กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่หนึ่งร้อยสี่สิบสาม ความกังวลของสาวอเมริกัน

    ตอนที่หนึ่งร้อยสี่สิบสามความกังวลของสาวอเมริกัน

    คำกล่าวต่อไปของแอนนาทำให้ผมแปลกใจเล็กน้อย

    “ไม่ ไม่ อย่า อย่าทิ้งชั้นนะ”

    แอนนากล่าวด้วยน้ำตานองหน้า

    ว่ากันไปแล้วเราคงไม่สามารถโทษครอบครัวที่บิดาของแอนนาที่เป็นทนายความที่มีชื่อเสียงหย่ากับแม่ของแอนนาว่าเป็นสาเหตุของการไม่เชื่อใจผู้ชายและคบแล้วก็เลิกบ่อยครั้ง

    เพราะก่อนหน้าที่บิดามารดาของแอนนาจะหย่ากันตอนที่ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า

    แอนนาก็คบแล้วก็เลิกกับผู้ชายอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว

    นี่ล่ะคือธีมของเรื่องราวแนวสาวอเมริกันนี้

    ตอนที่เธอทำแท้งก็ให้เหตุผลนี้เช่นกันว่า

    ไม่ได้เป็นเพราะเป็นสเลเยอร์แต่ปัญหามาจากตัวชั้นเอง

    หากกล่าวถึงที่สุดคนตะวันตกน่าสงสารที่วิ่งวนเวียนเป็นวงกลมหาทางออกไม่เจออย่างคนตะวันออกที่ฝ่ายชายมีอิเซไคไว้ปลอบใจฝ่ายหญิงมีการกลับชาติเป็นชาวสวนแม่ลูกสามให้มีความหวัง

    การคบหากันของชาวตะวันตกนั้นไร้ความหวังไร้ความเชื่อใจ

    ไม่มีการห้ามบังคับ

    ไม่มีมาตรการทางสังคมที่ทำผิดแล้วจะโดนท่านย่าจับเอาไปใส่ชะลอมหมูถ่วงน้ำให้เป็นอาหารของสาหร่ายสไปรูลิน่าต่อไป

    ว่าในเรื่องนี้แม้แต่หญิงชาวตะวันออกที่หัวสมัยใหม่ยังยอมรับเรื่อง

    Friend with benefit

    เพื่อนกันแบบมีความสัมพันธ์ทางกาย

    ไม่ค่อยจะได้ซึ่งอาจจะเพราะหญิงชาวตะวันออกรู้ดีว่าการไม่เอาผลประโยชน์จากผู้ชายเลยหลังจากมีความสัมพันธ์ทางกายเป็นเรื่องที่ตนเองจะเสียผลประโยชน์เองในระยะยาวรับไม่ได้

    แต่ในเมื่อชาวตะวันตกเคารพโลกเสรีที่ใครจะรักจะเลิกกับใครก็ได้

    ทำให้สังคมกลับกลายไปกึ่งๆชนเผ่าแบบสมัยก่อน

    ที่แต่ละคนคบกับคนมากหน้าหลายตา

    ว่าสิ่งที่เราเห็นว่านำพาความก้าวหน้ามาในทางสังคมเรื่องการรักการเลิกอย่างเสรีน่ะ

    ที่แท้จริงมันไม่ใช่ความก้าวหน้า

    มันคือเรื่องที่หัวหน้าเผ่าสมัยก่อนพยายามปราบปรามเพื่อให้มีการสร้างครอบครัวสู่รุ่นต่อไปเป็นสังคมสมัยใหม่ขึ้นมาได้

    หากเราทำลายโมเดลครอบครัวปัจจุบัน

    พวกเราทุกคนก็จะกลับไปสู่สังคมแบบชนเผ่าไม่มีใครอยากรับผิดชอบสร้างครอบครัวจนท่านคิมจองอุนต้องหลั่งน้ำตาอย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

    มันคือสภาพของคนป่า ชนเผ่าที่แค่มีเทคโนโลยีสูงขึ้นเท่านั้น

    แต่โมเดลที่จะสนับสนุนการสร้างครอบครัวนั้นพังทลายลงว

    เรื่องน่าตลกก็คือ

    ทุกคนยอมที่จะให้มันพังทลายลงมากกว่าที่จะหาทางแก้ไข

    ชายและหญิงปัจจุบันมีความสัมพันธ์กันแบบ

    Brinkmanship

    ตาต่อตาฟันต่อฟัน

    ว่ารู้ล่ะว่าสถานการณ์ปัจจุบันมันไปไม่รอด

    แต่ยอมตายเสียดีกว่าที่จะยอมทำอะไรเพื่อแก้ไขปัญหาหรือมองเห็นคนอื่นมีความสุขแต่เรามีความทุกข์

    “เรื่องนั้นน่ะ เราต้องร่วมมือกันนะ”

    ผมกล่าวก่อนจูบกับแอนนา

    คราวนี้ไม่ได้ร้อนแรงแบบครั้งก่อน

    คล้ายกับเรื่องกลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy ที่คุณอ่าน