ห่างไกลจากความโสมมของเมืองหลวงนวภพนคร มุ่งหน้าสู่ทิศพายัพอันเป็เขตแดนต้องห้าม มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ชาวอาณาจักรไตรจักรารามต่างหวาดกลัวที่จะเอ่ยถึง... "ผาไร้เงา"
หน้าผาหินสีดำทมิฬที่ตั้งตระหง่านตัดกับท้องฟ้าสีเืชันดิ่งลงสู่เหวที่ไม่มีใครเคยเห็นก้นบึ้ง ที่แห่งนี้มีสนามแม่เหล็กิญญาที่บิดเบี้ยวจนแสงแดดไม่อาจทอดเงาของสิ่งใดลงบนพื้นได้ ลมที่พัดผ่านโกรกโตรกฟังดูคล้ายเสียงสวดมนต์ของนักบวชที่ถูกตอกฝาโลงทั้งเป็ มันคือสถานที่ที่เส้นแบ่งระหว่างคนเป็และคนตายบางเฉียบที่สุด
สิงหราช ยืนตระหง่านอยู่ริมหน้าผา สายลมกรรโชกแรงตีฉลองพระองค์สีดำจนสะบัดพลิ้ว เื้ัของเขาคือ บุหลันแดง อดีตมือสังหารสาวที่บัดนี้สวมชุดผ้าฝ้ายสีหม่นไร้ซึ่งเครื่องประดับใดๆ นางคุกเข่าอยู่บนพื้นหินที่เย็นเฉียบ สองมือประคองถาดไม้ที่วาง "ม้วนหนังมนุษย์" ซึ่งจารึกครึ่งหลังของยันต์เกราะเพชรนิลกาฬไว้อย่างทะนุถนอม แม้ในใจของนางจะยังคงหวาดกลัวบุรุษเบื้องหน้าจนแทบหยุดหายใจ แต่นางก็ไม่อาจละสายตาจากแผ่นหลังที่แผ่รังสีอำมหิตอันทรงเสน่ห์นี้ได้เลย
"ถึงเวลาเสียที..." สิงหราชเอ่ยเสียงเรียบ เขากระตุกสายรัดเอว ปลดเปลื้องเสื้อท่อนบนออก เผยให้เห็นแผงอกและแผ่นหลังที่อุดมไปด้วยมัดกล้าม ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวคือิัครึ่งซีกซ้ายของเขาที่ถูกสักด้วยอักขระขอมโบราณสีดำสนิท มันคือ "ยันต์เกราะเพชรนิลกาฬ" ครึ่งแรกที่เขาสลักมันด้วยความเ็ปในป่าช้าเมื่อสิบปีก่อน
เขายื่นมือไปหยิบม้วนหนังมนุษย์จากถาดไม้ของบุหลันแดง ม้วนหนังนั้นยังคงมีกลิ่นคาวเืคละคลุ้งและสั่นระริกราวกับมีชีวิต สิงหราชไม่รอช้า เขาประกบแผ่นหนังนั้นเข้ากับแผ่นหลังซีกขวาของตนเองโดยตรง!
ฉ่าาาา!
เสียงเนื้อไหม้ดังสนั่นพร้อมกับควันสีดำที่พวยพุ่ง แผ่นหนังมนุษย์เริ่มหลอมละลายและซึมลึกลงไปในชั้นิัของสิงหราชราวกับกรดกำมะถัน อักขระสีเืบนแผ่นหนังดิ้นพล่านเหมือนฝูงปลิงที่พยายามเจาะทะลุกระดูกสันหลัง ความเ็ประดับที่สามารถทำให้ยอดฝีมือขาดใจตายได้ในเสี้ยววินาทีแล่นพล่านไปทั่วร่าง ทว่าสิงหราชกลับเพียงแค่กัดฟันกรอด รอยยิ้มแสยะกว้างขึ้นเรื่อยๆ
"เข้ามา! อักขระสวะ แค่นี้ยังทำข้าคันไม่พอด้วยซ้ำ!" เขาคำราม พร้อมกับเริ่มบริกรรมคาถาผสานยันต์ "โอม มหานิลกาฬ... ิญญาัง สันธานัง... จงกลืนกิน!"
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือผาไร้เงาก็ถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึน สายฟ้าสีม่วงฟาดเปรี้ยงลงมาที่ร่างของสิงหราช! ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่มันคือ "การตื่นขึ้น" ของบางสิ่ง...
ในห้วงจิตสำนึกของสิงหราช โลกทั้งใบกลายเป็สีแดงฉาน เบื้องหน้าของเขาปรากฏร่างของพระภิกษุชราในจีวรสีดำขาดรุ่งริ่ง ดวงตาของมันกลวงโบ๋และมีหนอนชอนไช มันคือ "ปรมาจารย์ทมิฬ" ผู้คิดค้นยันต์เกราะเพชรนิลกาฬเมื่อห้าร้อยปีก่อน ิญญาที่ถูกจองจำอยู่ในแผ่นหนังได้ถูกปลุกขึ้นมาเพื่อยึดครองร่างของสิงหราช!
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! ร่างกายอันสมบูรณ์แบบนี้ต้องเป็ของข้า! ข้าจะใช้ร่างของเ้าก้าวขึ้นเป็เทพเ้าแห่งไตรจักราราม!" ปรมาจารย์ทมิฬแผดเสียงหัวเราะกึกก้อง พลางพุ่งตัวเข้ามากางกรงเล็บิญญาหมายจะกระชากดวงจิตของสิงหราชให้แหลกสลาย
ทว่า สิงหราชในโลกแห่งจิตไม่ได้ขยับหนี เขาเพียงแค่ยืนเอามือไพล่หลัง มองดูิญญาอายุห้าร้อยปีด้วยสายตาที่สมเพชที่สุด
"เทพเ้างั้นหรือ?" สิงหราชแค่นหัวเราะ เสียงของเขาดังกังวานยิ่งกว่าอสนีบาต "ิญญาชั้นต่ำที่ต้องแอบซ่อนอยู่ในเศษหนังหมาเน่าๆ อย่างเ้า มีสิทธิ์อะไรมาพูดคำว่าเทพเ้าต่อหน้าข้า!"
ดวงตาของสิงหราชแปรเปลี่ยนเป็สีแดงชาดสว่างวาบ "เนตรอสูรระดับที่สาม: กลืนกินอนันตกาล!" ในห้วงจิตนั้น ร่างของสิงหราชขยายใหญ่ขึ้นจนบดบังผืนฟ้า เื้ัของเขาปรากฏเงาของมหาอสูรที่มีพันกรและเนตรนับหมื่นดวง ปรมาจารย์ทมิฬชะงักงัน ความอหังการเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วิญญา
"มะ... ไม่จริง! พลังอำนาจระดับนี้ เ้าไม่ใช่คน! เ้าเป็ตัวอะไรกันแน่!"
"ข้าคือคนที่เ้าไม่สมควรตอแย" สิงหราชยื่นมือขนาดั์ออกไปคว้าคอของปรมาจารย์ทมิฬ บีบจนิญญานั้นปริร้าว "และตอนนี้... เ้าจงกลายเป็สารอาหารให้ยันต์ของข้าซะ!"
สิงหราชอ้าปากกว้างและกลืนกินดวงิญญาอายุห้าร้อยปีนั้นเข้าไปทั้งเป็! เสียงกรีดร้องโหยหวนของปรมาจารย์ทมิฬดังก้องก่อนจะดับวูบไปตลอดกาล พลังมหาศาลจากจิตมารหลอมรวมเข้ากับสายเืของสิงหราช อักขระยันต์บนแผ่นหลังของเขาเชื่อมต่อกันโดยสมบูรณ์ เปล่งประกายสีดำขลับดุจเพชรที่สะท้อนแสงจากขุมนรก
ในโลกความเป็จริง...
ขณะที่สิงหราชกำลังหลับตาทำสมาธิผสานิญญาอยู่นั้นเอง สัญชาตญาณของบุหลันแดงก็ร้องเตือนถึงอันตราย!
เงาสีดำสามสายพุ่งทะยานขึ้นมาจากขอบหน้าผาที่ว่างเปล่า! ผาไร้เงาที่ไม่มีแสงเงา กลับปรากฏผู้ลอบสังหารที่ซ่อนตัวอยู่ใน "รอยแยกของมิติ" พวกเขาคือยอดฝีมือจาก "สมาคมหอคอยความลับ" สมาคมนักฆ่าที่ทรงอิทธิพลที่สุดในไตรจักราราม ผู้ที่รับงานนี้ด้วยค่าหัวที่สามารถซื้อเมืองได้ถึงสามเมือง!
"ตะปูตอกิญญา!"
นักฆ่าคนแรกสะบัดมือ ซัดลิ่มเหล็กสีดำสนิทที่อาบด้วยเืหญิงพรหมจรรย์เจ็ดคนพุ่งตรงเข้าใส่จุดตายที่ท้ายทอยของสิงหราชที่กำลังหลับตาอยู่ บุหลันแดงเห็นดังนั้นจึงกัดฟันกรอด นางรู้ดีว่าหากสิงหราชตาย นางก็ไม่มีทางรอด นางจึงกระโจนเอาตัวเข้าขวาง!
ฉึก! ตะปูตอกิญญาเฉี่ยวหัวไหล่ของบุหลันแดงไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด พิษร้ายแล่นเข้าสู่กระแสเืทำให้นางทรุดลงไปกองกับพื้น กระอักเืสีดำออกมาคำโต
"หึ นกต่อทรยศ..." นักฆ่าคนที่สองเย้ยหยัน ก่อนจะประสานมือร่ายอาคม "ข่ายมฤตยูไร้รูป" ตาข่ายที่ทำจากเส้นเอ็นศพมนุษย์นับร้อยเส้นรัดพันร่างของสิงหราชไว้อย่างแ่า "ได้จังหวะที่มันกำลังผสานอาคมพอดี! ตัดหัวมันซะ!"
นักฆ่าคนที่สามพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับ "ดาบตัดกรรม" ดาบโค้งที่สามารถฟันทะลุเกราะทุกชนิดบนโลก สับลงมาที่ลำคอของสิงหราชเต็มแรง!
เคร้งงงงงงงง!!!
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องจนแก้วหูแทบฉีก ทว่าสิ่งที่ขาดกระเด็นไม่ใช่ลำคอของสิงหราช แต่กลับเป็ "ดาบตัดกรรม" ที่หักสะบั้นเป็สองท่อน! ตาข่ายเส้นเอ็นศพที่รัดร่างของเขาอยู่ก็พลันะเิออกเป็เถ้าถ่านเพียงแค่เขากระเพื่อมกล้ามเนื้อ!
สิงหราชลืมตาขึ้น... ดวงตาสีดำนิลของเขาบัดนี้มีประกายสีแดงเืตัดขวาง รอยยิ้มอหังการปรากฏบนใบหน้า อักขระยันต์เกราะเพชรนิลกาฬบนแผ่นหลังของเขาสมบูรณ์แบบแล้ว ิัของเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กไหล อาคมทุกชนิดบนโลกไม่อาจระคายเคืองผิวเขาได้อีกต่อไป
"สมาคมหอคอยความลับงั้นหรือ..." สิงหราชหันไปมองนักฆ่าทั้งสามด้วยหางตา "ส่งเศษสวะมาขัดจังหวะเวลากินข้าวของข้า... พวกเ้ามีกี่หัวให้ข้าตัดกัน?"
นักฆ่าทั้งสามหน้าถอดสี พวกเขาไม่เคยเห็นใครรับดาบตัดกรรมด้วยิัเปล่าๆ ได้มาก่อน! สัญชาตญาณนักฆ่าบอกให้พวกเขาถอย ทว่ามันสายเกินไปแล้ว!
สิงหราชไม่ได้เดิน เขาเพียงแค่หายตัวไปจากจุดที่ยืนอยู่ และไปโผล่ตรงหน้านักฆ่าคนที่ถือดาบหักในเสี้ยววินาที! มือหนาคว้าหมับเข้าที่ใบหน้าของนักฆ่าผู้นั้น นิ้วทั้งห้าจิ้มทะลุกะโหลกศีรษะเข้าไปอย่างง่ายดายราวกับเต้าหู้
"นี่คือการตอบแทนที่เ้าทำดาบหักใส่เสื้อข้า"
โพล๊ะ! สิงหราชบีบกะโหลกของนักฆ่าคนนั้นจนแหลกคามือ เืและสมองสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ นักฆ่าอีกสองคนที่เหลือเบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง พวกเขาร่ายอาคมมิติเพื่อเตรียมจะมุดเงาหนี
"คิดจะหนีในอาณาเขตของข้า? ฝันไปเถอะ!"
สิงหราชกระทืบเท้าลงบนพื้นหินเพียงหนึ่งครั้ง "อาถรรพ์พสุธากัมปนาท!" คลื่นพลังสีดำแผ่พุ่งออกไปรอบทิศทาง ทำลายรอยแยกมิติของนักฆ่าจนพังทลาย นักฆ่าคนที่สองถูกคลื่นพลังกระแทกจนร่างขาดครึ่งท่อนบนอากาศ เืสีแดงสดสาดกระเซ็นย้อมหน้าผาหินให้กลายเป็สีชาด
เหลือเพียงนักฆ่าคนสุดท้ายที่ล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น มือไม้สั่นระริกจนไม่อาจจับอาวุธได้ สิงหราชเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ เขาปรายตามองบุหลันแดงที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้น ก่อนจะหันกลับมาหานักฆ่าที่กำลังสั่นกลัว
เขาใช้ปลายเท้าเชยคางนักฆ่าคนนั้นขึ้นมา "ข้าจะไว้ชีวิตเ้า... ไม่ใช่เพราะข้าเมตตา แต่เพราะข้า้า 'หมานำสาร'"
สิงหราชก้มลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบถึงขั้วกระดูก "จงกลับไปบอก 'เ้าหอคอย' ของพวกเ้า... ว่าถ้าอยากจะได้หัวของข้า ให้เตรียมโลงศพทองคำเก้าชั้นมาแลกเอาเอง และจงบอกพวกมันด้วยว่า..."
เขายืดตัวขึ้น แขนทั้งสองข้างกางออก แผ่รังสีแห่งจอมราชันย์อสูรที่ครอบงำทั้งผืนฟ้าและแผ่นดิน