ตอนที่ 53 สร้างขุมอำนาจ ?
ตอนที่ 53 ณ บริเวณใกล้ปากปล่องภูเขาไฟเมืองตี้เจิ้น ฉัวะ !! โฮ่ก !! ตึง !! ร่างของสัตว์อสูรระดับ 70 ตัวหนึ่งถูกฟันเข้ากลางลำตัวก่อนมันจะร้องออกมาเป็นครั้งสุดท้ายและล้มลงในที่สุดซึ่งสัตว์อสูรตัวนี้นั้นถูกจัดการด้วยผู้เล่นเพียงคนเดียวและผู้เล่นคนนี้นั้นเป็นผู้เล่นสายดาบที่หน้าอกเสื้อของเขานั้นมีสัญลักษณ์รูปดวงตาสีทองปักเอาไว้อยู่แต่ทว่าสัญลักษณ์ของบุคคลผู้นี้นั้นแตกต่างจากผู้อื่นอยู่บ้างเพราะบนสัญลักษณ์มีดาวสีทองหนึ่งดวงปักเอาไว้เคียงข้างและชื่อของเขาด้วยนั่นหมายถึงเขาไม่ใช่แค่ผู้เล่นธรรมดาในกิลด์แต่เขานั้นมีตำแหน่งด้วยและชื่อของเขาก็คือดาบมารปู้ชิงหลง สถานะตัวละครผู้เล่น : ดาบมารปู้ชิงหลงระดับ : 62อาชีพ : ยอดนักดาบสักกัด : กิลด์ GODEYE (ตำแหน่ง : ผู้บริหาร) “หึกระจอกชะมัด !!” ดาบมารปู้ชิงหลงพูดออกมาหลังจากจัดการสัตว์อสูรตรงหน้าได้เขาเดินเข้าไปเก็บของที่ดรอปมาให้เรียบร้อยก่อนจะมุ่งหน้าหาสัตว์อสูรตัวต่อไป “เราเข้ามาเล่นเกมส์นี้ได้สัปดาห์นึงแล้วสินะถ้าเป็นเวลาในเกมส์ก็เกินครึ่งปีแล้วไอ้พวกคนที่เล่นมาก่อนหน้านี้ตั้งแต่เกมส์เปิดตัวมันไปถึงระดับแปดสิบกว่ากันเองงั้นเหรอกระจอกโคตรไม่แปลกใจเลยที่กิลด์เราจะยึดครองทวีปมังกรทองได้ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์” ดาบมารปู้ชิงหลงเหยียดยิ้มดูถูกเหล่าผู้เล่นในเกมส์นี้ ซึ่งจากข้อมูลที่เขามีนั้นผู้เล่นในเกมส์นี้นิยมเก็บระดับกันเป็นปาร์ตี้เพราะมันสะดวกกว่าแตกต่างจากกลุ่มผู้บริหารอย่างพวกเขาที่ออกเก็บระดับคนเดียวทำให้ระดับขึ้นไวมากที่สำคัญพวกผู้เล่นในเกมส์นี้นั้นแทบไม่มีใครรู้เรื่องจุดอ่อนของสัตว์อสูรเลยต่างจากพวกเขาที่มีประสบการณ์เล่นเกมส์มามากจึงรู้ว่าเกมส์เสมือนจริงแบบนี้นั้นมักจะนิยมสร้างให้เหมือนจริงมากที่สุดรวมถึงใส่ระบบจุดอ่อนมาด้วยนั่นเอง “หือหัวหน้าระดับ 73 แล้วงั้นเหรอเนี่ยสมแล้วที่เป็นหัวหน้าที่เรียนสำเร็จวิชาการต่อสู้มาทุกแขนงต่างจากพวกเราเหล่าผู้บริหารที่เลือกเรียนกันคนละแขนงเท่านั้น” ดาบมารปู้ชิงหลงเปิดดูข้อมูลของกิลด์ก่อนจะเห็นว่าหัวหน้ากิลด์ของพวกเขานั้นระดับ 75 แล้วซึ่งต่างจากพวกเขาที่ยังอยู่ในระดับ 60 กว่ากันอยู่เลย ตัวดาบมารปู้ชิงหลงเองนั้นเลือกอาชีพสายดาบเนื่องจากเขาเรียนวิชาดาบมาจากนอกเกมส์จึงสามารถใช้วิชาดาบร่วมกับเกมส์เสมือนจริงแบบนี้ได้ตอนนั้นเองเขาก็เปิดดูบอร์ดกิลด์เพื่อดูว่าสมาชิกกิลด์คุยอะไรกันบ้าง “หือมีคนแข็งข้อที่เมืองชิวเทียนงั้นเหรอเหลือเชื่อยังมีผู้เล่นกล้าแข็งข้อในเมืองของยัยนั่นอีกงั้นเหรอเนี่ย” ดาบมารปู้ชิงหลงยิ้มออกมา “เสียดายที่เรื่องไม่ได้เกิดที่เมืองตี้เจิ้นที่เราดูแลอยู่ไม่งั้นเราคงออกไปตามล่าผู้เล่นที่กล้าแข็งข้อแก้เซ็งเองแล้วว่าแต่ยัยนั่นที่ดูแลเมืองชิวเทียนอยู่เป็นคนอาฆาตแค้นด้วยสิ !!” ดาบมารปู้ชิงหลงนึกถึงผู้บริหารที่ดูแลเมืองชิวเทียนอยู่ก็รู้สึกขนลุกขึ้นมา ยัยนั่นเป็นคนอาฆาตแค้นมีคนกล้ามาเหยียบจมูกในถิ่นตัวเองแบบนี้ไอ้เจ้าคนที่แข็งข้อนั่นคงได้โดนฆ่าจนกว่าจะเลิกเล่นเกมส์แน่ !! ดาบมารปู้ชิงหลงคิดในใจก่อนจะออกเดินหาสัตว์อสูรตัวต่อไป [สัตว์อสูรโกเล็มไฟ ระดับ 71 เตรียมจู่โจม !!] โฮ่ก !! เสียงโกเล็มไฟคำรามออกมาก่อนร่างของมันจะค่อยๆผุดขึ้นมาจากกองหินและเหวี่ยงหมัดใส่ดาบมารปู้ชิงหลงทันที ฟ้าว !! ตู้ม !! เสียงหมัดถูกเหวี่ยงออกมาแต่ดาบมารปู้ชิงหลงก็หลบได้และพุ่งเข้าไปโจมตีใส่บริเวณหน้าอกของมันทันที ฉัวะ !! โฮ่ก !! โกเล็มไฟร้องออกมาเมื่อโดนโจมตี “ชิ...ไอ้ระบบค่าความต่างของระดับนี่น่ารำคานจริงๆเลยโจมตีเข้าจุดตายแท้ๆแต่ลดเลือดพวกมันได้แค่ 3% สู้พวกเกมส์ FPS ก็ไม่ได้เกมส์พวกนั้นแค่ยิงโดนหัวก็ตายคาที่แล้ว” ดาบมารปู้ชิงหลงสบถออกมาด้วยความรำคานเขานั้นชอบเกมส์ FPS มากกว่าเพราะมันไม่มีข้อจำกัดเรื่องความต่างของระดับผู้เล่น (ไรท์ : เกมส์ FPS คือเกมส์แนวชู้ตติ้งหรือเกมส์ยิงในแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งนั่นเองซึ่งถ้าเป็นเกมส์ FPS สมัยนี้ที่ทุกคนน่าจะรู้จักก็เช่นพวกเกมส์ PUBG, Counter Strike, Freefire เป็นต้น) เมืองชิวเทียน “ว่าไงนะนี่พวกนายโดนผู้เล่นที่ไหนไม่รู้จัดการทั้งที่อยู่กันสิบกว่าคนเนี่ยนะ !!” เสียงตวาดของผู้หญิงร่างเล็กคนหนึ่งตวาดใส่กลุ่มคนที่เป็นลูกน้องของเธอซึ่งลูกน้องของเธอนั้นเป็นผู้ชายร่างใหญ่ทั้งหมดแต่พวกเขากลับไม่มีใครกล้าหือใส่ผู้เล่นหญิงร่างเล็กคนนี้แถมหนึ่งในผู้เล่นชายที่กำลังโดนด่านั้นก็มีระดับมากกว่าเธอด้วยแต่ก็ยังไม่กล้าปริปากบ่นอะไรที่ตนโดนด่าซึ่งคนที่กำลังโดนด่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเขาคือแมนจูและลูกน้องของเขานั่นเองสถานะตัวละครผู้เล่น : แมนจูระดับ : 65อาชีพ : ยอดนักดาบสักกัด : กิลด์ GODEYE ซึ่งผู้เล่นหญิงคนนี้ที่หน้าอกนั้นมีตราสัญลักษณ์รูปดวงตาและปักดาวสีทองหนึ่งดวงอยู่ด้านข้างด้วยซึ่งหมายถึงเธอเป็นถึงผู้บริหารนั่นเอง สถานะตัวละคร ผู้เล่น : ธนูมารฟ้าหมิงหมิง ระดับ : 60 อาชีพ : ยอดนักธนู สักกัด : กิลด์ GODEYE (ตำแหน่ง : ผู้บริหาร) “ขอโทษครับหัวหน้าเสี่ยวหมิงผมนึกไม่ถึงว่าจะเจอของแข็งผมน่ะก็แค่เก็บเงินค่าเข้าออกเมืองตามปกติแต่ยัยนั่นไม่พูดพร่ำทำเพลงโจมตีใส่พวกผมเลยยัยนั่นจะต้องระดับเกิน 70 แน่นอนเพราะขนาดที่ผมระดับ 65 แล้วยังโดนจัดการในพริบตาเลยครับไม่แน่บางทียัยนั่นอาจจะอยู่ในกลุ่มทำเนียบยอดยุทธเลยก็ได้ครับ” แมนจูพูดโกหกออกไปโดยไม่กล้าบอกออกไปว่าที่เขาโดนโจมตีเป็นเพราะจะไปลวนลามเขาก่อน “หนึ่งในผู้เล่นยอดยุทธงั้นเหรองั้นแสดงว่าจะต้องระดับ 75 ขึ้นสินะ” ธนูมารฟ้าหมิงหมิงพยักหน้าเพราะผู้ที่รั้งท้ายตารางทำเนียบยอดยุทธตอนนี้ระดับสูงถึง 75 เลยยังไงล่ะ “ว่าแต่ยัยคนที่เล่นงานพวกนายชื่ออะไร” ธนูมารฟ้าหมิงหมิงถาม “คือผมไม่ทราบครับเพราะยัยนั่นไม่ได้จัดการเล่นงานใครให้ตายก็เลยไม่รู้ว่ามีชื่อว่าอะไรครับ” แมนจูตอบเพราะถ้าเกิดหนึ่งในพวกเขาถูกฆ่าตายระบบจะแจ้งว่าถูกใครฆ่าตายด้วยนั่นเองแต่นี่เขาไม่มีใครตายเลยสักคนก็เลยไม่รู้ว่าผู้เล่นหญิงที่จัดการพวกเขาเป็นใคร “งั้นเหรอฉลาดเสียด้วยเอาเป็นว่าบอกรูปพรรณมาหน่อยแล้วกันเดี๋ยวฉันจะออกตามล่าเองต้องรีบจัดการก่อนที่คนอื่นในเมืองจะเอาเป็นเยี่ยงอย่างแล้วกล้าลุกขึ้นมาแข็งข้อ !!” ธนูมารฟ้าหมิงหมิงพูดออกมาด้วยสายตาอาฆาตแค้นที่กล้ามาก่อเรื่องในเมืองที่เธอควบคุมดูแลอยู่ “ครับยัยนั่นเป็นผู้เล่นสายนักสู้มุ่งหน้าไปทางตะวันตกไปทางป่าสามสีครับที่มือสวมสนับแขนที่ทำจากกระดูกรูปร่างหน้าตาก็แบบนี้....” แมนจูเริ่มอธิบายรูปพรรณของจันทร์วาดให้หัวหน้าของเขาฟัง “ดี...ป่าสามสีสินะพวกนายก็เตรียมคนเอาไว้เดี๋ยวฉันจัดการได้เมื่อไหร่ก็ขนคนไปดักรอที่จุดเกิดเลยพวกนายฆ่าซ้ำจนกว่ายัยนั่นจะเลิกเล่นเกมส์ไปซะ !!” ธนูมารฟ้าหมิงหมิงพูดก่อนจะหยิบธนูและกระบอกลูกธนูออกมาและเดินไปที่หน้าต่าง แอ๊ด !! ธนูมารฟ้าหมิงหมิงเปิดหน้าต่างออกไปก่อนจะเผยให้เห็นตัวเมืองตอนนี้เธอนั้นอยู่บนอาคารสูงห้าชั้นเธอหยิบลูกธนูมาใส่ลงไปบนคันธนูก่อนจะง้างและยิงออกไปยังอาคารที่อยู่ห่างออกไปยี่สิบเมตร ฉึก !! ลูกธนูนั้นพุ่งไปปักที่อาคารที่เธอเล็งเอาไว้ก่อนจะเล็งดอกต่อไปไปที่อาคารห่างออกไปสามสิบเมตรและสี่สิบเมตรก่อนจะยิงออกไปทันที ฉึก !! ฉึก !! ฉึก !! ฉึก !! ไม่เพียงเท่านั้นธนูมารฟ้าหมิงหมิงยังคงยิงธนูออกไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงระยะสามร้อยเมตรซึ่งมันเป็นบริเวณหน้าประตูเมืองพอดี แมนจูและลูกน้องมองดูการกระทำของธนูมารฟ้าหมิงหมิงด้วยความสงสัยว่าเธอกำลังทำอะไรทันใดนั้นเองจู่ๆธนูมารฟ้าหมิงหมิงเธอก็เก็บธนูและกระบอกธนูกลับเข้าไปในกระเป๋ามิติก่อนจะไปยืนที่ขอบหน้าต่างและใช้วิชาตัวเบาพุ่งออกไปทันที “เฮ้ย !!” แมนจูอุทานออกมาก่อนจะรีบวิ่งไปดูที่หน้าต่างก็เห็นว่าหัวหน้าของพวกตนธนูมารฟ้าหมิงหมิงนั้นกำลังเกาะอยู่บนลูกธนูที่ปักอยู่ที่อาคารห่างไปยี่สิบเมตรอยู่ก่อนจะเหวี่ยงตัวกระโดดไปที่ลูกธนูดอกถัดไปที่ยิงปักไว้ที่อาคารถัดไป ซึ่งจากที่แมนจูเห็นนั้นวิธีที่หัวหน้ากำลังใช้อยู่นั้นเหมือนกับพวกนักยิมนาสติกลีลาที่กำลังโหนบาร์อยู่ยังไงยังงั้น “แม่เจ้านี่หัวหน้าเดินทางด้วยวิธีแบบนี้เหรอเนี่ยถึงว่าไม่เคยเห็นหัวหน้าเดินในเมืองเลยที่แท้หัวหน้าก็อาศัยเดินทางบนหลังคาอาคารนี่เอง !!” แมนจูพูดออกมาเขานั้นไม่เคยเห็นผู้เล่นคนไหนเดินทางด้วยวิธีนี้มาก่อนเลย แมนจูมองดูหัวหน้าของเขาที่ค่อยๆกระโดดห่างออกไปเรื่อยๆจากหน้าต่างอาคารกิลด์ของเขาด้วยสายตาตกตะลึงไม่นานเขาก็เห็นร่างของหัวหน้าเขากระโดดข้ามกำแพงเมืองที่ห่างไปหลายร้อยเมตรออกไป “เฮ้ยไปเกณฑ์พวกเรามาเตรียมพร้อมไว้สักสองร้อยหัวหน้าส่งสัญญาณเมื่อไหร่ไปปิดล้อมอาคารออนไลน์ทันที” แมนจูหันไปสั่งลูกน้อง “ครับลูกพี่ !!!!!!!” ทางด้านจันทร์วาด “อ้าวหลันฮวามึงกำลังทำอะไรอยู่นั่น !!” จันทร์วาดมองดูหลันฮวาที่กำลังทำท่าทางแปลกๆอยู่ “โอ้ยหนูติดพิษสับสนอยู่พี่พิษนี่มันกวนชะมัดคิดจะเดินไปซ้ายร่างกายก็ก็ดันขยับไปขวาจะก้าวขาขวาก็ดันก้าวซ้ายออกไป” หลันฮวาพูดเธอนั้นพยายามทำตัวให้ชินกับพิษที่ได้รับมาอยู่ “อ๋อไอ้พิษนี้นี่เองกวนเอาเรื่องเลย” จันทร์วาดนึกถึงพิษสับสนที่เธอเคยโดนได้ “ใช่ดิพี่ตอนแรกก็ไม่เป็นไรหรอกนะแต่ไปๆมาๆหนูดันซวยโดนพิษนี้เข้าไปตั้งยี่สิบนาทีรอให้มันหมดอยู่เนี่ย” หลันฮวาบอก เหอะๆยี่สิบนาทีแสดงว่าโดนโจมตีไปมากกว่ายี่สิบครั้งสินะ !! จันทร์วาดคิดในใจก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋าหยิบเอายาแก้พิษออกมาและเดินเข้าไปหาหลันฮวา ป๊อก !! จันทร์วาดเปิดขวดยาแก้พิษก่อนจะเอามันยัดใส่ปากหลันฮวา “อี้เอาอาอัยอาอั่ยอากอู๋อี้ (พี่เอาอะไรมาใส่ปากหนูเนี่ย)” หลันฮวาพูด “แดกเข้าไปเหอะอย่าพูดมาก” จันทร์วาดบอกหลันฮวาได้ยินดังนั้นก็ไม่รอทำตามที่รุ่นพี่ของเธอบอกทันที [ผู้เล่นดื่มยาแก้พิษระดับกลางผู้เล่นได้รับสถานะต้านพิษเป็นเวลา 30 นาที] เสียงระบบแจ้งเตือนในหัวของหลันฮวาทำเอาเธอเบิกตาโพลงทันที “พะ...พะ...พี่นี่มันยาแก้พิษ !!” หลันฮวาอุทานออกมา “เออยาแก้พิษเป็นไงสถานะที่ติดมาหายหมดแล้วใช่มั้ย” จันทร์วาดถาม “ค่ะหายหมดแล้วว่าแต่ยานี่พี่มันเอามาจากไหนอ่ะในเมืองมีเควสแจกยาแก้พิษด้วยเหรอ” หลันฮวาตอบพลางถามถึงที่มาของยาแก้พิษ “กูปรุงเองน่ะอ่ะมึงเอาไว้ติดตัวแล้วกัน” จันทร์วาดพูดก่อนจะหยิบยาแก้พิษออกมาสิบกว่าขวดส่งให้หลันฮวา “ปรุงเองนี่พี่ปรุงยาเองเนี่ยนะยังไง...ไม่สิพี่ทำได้ยังไงอ่ะ !!” หลันฮวาอุทานออกมาเมื่อรู้ว่ายาแก้พิษสามารถปรุงเองได้ด้วย “ก็ปรุงด้วยสกิลปรุงยาสิวะว่าแต่ช่างเรื่องยามันเหอะมาคุยกันเรื่องกิลด์ไอ้ทิศมันดีกว่ากูอยากช่วยมันหน่อยมึงมีวิธีอะไรดีๆบ้างมั้ย” จันทร์วาดพูด “หือพี่นี่เป็นห่วงลูกชายจังเลยนะขนาดเรื่องในเกมส์ยังจะออกหน้าช่วยอีก” หลันฮวาพูดออกมา “ก็ให้ทำไงได้ลูกชายกูนี่นามันโดนรังแกพ่อแม่คนไหนรู้ว่าลูกโดนรังแกแล้วจะไม่ออกหน้าช่วยบ้างล่ะ” จันทร์วาดบอก “งั้นเหรอพี่นี่เป็นคุณแม่ดีเด่นจริงๆแต่การจะช่วยลูกพี่มันไม่ง่ายเลยนะตอนนี้กิลด์ GODEYE แข็งแกร่งมากลำพังแค่พี่คนเดียวคิดจะจัดการกับกิลด์นี้คงไม่ง่ายไม่สิแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย” หลันฮวาบอก “อ่าวถ้างั้นกูต้องทำไงล่ะ !!” จันทร์วาดถาม “อันดับแรกพี่ก็ต้องสร้างขุมอำนาจขึ้นมาเพื่อต่อกรน่ะสิ” หลันฮวาตอบ “ขุมอำนาจยังไงวะ ??” จันทร์วาดทำหน้างง “กิลด์ไงล่ะพี่อันดับแรกพี่ต้องสร้างกิลด์ !!” หลันฮวาพูดออกมาทำเอาจันทร์วาดอ้าปากค้างเพราะนึกไม่ถึงว่าเธอจะต้องมาทำอะไรอย่างสร้างกิลด์ จบ...