออกมาแต่หรงเทียนก็รู้ดีว่าทำไม
หรงเทียนและหรงหยวนไม่ใช่น้องชายและน้องสาวแท้ๆของฝ่าาอีกทั้งหากมองในมุมมองทางการเมือง หรงหยวนก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะใช้การได้โดยเฉพาะสถานการณ์ที่บ้านเมืองให้ความสำคัญกับกำลังทางการทหารมากกว่าหญิงงาม
นี่อาจจะเป็เื่ดีที่มีคนมาช่วยจัดการเื่ของหรงหยวนให้
แต่สำหรับเขาหรงหยวนเป็น้องสาวที่น่ารัก นางไม่เคยทำอะไรที่ทำให้เขาลำบากใจอยู่ในกรอบและเชื่อฟังคำพูดของพี่ชายทั้งสองเป็อย่างดีพยายามอย่างมากที่จะช่วยราชกิจของพี่ชายเป็น้องสาวที่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะไม่ยอมเสียไปอย่างเด็ดขาด
หรงอี้จะทำอย่างไรก็ช่างแต่เขาจะไม่ยอมเสียน้องสาวเพียงคนเดียวไปอย่างเด็ดขาด
“ทำไมถึงต้องเป็กระหม่อม” เฟิงหลันเอ่ยถาม่งานเทศกาลแบบนี้ไม่ได้มีแค่เขาที่มากฝีมืออย่างที่อีกฝ่ายพูดหากหาให้ดีหรงเทียนอาจได้คนที่ฝีมือดีกว่าเขาก็ได้
“องค์ชายพระองค์ด่วนสรุปเชื่อนายกองมากไปหรือเปล่า” แม้เฟิงหลันจะไม่ได้ทำงานเป็องครักษ์จริงๆแต่การที่องค์ชายของแคว้นมาขอความช่วยเหลือเื่ภายในจากคนนอกแบบนี้ไม่นับว่าเสี่ยงเกินไปรึ แล้วมั่นใจได้อย่างไรว่าพวกเขาจะไม่พูดเื่นี้กับคนอื่น
หรือมั่นใจในฝีมือองครักษ์ของตัวเองว่าจะสามารถจัดการพวกเขาได้
“แม้กระหม่อมจะมีฝีมือจริงแต่ทำไมพระองค์ถึงคิดว่ากระหม่อมจะช่วย แล้วทำไมกระหม่อมถึงจะต้องช่วย”
“นี่เ้า! สามห้าวเกินไปแล้วนะ!” องครักษ์จับกระบี่ในมือแต่เฟิงหลันไม่สนใจยังคงเอ่ยต่อ
“กระหม่อมมีภรรยาเป็คนนอกที่แค่้ามาท่องเที่ยวเพื่อหาความสำราญร่วมกับคนรักแต่พระองค์รู้หรือไม่ นับั้แ่ที่พวกเรามาถึงแคว้นจ้าว พวกเราทั้งถูกปล้นถูกใครที่ไหนไม่รู้มาจับตามองตอนกลางคืนต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงกับคนที่พวกกระหม่อมไม่รู้จัก แล้วตอนนี้กระหม่อมยังต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อช่วยใครที่ไหนไม่รู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราอีกหรือ”แม้ว่าเื่ที่ถูกปล้นหรือเื่เลวร้ายพวกนั้นจะไม่เป็ความจริงแต่หากเื่นี้เกิดขึ้นกับใครสักคนหรงเทียนยังจะกล้าขอร้องให้เขาเสี่ยงชีวิตไปช่วยน้องสาวของตัวเองอีกรึ
“พี่เฟิง” เยว่เฟยหลิงรู้ว่าร่างสูงกำลังโกรธ และที่โกรธก็เพื่อพวกเขาเองในตอนนี้พวกเขาก็มีภาระติดพันที่ไม่สามารถปลีกตัวได้ อีกทั้งยังไม่มีพรรคพวกที่ไหนพวกเขาไม่สามารถให้อีกฝ่ายตายจากไปได้แล้วอยู่เพียงลำพัง
พวกเขามาด้วยกัน ก็ต้องกลับไปด้วยกัน
เฟิงหลันพยายามสงบสติอารมณ์แล้วกุมมือคนข้างตัวเอาไว้ที่เขาโมโหไม่ใช่แค่เพราะเป็ห่วงความปลอดภัยของประมุขน้อยแต่ยังรวมไปถึงความรำคาญที่คนนอกพามาให้พวกเขาจนทำให้เขาหงุดหงิด
“สามีของกระหม่อมเจอเื่ร้ายๆมามากสามีข้าก็เคยเป็องครักษ์เช่นพวกท่าน หวังว่าพวกท่านจะเข้าใจสิ่งที่เขาต้องเจอมาอย่าได้โกรธเคืองกันเลย” เหล่าองครักษ์มองเฟิงหลันและเห็นร่องรอยความเ็ปที่สะท้อนอยู่ในดวงตาพวกเขาไม่รู้ว่าเฟิงหลันผ่านอะไรมาแต่ความเ็ปนั้นคงจะฝังลึกลงไปในจิตใจและคงจะมีแค่คนที่อยู่ข้างตัวเท่านั้นที่เป็ที่พึ่งในตอนนี้
กำไลด้ายแดงเส้นนั้นบ่งบอกเป็อย่างดีว่าพวกเขา้าอยู่ด้วยกันมากแค่ไหน
“แต่ก็มิใช่ว่ากระหม่อมจะไม่เข้าใจ”ดวงตาสีเทามองมายังองค์ชายหรงเทียนหากวันหนึ่งพี่ลี่อินที่เป็ครอบครัวของเขาหายตัวไป เขาก็ย่อมทำทุกทางเพื่อที่จะช่วยพี่ลี่อินให้ได้ไม่ว่าจะต้องก้มหัวขอร้องใครก็ตาม
หากพวกเขายังปฏิเสธอยู่แบบนี้องค์ชายหรงเทียนคงไม่ลังเลที่จะก้มหัวให้พวกเขา
“พี่เฟิงหากวันหนึ่งข้าหายตัวไปเช่นนี้พี่จะทำยังไง”
“หาเ้าให้พบไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม”
“องค์ชายก็ทำแบบนั้นอยู่นะ”เยว่เฟยหลิงให้เหตุผล หลังจากที่วิเคราะห์สถานการณ์ดูแล้วการช่วยเหลือองค์ชายหรงเทียนผู้นี้นับว่าเป็การเปิดโอกาสให้พวกเขาทำภารกิจได้ง่ายขึ้นแม้จะเล็กน้อยแต่ก็ไม่เสียหายที่จะลอง
“หลิงเอ๋อร์อยากให้ข้าช่วย?”
“หากพี่เฟิงหายตัวไปแล้วข้าไปขอความช่วยเหลือแบบนี้ไม่ว่าอย่างไรข้าก็อยากให้อีกฝ่ายตอบรับนะ” ไม่ว่าจะเป็ใครเมื่อไปขอความช่วยเหลือ ย่อมต้องอยากได้ความช่วยเหลือกันทั้งนั้น
และครั้งนี้ดูท่าว่าจะคุ้มค่าแล้วคงไม่เสียหายอะไรที่จะให้เฟิงหลันลงแรง
ก็เฟิงหลันเป็ฝ่ายออกแรงส่วนเยว่เฟยหลิงเป็ฝ่ายเก็บข้อมูล พวกเขาแบ่งหน้าที่กันแบบนี้นี่
“แต่ข้ามีข้อแม้”
“ข้อแม้?” ไม่ว่าจะเป็เื่อะไรหรงเทียนสามารถทำให้ได้ทั้งนั้น ขอแค่อีกฝ่ายพาน้องสาวเขากลับมาได้ก็พอ
“หลิงเอ๋อร์เ้าต้องไม่ไปกับข้า”
“ไม่เอา!” ร่างโปร่งแวดขึ้นทันที ข้าจะไปเก็บข้อมูลเ้าพวกนั้นเสียหน่อยจะมาห้ามได้อย่างไร
“มันอันตรายอีกฝ่ายเป็ใครก็ไม่รู้ ข้าไม่อยากให้หลิงเอ๋อร์ไปเสี่ยงอันตราย” ร่างสูงดึงคนข้างๆขึ้นมานั่งตักพร้อมทั้งเขี่ยจมูกเบาๆเยว่เฟยหลิงทำหน้ามุ่ย ก็เขาจะไป
“พี่เฟิงก็ไปเสี่ยงอันตรายเหมือนกัน”
“ไม่เหมือนกันเสียหน่อยอีกอย่างไม่จำเป็ต้องปะทะกับอีกฝ่ายก็ได้” สำหรับเฟิงหลันแล้วแค่การลอบเข้าไปพาตัวผู้หญิงคนเดียวออกมาไม่ใช่เื่ยากเลยสักนิดแล้วยังจบเร็วกว่าเข้าปะทะเสียอีก
อีกอย่างเฟิงหลันจะให้เยว่เฟยหลิงสังเกตการณ์อยู่กับองค์ชายรองว่าเขาจะเป็ประโยชน์กับพวกเขาแค่ไหน
“ก็ข้าอยากไปด้วย...”คิดจะให้ข้าอยู่สังเกตการณ์หรงเทียนแล้วตัวเองไปสนุกอยู่คนเดียวอย่างนั้นรึนี่เขาไม่ได้ออกกำลังมากี่วันแล้ว ไม่ใช่กล้ามเนื้อเสื่อมแล้วรึ
“ข้าเข้าใจท่านอวี้เฟิงข้าจะดูแลภรรยาของท่านให้เอง เขาจะปลอดภัยหากอยู่ในตำหนักของข้า” เมื่อเห็นว่าสองสามีภรรยาตกลงกันไม่ได้หรงเทียนจึงอาสาจะพาร่างโปร่งไปอยู่ในที่ปลอดภัยนั่นคือที่ตำหนักของเขาและเมื่อเฟิงหลันพาน้องหญิงของเขากลับมาได้เขาก็จะส่งทั้งคู่ออกมาจากวังหลวง
“แต่ว่าถ้าเข้าไปในวัง....”มันออกมายาก!
“ข้าจะซ่อนตัวท่านเป็อย่างดีอย่าได้กังวลไปเลย”
“กระหม่อมรออยู่ที่นี่ได้ไม่ต้องรบกวนองค์ชายหรอก” เขาไม่ได้อยากเข้าไปในตำหนักของหรงเทียนเสียหน่อยดูๆแล้วคงไม่มีข้อมูลอะไรให้สืบด้วย แล้วจะเคลื่อนไหวสืบข้อมูลภายในวังหลวงทันทีที่อีกฝ่ายพาเขาเข้าไปก็ใช่ว่าสะดวกที่จะทำเช่นนั้น
แม้ว่าคลังเอกสารจะน่าสนใจมากก็ตามที
หรือจะให้เฟิงหลันไปคนเดียวดีนะ
“งั้นแลกเปลี่ยนกันไหม?”เฟิงหลันยื่นข้อเสนอ เขารู้ว่าที่เยว่เฟยหลิงอยากไปเพราะอุดอู้มานานแต่เขาจะตามใจอีกฝ่ายได้อย่างไร ประมุขน้อยเป็ไม้ตายของพวกเขาหากไม่ถึงเวลาที่ควรจะให้แสดงฝีมือได้อย่างไร
“แลกเปลี่ยนอะไร?”แม้ว่าองค์ชายหรงเทียนจะร้อนใจอยากไปช่วยน้องสาวแต่ทว่าเขาก็ต้องรอให้สองสามีภรรยาตรงหน้าตกลงกันให้เรียบร้อยเสียก่อน
“หลิงเอ๋อร์อยากได้อะไร?ข้าจะหามาให้” เพราะข้าไม่ให้ประมุขน้อยออกไปใช้กำลังข้างนอกเด็ดขาด
“ก็ไม่มี.....” เยว่เฟยหลิงชะงัก ก่อนทำตาลุกวาวที่ทำให้คนที่มองอยู่อดยิ้มไม่ได้
น่ารักเสียจริงยามที่ทำตาเป็ประกายเช่นนี้
“น่าจะมีแล้ว?” คนถามเลิกคิ้วสูง เยว่เฟยหลิงกระซิบที่ข้างหูแต่ทำให้เฟิงหลันงง
“จะเอาอันนั้น?”
“อื้อ! สักสองสามอัน”
“สองสามอันเลยรึ”แค่อันเดียวก็ว่ายากแล้ว นี่จะเอาสามอันเลยรึ
“ไม่งั้นข้าไปด้วย”
“ก็ได้ๆข้าจะเอาใส่โหลมาให้” ร่างสูงรับคำอย่างเสียไม่ได้ เอาก็เอาดีกว่าให้ประมุขน้อยออกไปใช้แรงข้างนอก
“เช่นนั้นพวกท่าน....”
“ภรรยากระหม่อมตัดสินใจจะช่วยพระองค์กระหม่อมย่อมไม่คัดค้าน” และพวกเขาก็แบ่งหน้าที่กันเรียบร้อยแล้ว
“ข้าจะดูแลภรรยาท่านให้ดีอย่าได้ห่วง” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมช่วยเหลือแล้วหรงเทียนจึงมีสีหน้าที่ดีขึ้นบ้างเขารับปากจะดูแลร่างโปร่งให้โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนที่เขารับปากจะดูแลนั้นเก่งกาจแค่ไหน
“องค์ชายโปรดกลับไปก่อนแม้ว่ากระหม่อมจะมีฝีมือให้พระองค์เชื่อถือได้ แต่กระหม่อมยังจำเป็ต้องเตรียมตัว”เฟิงหลันให้เหตุผล ถึงจะเคยประมือกับอีกฝ่ายมาแล้วแต่ใช่ว่าสถานการณ์จะเหมือนกัน แล้วเขาไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงจะคิดแผนก่อนล่วงหน้าแล้วค่อยบอกแผนนี้กับองค์ชายรองอีกที
“เช่นนั้นข้าจะรอการส่งข่าวของท่านหวังว่าท่านจะไม่ให้ข้าคอยนาน”
“ไม่นานหรอกองค์ชายเพราะกระหม่อมจะลงมือคืนนี้ เตรียมคนของพระองค์ไว้ให้ดีเถอะ”