“ปัง!!!”
เพราะชะตากรรมอันสุดแสนจะรันทดตอนเกิดมาก็ไม่มีใคร้าโดนทิ้งให้กลายเป็เด็กกำพร้า แล้วตอนตายยังต้องมาโดนยิงตายจากคนร้ายคลั่งยาอีก โถ่…ชีวิตยังไม่ทันจะได้ทำในสิ่งที่อยากทำเลย ฝันที่อยากจะมีครอบครัวเป็ของตัวเองเพื่อที่จะได้ไม่ต้องโดดเดี่ยวตัวคนเดียวอีกต่อไป ยังที่จะอยากมีชีวิตและยังอยากที่จะใช้ชีวิต ขอร้องล่ะใครก็ได้ช่วยด้วย ฉันยังไม่อยากตาย
“แม่หนูเอ๋ย ทางนี้ข้างหลังเ้า”
ไป๋หลิงหลินหันไปตามเสียงที่ได้ยิน ดูเหมือนนางจะมาอยู่ในที่ใดสักที่หนึ่งคงจะเป็โลกหลังความตายละมั้ง รอบตัวนางเป็พื้นที่โล่งแจ้งเต็มไปด้วยหมอกสีขาวและสิ่งเดียวที่โดดเด่นเป็สง่าก็คือยายแก่ในชุดจีนโบราณที่เป็คนเรียกให้นางหันมาหรือบางทีอาจจะไม่ใช่…คน
“ท่านยายเป็ใครคะ”
“หึหึ” ยายแก่ตรงหน้านางส่งเสียงหัวเราะในลำคอ “นามนั้นสำคัญไฉน แม่หนูเอ๋ยเ้ารู้แค่ว่าข้าคือเทพเซียนที่จะมาพาเ้าไปเกิดใหม่ยังอีกโลกหนึ่งเพราะเห็นแก่ความดีของเ้าที่ได้กระทำไว้ มหาเทพทั้งหลายจึงตัดสินใจให้เ้าได้ไปใช้ชีวิตใหม่ตามที่ใจเ้าพึงปรารถนา” พูดจบท่านยายเทพเซียนก็เอานิ้วจิ้มไปที่ตรงกลางหน้าผากของไป๋หลิงหลิน
“เ้าจะได้ไปเกิดใหม่ในร่างกายของหญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนกันกับเ้าอีกทั้งชื่อก็ยังเหมือนเ้าด้วย และข้านั้นได้มอบสิ่งหนึ่งติดตัวเ้าไปสิ่งนี้จะคอยช่วยเหลือเ้าให้ชีวิตใหม่ของเ้านั้นสะดวกสบายยิ่งนักถือว่านี่เป็ของขวัญจากข้าก็แล้วกัน โชคดีนะแม่หนูเอ๋ย” สิ้นเสียงของท่านยายเทพเซียน ไป๋หลิงหลินยังไม่ทันจะได้กล่าวสิ่งใดความมืดมิดก็เข้าปกคุมดวงตาทั้งสองข้าง สติและร่างกายเลือนรางเหมือนกำลังจะหายไปแต่แล้ว
“เฮือก!” ไป๋หลิงหลินสะดุ้งตื่นขึ้นมา นางหอบหายใจถี่และดูเหมือนนางจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง นางยกมือทั้งสองขึ้นมามองดูจากนั้นก็ใช้มันสำรวจร่างกายและใบหน้าเพื่อให้มั่นใจว่านี่เป็ร่างกายของคนที่ยังมีชีวิตอยู่จริงๆ นางยังไม่ตายและที่สำคัญนางไม่ได้ฝันไป
“โอ๊ย…ปวดหัว” นางใช้มือจับที่ท้ายทอยก็พบเข้ากับาแที่ยังสดอยู่ หรือว่าเ้าของร่างคนก่อนจะตายเพราะาแนี่กัน
“โอ๊ย!” ทำไมมันปวดหัวขึ้นเรื่อยๆ เลยล่ะ อยู่ๆ ความทรงจำของเ้าของร่างคนก่อนก็ไหลเข้ามาในหัวของนางอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่นจนทำให้ปวดหัวรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับอาการปวดแผลตรงบริเวณท้ายท้อยทำให้ไป๋หลิงหลินไม่สามารถทนอาการปวดหัวได้นางจึงสลบไปในที่สุด
วันรุ่งขึ้น
“อาจู เ้าว่าพี่สาวตายแล้วหรือไม่” ไป๋เจียวจิงเป็กังวลว่าพี่สาวจะตายแล้วเพราะว่าเขาเห็นกับตาตอนที่พี่รองใช้ไม้ฟาดไปที่หัวของพี่สาวในขณะที่นางไม่ทันได้ตั้งตัว เพราะมัวแต่วุ่นอยู่กับการใช้เชือกมัดมือมัดเท้าของเขาและน้องชายเตรียมที่จะนำไปขายให้กับพ่อค้าทาส
“ข้าไม่แน่ใจ พวกเราเข้าไปดูใกล้ๆ ดีหรือไม่พี่ชาย” ไป๋เจียวจูน้องชายฝาแฝดของไป๋เจียวจิงเขาเองก็กังวลไม่แพ้กันว่าพี่สาวจะตายแล้วเพราะพี่สาวหลับไปั้แ่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะตื่นเลย
“แต่พี่รองบอกว่าห้ามพวกเราเข้าไปใกล้พี่สาวนะ อาจู เ้าลืมไปแล้วหรือ” ไป๋เจียวจิงผู้เป็พี่ชายนั้นเขาเชื่อฟังคำพูดของคนที่เขาเรียกว่าพี่รองเสมอมาและทำตัวเป็แบบอย่างที่ดีให้กับน้องชายของเขา ถึงแม้เขาจะเกิดก่อนเพียงแค่เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็ตาม
“อือ” ไป๋เจียวจูผู้เป็น้องชายส่ายหน้า “ข้าไม่ได้ลืมเพียงแต่ข้าเป็ห่วงพี่สาว”
“อาจิง! อาจู! ข้าบอกพวกเ้าแล้วว่าห้ามเข้ามาใกล้พี่สาว พวกเ้าลืมแล้วไปหรือ ไม่กลัวว่านางฟื้นขึ้นมาแล้วจะจับพวกเ้าไปขายเป็ทาสอีกหรือ” ไป๋ถิงถิงพี่สาวคนรองของบ้านที่เดินเข้าบ้านมาเห็นน้องชายฝาแฝดกำลังจะเดินเข้าไปใกล้พี่สาว นางจึงว่ากล่าวตักเตือนทันที
ไป๋หลิงหลินรู้สึกตัวอีกครั้งก็เป็เวลายามอู่ (11.00-12.59 น.) ของอีกวันหนึ่งแล้ว นางตื่นขึ้นมาเพราะว่าเสียงของบทสนทนาของเด็กทั้งสามคนที่มายืนสนทนาอยู่ใกล้ๆ นาง จากความทรงจำของเ้าของร่างคนก่อนคงจะเป็น้องสาวและน้องชายฝาแฝดที่อาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านหลังนี้ นางไม่รู้ว่านางสลบไปนานเท่าไหร่แต่ที่รู้สึกตอนนี้คือนางคอแห้งเป็อย่างมาก
“ขอน้ำ ขอน้ำให้ข้ากินหน่อยจะได้หรือไม่”
จู่ๆ ก็มีเสียงของหญิงสาวที่นอนอยู่ดังขึ้น ทำให้เด็กทั้งสามนั้นะโถอยออกห่างไปไกลจนด้านหลังของทั้งสามชิดเข้ากับกำแพงบ้าน ไป๋หลิงหลินค่อยๆ ลืมตาขึ้น นางลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ ดูเหมือนอาการปวดหัวเมื่อคืนจะหายไปแล้ว นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พบกับบ้านเก่าๆ ที่ใกล้จะพังเต็มทีแล้ว ถ้าโดนพายุซัดเข้าไปคงจะไม่เหลือซากแน่
สายตาของนางไปหยุดอยู่ที่เด็กน้อยทั้งสามคน จากความทรงจำเด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงกลางเป็ลูกคนรองของบ้านอายุ 12 ปีมีชื่อว่าไป๋ถิงถิง ส่วนเด็กผู้ชายฝาแฝดที่ยืนอยู่ด้านหลังอายุประมาณ 7 ปีชื่อว่าไป๋เจียวจิงกับไป๋เจียวจูสภาพร่างกายของเด็กทั้งสามผ่ายผอมเป็อย่างมากมองดูก็รู้ว่ามีชีวิตความเป็อยู่ที่ไม่สู้ดีนัก
ส่วนท่านพ่อกับท่านแม่นั้นจากความทรงจำของเ้าของร่างคนก่อนบอกว่าเมื่อสี่ปีก่อนพวกเขาเข้าไปหาของป่าบนูเาจากนั้นก็ไม่กลับมาอีกเลยทั้งสองคนคงจะตายไปแล้วเป็แน่
“พี่สาว ท่านยังไม่ตาย” ไป๋เจียวจูน้องเล็กของบ้านเป็คนะโขึ้นด้วยความดีใจ
“ข้าหิว ขอน้ำกับอาหารให้ข้ากินหน่อยจะได้หรือไม่” ดูเหมือนตอนนี้ไป๋หลิงหลินไม่ได้แค่้าน้ำแล้ว กระเพาะของนางก็้าอาหารด้วยเช่นกัน
“ที่นี่ไม่มีของกินให้ท่าน แล้วก็ถ้าหากท่านคิดจะจับพวกเราไปขายอีกละก็ครั้งนี้จะไม่ใช่แค่ไม้ที่ฟาดหัวท่าน” ไป๋ถิงถิงทำหน้าตาดุดันจ้องมองหน้าพี่สาวตนเองอย่างโกรธแค้นโดยที่ตัวของนางยังคงกางมือทั้งสองข้างบังน้องชายฝาแฝดเอาไว้เพราะกลัวว่าพี่สาวจะลุกขึ้นมาจับพวกเขาไปขายอีก
“ใจเย็นๆ ก่อน แม่สาวน้อย เอาล่ะข้าขอโทษสำหรับสิ่งที่ข้าทำลงไปในอดีต ตอนนี้ข้ารู้สึกผิดและสำนึกผิดจากใจจริง ข้าจะไม่ขายพวกเ้าอีก ข้าสัญญา” เ้าของร่างคนก่อนต้องใจร้ายขนาดไหนกันถึงขั้นขายน้องรวมสายเืของตัวเอง ทำไมกันนะคนที่มีครอบครัวถึงไม่อยากรักษามัน ดูนางสิเมื่อชาติก่อนอยากมีครอบครัวแทบตายแต่กลับไม่มี
“ข้าไม่เชื่อท่านหรอกนะ เวลาคืนหนึ่งมันน้อยยิ่งนักสำหรับท่านที่จะสำนึกผิด หรือว่าท่านโดนไม้ฟาดหัวจนเพี้ยนไปแล้ว” ไป๋ถิงถิงเป็คนที่ขี้ระแวงขั้นสุดนางไม่ไว้ใจใครง่ายๆ ยิ่งพี่สาวคนนี้ของนางยิ่งต้องระวังไว้ให้มากคนที่จะขายนางและน้องชายฝาแฝดให้กับพ่อค้าทาสเพื่อที่ตัวเองจะได้เอาเงินไปตั้งตัวใช้ชีวิตสบายในเมืองหลวง
“ก็ได้ๆ ข้าจะเล่าความจริงให้พวกเ้าฟัง ข้านั้นได้ตายไปแล้ว จากนั้นก็ไปพบเจอท่านเทพเซียนมา นางให้โอกาสข้ากลับมาทำความดี ข้าเลยยังมีชีวิตอยู่ต่อและต่อจากนี้ไป ข้าจะทำความดีกับพวกเ้าให้มากๆ พวกเ้าจะให้โอกาสพี่สาวคนนี้อีกสักครั้งจะได้หรือไม่” สิ่งที่นางพูดออกไปก็ถือว่าเป็ความจริงแต่ไม่ทั้งหมดเพราะนางไม่ได้เล่าว่าจริงๆ แล้วนางไม่ใช่เ้าของร่างคนก่อนแต่เป็ไป๋หลิงหลินจากอีกโลกหนึ่ง