ชัชวินยืนอยู่ท่ามละอองน้ำบาง ๆ ในสวนหย่อมเล็กๆ ในร้านอาหารกลิ่นหอมรำข้าว
แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหมู่ไม้ตกกระทบใบหน้าคมที่ยังคงรักษามาดนิ่งขรึม พลางสบตากับโอมและตั้มที่จ้องมองมาด้วยสายตาใคร่รู้
“พวกคุณเป็นเพื่อนของผมที่มีไม่กี่คน... และผมก็ไม่ได้มีข้อต่อรองมาบีบบังคับเหมือนกับคนอื่นครับ”
นิ้วเรียวของชัชวินแตะลงบนขอบใบมันวาวของต้นมอนสเตอร่าอย่างแผ่วเบา “มาร่วมมือกับผม ทำภารกิจนี้ให้สำเร็จเถอะครับ”
โอมหัวเราะออกมาแล้วยิ้มมุมปาก
“จากที่ฟังที่คุณเล่า มันก็น่าตื่นเต้นเหมือนกันนะครับ… เซี้ยงไฮ้งั้นหรือ.. อาหารที่นั่นก็มีที่เลื่องชื่อหลายอย่าง ถ้าได้ฟิวชั่นกับความเป็นไทยคงเจ๋งน่าดู” เขายิ้มกว้าง ยักคิ้วหงึกๆ
ตั้มเพ่งพินิจออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวชัชวิน ก่อนจะนิ่งคิดเล็กน้อย “แล้วคุณจะทำให้คนของ CK กรุ๊ปมาที่ร้านอาหารของเรายังไงล่ะครับ”
ชัชวินหันไปสบตากับตั้ม แล้วมองไปที่โอมด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย “ผมมีวิธีที่จะล่อเสือออกจากถ้ำ... และทำให้พวกเขาเดินเข้าร้านอาหารของคุณด้วยตัวเองแน่นอนครับ”
สายตาคมปลาบเลื่อนกลับมาจับจ้องที่ตั้มอีกครั้ง “แต่ในร้านนั้น... จะไม่มีคุณตั้มอยู่ด้วยครับ”
ตั้มกะพริบตาถี่ๆ เอียงหน้าเล็กน้อย “หมายความว่าผม... จะไม่ไปเซียงไฮ้ด้วยเหรอครับ”
ชัชวินส่ายหน้าช้าๆ “เปล่าครับ แต่คุณต้องไปในฐานะเลขาของคุณกวินครับ”
ในพริบตานั้น ตั้มก็ออร่าสีเหลืองผสมสีส้้มที่แผ่ออกมาจากตัวชัชวิน รู้ในทันทีว่าแผนการเหล่านี้มีทั้งเล่ห์เหลี่ยม เล่ห์กล หลายชั้นซับซ้อน
โอมลูบคาง เลิกคิ้วสูง “คุณกวินเป็นนักลงทุน ส่วนตั้มก็เป็นเลขา...” เขาทวนแล้วชี้เข้าหาตัวเอง “แล้วผมก็เป็นเชฟทำนายธุรกิจ…แต่ว่าผมต้องทำงานคนเดียวเหรอครับ”
ชัชวินเพียงยกยิ้มมุมปากเย็นๆ “เปล่าครับ คุณมีผู้ช่วยเป็นเป็นเด็กหนุ่มหน้าม้าเต่อ ร่างท้วมๆ... ”
โอมกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะอ้าปากค้าง “ไอ้…” ไม่ทันที่จะพูดออกมา เด็กหนุ่มอายุ 20 ร่างกลม ผมม้าเต่อก็หมุนตัวออกจากมุมของร้าน ก่อนจะยั้งฝีเท้าแบบสโลว์โมชั่น ยกมือเสยผมหน้าม้าอย่างมั่นใจ
“ไม่ต้องห่วงครับลูกพี่ ผมนี่แหละจะเป็นมือขวามือหนึ่งของพี่เอง!” เผือก เด็กหนุ่มหน้ากวนกล่าวพร้อมยักคิ้วให้หนึ่งทีส่งท้าย “ด้วยประสบการณ์ที่มีมามากกว่า 1 ปี 10 วัน 4 ชั่วโมง 5 นาที 10 วินาที และเป็นหนึ่งในผู้ที่มียอดวิวสูงสุดของรายการอาจารย์ยิ่งยงตะหลิวทองคำ การันตีว่าผมต้องเป็นผู้ช่วยของพี่ได้แบบซิงโครพีกแบบที่คุณกวินเคยบอกแน่นอนครับ”เขาประกาศกล่าว ก่อนจะเก๊กท่าหล่อ “แม๊…โคตรเท่เลยว่ะ” พร้อมกับคำชมเชยสำหรับตัวเองหนึ่งกรุบ
ขณะที่โอมทำได้เพียงเหลือบตามองบนอย่างเอือมระอา ยกมือบีบสันจมูกอย่างแรง ราวกับความดันโลหิตกำลังพุ่งสูงขึ้นกะทันหัน