สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    ตอนที่ ๘๙ ถ้ำอนธการ

    จิวฟงวิ่งลอยหน้าลอยตาอยู่ท่ามกลางครึ่งอสูรที่ตกอยู่อารมณ์ขุ่นมัว วิ่งไปเจ้าเตี้ยก็ผิวปากไปอย่างเริงร่า จิวฟงพยักหน้าให้คนนั้นคนนี้ เขาโบกไม้โบกมือให้เหล่าสมาชิกสี่ดาว แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีผู้ใดตอบรับคำทักทาย เมื่อเป็นเช่นนั้นเจ้าเปี๊ยกก็ยักไหล่แล้ววิ่งต่อไปอย่างไม่แยแส
    “หึ คนพวกนี้ไม่มีมนุษยสัมพันธ์เลย...”

    ท่าทางของจิวฟงทำให้พวกครึ่งอสูรรู้สึกหมั่นไส้ พวกเขาอยากจะสั่งสอนคนร่างเตี้ยจอมยียวนให้หลาบจำ แต่ครั้นจะลงมือฟาดคมศาสตราออกไป ก็เกรงว่าอานุภาพของอาวุธเวทจะไปถูกผู้อื่นเข้า ครั้นจะให้ลงมือโจมตีเจ้าเตี้ยในระยะประชิด พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยง พวกสมาชิกสี่ดาวรู้ดีว่าเจ้าเตี้ยที่ควบรวมกับไก่เก้าดำคล่องแคล่วว่องไวปานใด
    บริเวณไม่ไกลออกไปเท่าไรนักเป็นส่วนปลายของถ้ำปากราชสีห์ สุดทางที่ผู้คนทั้งสามร้อยกำลังมุ่งหน้าไปมีทางแยกไปทางขวา ซึ่งเส้นทางนั้นเป็นเส้นทางเดียวที่จะมุ่งหน้าไปยังปากถ้ำอนธการ นอกจากนี้แล้วไม่มีหนทางใดที่จะพาพวกเขาไปสู่ถ้ำอันมืดมิดได้
    เหล่าสมาชิกสี่ดาวเริ่มเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครกล้าแยกออกไปจากคนกลุ่มใหญ่ ยิ่งพอเปลี่ยนทิศไปทางขวาเพื่อมุ่งหน้าไปยังถ้ำอนธการแล้ว ความคิดที่วิ่งนำเพื่อไปให้ถึงที่เก็บสมบัติเป็นคนแรกก็ไม่มีอยู่ในหัวของพวกเขา
    ยิ่งเข้าใกล้ปากถ้ำอนธการมากขึ้นเท่าไรทางก็ยิ่งแคบลงจนกลายมาเป็นอุโมงค์ แสงสว่างก็เหลือน้อย บ่อเพลิงที่กระจายตัวอยู่ตลอดทั้งเส้นทางก็แทบจะไม่มีเห็น แสงสว่างจากบ่อสองสามบ่อเป็นเพียงแค่แสงสลัว พอมองเข้าไปที่สุดทางซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังถ้ำอนธการ เหล่าสมาชิกสี่ดาวก็แทบจะมองไม่เห็นอะไร
    วิ่งไปเกือบหนึ่งก้านธูป สายตาของคนเหล่านั้นก็พอจะคุ้นชินกับแสงรำไร เมื่อพวกเขามองเห็นสิ่งที่ตั้งอยู่ที่แท่น ณ ปากทางเข้าถ้ำอนธการ ใบหน้าของคนทั้งหมดก็ปรากฏรอยยิ้ม เพราะสิ่งที่วางอยู่บนแท่นนั้นก็คือหีบสมบัติสีเงินใบโต
    แสงจากบ่อเพลิงบ่อจิ๋วที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งบ่อฉาบทาหีบสมบัติสีเงินให้มีประกายแดงระยิบระยับ หีบนี้ช่างวิจิตรต่างจากหีบเหล็กทั้งสามใบที่วางอยู่ในห้องเก็บสมบัติที่ผ่านมา นี่ต้องหมายถึงว่าภายในหีบนี้ต้องมีสิ่งของล้ำค่าบรรจุไว้แน่
    เหล่าสมาชิกสี่ดาวตาลุกวาว พวกเขากำศาสตราไว้แน่น การที่เส้นทางถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดทำให้พวกเขาไม่สามารถมาถึงที่นี่ได้ก่อนผู้ใด พอรู้ตัวอีกทีเหล่าสมาชิกสี่ดาวก็มารวมตัวอยู่ที่นี่พร้อมๆกัน
    การที่จะเปิดฉากสู้รบเพื่อแย่งชิงเอาสมบัติโดยที่มีคนจำนวนมากรายล้อมย่อมไม่ใช่เรื่องที่ฉลาด ในเวลานี้พวกเขาต่างก็มาหยุดอยู่ต่อหน้าแท่นโดยที่ไม่มีผู้ใดกล้าลงมือแตะต้องหีบสมบัติที่มีอยู่เพียงใบเดียว
    ขณะที่ผู้คนกำลังมองหน้ากันไปมาอย่างหวาดระแวงอยู่นั้น เสียงแหลมๆก็พลันดังขึ้น
    “รอบแท่นหินมีอาคมเวทกางกั้นอยู่!” สมาชิกสี่ดาวหันขวับไปมองต้นเสียงก็เห็นว่าเจ้าเตี้ยยืนพิงผนังอุโมงค์แคบๆอยู่ พวกเขาหันกลับมามองที่แท่นอย่างกังขา ฝ่ายครึ่งหมีดำก็ฟาดกระบี่ไปยังแท่นสูงระดับออกโดยไม่รีรอ

    ปัง!

    กระบี่แดงที่เหวี่ยงออกไปด้วยความแรงไม่มากนักกระทบอะไรบางอย่างแล้วกระดอนกลับ เพียงเท่านี้ก็พอจะพิสูจน์ได้แล้วว่ารอบแท่นหินมีอักขระเวทกางกั้น ผู้คนมองไปที่เจ้าเตี้ยด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสัย ขณะนั้นหมีดำผู้ชอบทำตัวเป็นหัวหน้าก็เอ่ยถาม
    “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามีอักขระเวทป้องกันหีบสมบัติ” ถึงตอนนี้เสียงแหบห้าวไม่ได้แสดงถึงความเป็นปรปักษ์ เสียงครึ่งหมีดำแฝงไปด้วยความฉงน
    “เรื่องนั้นข้าไม่รู้หรอก แต่ข้าคิดว่าท่านลี้เหว่ยชวงไม่มีทางวางหีบสมบัติไว้โดยที่ไม่ร่ายอาคมกางกั้นแน่” เจ้าเปี๊ยกลอบกลืนยาเม็ดชมพูไปสองเม็ด มือขวาของเขาแบออกน้อยๆ เขามองไปยังหีบเงินด้วยแววตาที่เป็นประกาย
    จิวฟงก็เป็นดังเช่นผู้อื่น เขาเพิ่งจะปรับสายตาให้เคยชินกับความมืดได้ และพอเพ่งมองหีบสมบัติสีเงินให้ชัด เขาก็พบว่ารอบหีบนี้ไม่มีข่ายอาคมเวทใดป้องกัน เจ้าเปี๊ยกอยากจะกระโดดไปคว้าหีบสมบัติมากอดไว้แทบใจจะขาด แต่ถ้าทำเช่นนั้นผู้คนที่แออัดกันอยู่ในอุโมงค์แคบจะต้องกรูกันเข้ามาหาเขาแน่ๆ อุโมงค์นี้ไม่เหมาะกับการหลบหนี หากไม่นับเส้นทางที่จะกลับไปยังส่วนปลายของถ้ำปากราชสีห์ที่มีผู้คนนับร้อยขวางไว้ ปากทางเข้าถ้ำอนธการอันคับแคบที่อยู่เบื้องหน้าก็เป็นเส้นทางเดียวที่จะให้เขาไปต่อ
    “หัตถ์ไร้ลักษณ์จะหยุดผู้ควบรวมถึงสามร้อยคนได้ไหมนะ” จิวฟงหรี่ตามองไปยังปากทางเข้าถ้ำอนธการพร้อมกับครุ่นคิด
    เจ้าเปี๊ยกชะเง้อชะแง้มองไปยังด้านท้ายของกลุ่มคน ทว่าจิวฟงก็มองไม่เห็นสองคู่หูนักล่าพืชพฤกษา สองผู้ควบรวมซึ่งมีผิวกายสีดำถูกความมืดมิดกลืนกิน จิวฟงลอบถอนหายใจก่อนที่จะตะโกนดัง
    “ครึ่งวิหคที่เปิดปากถ้ำปากราชสีห์ได้ช่วยมายังที่นี่หน่อย ข้าจะปรึกษาเรื่องทำลายอาคมกางกั้น” สิ้นเสียงคำพูด จิวฟงก็เห็นเงาตะคุ่มๆเดินแหวกผู้คนมาที่ด้านหน้า เหล่าผู้คนต่างเปิดทางให้ครึ่งวิหคร่างดำและครึ่งอีกาอสูร พวกเขาต่างมองมาที่คนทั้งสองเป็นตาเดียว
    ครึ่งหมีดำมองมาที่คนทั้งสามแล้วครุ่นคิด เขารู้สึกว่าเจ้าเตี้ยและอีกสองคนต้องมีความสัมพันธ์กันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เหตุการณ์ที่ผ่านๆมา รวมถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ล้วนบ่งชัดว่าคนทั้งสามน่าจะรู้จักกัน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ปล่อยให้คนเหล่านั้นปรึกษาหารือโดยที่ไม่เข้าไปขัดจังหวะ
    “ช่างมัน ถึงแม้มันจะกวนประสาท แต่อย่างน้อยพวกมันก็ไม่ใช่คนละโมบโลภมาก”

    ติงลี่หวาดกลัวจนตัวสั่น จิวฟงลากเขามาติดอยู่ในอุโมงค์แคบๆที่ห้อมล้อมไปด้วยผู้คน ซึ่งผู้คนที่ว่าก็ไม่ใช่พวกกระจอกงอกง่อย พวกเขาเหล่านั้นเป็นถึงสมาชิกสี่ดาวของตระกูลลี้ แม้ในสถานที่ที่มืดมิดแห่งนี้ ติงลี่จะมองไม่เห็นสายตาของพวกเขา แต่คนแซ่ติงก็รับรู้ได้ว่าคนเหล่านี้กำลังจ้องมองมาที่เขาตาไม่กะพริบ
    “มีอะไร...” ติงลี่เอ่ยถามเสียงเบา ส่วนคนหน้าตายได้แต่ยืนตัวแข็ง สถานการณ์ในตอนนี้ไม่สู้ดีเอาเสียเลย หากพวกเขาทำอะไรให้ผิดสังเกตเพียงนิดเดียว เหล่าสมาชิกสี่ดาวทั้งสามร้อยที่เบียดเสียดอยู่ในอุโมงค์แคบ ต้องรุมยำเขาจนร่างกายแหลกเหลวแน่
    “ไม่มีอะไร ข้าจะบอกว่าพวกเราไปกันเถอะ” คนร่างเตี้ยเอ่ยจบก็พยักหน้าหนึ่งที เหล่าผู้คนหันมามองเจ้าเตี้ยอย่างสงสัย ครึ่งหมีดำก็หรี่ตามองคนทั้งสามพร้อมกับใช้ความคิด ขณะที่ติงลี่ก็เอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่น เสียงเบาของเขาแทบจะไม่ลอดออกจากลำคอ
    “ปะ...ไปไหน”
    “ไปเอาสมบัติ!”
    สิ้นเสียงคำพูด จิวฟงก็ชักกระบี่เงาพรายออกจากถุงวิเศษ เขาวาดตวัดกระบี่อานุภาพร้าย เสียงสะเทือนเลื่อนลั่นดังก้องอุโมงค์แคบ เสียงร้องระงมดังไปทั่วบริเวณทางเข้าถ้ำอนธการอันมืดมน เสียงเปรี้ยงปร้างดังอยู่ไม่หยุด กลุ่มดินบริเวณผนังและพื้นถ้ำแตกกระจายเป็นผุยผง ฝุ่นที่ฟุ้งกระจายทำให้วิสัยทัศน์ที่มืดมัวย่ำแย่ขึ้นเป็นทวีคูณ
    ผู้คนต่างหยิบอาวุธขึ้นมาป้องกันตัวจนไม่รู้ว่าคมศาสตราที่ตนส่งออกไปโดนถูกผู้ใด เครื่องป้องกันตัวแทบจะไร้ความหมายเมื่อคมศาสตราปลิวว่อนไปทุกทิศทุกทาง แม้คนเหล่านั้นจะยืนหยัดต่อสู้สักเท่าไร แต่ศาสตราที่ซัดสาดมาจากทุกทิศทำให้พวกเขาไม่อาจใช้เครื่องป้องกันตัวได้ทัน เสียงอาคมคุ้มกันแตกระรัว เสียงร้องอย่างปวดร้าวของครึ่งอสูรก็ดังอยู่ไม่หยุด ไม่ช้าคนเหล่านั้นก็พากันล้มลง
    “หยุดการโจมตีเดี๋ยวนี้!” ครึ่งหมีคำรามลั่น เขาถูกคมศาสตราซัดเข้าใส่อย่างไม่หยุดไม่หย่อน ในตอนนี้เขาได้แต่นอนหมอบอยู่กับพื้นเพื่อหลบศาสตราที่พุ่งสาดราวกับพายุคลั่ง
    “หยุดมือ!”
    “สวมเครื่องคุ้มกันแล้วเก็บอาวุธ!”
    ...
    เสียงเหล่าสมาชิกสี่ดาวตะโกนลั่น พวกเขานั่งยองแล้วหาเครื่องป้องกันมาสวมใส่ เหล่าผู้ควบรวมต่างพร้อมใจกันยกสองมือไว้เหนือหัว พวกเขาหรี่ตามองทะลุกลุ่มฝุ่นหนาๆ แต่ก็แทบจะมองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว เสียงปะทะกันเงียบลงแล้ว มีเพียงเสียงร้องโอดครวญที่ดังอยู่เป็นระยะเท่านั้นที่เหล่าสมาชิกสี่ดาวได้ยิน
    ผ่านไปสิบคู่ลมหายใจ...ยี่สิบคู่ลมหายใจ และแล้วกลุ่มฝุ่นสีน้ำตาลก็จางลง คนเหล่านั้นเพ่งมองไปยังแท่นวางสมบัติโดยไม่ได้นัดหมาย สายตาของพวกเขาพลันเบิกกว้าง เมื่อเห็นว่าแท่นหินสูงระดับอกนั้นไม่มีแม้แต่เงาของหีบเงิน!

    “ไอ้เตี้ย!”
    “มันเอาสมบัติไป พวกมันสามคนนั้น!”
    “มันหนีไปไหน!”
    แม้จะไม่เห็นว่าจิวฟงใช้เส้นทางใดหลบหนี แต่เหล่าสมาชิกสี่ดาวก็มั่นใจว่าเจ้าเตี้ยต้องเข้าไปในถ้ำอนธการเพื่อหาหีบสมบัติใบสุดท้ายแน่
    “หาตัวมันให้พบแล้วจัดการเชือดมัน!” ครึ่งหมีดำคำรามลั่น ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากไม้มีเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ นัยน์ตาที่เป็นสีแดงอยู่แล้วแดงก่ำเพราะเพลิงโทสะ ไม่ว่าอย่างไรเขาจะต้องสั่งสอนเจ้าเตี้ยให้หลาบจำ

    ทางเข้าถ้ำอนธการนั้นแสนคับแคบและมืดมิด มีเพียงแสงไฟสลัวเท่านั้นที่พอจะให้พวกจิวฟงมองเห็นทางที่จะก้าวย่าง จิวฟงวิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดแรงเกิด เขาไม่สนใจว่าวิ่งกระแทกถูกอะไรบ้าง วิ่งไปก็ยัดหีบสมบัติลงถุงวิเศษโดยที่ไม่ทันได้เปิดดู ฝ่ายติงลี่และฉีหวู่เฉิงที่วิ่งหน้าตั้งตามมาติดๆยังไม่คลายจากความหวาดผวา
    พวกเขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่ พวกเขาเห็นเพียงจิวฟงชักกระบี่ออกโจมตีสามครั้ง หลังจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็สับสนวุ่นวายไปหมด กลุ่มฝุ่นลอยฟุ้งจนมองไม่เห็นอะไร แล้วเจ้าเปี๊ยกก็ฉุดลากพวกเขาเข้าไปยังปากถ้ำอนธการ
    สองคู่หูมองหีบสมบัติโบโตที่ถูกหย่อนลงในถุงด้วยแววตาที่สับสน พวกเขาวิ่งตามหลังจิวฟงมาติดๆ ทั้งคู่รู้ดีว่าจิวฟงไม่ได้วิ่งไปยังแท่นวางหีบสมบัติ แต่ไฉนหีบเงินจึงมาอยู่ในมือของเด็กชายได้ ฝุ่นหนาและความมืดทำให้พวกเขาไม่อาจมองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัด คิดจนปวดหัวก็ไม่รู้ว่าเจ้าเปี๊ยกไปเอาหีบสมบัติที่มีอักขระเวทป้องกันมาได้ตั้งแต่เมื่อไร
    เมื่อพ้นจากทางเขาถ้ำอันแสนจะมืดมัว เด็กชายก็เข้ามาในเขตโถงถ้ำที่สุดแสนจะมืดมิด จิวฟงพยายามเพ่งฝ่าความมืดก็เห็นว่าถ้ำนี้มีหินงอก หินย้อยและเสาหินอยู่เต็มไปหมด เสาหินแต่ละต้นมีขนาดไม่ต่ำกว่าหนึ่งคนโอบ หินงอกและหินย้อยก็มีขนาดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
    คนทั้งสามวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังเสาหินต้นหนึ่ง สายตาของเจ้าเปี๊ยกจับจ้องมองไปที่ทางเข้าถ้ำอยู่ทุกขณะ จิวฟงคิดว่าเขามีเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป จากนั้นเหล่าผู้คนทั้งห้าร้อยต้องหลั่งไหลกันเข้ามายังถ้ำอนธการซึ่งเป็นสถานที่เก็บสมบัติแห่งสุดท้ายแน่ๆ
    “ถอดร่างอสูร” จิวฟงเอ่ยบอกกับสองคู่หู ฉีหวู่เฉิงนิ่งเงียบพร้อมกับใช้ความคิด ติงลี่นิ่งไปนิดหนึ่งแล้วพยักหน้าลงในทันที
    ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการพักเสาปราณจากฤทธิ์โอสถประสานกายา ในตอนนี้ไม่มีสมาชิกคนใดอยู่ในถ้ำ และในอีกหนึ่งก้านธูปที่จะถึง เหล่าสมาชิกสี่ดาวที่จะเข้ามาในถ้ำก็จำต้องถอดรูปอสูร เพราะพวกเขาเหล่านั้นได้ควบรวมกับสัตว์อสูรมาแล้วหนึ่งชั่วยามนั่นเอง
    มนุษย์ทั้งสามเร่งผลักดันหยาดโลหิตอสูรให้ออกมานอกตันเถียน ทันทีที่สัตว์อสูรออกมานอกร่างของผู้ทำพันธสัญญา พวกมันต่างก็แสดงอาการหวาดผวา การที่จู่ๆพวกมันผุดออกมาในดินแดนที่แสนจะมืดมน ทำให้พวกมันหวาดกลัวยิ่งนัก ยิ่งเจ้าไก่ขาวใยไหมที่อ่อนแอด้วยแล้วยิ่งส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกอกตกใจ มันเหลียวซ้ายมองขวาด้วยอาการตื่นตระหนก จิวฟงต้องลูบหัวลูบตัวพร้อมกับส่งเสียงกระซิบกระซาบเพื่อปลอบโยนให้มันคลายจากความตื่นกลัว
    เมื่อถอดรูปอสูรออก ค้างคาวที่อยู่ในถ้ำก็เริ่มจะมีการเคลื่อนไหว เงาดำไม่ต่ำกว่าห้าร้อยเงาบินตรงมาหาพวกจิวฟง เสียงกระพือปีกพรึ่บพรั่บดังไปทั่วถ้ำมืด
    จิวฟงและสองคู่หูรีบคว้าเสื้อประจุปราณขึ้นมาสวมใส่ แต่ดูเหมือนว่าเสื้อที่ลดระดับไอปราณของมนุษย์ จะไม่ช่วยให้เหล่าค้างคาวแดงที่โฉบบินไปมาคลายจากอารมณ์ขุ่นเคือง ค้างคาวแดงโผบินด้วยอาการฉวัดเฉวียน พวกมันเปล่งเสียงร้องกี๊ดๆอยู่ไม่หยุด
    ติงลี่และฉีหวู่เฉิงมองเงาดำวูบวาบด้วยสายตาหวาดผวา สัตว์อสูรระดับสองชนิดนี้แหละที่เป็นอุปสรรคไม่ให้พวกเขาเข้าไปเก็บดินมูลค้างคาวแดงได้ แม้ที่ผ่านมาพวกเขาเข้ามาในถ้ำอนธการในรูปครึ่งอสูร แต่เมื่อเข้าไปในถ้ำส่วนลึก พวกสัตว์อสูรผู้มีพังผืดก็โฉบถลาโจมตีพวกเขาจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด
    “หากพวกเรารับมือกับค้างคาวเหล่านี้ไม่ได้ เห็นทีคงต้องพักเรื่องดินมูลค้างคาวแดงไว้ ลึกเข้าไปยังมีค้างคาวอสูรไม่รู้อีกมากเท่าไร ที่พวกเราเห็นอยู่ในตอนนี้เป็นแค่เศษเสี้ยวของพวกมัน”
    “ให้ข้าจัดการเอง...” พูดจบเจ้าเปี๊ยกก็ลากสองคู่หูไปนั่งพิงผนังถ้ำ จิวฟงอุ้มเจ้าไก่ขาวไว้บนตัก สายตาของเขาจับจ้องไปที่เงาดำที่บินโฉบไปมา กลุ่มเงานั้นเคลื่อนที่เข้ามาหาคนทั้งสามด้วยความเร็วที่มากขึ้นๆ แล้วพวกมันก็บินโฉบลงมาที่สามมนุษย์กับอีกสามสัตว์อสูรอย่างสุดกำลัง
    สองคู่หูกำกระบี่ไว้แน่น แม้จิวฟงบอกว่าจะจัดการกับพวกค้างคาวแดง แต่เด็กชายก็ไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว สถานการณ์ในตอนนี้คับขันยิ่งนัก พวกเขาจะถูกเหล่าค้างคาวแดงขย้ำในไม่ช้า เหงื่อที่หน้าผากของติงลี่ผุดเป็นเม็ด ส่วนฉีหวู่เฉิงก็ปากคอสั่น อินทรีหางเขียวกับอีกาดำก็เบิกตากว้าง ส่วนเจ้าไก่ขาวใยไหมผู้อ่อนแอซุกหน้าเข้ากับตักของเด็กชาย
    ติงลี่จะวาดกระบี่ออกไปสกัดกั้น แต่จิวฟงก็กระซิบห้ามด้วยเสียงเบา ทั้งคนทั้งสัตว์อสูรตึงเครียดถึงขีดสุดเพราะไม่รู้ว่าเด็กชายคิดจะทำอะไร สองคู่หูสวมใส่กำไลกันภัยแล้วดึงสัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญาไปหลบอยู่ข้างหลัง ขณะนั้นเงาดำทั้งห้าร้อยก็โฉบพุ่งเข้ามาหากลุ่มมนุษย์จากระยะห่างเพียงแค่สองผิง
    เสียงวืดวาดแหวกอากาศดังก้อง ค้างคาวแดงแผดเสียงแหลมจนแสบแก้วหู เหล่าอสูรมีปีกทะยานเข้าใส่พวกมนุษย์ด้วยความเร็วประหนึ่งกลุ่มอุกกาบาต เสี้ยวพริบตาเดียวระยะห่างระหว่างมนุษย์กับฝูงค้างคาวก็ลดเหลือหนึ่งผิง...ครึ่งผิง...และหนึ่งเซี๊ยะ!
    เหล่าค้างคาวส่งเสียงร้องแหลมๆแล้วพุ่งเข้าขย้ำเหล่ามนุษย์ที่อยู่ตรงหน้า แต่ทันใดนั้นนั้นร่างของพวกมันก็กระแทกกับบางอย่างเข้าอย่างจัง เสียงโครมครามดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของค้างคาวนับร้อยหยุดอยู่ห่างจากมนุษย์ทั้งสามเพียงแค่หนึ่งคืบ...แล้วพวกมันก็ร่วงลงสู่พื้นราวกับใบไม้ร่วง
    ค้างคาวอสูรรู้สึกคล้ายกับว่ากระดูกอ่อนๆในร่างของพวกมันได้แตกร้าว เหล่าค้างคาวอสูรนอนเกลื่อนอยู่ที่พื้นถ้ำ พวกมันส่งเสียงกี๊ดๆและพยายามจะขยับเขยื้อนร่างที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ถึงกระนั้นเหล่าอสูรก็ไม่อาจจะกระดุกกระดิกได้
    จิวฟงถอนหายใจอย่างโล่งอก เขารีบล้วงยาเม็ดชมพูขึ้นมากินแล้วปรับลมหายใจ การสร้างหัตถ์ไร้ลักษณ์เพื่อรับมือค้างคาวแดงกินพลังปราณมากโข ตอนที่ถูกค้างคาวแดงทั้งห้าร้อยตัวพุ่งเข้าใส่หัตถ์ไร้ลักษณ์พร้อมๆกัน หัตถ์ลมปราณของเขาก็แทบจะสลายไป
    สองคู่หูมองค้างคาวที่นอนกระตุกอยู่ที่พื้นถ้ำพร้อมกับอ้าปากค้าง พวกเขาไม่เข้าใจสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ทั้งคู่มองจิวฟงด้วยแววตาที่สับสน ดูเหมือนว่าเด็กชายผู้มากความสามารถจะมีเคล็ดวิชาบางที่อยู่เหนือความเข้าใจของพวกเขา
    สัตว์อสูรทั้งสามตัวก็ตกอยู่ในอาการไม่ต่างกัน สัตว์อสูรระดับหนึ่งเช่นพวกมันทำใจไว้แล้วว่าคงไม่มีชีวิตรอดออกไปจากสถานที่อันมืดมิด แต่แล้วพวกมันกลับยังมีลมหายใจอยู่ได้ ไม่ว่าอย่างไรพวกมันก็ต้องขอบคุณเด็กชายตัวจ้อยอย่างสุดหัวใจ
    จิวฟงหยิบง้าวหนักออกมาจากถุงวิเศษด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ เขาใช้ง้าวหนักจัดการกับสัตว์อสูรทั้งห้าร้อย ไม่ช้าค้างคาวแดงที่ปองร้ายมนุษย์ทั้งสามก็ต้องจบชีวิตลง ในตอนนี้จิวฟงที่ยืนถือง้าวหนักได้แต่ทอดถอนใจ แม้จะดื่มกินพลังชีวิตของสัตว์อสูรระดับสองไปถึงห้าร้อยตัว แต่ง้าวใหญ่ก็เบาขึ้นเพียงเล็กน้อย
    “เมื่อครู่ข้าจำต้องใช้อาวุธปลิดชีพสัตว์อสูรเพราะความจำเป็น ทุกคนเห็นตรงกับข้าหรือไม่” เจ้าเปี๊ยกยัดง้าวหนักลงในถุงวิเศษ จากนั้นก็เอ่ยถามสองมนุษย์กับสามสัตว์อสูร ทั้งคนทั้งสัตว์ต่างก็พยักหน้ารัวๆ ไม่ว่าเจ้าเปี๊ยกจะทำอะไรกับค้างคาวแดง พวกเขาก็จะไม่สนใจ ขอแค่พวกเขาอยู่รอดปลอดภัยก็เป็นพอ
    จิวฟงยิ้มหน้าแป้น เขาสอดส่ายสายตาไปทั่วถ้ำมืด จากนั้นเขาก็เอ่ยถามคนแซ่ติงถึงจำนวนค้างคาวแดงที่มีอยู่ในถ้ำ เมื่อรู้ว่าในถ้ำนี้มีค้างคาวอสูรอาศัยอยู่มากจนไม่อาจประมาณได้ เจ้าเปี๊ยกก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
    “ข้าคิดว่าต่อจากนี้คงจะมีความจำเป็นให้ข้าต้องสังหารค้างคาวแดงอีกเป็นจำนวนไม่น้อย...”


    คล้ายกับเรื่องสะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร ที่คุณอ่าน

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812