อุ้มบุญ ลุ้นรัก #8
อารมณ์แบบนี้คือ
"ฮึก ฮึก ฮือ ฮือ"
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของหญิงสาวลอยเข้ามาในหูของชายหนุ่มทันทีที่บอกว่าพรุ่งนี้ต้องไปประชุมต่างเมืองและพาหล่อนไปไม่ได้
เจฟฟรีย์กำลังก้าวเท้าเข้าห้องน้ำก็ต้องรีบวิ่งกลับมาหาแก้วใสด้วยความใบวกกับความไม่เข้าใจเหตุใดคนที่ยิ้มร่าก่อนหน้าถึงได้ร้องไห้เป็เผาเต่าราวกับเพิ่งเจอเหตุการณ์ไม่ดีจึงปล่อยน้ำตาออกมาระบาย
"ร้องไห้ทำไมแก้วใส" ชายหนุ่มดึงหญิงสาวขึ้นมาแล้วโอบกอดหล่อนพร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวานอย่างที่ไม่เคยพูดกับใครมาก่อนในชีวิต
"ฮึก ก็ คุณเจฟ กำลังจะทิ้งแก้ว เบื่อแก้วแล้วใช่ไหม ฮือ"
"เปล่า ผมไม่ได้ทิ้ง แล้วก็ไม่เบื่อด้วย"
"มะ ไม่จริง เมื่อคืนคุณเจฟ ฮึก ไม่ยอมผลิตลูก"
"หา! แค่ผมไม่ชวนคุณผลิตลูกก็ว่าผมจะทิ้งแล้วเหรอ"
"กะ ก็ใช่นะสิ ั้แ่มาอยู่ที่นี่ ไม่มีวันไหนที่คุณเจฟไม่ชวนแก้วผลิตลูกเลย แต่เมื่อคืนคุณเจฟไม่ทำ" คำบอกเล่าของหล่อนทำให้ชายหนุ่มอมยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะอธิบายถึงเหตุผล
"ผมเห็นคุณเหนื่อย ๆ หลับบ่อย กลัวจะไม่สบายก็เลยให้พัก" เขาอยากพักเสียที่ไหนกันแค่เห็นหน้าหล่อนก็อยากทำเื่อย่างว่าแล้วแต่ที่ต้องหยุดเพราะคนในอ้อมกอดดูเหมือนไม่ค่อยสบาย
"จริงนะคะ คุณเจฟไม่ได้โกหกแก้วนะคะ ไม่ใช่ว่าไปเจอสาว ๆ สวย ๆ แล้วเปลี่ยนใจให้คนอื่นมาท้องแทนแก้ว"
"ไม่มี ผมเลือกคุณแล้ว ยังไงก็ต้องเป็คุณ แก้วใส"
"ได้ยินแบบนี้ก็ค่อยยังชั่ว แก้วไปอาบน้ำก่อนดีกว่า หิ้ว หิว"
หญิงสาวพูดจบก็รีบผละออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่มแล้วเดินเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์ดีผิดกับก่อนหน้านี้ลิบลับปล่อยให้เจฟฟรีย์นอนงงอยู่บนเตียงคนเดียวกับอาการแปลก ๆ ของเธอเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเดี๋ยวร้องไห้เดี๋ยวหัวเราะหลากหลายอารมณ์ในวันเดียว สองสามวันมานี้หญิงสาวมีอาการแปลก ๆ ให้เห็นบ่อยจนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าหล่อนเป็อะไร
'ดูสิแค่คืนเดียวที่เขาไม่ชวนเล่นปูไต่ก็ร้องไห้หาว่าเขาจะทิ้ง หรือว่าหล่อนโดนเขาจับลอกคราบทุกคืน พอคืนไหนไม่โดนถึงได้เพี้ยน แต่มันแค่คืนเดียวเองนะั้แ่ที่หล่อนมาอยู่ที่นี่ ไม่น่าร้องไห้ขนาดนั้นเลย'
เจฟฟรีย์คิดในใจหลังจากที่เห็นหญิงสาวเข้าไปในห้องน้ำเรียบร้อย ถ้าหล่อนยังมีอารมณ์แปรปรวนคงต้องพาไปหาหมอเพื่อตรวจดูก่อนจะตั้งครรภ์จะได้หาวิธีรักษาั้แ่เนิ่น ๆ ถ้าเป็โรค
อาหารที่วางอยู่บนโต๊ะทำให้คนมาใหม่มาถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดัง อึก อยากกินจนตัวสั่นเหมือนไม่เคยกินมาก่อน แก้วใสรีบปล่อยมือที่กำลังจับแขนของชายหนุ่มออกอย่างรวดเร็วแล้วเดินเข้าไปที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะสูดกลิ่นอาหารเข้าปอดทำให้มาดามแป้งหอมกับคุณเจสันต้องหันมามองหน้าอย่างไม่ได้นัดหมายแล้วยิ้มอย่างรู้กันเพราะพฤติกรรมของว่าที่ลูกสะใภ้เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก
"ทำอะไรนะแก้ว" เสียงทุ้มของชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความสงสัย ในขณะที่เลื่อนเก้าอี้ให้หล่อนนั่ง
"ดมความหอมของข้าวต้มกุ้ง ห้อม หอม" พูดอย่างเดียวไม่พอต้องแสดงด้วย หญิงสาวจึงก้มลงสูดความหอมของข้าวต้มอีกครั้งแล้วทำหน้าฟินสุด ๆ เพื่อยืนยันว่ามันหอมมากไม่ได้โกหก
"อะไรจะขนาดนั้น" เขาพูดทีเล่นทีจริงแต่คนฟังกลับคิดว่าโดนตำหนิ
"คุณเจฟหาว่าแก้วโกหกเหรอ"
"เปล่า ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ใช่ไหมครับมัม ใช่ไหมครับแด๊ด"
เขาหันไปขอความเห็นจากผู้ใหญ่ทั้งสองที่กำลังอมยิ้มกับอาการลูกสะใภ้
"เอาน่าเจฟ น้องว่าหอมก็หอมสิ กินเยอะ ๆ นะลูก อยากกินอะไรอีกบอกได้เลยเดี๋ยวมัมจะให้เด็กเอามาเสิร์ฟ" คำตอบของมารดาทำเอาลูกชายคนเดียวถึงกับงงจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากบิดา
"แด๊ด"
"ตามที่แม่แกบอก หนูแก้วไม่ต้องสนใจเ้าเจฟหรอก เอาที่หนูสบายใจนะลูก"
"ขอบคุณค่ะ มัมกับแด๊ด ใจดีที่สุด ไม่เหมือนคนแถวนี้ใจร้าย"
หล่อนทำปากยื่น หน้างอ มองคนข้าง ๆ ด้วยห่างตาทำเหมือนกับว่าเขาคือเชื้อโรคก็ไม่ปาน ชายหนุ่มจึงสงบปากสงบคำไม่ต่อล้อต่อเถียงเพราะกลัวจะเป็เื่ใหญ่ทำให้บรรยากาศการกินข้าวเช้าผ่านไปด้วยดีแต่ใช่ว่าเจฟฟรีย์จะหายสงสัยในรอยยิ้มของบุพการี เอาไว้กินข้าวเสร็จแล้วค่อยถามเพราะมันต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับแก้วใสแน่นอนซึ่งเขาต้องรู้ให้ได้ว่าคืออะไร
แต่สุดท้ายคนขี้สงสัยก็ไม่ได้คำตอบเนื่องจากบุพการีทั้งสองต้องออกไปทำธุระข้างนอก ไม่มีเวลามาอธิบายอาการของแก้วใสทำให้ลูกชายหัวเสียไม่น้อยและยิ่งสงสัยมากขึ้นกับประโยคทิ้งท้ายของมารดา
'ข่าวดีจ้ะลูกรัก'
ข่าวดี ข่าวดีอะไร เจฟฟรีย์เดินคิดไปมาอย่างคนคิดไม่ตกเหตุใดมารดาจึงเอ่ยแบบนั้น ผู้ชายฉลาด ๆ อย่างเขาทำไมต้องมาตันกับเื่ไม่เป็เื่แบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ทั้งที่ปกติไม่ต้องให้ใครมาอธิบายหรือบอกอะไรสมองอันชาญฉลาดก็ประมวลผลได้อย่างรวดเร็วแต่ครั้งนี้มันคิดไม่ออกจริง ๆ จึงเรียกลูกน้องคนสนิททั้งสองเข้ามาหาในห้องทำงาน
"เ้านายว่าอะไรนะครับ" แอนดริวถามอีกรอบหลังจากได้ยินคำถามของเ้านายหนุ่ม เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนฉลาดอย่างท่านประธานสายการบินอันดับหนึ่งของโลกจะไม่เข้าใจที่มารดาตนเองพูด
ขนาดเ้านายยังไม่เข้าใจแล้วลูกน้องที่มีความฉลาดน้อยกว่าจะเข้าใจไหม เขาคิดแต่ไม่กล้าพูด
"ข่าวดีที่แม่พูดคืออะไร ว่าไงอันเดร"
"โธ่ ผมจะไปรู้เหรอครับ มาดามแป้งหอมพูดแค่นั้น ตีความได้หลายแบบ" ลูกน้องอีกคนตอบคำถามเ้านายหนุ่มตามความเป็จริงทำให้เจฟฟรีย์ต้องถอนหายใจออกมาดัง ๆ ด้วยความเซ็ง
"มีอะไรก็ไปทำเถอะ เตรียมความพร้อมเื่ประชุมด้วย" เจฟฟรีย์ยอมแพ้แล้วสั่งให้ลูกน้องไปทำหน้าที่ของตนเอง สองหนุ่มจึงรีบลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องของเ้านายทันทีเพราะกลัวะเิลง อารมณ์ของเจฟฟรีย์ตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก ถ้าอยู่ต่ออีกนาทีเดียวมีหวังคอขาดแน่โทษฐานที่คิดไม่ออก
ส่วนคนที่เป็ต้นเหตุของเื่ก็กำลังนอนสบายอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่ภายในห้องดูหนังซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องทำงานของชายหนุ่มมากนัก หลังจากกินข้าวเสร็จหญิงสาวก็ขออนุญาตเจฟฟรีย์มาดูซีรีส์ในห้องนี้ หล่อนกำลังติดซีรีส์จีนเื่ Put your Head on My Shoulder จึงต้องดูให้จบเร็ว ๆ อยากรู้ว่าสุดท้ายความรักของทั้งสองคนจะเป็อย่างไร
ภาพของพระเอกหน้าใส ตัวสูง บนหน้าจอทำให้ผู้มาใหม่ต้องขมวดคิ้ว จ้องไม่กะพริบ จากที่อารมณ์ดี ๆ ก็เริ่มคุกรุ่นเพราะคนอวบเอาแต่สนใจพระเอกหน้าตี๋ ตัวขาว แล้วยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่ เหมือนตัวเองคือนางเอกก็ว่าได้
'แบบนี้สินะถึงได้อยู่แต่ห้องดูหนัง ไม่เห็นหล่อเลย เราหล่อกว่าตั้งเยอะ'
เจฟฟรีย์คิดในสมองพร้อมกับยิ้มมุมปากให้แก่ความขี้เหร่ของพระเอก จากนั้นก็เดินลิ่ว ๆ ไปปิดสวิสโทรทัศน์อย่างถือวิสาสะทำให้จอทีวีขนาดใหญ่มืดลงทันทีและมืด่ที่พระเอกกับนางเอกกำลังจะจูจุ๊บกันพอดีทำให้คนกำลังฟินสติหลุดจึงกรีดร้องอย่างคนใจสลาย
"กรี๊ดดดดดดดดดดดด ไฟดับเหรอ ไม่นะ ไฟจะดับตอนนี้ไม่ได้ ไม่ได้"
"ไฟไม่ได้ดับแต่ผมปิดเอง"
"คุณเจฟ! คุณเจฟมาปิดทำไม คนกำลังฟิน เปิดเดี๋ยวนี้เลย"
"ไม่เปิด ไม่ให้ดู"
"ทำไม แก้วจะดู เปิดเดี๋ยวนี้"
"หึ เปิดให้คุณดูผู้ชายอื่นนะเหรอ ฝันไปเถอะ"
"แก้วไม่ได้ดูผู้ชายแต่ดูซีรีส์"
หล่อนเถียงด้วยความใสซื่อ ไม่เข้าใจอาการของเจฟฟรีย์เลยสักนิด ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็นิ่งไปชั่วอึดใจเพราะรู้ว่าหล่อนดูซีรีส์จริง ๆ ไม่ได้ดูอย่างอื่นแต่ก็นะคนมัน (หึงไม่รู้ตัว) ทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นแม่ของลูกกำลังจ้องผู้ชายอื่นแล้วทำหน้าเคลิ้มอย่างมีความสุขเพราะฉะนั้นไม่ต้องดูคือดีที่สุด
"แต่ในซีรีส์มีผู้ชายเพราะฉะนั้นไม่ต้องดู"
"คุณเจฟไม่มีเหตุผล แก้วจะฟ้องมัม อ้อ คืนนี้ไม่ต้องเข้ามานอนในห้องนะคะ แก้วโกรธ"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาโกรธผมนะแก้วใส" เขากดเสียงต่ำบอกหล่อน น้ำเสียงของเขาทำให้หญิงสาวน้ำตาคลอก่อนจะเอ่ยด้วยความตัดพ้อน้อยใจแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
"ใช่สิ แก้วเป็แค่ลูกจ้าง ทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น แค่ดูซีรีส์ก็ไม่ได้ ฮึก"
ชายหนุ่มเห็นแบบนั้นก็เริ่มรู้ตัวว่าทำเกินไป
"แก้วคือผม"/"แก้วเกลียดคุณเจฟ"
ไม่รอให้คนตัวโตพูดจบ สาวอวบสวนกลับด้วยความน้อยใจแล้วเดินไปที่ประตูแต่ยังไม่ทันได้ออกไปร่างของหญิงสาวก็เริ่มโคลงเคลงเหมือนคนทรงตัวไม่อยู่ก่อนสติจะดับวูบ ท่ามกลางความใของเจฟฟรีย์ที่วิ่งมารับร่างของหญิงสาวเอาไว้ได้ทัน
"แก้ว! "
**********************