จอมดาบจ้าวมนตรา

    เหตุการณ์ไม่คาดคิด

    เจ้าหน้าหล่อเงียบกริบทันทีเมื่อมีสาวงามสะพรั่งเข้ามาในห้อง ชิงเหยียนกับชีซวนค้อมศีรษะให้กับชายหนุ่มทั้งสอง หลี่หมิงผายมือเชิญหญิงสาวให้มานั่งข้างๆหนุ่มรูปงาม 

      "ไม่ต้อง เข้ามานั่งใกล้ๆข้า" มันทำท่าทางลุกลี้ลุลนรีบถลันมานั่งใกล้ๆเขา "ข้าไม่อยากอยู่ใกล้พวกนาง ชายหญิงล้วนแตกต่าง บัณฑิตดีย่อมมีคุณธรรมเหนี่ยวนำใจ" 

      หลี่หมิงคิดว่าเจ้านี่ด่าเขาทางอ้อม จึงจับเจ้าคนแสนวิเศษโยนไปที่ประตู "ถ้าเจ้าดีงามถึงปานนี้จะอยู่ที่นี่ไปไย ออกไปให้พ้นสายตาข้า"  

      ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นมากล่าวด้วยความไม่พอใจ "เจ้ามันคนป่าเถื่อนบ้าผู้หญิง สักวันจะต้องตกต่ำเพราะนารีเป็นแน่" มันออกจากห้องอย่างเร่งร้อนปิดประตูกระแทกเสียงดัง"ปัง" ท่ามกลางสายตาขุ่นเคืองของสาวงามหอเถียนฮวา 

      หลี่หมิงยกสุราขึ้นดื่มอย่างเฉยเมยกับการจากไปของหนุ่มรูปงาม สร้างความประหลาดใจให้กับชิงเหยียนและชีซวน จนอดถามไม่ได้ 

      "สหายของคุณชายไม่พอใจพวกเรา คงเป็นเพราะพวกเราต้อยต่ำเกินไป เพื่อไม่ให้เรื่องราวบานปลายจนเสียน้ำใจ ข้าเห็นว่าคุณชายควรจะรีบตามเพื่อนไป เพื่อปรับความเข้าใจกับสหายของท่านนะเจ้าคะ" ชิงเหยียนรีบให้คำแนะนำ ด้วยประสบการณ์ของนาง พวกแขกผู้ชายมักจะมีต่อยตีกันเป็นประจำเพราะยื้อแย่งผู้หญิง 

      หลี่หมิงเบ้ปาก "มันไม่ใช่สหายข้า ชื่อแซ่อะไรข้าก็ไม่รู้" แล้วหยิบกาเหล้ารินสุราอย่างไม่สนใจ สองสาวหันมาสบตากันอย่างงงงัน ชีซวนปากไวรีบเอ่ยถาม "แล้วคุณชาย พาเขามาที่หอเถียนฮวาได้อย่างไรเจ้าคะ" 

      เขาหัวเราะหึ.หึ. "ความจริงข้าไม่มีความคิดจะเข้ามายังสถานเริงรมย์แห่งนี้ เพียงแต่ข้าทนไม่ได้ที่ใครจะมาดูถูกว่าข้ายากจน เพราะฉะนั้นสถานที่แห่งนี้จึงเหมาะสมที่จะอวดความร่ำรวยของข้า" นี่คือคำตอบของชายหนุ่มหน้าตาแข็งกระด้างอย่างศิลาแลง สร้างความประหลาดใจและขมขื่นเล็กๆให้กับชิงเหยียนและชีซวน ที่มักจะถือดีว่ารูปลักษณ์และเสน่ห์ยั่วยวนของพวกนาง สามารถสยบผู้ชายทั่วหล้าไว้ใต้ฝ่าเท้า

      "ถ้าเช่นนั้น คุณชายต้องการให้พวกเราปรนนิบัติท่านอย่างไร" ชีซวนสอบถามอย่างตรงไปตรงมา หลี่หมิงยกสุราดื่มพลันเอ่ยปากถามอย่างเยือกเย็น "พวกเจ้านั่งลงก่อน ข้ามีเรื่องจะสอบถาม" สองสาวหันมาสบตากัน ต่างทรุดกายบนเก้าอี้ทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย 

      ชิงเหยียนรีบเอื้อนเอ่ยวาจาด้วยความเฉียบแหลม "คุณชาย ข้ายินดีจะตอบคำถามทุกข้อสงสัยของท่าน ถ้าหากไม่ล่วงละเมิดเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น" คำพูดดีงามย่อมนำพาตัวเองไปสู่ความสุขสบาย หากพูดจาล่วงเกินผู้อื่นหญิงคณิกาอย่างนาง คงมีจุดจบที่ลำเค็ญเป็นแน่

      "ข้าอยากรู้เรื่องราวของเฉินเอ้อชางที่เป็นองครักษ์ของขุนนางในราชสำนัก" คำถามของเขาสร้างความตื่นตกใจให้กับหญิงสาวทั้งสองเป็นอันมาก เมื่อทั้งคู่สงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว 

      ชิงเหยียนจึงเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เอ่อ.ไม่ทราบว่าคุณชายมีความสัมพันธ์ใดกับองครักษ์เฉินหรือเจ้าคะ"

      สายตาที่ตื่นตระหนกเมื่อครู่ของพวกนาง ทำให้เขารับรู้ได้ทันทีว่าเรื่องราวของบิดาตน ต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน จึงโป้ปดไปว่า "ข้าเป็นหลานชายของเขา ต้องการจะมาบอกข่าวกับท่านอาว่าท่านปู่กับท่านย่าได้เสียชีวิตไปแล้ว ก่อนตายท่านย่าต้องการให้ท่านอาไปกราบไหว้ต่อหน้าหลุมศพสักครั้ง" คำพูดที่เศร้าหมองของเขา ทำให้หญิงสาวทั้งสองสีหน้าหม่นลง 

      นางสบตากันด้วยความเห็นใจ จึงบอกเล่าความจริงออกมา เมื่อ 5 ปีก่อนท่านอ๋องโฮ่วซานน้องชายคนที่สามของฮ่องเต้ ได้ก่อกบฏชิงราชบัลลังก์แต่สุดท้ายพลาดพลั้งทำการไม่สำเร็จ จึงถูกประหารชีวิตตามกฎมณเฑียรบาล รวมถึงผู้ร่วมก่อการ,ทหารคนสนิทและญาติพี่น้อง มีคนถูกตัดหัวไปถึง 2,000 กว่าคน ตอนนี้ซากศพได้นำไปฝังยังสุสานไร้ญาติทางทิศตะวันตกของเมืองห่างไป 30 ลี้ แต่ก็มีทหารบางส่วนรอดตาย ถูกขังอยู่ในคุกหลวงเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน 

      เมื่อได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำให้จิตใจของเขาโศกเศร้าและเจ็บปวด จึงหยิบเหรียญทอง 20 เหรียญมอบให้หญิงสาวทั้งสอง "ขอบใจพวกเจ้ามากที่เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ข้าได้รับรู้ นี่คือรางวัลตอบแทน จงรับเอาไว้เถิด" สองสาวยิ้มแย้มรับเงินทองจำนวนมากด้วยความยินดี 

      ชิงเหยียนจึงเอ่ยปากเตือนชายตรงหน้าด้วยความหวังดี "คุณชาย ท่านอย่าขุดคุ้ยเรื่องนี้อีกเลย ถึงแม้เรื่องราวจะผ่านมาแล้วหลายปี แต่หากมีผู้ใดคิดร้ายนำเรื่องของท่านไปฟ้องร้องต่อทางการ เห็นทีคราเคราะห์ครั้งนี้คงยากจะหลีกเลี่ยง" ชีซวนผงกศีรษะเห็นตรงกันกับเพื่อนซี้ของนาง 

      หลี่หมิงถอนใจยาว อดเอ่ยออกมามิได้ "ข้าเสียใจเหลือเกินกับโชคชะตาของท่านอา ถ้าเป็นไปได้ข้าอยากจะขุดกระดูกขึ้นมาทำการฝังตั้งป้ายบูชาให้ถูกต้อง ดูแล้วความหวังของข้าคงจะ.." เขายกจอกดื่มสุราลงคอไปสองสามครั้ง ด้วยความระทมทุกข์ ทำให้ชิงเหยียนใจอ่อนจึงบอกข้อความสำคัญ

      "คุณชายมีความกตัญญูเป็นที่เลื่อมใสแก่ข้าน้อยยิ่งนัก ชิงเหยียนขอชื่นชม ความจริงแล้วร่างขององครักษ์เฉินได้ถูกฝังเอาไว้เป็นอย่างดี" นางกวาดสาย)ตามองไปนอกห้องอย่างระมัดระวัง แล้วเข้ามากระซิบอย่างแผ่วเบา 

      "คุณชาย คนที่ฝังร่างองครักษ์เฉินคือซื่อฉง เขาเป็นช่างตีเหล็กที่เคยได้รับบุญคุณจากองครักษ์เฉิน หลังจากถูกประหารเขาได้แอบไปขุดร่างของนักโทษไปกลบฝัง สุดท้ายถูกจับได้จึงถูกเฆี่ยนตีจนพิการ บัดนี้ถูกขังอยู่ในคุกหลวงเจ้าค่ะ"

      หลี่หมิงไต่ตรองด้วยใบหน้าเคร่งขรึม "เอ.เพราะเหตุใดซื่อฉงถึงไม่ต้องโทษประหารล่ะ" เขาไต่ถามด้วยความสงสัย

      "เป็นเพราะบุตรสาวคนโตของเขา ยินดีถอนหมั้นกับบุตรชายคนรองของตระกูลหลิงเจ้าค่ะ" ชีซวนพูดแทรกขึ้นมา แล้วอธิบายความต่อว่า "เนื่องจากผู้นำของตระกูลหลิงคิดฉวยโอกาสนี้หาเหตุถอนหมั้นบุตรสาวของช่างตีเหล็ก เพื่อให้บุตรชายของตนได้หมั้นหมายกับบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีหงส์ซื่อหยวนรองเจ้ากรมอาญานะซิ"



    คล้ายกับเรื่องจอมดาบจ้าวมนตรา ที่คุณอ่าน