.... ตึก ตึก ๆๆๆๆๆ ตึงงงงงง... ร่างของสือเฟนหวิ๋นและาาหมาป่าสีขาว กลิ้งกุกๆปานลูกขนุนออกไปหลายตลบ ปะทะเข้ากับต้นไม้ใหญ่จึงหยุดลง
มู่ปิงปิงที่กุมหัวไหล่ซ้าย นางเองก็ได้รับาเ็เช่นกัน คงจะได้รับมาต่อสู้กับาาหมาป่า เมื่อนางเห็นว่าร่างของทั้งสองแน่นิ่งแล้ว ก็รีบวิ่งเข้าไปดู " สือเฟยหวิ๋น เ้าเป็อย่างไรบ้าง " นางถามออกมาพร้อมกับพยายามดึงร่างของสือเฟยหวิ๋นออกมาจากาาหมาป่าสีขาวที่ทับเขาไว้อยู่
สือเฟยหวิ๋นที่ค่อยๆคืนสติ เขาเองก็พยายามดันตัวเองออกมาเช่นเดียวกัน " ข้าไม่เป็อะไร "
ทั้งสองจึงลุกขึ้นยืนแล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
" สือเฟยหวิ๋น เ้านี่เก่งจริงๆ สามารถสังหารเ้าาาหมาป่าสีขาวที่ร้ายกาจตัวนี้ได้ " มู่ปิงปิงเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังใช้เท้าเขี่ยไปยังร่างของาาหมาป่าสีขาว
สือเฟยหวิ๋นส่ายหัวทันที " ไม่เลย โชคช่วยเสียมากกว่า ท่านลุงเคยบอกข้าว่า เนื้อตัวของาาหมาป่าสีขาวตัวนี้แข็งแกร่งนัก ยากที่จะใช้ลูกธนูใดเจาะทะลวงเข้าไปได้ จุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของมันก็คือในปาก ครั้งนี้นับว่าโชคดีที่ยิงเข้าปากมันได้ หาไม่ทั้งเ้าและข้าคงได้กลายเป็อาหารของมันเป็แน่ "
ทว่า ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ก็มีเสียงฝีเท้าของนายกองโป้วิ่งมาด้วยความเร็ว ตึกๆๆๆๆๆๆๆ พร้อมกับเสียงะโขึ้น " เ้ารู้แบบนั้นยังให้คุณหนูเป็เหยื่อล่ออีก " เอ่ยจบมันผู้นั้น ก็พุ่งกระโจนตวัดกระบี่ในมือเขาใส่สือเฟยหวิ๋น วืบบบบบ...
แต่ทว่า ก่อนที่คมกระบี่ของนายกองโป้ จะถึงคอของสือเฟนหวิ๋น มู่ปิงปิงก็ชักกระบี่ของตนมาต้านรับเอาไว้แทน เคร้งงงงงง....
" นายกองโป้ เ้าทำบ้าอะไรของเ้า " นางเอ่ยออกมาด้วยความไม่พอใจ
นายกองโป้ เมื่อเห็นว่ามู่ปิงปิงหยุดคมกระบี่ของตนเอาไว้ มันก็รีบเอ่ยขึ้น " คุณหนู สือเฟยหวิ๋นผู้นี้ กล้าให้คุณหนูเป็เหยื่อล่อ นับว่าบังอาจนัก ไม่อาจจะปล่อยไปได้ขอรับ " เดิมที่มันเองก็ไล่ตามาาหมาป่ามา แถมตัวมันเองก็ยังเห็นอีกว่ามู่ปิงปิงกำลังสู่อยู้กับาาหมาป่าสีขาว แต่ด้วยมันรู้สึกกลัวๆ จึงไม่ได้ออกไปช่วยนาง เอาแต่แอบอยู่ตรงพุ้มไม้ใหญ่ แล้วเมื่อมันเห็นว่าสือเฟยหวิ๋นสังหาราาหมาป่าสีขาวได้ จึงทำให้มันเกิดความอิจฉา เพราะหากกลับไปยังจวนแม่ทัพ สือเฟยหวิ๋นจะต้องได้รับรางวังมากมายเป็แน่ ด้วยความริษยาจึงหมายจะหาสาเหตุสังหารสือเฟยหวิ๋นทิ้งซะ
มู่ปิงปิงปัดกระบี่ของนายกองโป้ออกไป พลางเอ่ยขึ้น " นี่เ้ากำลังพูดอะไร หากไม่ใช่เพราะได้สือเฟยหวิ๋ย ข้าคงตายไปนานแล้ว "
" แต่ว่าคุณหนู..... " นายกองโป้ยังพูดไม่ทันจบ มู่ปิงปิงก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า " นายกองโป้ หุบปากของท่านเสีย และไปตามคนของเรามาแบกเ้าาาหมาป่าตัวนี้ไป "
นายกองโป้ ได้ยินดังนั้นก็รับคำ เขาได้แต่มองไปยังสือเฟยหวิ๋นด้วยแววตาไม่พอใจ พลางกระแทกกระบี่กลับเข้าฝัก " ขอรับคุณหนู " เอ่ยจบมันก็รีบทันที
ด้านมู่ปิงปิง จึงหันมาทางสือเฟยหวิ๋น พลางเอ่ยขึ้น " สือเฟยหวิ๋น เ้าอย่าได้เก็บเื่นี้มาใส่ใจเลยนะ นายกองโป้เองเพียงแต่ทำตามหน้าที่ก็เท่านั้นเอง "
สือเฟยหวิ๋นพยักหน้ารับ " อืม "
..... ในไม่ช้า นายกองโป้ก็รวบรวมผู้ติดตามที่รอดชีวิตมาช่วยกันแบกร่างของาาหมาป่าสีขาวกลับไปยังเมืองหานโจว จนผ่านไปสามวัน เป็วันที่หย่งรุ้ยจะมาถึง จวนแม่ทัพภาคเหนือครึกครื้นเป็อย่างมาก เหล่าบ่าวรับใช้ชายหญิงต่างก็ยิ้มระรื่นออกมา จนสือเฟยหลงที่ให้อาหารม้าอยู่รู้สึกสงสัย เขาหันไปยังบ่าวชายรุ่นพี่ " นี่พี่ชาย เหตุใดคนในจวนถึงได้ยิ้มระรื่นกันเช่นนี้หละ "
บ่าวผู้นั้นหันมามองสือเฟยหวิ๋น พร้อมกับพูดขึ้น " เ้าคงยังไม้รู้สินะ ทุกครั้งที่ท่านตาของคุณหนูมา ท่านมักจะแจกเงินให้แก่คนในจวนเสมอ คนเหล่านี้จึงดีใจเป็พิเศษแบบนี้ละ "
" อ่อ.... เป็เช่นนี้เอง " สือเฟยหวิ๋นพยักหน้ารับ แล้วถามต่อ " แล้วพี่ชายรู้หรือไม่ว่า ท่านตาของคุณหนูเป็ใครอย่างนั้นหรือ "
บ่าวผู้นั้นมีท่าทีอึ้งเล็กน้อย พลางเอ่ยขึ้น " นี่เ้าไม่รู้เลยหรือ? ว่าท่านตาของคุณหนูเป็ใคร " แต่เมื่อเขามองไปยังสือเฟยหวิ๋น เขาก็พยักหน้า " เออใช่ ข้าลืมไป ว่าเ้าพึ่งมา ท่านตาของคุณหนูมีนามว่าหย่งรุ้ย เป็ถึงเสนาบดีขององค์จักรพรรดิเชียวนะ แต่ถึงจะมีตำแหน่งสูงขนาดนั้น ท่านก็ไม่เคยถือตัว บ่อยครั้งที่ท่านมักจะมาดื่มสุรากับพวกเราบ่าวรับใช้เสมอ ข้าหนะยังเคยได้ดื่มกับท่านเลย " มันเล่าออกมาด้วยความภูมิใจ
สือเฟยหวิ๋นที่นั่งฟังอยู่ก็พยักหน้า พลางพูดขึ้น " คุณหนูช่างมีวาสนาดีจริงๆ ไม่เพียงแค่มีบิดาเป็ถึงแม่ทัพคนสำคัญ ยังมีท่านตาที่เรืองอำนาจอีกด้วย "
บ่าวผู้นั้นตบไปที่ไหล่ของสือเฟยหวิ๋น " ใช่แล้วหละ คุณหนูหนะโชดดีจริงๆ "
...... เมื่อเวลาบ่ายคล้อย หย่งเสีย มู่ปิงปิง นายกองโป้ และบ่าวาุโในจวน ต่างพากันไปยืนรอตอนรับการมาถึงของหย่งรุ้ย จวบจนมีขบวนรถม้ามาแต่ไกล โดยมีธงของจักรวรรดิต้าอินชูอยู่ด้านหน้าและมีธงสัญลักษณ์ของหย่งรุ้ยอยู่ด้านหลัง มีทหารม้าสวมเกราะดำเต็มยศกว่าห้าร้อยคนค่อยอารักขารถม้าที่หย่งรุ้ยนั่งมาอยู่ตรงกลาง สือเฟยหวิ๋นและบ่าวชั้นล่างมิได้รับอนุญาตให้ออกมานอกจวน พวกเขาจึงค่อยแอบมองอยู่ห่างๆ
" หยุดดดดด " เสียงของหัวหน้าองครักษ์ดังขึ้นเมื่อขบวนรถม้าเคลื่อนมาถึงหน้าจวน ประตูรถม้าจึงเปิดออก เผยให้เห็นหย่งรุ้ย เสนาบดีฝ่ายซ้าย เดินลงมาจากรถม้า บัดนี้เขามีอายุปาเข้าไปหกสิบกว่าปีแล้ว แต่ยังคงดูสุขุมเช่นเดิม ทั้งหย่งรุ้ย มู่ปิงปิง มู่ไป๋ ต่างพากันโค้งคำนับ " คารวะท่านพ่อ/ ท่านตา "
หย่งรุ้ยที่มีใบหน้าสุขุม เมื่อเห็นลูกหลานออกมาตอนรับ พรั่นเปลี่ยนสีหน้าเป็ยิ้มแย้มทันที " ฮะฮ่าฮ่าฮ่า หลานของข้าทั้งสอง โตขนาดนี้แล้วหรือนี่ "
มู่ปิงปิงและมู่ไป๋สองพี่น้อง รีบเข้าไปกอดออดอ้อนผู้้เป็ตาทันที
" ท่านตา ท่่านยังดูแข็งแรงเช่นเดิมเลยนะขอรับ " มู่ไป๋เอ่ยออกมา
มู่ปิงปิงเองก็ไม่ยอมน้อยหน้ารีบพูดขึ้น " ท่านตา ข้ามีของขวัญสุดวิเศษมามอบให้แก่ท่านด้วยนะเ้าค่ะ "
" โอ้.... " หย่งรุ้ยเค้นเสียงออกมาด้วยความแปลกใจ พลางเอ่ยขึ้น " เช่นนั้นหรือ ตาชักอยากเห็นแล้วสิว่า ปิงปิงหลานสาวตามีของอะไรมาให้ตาคนนี้ ฮะฮ่าฮ่าฮ่า "
หย่งเสียที่มองดูอยู่ใกล้ๆ นางรีบเดินเข้ามา พลางเอ่ยขึ้น " พวกเ้าสองคนเพลาๆหน่อย ท่านตาของพวกเ้าพึ่งจะมาถึง " เอ่ยจบนางก็คำนับ พลางเอ่ยขึ้น " ท่านพ่อ เข้าไปข้างในก่อนเถอะเ้าค่ะ "
" อืม " หย่งรุ้ยพยักหน้ารับ ทั้งหมดจึงเดินเข้าไปยังจวนแม่ทัพ