วันเวลาที่ไหลผ่านไป2วันเต็ม กว่าที่อี้เฉินจะลืมตาขึ้นมาอีกครา ทว่าเมื่อรับรู้ว่าภายในกายของเขามีโอสถ หลงเหลืออยู่ภายในกาย ความเสียใจจึงค่อย ทุเลาลงอย่างน้อยๆ เยว่ชิงเซียน ก็ยังไม่ได้เย็นชาเฉกเช่น ในยามที่พวกเขาพบเจอกันในคราแรก
ครั้นที่คิดจะออกจากสถานที่แห่งนี้ อี้เฉินก็ต้องเก็บความคิดเหล่านั้นทิ้งไป เมื่อยังจดจำได้ว่า เยว่ชิงเซียนนางไปอยู่ในขั้นพลังเทพสวรรค์แท้จริงแล้วในยามนี้ หากยังคิดจะไปตอแยกับนาง เกรงว่า ด้วยอารมณ์ที่ปั่นป่วนไม่คงที่ของเยว่ชิงเซียนนางอาจจะฆ่าสังหารเขาก็เป็นได้ ยามนี้เขาคงจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนางอีกต่อไป
อี้เฉินที่ครุ่นคิดเช่นนั้น เขาจึงสลัดเอาความคิดที่จะตามหาเยว่ชิงเซียน ออกไปในทันที ก่อนเขาจะหยิบหน้ากากหยกสีขาว ระดับจักรพรรดิ ที่มีจิตวิญญาณของเมี่ยนจือ สิงสถิตออกมา อี้เฉินสูดลมหายใจเข้าไปลึก จดจำเรื่องที่ผ่านๆ มากับ นางได้ดี หากไม่มีเมี่ยนจือ ก็อาจไม่มีเขาในวันนี้ก็เป็นได้ เขาติดหนี้นางไว้มาก ยากจะชดใช้
แต่ยามนี้ เขาสามารถซ่อมอาวุธ ระดับ จักรพรรดิในมือของเขาได้แล้ว อี้เฉินจึงคิดที่จะ ทำให้เมี่ยนจือลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครา เมื่อส่วนประกอบต่างๆ ที่ใช้ซ่อมอาวุธระดับจักรพรรดิ มีอยู่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหินคืนสภาพ ทั้งสามก้อนที่แลกเปลี่ยน กับ พวกยี่ผิงมา น้ำยาผสานที่ได้มาจากการเดิมพันกับ เสียงสังหารเฉินอิน แล้วก็ผลึกฟ้าที่หายากยิ่งที่เขาพึ่งได้มา อี้เฉินจึงไม่รอช้า หยิบกระถางทองแดง ที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวจากการต่อสู้ออกมาในทันที
"หวังว่ามันจะไม่ล้มเหลวนะ" สิ้นคำพูดเอ่ยพึมพำของอี้เฉิน ปราณพลังจากฝ่ามือของเขาก็ส่งออกไปใส่ กระถางทองแดงในทันใด เพียงพริบตา กระถางทองแดงก็ส่องแสงสีแดงออกมาพร่างพราว จนเด่นชัด ตามลวดลายที่สลักรอบกระถางทองแดงใบใหญ่ ส่งกลิ่นอายบรรพกาล แผ่ซ่านออกมาไม่ขาด ราวกับมันข้ามผ่านยุคสมัยเบิกฟ้า หวนคืนสู่ยุคสมัยบรรพกาล
อี้เฉินสูดลมหายใจเข้าไปลึกเต็มปอด ก่อนจะโยนของที่เขาหามาร่วมๆ 6ปี เข้าไปภายในกระถางทองแดงใบใหญ่ที่ลอยอยู่เบื้องหน้า ไม่ว่าจะเป็นผลึกฟ้าที่ล้ำค่า หินคืนสภาพ น้ำยาผสาน ครั้นเมื่อทั้งสามสิ่งถูกกลั่นหลอมด้วยความร้อนสูง จนกลายเป็นหยดน้ำ
อี้เฉิน จึงโยนหน้ากากหยกเข้าไปภายในกระถางทองแดงใบใหญ่ ผสานรอยแตกร้าวของอาวุธ ระดับจักรพรรดิ อย่างไม่ลังเล เมื่อหน้ากากหยกถูกหยดน้ำเข้าไปประสาน หน้ากากที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ก็ค่อยๆ ฟื้นฟูมองเห็นแสงสีทองตามรอยแตกร้าว จนสว่างเจิดจ้า ปราณพลังฟ้าดินถูกสูบกลืนเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง จนทั่วทั้งถ้ำเกิดการสั่นไหวไม่หยุด แม้แต่เมฆยังมืดครึ้ม อากาศเกิดการแปรปรวนอย่างหนัก ราวกับมีพายุใหญ่กำลังจะก่อตัวขึ้น
***
เด็กสาวตัวน้อยๆ นามว่าเมี่ยนจือที่เดินอยู่ภายในความมืดมิดไร้ซึ่งแสง ร้องไห้ออกมาไม่ขาด พร้อมกับเดินหาทางออก จนหลงลืมวันเวลา ทว่าวันนี้ท้องฟ้าที่มืดมิดในยามนี้กลับ เกิดรอยแตกร้าวลุกลามไปทั่ว เด็กสาวยกยิ้มขึ้นมาด้วยความดีใจ ครั้นเห็นแสงของรอยแตกร้าวนั้น
เมื่อท้องฟ้าที่มืดมิดกักขังตัวนางเอาไว้ แตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกที่แตกร้าว ต่อหน้าต่อตานาง เผยให้เห็น ชายหนุ่มร่างยักษ์เอื้อมฝ่ามือมารับตัวนางออกจากกรงขัง "ข้ามารับเจ้าแล้วเมี่ยนจือน้อย"
หญิงสาวสะอื้นไห้ออกมาในทันที ยังจดจำคำสัญญาณที่ชายหนุ่มกล่าวพูดไว้ได้ดี ว่าเขาจะมารับนาง ในยามที่ชายหนุ่มจากลานางไปในวันนั้น "เจ้ามารับข้าแล้วอย่างนั้นหรือ"
***
เมื่อภาพนิมิภายในความมืดมิด ที่กักขังตัวเมี่ยนจือไว้สลายออกไป จิตวิญญาณของเมี่ยนจือที่อยู่ภายในอาวุธ ระดับ จักรพรรดิก็ลืมตาตื่นขึ้นมา ส่งอายความน่าคร้ามเกรงของอาวุธ ระดับ จักรพรรดิออกมาไม่ขาด ความทรงจำต่างๆ ของเมี่ยนจือ กลับคืนมาในทันใด กล่าวพูดออกมาด้วยความตกใจสุดแสน เมื่อเห็นใบหน้าชายหนุ่มที่นางคุ้นเคย อยู่เบื้องหน้านาง "เจ้า! เจ้า! อี้เฉินเจ้ายังไม่ตายอย่างนั้นหรือ?"
อี้เฉินที่กำลังส่งปราณพลังเข้าไปภายใน กระถางทองแดงใบใหญ่ เขาถึงกับเบ้ปากออกมาในทันที "เมี่ยนจือ เจ้าช่างปากเสียจริงๆ เอาเถอะ เอาเถอะ ข้าจะถือเป็นคำชมของเจ้าแล้วกัน"
เมี่ยนจือที่เห็นอี้เฉินมาอยู่ในขั้นพลังครึ่งก้าวเทพสวรรค์ เหนือกว่านางในยามที่รุ่งโรจน์ นางเม้มริมฝีปากแน่นในทันที เมื่อรับรู้ว่า นางหลับใหลไปยาวนานเท่าใด
อี้เฉินที่เห็นว่าอาวุธ ระดับ จักรพรรดิกลับมาอยู่ในจุดที่มันควรจะเป็น เขาเก็บหน้ากากหยก ระดับ จักรพรรดิ เข้าไปภายในทะเลความรู้ในทันใด
พร้อมกับร่างหญิงสาวงามเพริศพริ้ง มาปรากฏใจกลางทะเลความรู้ ของอี้เฉิน ก่อนอี้เฉินจะส่งปราณจิตออกไปบอกกล่าวเมี่ยนจือ "ข้ารู้เจ้ามีหลายๆ สิ่งที่อยากจะรู้เมี่ยนจือ ข้าบอกเจ้าได้ว่า ยามนี้พวกเราขึ้นมายังดินแดนเบื้องบนแล้ว ส่วนอีกข้อที่สำคัญ ข้าต้องการให้เจ้าช่วยคุ้มกันในยามที่ข้าเลื่อนขั้นพลัง"
เมี่ยนจือครั้นได้ยินคำพูดของอี้เฉิน แม้ว่านางจะดีใจ แต่สายตาของนางกลับจ้องมองไปที่สมุนไพรกายหยาบ อย่างไม่วางตา กล่าวไต่ถามอี้เฉินไปด้วยความลุกลี้ลุกลน "จะ.เจ้า! อี้เฉินนั้นใช่ สมุนไพรกายหยาบใช่ไหม ข้ามองมันไม่ผิดเพี้ยนใช่ไหม"
อี้เฉินยกยิ้ม ส่งคำพูดผ่านปราณจิตเข้าไปในทันที "อืมๆ เจ้าสามารถเกิดใหม่มีร่างเนื้อได้ ทุกอย่างที่ข้าเตรียมไว้ คงจะชดใช้ให้เจ้าได้นะเมี่ยนจือ"
หญิงสาวอยากจะโดดโลดเต้นอยู่แล้วในยามนี้ แต่ก็ต้องเก็บอาการที่ดีใจจนเนื้อเต้นเอาไว้ กล่าวพูดเสียงใสกังวานออกมา ราวกับคนที่เก็บอาการไม่อยู่ "ให้เวลาข้า1ปี ข้าจะคุ้มกันเจ้าอย่างที่เจ้าต้องการอย่างแน่นอนอี้เฉิน" ครั้นนางกล่าวคำพูดที่หนักแน่นจริงจัง เสร็จสิ้น นางรีบเข้าไปหาสมุนไพรกายหยาบ ส่งปราณจิตเข้าไปภายในนั้นในทันใด
อี้เฉินที่เห็นสมุนไพร ค่อยๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง เขาผ่อนลมหายใจออกมาน้อยๆ "หนึ่งปีอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นข้าจะกลับไปจดจ่อกับการปิดขั้นพลัง กลายเป็นเทพสวรรค์" 'หากยังชักช้าเกรงว่าคนอื่นๆ จะรุดหน้าไปไกลกว่าเขาเป็นแน่ อย่างไรยามนี้ก็ต้องกลายเป็นเทพสวรรค์ที่แท้จริงให้ได้ก่อน'
ครั้นอี้เฉินครุ่นคิดเช่นนั้นได้ เขานำเอาสมุนไพรที่เขาได้มาทั้งหมดร่วมๆ 13ต้นออกมากลาง ลอยอยู่ตรงหน้าเขา ก่อนจะดูดกลืนสรรพคุณสมุนไพร เหล่านั้นเข้าไปภายในร่างกาย แม้สมุนไพรหลายๆ ต้น จะช่วยในการเก็บสะสมประสบการณ์ความรู้ได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็ยังถือว่าดีกว่าไม่มี
ฐานพลังที่เสียหายจากการเลื่อนขั้นพลังครึ่งก้าวเทพสวรรค์ เองก็ยังต้องฟื้นฟู สมุนไพรระดับเทพเหล่านั้น จึงช่วยในข้อนี้อี้เฉินไม่น้อย ครั้นอี้เฉินสูดลมหายใจเข้าไปลึก หลับตาพริ้ม ประสบการณ์ความรู้ ที่เขาสะสมมาก่อนหน้านี้ก็ค่อยๆ ก่อร่างกลายเป็นอักขระสีทองพร่างพราว ราวกับเป็นเจดีย์สูงท่วมหัว แสงสีทองเรืองรอง ส่องสว่างเนืองๆ อยู่ภายใต้ช่องเขาถ้ำ จนสว่างเจิดจ้า ประหนึ่งว่าอี้เฉินยามนี้ หลับใหลเข้าสู่การจำศีล อย่างสมบูรณ์
ใจลึกๆ เขาก็หวังว่ากระดูกศักดิ์สิทธิ์ ภายในร่างจะฟื้นคืนสภาพกลับมา ด้วยความคิดนั้นของเขา หัวใจของเขาจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
...เวลาที่ไหลผ่านไปร่วมๆ 3เดือน ยิ่งทำให้กายาอี้เฉินราวกับเป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อทั่วสารพางค์กายอี้เฉินปลดปล่อย อักขระสีทองขึ้นมาลอยล่อง ราวกับมีเสียงท่องคัมภีร์ อยู่ภายในทะเลความรู้ ส่งผลให้ทั่วผิวกายอี้เฉินก่อร่างอักขระขึ้นมาตามผิวกายไม่ขาด ประหนึ่งว่าจะเป็นตราประทับของบางสิ่ง มันเกิดขึ้นโดยที่ตัวอี้เฉินไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ
ทว่าเมื่อเข้าเดือนที่4 ภายในสงคราม เทพพันปี ณ เขตป่า เผ่ามดแดงสวรรค์บรรพกาล จู่ๆ ยามค่ำคืนของวันนี้ ก็เกิดปราณพลังฟ้าดินแปรปรวนอย่างหนัก ผู้คนต่างก็รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลง พร้อมกับหมู่เมฆที่รวมตัวกันหนาแน่นบนท้องฟ้า
"หืม!! หรือว่าจะมีคนกลายเป็นเทพสวรรค์แท้จริง กำลังจะข้ามผ่านมหันตะสายฟ้า ในทิศทางเผ่ามดแดงสวรรค์บรรพกาล"ครั้นชายหนุ่มที่ปิดขั้นพลังเอ่ยพูดขึ้นเขาก็หันหัวขึ้นไปมองบนท้องฟ้าสูงในทันที
เหล่าจอมยุทธที่ปิดขั้นพลังบริเวณนั้นครั้นรับรู้ ต่างก็เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าสูง ครั้นพวกเขาเห็น มหันตะสายฟ้า ในตำนาน มีสระสายฟ้าโผล่ออกมา มันก็ทำให้หลายคน ใจสั่นสะท้าน ครั้นเห็น อนุชนจำศีล ราชัน10ทิศจ้าวเฟิง ข้ามผ่าน นมหันตะสายฟ้า ที่น่าหวาดเกรง พร้อมกับกลุ่มคนของ เผ่ามดแดงสวรรค์คอยคุ้มกันอารักขาโดยรอบอย่างแน่นหนา
หมู่ชนที่เห็นภาพบนท้องฟ้าต่างก็ต้องเบิกตาออกกว้าง เมื่อเห็นฝูงสัตว์อสูรบรรพกาลร้องคำราม มาพร้อมเสียงสายฟ้าดังกึกก้อง พุ่งประหัตประหารเทียนเฟิงอย่างบ้าคลั่ง จนท้องฟ้าสูง เต็มไปด้วยสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบ เสียงฆ่าสังหารดังออกมากึกก้อง สนั่นหวั่นไหวไปถึงชั้นฟ้า หมู่มารยังต้องร่ำไห้ ร้องโหยหวน
****หมายเหตุ ช่วงเวลาที่เมี่ยนจือ หลับใหล อยู่ในบทที่296