Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่59 ถล่มแก๊งเฉียว (3)

    เห็นสายตาของชายหนุ่มที่ดูเหมือนว่าจะรู้แล้วหลันเอ๋อร์ก็อดเม้มริมฝีปากด้วยความรู้สึกทึ่งไม่ได้จริงๆในความคิดของเธอแล้วหากเป็นผู้ชายทั่วไป พวกเขาคงจะตอบสนองช้าไม่ก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ชายคนนี้กลับแตกต่าง เขามักจะรู้และคาดเดาในสิ่งล่วงหน้าเอาไว้อย่างแม่นยําเสมอ

     

    ความชาญฉลาดของเขาช่างน่าทึ่งจริงๆ!

     

    “ถูกต้องเดิมทีฉันไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนช่วยนายแต่เนื่องจากเมืองหลวงหรือเบื้องบนน่ะมีเพียงตระกูลหลันตระกูลเดียวฉันจึงรู้ว่าคนในตระกูลของฉันเป็นฝ่ายช่วยนาย อย่างไรก็ตามถึงฉันจะบอกนายไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดีเพราะงั้นรู้เท่านี้ก็พอแล้ว’’ หลันเอ๋อร์พยักหน้ามันไม่มีความหมายที่จะบอกเกี่ยวกับคนที่อีกฝ่ายไม่รู้จัก

     

    “หึๆชอบเล่นตัวเสียจริงเธอนี่’’ เห็นหญิงสาวลีลา มู่หลินก็หัวเราะหึๆแววตาของเขาที่สอดส่องไปยังเรือนร่างและใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความพึลึก

     

    ช่างเป็นผู้หญิงที่เล่นตัวและลีลาเก่งจริงๆ!

     

    “ฮึ่มยังไงก็เถอะนายน่ะจะสั่งการพวกเขายังไง?อีกอย่างพวกมันถึงจะใช้ปืนไม่ได้แต่ก็มีจํานวนมากมายใช่ย่อยเพราะงั้นถ้าไม่มีแผนดีๆสักแผนล่ะก็ ต่อให้เป็นกองกําลังรบพิเศษและยี่เฟิงก็ไม่สามารถเอาชนะพวกนั้นได้หรอกนะ!’’ถูกล้อเลียน หลันเอ๋อร์ก็แค่นเสียงอย่างเย็นชาเธอจะไม่ปล่อยโอกาสให้ชายคนนี้ล้อเลียนเธออีกแล้ว

     

    “ยังไงน่ะเหรอ?เดี๋ยวเธอจะได้รู้ในเร็วๆนี้!’’มู่หลินยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วหยิบเครื่องสื่อสารขึ้นมา ถึงเขาจะไม่สามารถเห็นภาพเหตุการณ์ผ่านเจ้าเครื่องนี้ได้แต่เขาก็ได้ยินเสียงการสื่อสารของทุกคนเป็นอย่างดีดังนั้นเมื่อรวมเข้ากับฌานหยั่งรู้มันสามารถที่จะทําให้เขาเห็นภาพรวมของสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย

     

    ต้องรู้ก่อนหลังจากที่มู่หลินบําเพ็ญเพียรจนมาถึงขั้นกลางของระดับหลอมรวมเต๋านอกจากพละกําลังของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 จินแล้วฌานหยั่งรู้ของเขายังได้พัฒนาระยะการรับรู้อีกด้วยซึ่งทั้งหมดแล้วจากหนึ่งลี้เพิ่มขึ้นมาเป็นสองลี้เพราะอย่างนั้นในระยะหนึ่งกิโลเมตรนี้

     

    ไม่มีสิ่งใดที่สามารถซ่อนจากสายตาของเขาได้!

     

    ทางด้านหลันเอ๋อร์ที่เห็นชายหนุ่มดูมีท่าทีลึกลับและต้องการเล่นอะไรบางอย่างเธอก็ไม่สนใจเขาอีก และเริ่มใช้กล้องส่องทางไกลดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทันที

     

    …

     

    เวลาเดียวกันลูกน้องบนดาดฟ้าเก้าคนที่ยังคงลาดตระเวนอยู่พลันสังเกตเห็นถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนจํานวนหนึ่งซึ่งพวกเขาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากกองกําลังรบพิเศษและยี่เฟิง

     

    “บัดซบ!เจ้าพวกกองกําลังรบพิเศษนั่นบุกมาแล้ว!’’ โดยไม่รอช้าลูกน้องคนที่อยู่ติดกับประตูที่สุดสบถก่อนจะรีบตะโกนเพื่อแจ้งพรรคพวกของมันทันที

     

    …

     

    ขณะเดียวกันทางด้านเฉียวเต้าเจาที่ได้รับรายงานเรื่องแรงดันในปืนถึงเขาจะสงสัยแต่เมื่อเสียงตะโกนเตือนดังขึ้น เขาก็ต้องส่งสายตาไปทางฮ่าวเจียแทน“ปรมาจารย์ฮ่าวเราจะทํายังไงดี?’’

     

    “ปืนใช้ไม่ได้ทุกกระบอกเลยเรอะ?’’ได้ยิน ฮ่าวเจียก็ขมวดคิ้วเขาค่อนข้างสงสัยเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ได้รับรายงานเป็นอย่างมากในความคิดของเขามันจะเป็นไปได้อย่างไรที่เรื่องตลกเช่นนี้เกิดขึ้นในสถานการณ์อันตรายอย่างนี้?

     

    ต้องมีเงื่อนงําแน่ๆ!

     

    “ใช่แล้วครับ!นอกจากปืนของพวกผมที่มีแรงดันบางอย่างส่งเสียงออกมาจากภายในปืนทั้งหมดที่อยู่กับพวกเราล้วนเกิดแบบเดียวกันขึ้น!’’ ถูกถามลูกน้องคนนั้นก็พยักหน้า สีหน้าของเขาดูตกใจและเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก

     

    “เกิดบ้าอะไรขึ้น?’’เนี่ยหยวนอดไม่ได้ที่จะกลอกตา มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่มีบางสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถรู้ได้เกิดขึ้น?

     

    “เฮ้อในเมื่อปืนไม่สามารถใช้ได้ก็ช่างมันเพราะอย่างไรซะกองกําลังรบพิเศษก็มีคนเพียงแค่สามสิบคนอีกอย่างถึงจะมีใครเพิ่มมาบ้าง ฝั่งเราก็มีคนได้เปรียบกว่าเพราะงั้นให้พวกมันใช้ดักซุ่มอยู่ข้างในเอาไว้!’’ แม้จะเป็นเช่นนั้นด้วยความที่มีประสบการณ์ฮ่าวเจียก็เพียงถอนหายใจและกลับมาเยือกเย็น

     

    เฉียวเต้าเจาและคนอื่นๆต่างพยักเห็นด้วยพร้อมกับสั่งการลงไป

     

    …

     

    “บุก!’’ด้านล่างทางเข้ายี่เฟิงเป็นคนแรกมาถึงจึงคํารามเสียงกระหึ่มแล้วพุ่งตัวเข้าไปที่ข้างในตึก

     

    เซี่ยวจี๋และคนอื่นๆที่เห็นตามไปติดๆ

     

    เมื่อเข้ามาแล้วพวกเขาก็ต้องพบกับการซุ่มโจมตีที่มาพร้อมกับอาวุธระยะประชิดต่างๆนานาถึงจะอย่างนั้นด้วยความรู้ด้านการต่อสู้และเทคนิคที่ได้รับมามันก็ไม่สามารถทําอะไรพวกเขาได้

     

    “ฮ่า!’’หลังจากมาถึงจุดๆหนึ่ง เซี่ยวจี๋ก็คํารามลั่นแล้วซัดหมัดออกไป

     

    ด้านศัตรูสามคนที่เห็นก็แสยะยิ้มอย่างดูถูกแล้วเข้าล้อม

     

    ทว่าวินาทีนั้นเองสิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น!

     

    เซี่ยวจี๋ดึงหมัดกลับมาแล้วหมุนตัวเตะไปยังไข่ของทั้งสามคนด้วยความรวดเร็ว

     

    ตุบ!

     

    สามคนนั้นที่ถูกเตะพลันหน้าซีดเผือดแล้วทรุดตัวลงไปดิ้นกับพื้นทันที

     

    พวกมันล้วนร้องเสียงโหยหวนออกมาแทบทั้งสิ้น!

     

    ถูกต้อง!นี่คือ การหลอกล่อ!

     

    เทคนิคการต่อสู้ที่แท้จริงที่เซี่ยวจี๋ได้รับมา!

     

    ศัตรูคนอื่นๆที่เห็นก็ชะงักไปเพราะพวกมันในเวลานี้ล้วนสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป้าของทั้งสามคนนั้นปรากฏเลือดสีแดงฉานออกมา

     

    ชายคนนี้…

     

    อํามหิตนัก!

     

    ด้านยี่เฟิงที่นําหน้าไปก่อนและเผลอเห็นเหตุการณ์ก็อดรู้สึกเย็นวาบที่ไข่จนต้องเผลอเอามือไปกุมไม่ได้

     

    เซี่ยวจี๋...แกเกิดมาเพื่อทําลายไข่จริงๆ!

     

    “หัวหน้าเราจะทํายังไงกันดี?’’เมื่อผ่านทางเดินข้างหน้ามาได้ หนึ่งในกองกําลังรบพิเศษก็เอ่ยถามขึ้นถึงพวกเขาจะรับมือพวกมันได้อย่างง่ายดาย แต่มันก็อันตรายเหมือนกันเพราะนอกจากที่พวกเขาจะมีจํานวนคนน้อยกว่าแล้วพวกเขายังไม่มีอะไรนอกจากมีดสั้นในมือ ดังนั้นหากต้องเผชิญหน้ากับคนจํานวนมากแบบนี้ไปเรื่อยๆต้องมีสักครั้งแน่ๆที่พวกเขาพลาดท่า

     

    ซึ่งแบบนี้ก็ต้องมีแผน!

     

    “บุกเข้าไปเรื่อยๆ’’ทันใดนั้นเสียงของมู่หลินก็ดังขึ้นผ่านเครื่องสื่อสารของทุกคน

     

    “บุกเข้าไปเรื่อยๆ?’’ยี่เฟิง เซี่ยวจี๋ และทุกคนต่างชะงัก

     

    ไหนแผนล่ะ?

     

    คุณจะมาให้พวกผมบุกเข้าไปเรื่อยๆโง่ๆแบบนี้ไม่ได้นะ!

     

    ราวกับรู้ว่าทุกคนคิดอะไรอยู่เสียงของชายหนุ่มพลันแปรเปลี่ยนเป็นลุ่มลึก

     

    “ยืดอกหลังเหยียดตรง!’’

     

    วินาทีนั้นราวกับมีพลังอํานาจบางอย่างสั่งการร่างกายของพวกเขาทุกๆคนต่างขยับร่างกายไปเองจนน่าแปลกใจ

     

    “...’’ ยี่เฟิงเซี่ยวจี๋ และคนอื่นๆ

     

    ทําไมร่างกายพวกเราขยับไปเองได้วะนี่?

     

    “ลุย!’’วินาทีต่อมา เสียงลุ่มลึกดังขึ้น มันก้องกังวาลไปทั่วทั้งหูของพวกเขา

     

    ลุย?

     

    ลุยกับผีคุณสิ!

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน