“สารเลวน้อยวันนี้เจ้าจะได้รับรู้ถึงความจริงอันโหดร้าย!การมีผู้หนุนเต๋าที่แข็งแกร่งไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะไร้เทียมทาน!”
กู่โบ่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเหี้ยมขณะที่รอบๆตัวเขาเกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนร่างกายของเขาเปล่งประกายออกมาราวกับว่าเป็นต้นกำเนิดของความบริสุทธิ์หลัวข่านเองก็เช่นกัน...ทั้งสองมีร่างกายที่ผ่านการชำระโดยโอสถระดับสูง!ถึงแม้จะไม่รุนแรงเช่นการต่อสู้ของบรรพชนโบราณแต่การระเบิดออกด้วยกลิ่นอายของพวกเขาก็ยังทำให้ท้องฟ้าเกิดเป็นความปั่นป่วน
สายตาของเย่ฉียังคงเรียบเฉยเช่นเดิม...อันที่จริงเขาพึ่งจะผ่านการชำระกายมาหมาดๆสามารถเรียกได้ว่าพึ่งจะก้าวเข้าสู่เส้นทางการฝึกตนก็ไม่ผิดนักแต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยู่เหนือสามัญสำนึกย่อมให้ผลที่อยู่เหนือสามัญสำนึก! แม้ร่างกายของเย่ฉีจะยังคงเป็นเช่นเดิมไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง...แต่มันก็เป็นเพียงภายนอกเท่านั้น!
ร่างกายของเย่ฉีนั้นอยู่ในจุดที่สมบูรณ์แบบมันทำให้ไม่จำเป็นต้องรีดเค้นสิ่งใดออกมา...ไม่ว่าจะเป็นตอนไหนหรือเวลาใดร่างกายของเขาจะอยู่ในจุดสูงสุดเสมอพละกำลังกายเนื้อที่สามารถบดขยี้ภูเขาและความยืดหยุ่นที่ราวกับเอ็นมังกร...ตลอดเวลาที่ผ่านมาเย่ฉีใช้เพียงแค่ร่างกายนี้ในการฉีกกระชากร่างกายของศัตรู!
เย่ฉีเดินเข้าไปอย่างช้าๆทีละก้าวเข้าใกล้กู่โบ่และหลัวข่าน แต่ละก้าวของเขาล้วนมั่นคงดั่งภูผาเมื่อรวมกับแววตาที่เฉียบคมก็ทำให้พวกกู่โบ่รู้สึกถึงอันตรายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าเป็นสัญญาณพร้อมโจมตีและพุ่งออกไปราวกับประกายสายฟ้า
ถึงพวกเขาจะมั่นใจและพูดออกมาอย่างดูถูกทว่าความจริงแล้วในสายตาของพวกเขาเย่ฉีนั้นอันตรายเป็นอย่างมาก!
ปัง!
เพียงพริบตาผ่ามือที่ราวกับกระดูกสีขาวก็ฟาดลงมายังจุดที่เย่ฉียืนอยู่ก่อนที่สายฟ้าเส้นหนึ่งจะม้วนขดเป็นอสรพิษอ้าปากกว้างต้องการเขมือบเขาเข้าไปทั้งตัว...มุมปากของเย่ฉียกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะเหวี่ยงฝ่ามือจากซ้ายไปขวาเป็นรูปวงกลมปัดป้องการโจมตีของทั้งสองคนอย่างทันท่วงที
ภาพการต่อสู้ยังฉายซ้ำไปอีกหลายครั้งทั้งกู่โบ่และหลัวช่วนนั้นเป็นอัจฉริยะที่สมคำร่ำลือเพียงเวลาไม่นานก็สามารถโจมตีสอดประสานกันได้ราวกับฝึกฝนร่วมกันมานับปียิ่งมายิ่งกลายเป็นเย่ฉีที่ถูกกดดันด้วยรูปแบบการโจมตีและทักษะเวทอันทรงพลังของทั้งสองผู้สืบทอด
ในระหว่างการรับมือนั้นสายตาของเย่ฉีหดตัวลงขณะที่ฝ่ามือหยุดการเคลื่อนไหวเป็นวงคลื่นเพื่อปัดป้องการโจมตีของอีกฝ่ายสายตาของเขาเริ่มกลายเป็นดุร้ายมากยิ่งขึ้นราวกับสัตว์ร้ายที่กระหายในการฆ่า...ในที่สุดเย่ฉีก็เริ่มเป็นฝ่ายบุกเข้าหาบ้างแล้วยามที่ประกายสายฟ้าเสียบทะลุหัวไหล่ข้างซ้ายของเขาฝ่ามือของเย่ฉีก็คว้าจับไปที่ประกายสายฟ้าสร้างเป็นภาพที่น่าตกตะลึงเหมือนกับว่าเขาคือเทพเจ้าที่ถือแสงอัสนีไว้ในมือ!
อย่างไรก็ตามความเป็นจริงนั้นกลับโหดร้ายสายฟ้าเส้นนั้นแท้จริงก็คือหลัวข่าน!เสียงร้องโหยหวนของเขาดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณเมื่อถูกฝ่ามืออันแข็งแกร่งของเย่ฉีบีบรัดราวกับจะบดขยี้เขาออกเป็นเสี่ยงๆ
“ตาย!”
กระดูกสีขาวขนาดใหญ่ฟาดลงมาก่อนที่เย่ฉีจะสามารถบดขยี้สายฟ้านั้นได้สำเร็จฝ่ามือของเขาคลายออกเล็กน้อยทำให้หลัวข่านหลุดรอดไปกำปั้นของเย่ฉีต่อยออกไปปะทะเข้ากับกระดูกสีขาวของกูโบ่จนเกิดเป็นเสียงดังลั่นและจบลงด้วยที่พวกเขาพ่นโลหิตออกมาและถูกบังคับให้ต้องถอยกลับ
เมื่อการรบหยุดลงสายตาของคนที่เห็นการต่อสู้นี้ก็ต้องเบิกกว้างผลที่ออกมาในการปะทะกันยกแรกนั้นเห็นได้ชัดว่าเย่ฉีเป็นฝ่ายชนะ!สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่านั้นก็คือร่างกายของเขาที่ค่อยๆฟื้นฟูจนสุดท้ายบาดแผลที่ไหล่ซ้ายจากสายฟ้าของหลัวข่านก็หายไปกลับกันฝ่ายของกู่โบ่และหลัวข่วนนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยช้ำ!หนึ่งหมัดของเย่ฉีนั้นราวกับหนึ่งภูผาที่หล่นลงมากดทับร่างพวกเขา!
“บัดซบ!เหตุใดกายเนื้อมันถึงแข็งแกร่งเช่นนี้? หนึ่งกำปั้นของมันสามารถปะทะอย่างสูสีกับกระดูกขาวของข้า?นี่มันเรื่องตลกอันใดกัน!”
“กายเนื้อของมันแข็งแกร่งเกินไป!ขนาดพวกเราที่มีกายบริสุทธิ์ยังกลายเป็นเพียงสิ่งไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้ามัน!”
“หรือว่า...ข่าวลือนั้นจะเป็นความจริง?”
สายตาของทั้งกู่โบ่และหลัวข่วนเบิกกว้างขึ้นเมื่อนึกอะไรได้บางอย่าง…กายเนื้อของเย่ฉีนั้นพวกเขามั่นใจว่าต้องอยู่เหนือกว่าขั้นที่สองกายบริสุทธิ์อย่างแน่นอน มีความเป็นไปได้หลายส่วนที่ตำนานเก่าแก่ของนิกายมังกรนพเก้าจะเป็นความจริง
การสืบทอดของกายเทพ!
ทั้งสองคนแสยะยิ้มขึ้นมาก่อนจะมองไปยังเย่ฉีราวกับหมาป่าจ้องเหยื่อกายเทพ...กายที่ชำระได้ผ่านสายโลหิตของเทพ!หากพวกเขาสังหารเย่ฉีลงได้ในวันนี้พวกเขาจะได้มันมาครองเมื่อถึงตอนนั้นต่อให้เป็นต้วนหลิงเทียนก็ไม่แน่ว่าจะทัดเทียมกับพวกเขาได้!
“หลัวข่านเจ้าจะเอาอย่างไร?หนึ่งหยดโลหิตของเทพสามารถชำระกายเทพได้และถึงแม้ว่าจะแบ่งเป็นสองส่วน...ต่อให้เจือจางลงมากก็ยังอยู่ในขั้นกายเทพ!”
ไม่จำเป็นต้องคิดสิ่งใดอีกเวลานี้พวกเขาจะทุ่มทุกอย่างออกไปเพื่อบดขยี้เย่ฉีและนำโลหิตหยดนั้นออกมาแน่นอนว่านี่เป็นความโชคร้ายที่พวกเขาเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง....
“จงปรากฏให้กับข้า!”
เสียงของทั้งสองคนคำรามออกไปพร้อมกับบรรยากาศรอบตัวที่เริ่มบิดเบือนไปมาในเวลานั้นด้านหลังของทั้งสองคนก็เกิอดเป็นภาพมายาขนาดใหญ่ที่ดูเก่าแก่...ถึงแม้จะไม่เทียบเท่ากับประตูโบราณแต่ก็ยังมากพอจะทำให้หลายคนต้องสั่นสะท้าน!
มันคือระฆังทั้งสิบแปดใบ!ระฆังที่ถูกสลักไว้ด้วยลวดลายโบราณเก่าแก่และเต็มไปด้วยพลังการสั่นของระฆังเหล่านี้เพียงเบาๆ ก็สามารถทำให้เกิดเป็นพายุเมฆครึ้ม! ยิ่งไปกว่านั้นคือทั้งหมดล้วนเป็นระฆังสีเงิน!
“ไม่เลว...ถึงโลกมนุษย์จะอยู่ในสามดินแดนที่อ่อนแอที่สุดแต่ก็ยังให้กำเนิดรุ่นเยาว์ที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาได้โดยเฉพาะเด็กสองคนนั้น”
หลี่หลิงเทียนกล่าวขึ้นขณะมองไปยังต้วนหลิงเทียนและสตรีตัวแทนสำนักเสวี่ยเยี่ยในดวงตาของเขาปรากฏเป็นภาพสะท้อนของระฆังสีทองสองใบและหนึ่งใบขึ้นมาซึ่งก็คือพื้นฐานการฝึกตนของทั้งคู่พวกเขาล้วนอายุไม่เกินร้อยปีแต่ก็ยังสามารถก้าวมาถึงระดับนี้ได้นับว่าไม่ธรรมดาเลย
เส้นทางแห่งการฝึกตนนั้นหลากหลายไปตามเส้นทางเต๋าอย่างไรก็ตามสุดท้ายไม่ว่าเส้นทางเต๋าของใครจะเป็นเช่นใดก็ต้องมาจบลงที่การเชื่อมต่อกับขุมพลังโบราณเพื่อก้าวผ่านเขตแดนของมนุษย์อาจารย์เต๋า ปรมาจารย์เต๋า บรรพบุรุษเต๋า และบรรพชนโบราณ
แต่ละขั้นจะแบ่งออกเป็นเก้าระดับโดยมีสัญลักษณ์โบราณที่แตกต่างกัน!
อาจารย์เต๋าจะมีสัญลักษณ์คือระฆังทองแดงหนึ่งระดับแทนด้วยระฆังทองแดงหนึ่งใบ!เมื่อไปถึงระดับเก้าระฆังทองแดงแล้วผู้ฝึกตนจะต้องกลั่นระฆังเหล่านั้นให้รวมเป็นหนึ่งเพื่อก่อกำเนิดเป็นระฆังเงินซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของปรมาจารย์เต๋า!
เช่นเดียวกัน...การจะไปถึงบรรพบุรุษเต๋าก็จำเป็นต้องกลั่นระฆังเงินทั้งเก้าให้ก่อกำเนิดเป็นระฆังทอง!ความยากเย็นในการฝึกฝนนั้นจะยิ่งทวีความยากลำบากมากขึ้นเป็นเท่าตัว...หนึ่งระฆังทองนั้นเทียบเท่ากับเก้าระฆังเงินและหนึ่งระฆังเงินนั้นเทียบเท่ากับเก้าระฆังทองแดงมันคือความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างความแข็งแกร่งของพื้นฐานการฝึกตน!
ส่วนการจะตัดผ่านไปยังบรรพชนโบราณนั้นคือสิ่งที่ท้าทายมากที่สุด!ขั้นตอนนี้มีเพียงการกระทำง่ายๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความยากมหาศาล ในตำราทุกเล่มล้วนมีวิธีการตัดผ่านที่ง่ายที่สุดบันทึกไว้อย่างชัดเจน!
‘สั่นพร้องระฆังทองทั้งเก้าต่อหน้าขุมพลังโบราณเพื่อเปิดทางเส้นทางสู่บรรพชนเต๋า...เมื่อใดที่ขุมพลังโบราณให้การยอมรับในเส้นทางเต๋าเมื่อนั้นประตูบานแรกก็จะเปิดออก’
มันคือเรื่องง่ายๆที่ทำให้เส้นทางเต๋าของคนจำนวนนับไม่ถ้วนต้องจบลงผู้ที่สามารถเปิดประตูได้จะกลายเป็นมัจฉาที่ข้ามผ่านประตูมังกร!ประตูโบราณนั้นมีอำนาจมากยิ่งกว่าระฆังทองนับร้อยเท่า!เช่นเดียวกันผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จในขั้นตอนนี้เส้นทางเต๋าก็จะถูกหยุดไว้พวกเขาจะถูกเรียกว่าบรรพชนไร้ประตู คนเหล่านี้มีอยู่เป็นจำนวนมากบนโลกมนุษย์
ถึงแม้ว่าบรรพชนไร้ประตูจะแข็งแกร่งแต่ในสายตาของบรรพชนโบราณที่แท้จริงพวกเขาล้วนไม่มีค่าใดๆเลยเช่นเดียวกับตอนที่จักรพรรดิไห่หมิงปรามาสเสี่ยวเฮยว่าเป็นเพียงบรรพชนไร้ประตู!
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าในสายตาของหลี่หลิงเทียนนั้นสี่ต้าซือจะยอดเยี่ยมแต่ก็น่าสงสารด้วยเช่นเดียวกันพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมเหล่านี้จะไม่มีค่าใดๆเลยเมื่อพวกเขาเกิดในยุคเดียวกับเจ้าปีศาจนั่น!โดยเฉพาะกู่โบ่และหลัวข่าน...แม้จะมีเก้าระฆังเงินปรากฏที่ด้านหลังของพวกเขาแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเย่ฉี...แค่นี้ยังไม่เพียงพอ!
ในเวลานั้นรอยยิ้มของเย่ฉีพลันปรากฏขึ้น...เขากำลังรอเวลาที่อีกฝ่ายจะใช้พลังของขุมอำนาจโบราณออกมาเพื่อที่จะทดสอบเส้นทางเต๋าของตัวเองเส้นทางเต๋าของเย่ฉีนั้นได้ถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่แรกแล้วทันทีที่ได้กายสมบูรณ์แบบมาเขาก็ก้าวเท้าเดินไปยังเส้นทางนั้นอย่างไม่ลังเล
มันคือเส้นทางที่ยากลำบาก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเส้นทางเต๋าที่อยู่เหนือกว่าขุมพลังโบราณ!