ในชั้นที่2ของถ้ำร้อยอสูรมีิญญาชายแก่กำลังมองเด็กหนุ่มที่สลบอยู่
"อืมมมจะปล่อยให้นอนไว้ยังงี้ก็คงไม่ได้สินะเอาล่ะ"ิญญาชายแก่ง้างมือขึ้นเตรียมจะตบลงที่ใบหน้าของเด็กหนุ่มที่กำลังสลบอยู่เพื่อปลุกให้ตื่น
ขณะที่ฝ่ามือกำลังจะถึงใบหน้าของเด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มก็ตื่นขึ้นเขาเห็นฝ่ามือกำลังจะตบลงมาที่เขา เขาจึงหลบทันที แรงลมจากการตบทำเอาเด็กหนุ่มเหงื่อออก หากเขาโดนตบไปหน้าของเขาคงบวมเต่งแน่ๆไม่รอช้าเขาก็หันไปมองผู้ที่ตั้งใจจะตบหน้าเขา!
"โธ่อาจารย์เองเรอะนึกว่าใครซะอีก แล้วนี่ผมยังไม่ตายสินะ ว่าแต่ผมรอดมาได้ไงหว่ารู้สึกตอนนั้นพลังของผมจะหมดไปแล้วผมก็สลบเลย"
"หึ!ไอ้ศิษย์โง่ตื่นมาก็พูดไม่หยุดเชียวนะงั้นข้าจะเล่าให้ฟังแล้วกัน ตอนที่เ้าใช้พลังในร่างกายจนหมดแล้วสลบไปเ้าม้าเพลิงนั่นก็ทนรับพลังที่มากเกินไปไม่ไหวทำให้พลังของมันทั้งหมดก็สลายไปหลังจากนั้นร่างกายของมันก็ค่อยๆสลายและตายตามไปเ้านี่ช่างโชคดีจริงๆ"
"ฮ่าๆๆมันแน่นอนอยู่แล้วล่ะอาจารย์ผมน่ะต่อให้เจอแบบนี้อีกสักร้อยครั้งก็รอดมาได้อยู่แล้-"
โป๊ก! "โอ้ย!อาจารย์มาเขกหัวผมทำไมเนี่ย?"
"ยังจะมาถามอีก!เฮ้อ~ทำไมฟ้าถึงส่งคนแบบนี้มาเป็ศิษย์ข้าด้วยยย"
"อาจารย์ฟ้าไม่ได้ส่งผมมาซะหน่อย"หลังจากทัสพูดจบราอูก็ประเคนกำปั้นใส่หัวทัสแต่ทัสคราวนี้หลบไปได้
"ฮ่าๆผมไม่โดนมุกเดิมๆหรอกนะอาจารย์"
โป๊ก! "โอ้ยเจ็บ!"
"หึ!จะหลบข้าเร็วไปร้อยปีไม่สิพันปีต่างหาก"
พอพูดคุยกันเสร็จทัสก็นึกถึงคำที่ราอูพูดถึงม้าเพลิงขึ้นมาได้
"อ๊ะอาจารย์ที่บอกว่าร่างของเ้าม้าเพลิงมันสลายไปก็หมายความว่ามันไม่มีเืให้เอามาวิวัฒนาการน่ะสิผมอุตส่าสู้แทบตายเลยนะ"ทัสพูดพร้อมกับทำท่าorz(ถ้าไม่รู้ว่าorzคืออะไรให้เปิดกูเกิลเอา)
"เอาน่าทัสอย่างน้อยเ้าก็ยังเหลือเ้ากระทิงนั่นนะ"
"หืมกระทิงงั้นหรอ กระทิง! ใช่!ผมยังเหลือเ้ากระทิงอยู่ฮ่าๆๆอย่างน้อยผมก็ไม่เสียแรงฟรี"ทัสกล่าวออกมาอย่างมาดีใจ
หลังจากพูดจบทัสก็นำเนื้อจากสัตว์ที่ตายไปมาย่างให้สุกและทำการนำเืของกระทิงมาแตะที่ดวงตาแล้วร่างกายของทัสก็เริ่มวิวัฒนาการ
"อั๊ก!"
อาการเกร็งตามกล้ามเนื้อโจมตีใส่ทัสและขณะเดียวกันตามิัของทัสก็ขับเืเสียออกมาจำนวนมากเมื่อเืเสียไหลออกหมดแล้วกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกายทัสเริ่มแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเนื้อและิักลายเป็สีดำเข้มและค่อยๆกลับเป็สีผิวตามปกติ มวลกล้ามเนื้อภายในค่อยๆเพิ่มสูงขึ้น
"ฮู่"ทัสถอนลมหายใจ
เมื่อร่างกายทัสกลับเป็ปกติเขารู้สึกได้ถึงพละกำลังและความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นเขาลองนำ"หอกทมิฬ"ออกมาและปักลงที่แขนของเขาอย่างแรง ปั๊ก!"หอกทมิฬ"แตกเป็เสี่ยงๆตอนนี้ร่างกายของเขาแม้แต่ดาบเหล็กก็คงจะฟันไม่เข้า
"เยี่ยม!เท่านี้ร่างกายของเ้าก็ยกขึ้นไปอีกระดับช่างน่าเสียดายจริงๆที่ดวงตาซ้ายของเ้าจะใช้ความสามารถของมันได้เฉพาะกับสิ่งมีชีวิตที่มีพลังชีวิตสูงส่งเท่านั้น"
ขณะที่ราอูพูด ทัสก็ไม่รีรอเดินไปหาเนื้อที่เตรียมไว้แล้วทำการกินอย่างตะกละตะกลาม
1 ชั่วโมงผ่านไป
"เอิ๊ก!"ทัสเรอออกมา
"เอาล่ะทัสก่อนจะไปต่อข้าจะบอกข้อมูลของชั้นต่อไปให้ ในชั้นต่อไปชื่อของมันคือปฐีแกร่งชั้นนี้จะเป็ที่ของเหล่าสัตว์ที่มีความแข็งแกร่งทางกายภาพสูงมากหากให้เทียบแล้วล่ะก็ต่อให้ใช้[หอกทมิฬ]แทงก็ทำได้มากที่สุดแค่แผลถลอกนิดหน่อยเท่านั้น เอาล่ะข้าจะบอกเ้าเพียงเท่านี้ส่วนวิธีต่อสู้เ้าก็ไปคิดเอาเองละกัน"ราอูพูด
"แค่เนี๊ย!อาจารย์ครับถ้าจะบอกละเอียดขนาดนี้ คราวหลังไม่ต้องบอกก็ได้นะครับ"
"งั้นรึเข้าใจแล้ว งั้นต่อไปข้าจะได้ไม่ต้องบอก"
"ผมประชดครับ!"
โป๊ก!
"โอ๊ย!อีกแล้วเขกหัวผมอีกแล้ว ทำไมอาจารย์ต้องเขกหัวด้วย"
เพี๊ยะ!
"อาจ๊ารย์!เปลี่ยนเป็ตบมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะครับ"ทัสร้องออกมา
'ชิ!ไอ้แก่เอ๊ย!ไอ้เฒ่าพันปีเอ๊-'
โป๊ก!
"เจ็บง้า!"
"หึๆๆบังอาจมาด่าข้าในใจก็สมควรแล้วล่ะเ้าน่ะหัดเก็บสีหน้าตอนด่าใครในใจหน่อยเถอะ"พอราอูพูดจบทัสก็ทำหน้านิ่งใส่ราอู
โป๊ก!
"พอแล้วไม่เอาแล้ว!ผมเข็ดแล้ว ขอเตรียมตัวไปชั้นต่อไปดีกว่า"ทัสจึงเดินไปเตรียมของ
ราอูที่เห็นทัสเดินจากไป ส่ายหัวไปมาแล้วจึงเข้าไปอยู่ในตัวทัส
ไม่นานหลังจากนั้น
หลังจากที่ทัสเดินไปได้ไม่นาน ร่างของทัสก็ยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหนทัสกำลังคิดถึงเื่ราวประสบการณ์ต่างๆั้แ่ที่เขานั้นตื่นขึ้นนั้นมันทั้งน่าตื่นเต้นและอันตราย โดยเฉพาะตอนที่เขาได้ต่อสู้กับอสูรศักดิ์สิทธิ์เขาได้ใช้พลังทั้งหมดของเขาไปในการสู้แต่ละครั้ง
และครั้งที่ผ่านมา ถ้าหากม้าเพลิงไม่สลายไปก่อนล่ะก็เขาก็คงจะตายไปแล้วอย่างแน่นอน เมื่อทัสคิดได้ดังนั้นดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็จริงจัง
'เฮ้อ!มันคงถึงเวลาเลิกเล่นได้แล้วสินะ'ทัสคิด
"อาจารย์!"ทัสะโออกมา
หลังจากที่ทัสกล่าวจบราอูก็ออกมาจากร่างทัสและพูดขึ้นว่า
"หึ!ในที่สุดเ้าก็เข้าใจถึงความอันตรายของที่นี่แล้วสินะทัสงั้นข้าก็จะสอนเ้าแบบจริงจังเลยแล้วกัน"สีหน้าราอูขณะพูดเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม
ในความจริงการสอนของราอูในก่อนหน้าเป็เพียงการฝึกพื้นฐานทั้งหมด เพราะเขารู้ว่าทัสไม่้าที่จะจริงจังในการต่อสู้เขาเพียง้าที่จะเล่นเท่านั้นตามประสาเด็ก แต่ตอนนี้ทัสได้เข้าใจและรู้แล้วว่าเขาจะมามัวเล่นอยู่ไม่ได้ เพื่อที่จะออกไปจากที่นี่เขาจะต้องทุ่มเทมากกว่านี้ทัสมองไปที่ราอู แต่ก่อนที่ทัสจะกล่าวบางอย่างออกมาราอูก็พูดขึ้นว่า
"ข้าจะฝึกแบบจริงจังให้กับเ้าแต่เ้าต้องจริงจังมากกว่านี้"ทัสได้ยินดังนั้นเขาก็กล่าวว่า
"ฮ่าๆๆต่อให้การฝึกยากแค่ไหน ผมก็ไม่กลัวหรอกอาจารย์"
"หึ!เริ่มฝึกตอนนี้เลยทัสในตอนนี้ถึงเ้าจะเก่งอยู่แล้วแต่มันก็ไม่มากพอที่จะเอาชนะบอสในชั้นต่อไปได้หรอกนะเพราะจุดอ่อนของเ้ามีอยู่มากมาย ตัวอย่างเช่น กำลังกายของเ้าจริงๆแทบไม่ต่างจากเด็กธรรมดาเลยสำหรับชั้นต่อไปและต่อให้เ้าใช้พลังของ"อาเมอร์ท๊อกซิน"แล้วก็ยังไม่ต่างจากสัตว์ทั่วไปที่อยู่ในชั้นที่3เลยแม้แต่น้อย เพราะอย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้าชั้นที่3เป็พื้นที่ของเหล่าสัตว์ที่มีพลังป้องกันและพละกำลังสูงมากแถมชั้นนี้เหล่าสัตว์จะสามารถต้านทานพิษและเวทมนตร์ในระดับเกือบสมบูรณ์และทำให้[หอกทมิฬ]หรือ[หมอกพิษ]ไร้ประโยชน์ไปในทันที"
ทัสที่ได้ยินราอูกล่าวก็ตกตะลึงถ้าหากเขาไม่บอกขอให้ราอูฝึกตนแบบจริงจังแล้วเดินหน้าไปชั้นต่อไปโดยหาวิธีเอาตัวรอดด้วยตัวเองคงต้องลำบากมากแน่ๆ
'ไอ้แก่นี่กะจะให้ตายเลยนี่หว่า'ทัสคิด
ส่วนราอูที่กำลังจ้องหน้าทัสก็หัวเราะและกล่าวว่า
"ทัสเ้าไม่ตายหรอกน่า ตัวเ้ามีความสามารถมากกว่าที่เ้าคิดอีกนะแถมเ้ายังเอาตัวรอดเก่งซะด้วย"
"อ๋ออย่างนี้นี่เอง"ทัสพูด
"แต่กว่าจะเอาตัวรอดได้ก็คงเสียแขนจริงๆของเ้าไปอย่างน้อยข้างนึงล่ะนะฮ่าๆๆ"
"อ๋ออย่างนี้นี่เอ- ซะที่ไหนเล่า! เสียแขนไปข้างนึงเลยนะ ข้างนึงน่ะใครจะยอมกันกัน"
"เ้านี่ช่างไม่มีอารมณ์ขันเลยนะทัสเอาล่ะกลับมาเข้าเื่กันต่อจุดอ่อนของเ้าโดยคร่าวๆก็มีเื่พละกำลังการเคลื่อนไหว และสัญชาติญาณ ก่อนจะไปชั้นที่3 เ้าต้องฝึกจนกลบจุดอ่อนทั้ง3อย่างนี้ให้ได้ก่อน เริ่มจากพละกำลังเลยแล้วกันทัสเ้าไปเอาหินไฟที่เ้าเคยยกมาซัก5ก้อนซิ"ทัสที่ได้ฟังก็ทำตามที่ราอูสั่งอย่างเร่งรีบ
/////
"แฮ่กๆๆเสร็จแล้วครับอาจารย์ ว่าแต่จะเอาหินพวกนี้มาทำอะไรกันล่ะเนี่ย?"
ราอูไม่ตอบเขาทำเพียงลอยไปใกล้ๆหินและสำรวจดูหินพวกนั้นอยู่ซักพักและกล่าวเรียกทัส
"ทัส!ทำลายหินพวกนี้ซะขอแบบเละเป็ผุยผงเลยนะ"ราอูบอกทัสด้วยท่าทีที่สบายๆ
"จัดให้"
หลังพูดเสร็จทัสก็เดินไปหยุดอยู่ที่ตรงหน้าหินทั้ง5ก้อนและเรียก"อาเมอร์ ท๊อกซินรูปแบบเกราะ"ออกมาเขาง้างแขนและระดมออกหมัดทั้งหมดเพื่อทำลายหินทั้ง5ก้อน
ตู้มๆ ๆ ๆ ๆ
และหินทั้งหมดก็กลายเป็ผุงผง
"แล้วอาจารย์ให้ทำลายทำไมอ่ะครับ?"ทัสถามราอู ส่วนราอูก็ยังคงไม่ตอบทัสเขาทำเพียงมองก้อนหินที่ตอนนี้กลายเป็ผงอยู่ไม่นานเขาก็พูดขึ้น
"ทัสเ้าจงเอาผงพวกนี้มาปั้นผสมกับลาวาเป็แท่งสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดเท่าแขนของเ้าซะ"
ทัสที่ได้ฟังก็ได้แต่บ่นอยู่ในใจ เพราะนอกจากราอูยังไม่ตอบคำถามของเขาแล้วยังจะมาสั่งโน่นสั่งนี่อยู่ได้แถมตอนนี้ยังจะให้เอาผงหินพวกนี้มาปั้นผสมกับลาวาอีกแต่สุดท้ายทัสก็ทำตามที่ราอูสั่งอย่างเคร่งครัด
5 ชั่วโมงต่อมา
"วู้ววว!เสร็จ-แล้ว-โว้ยยย"ทัสะโออกมาด้วยความเหนื่อยล้า
ในระหว่างที่เขากำลังทำการผสมหินกับลาวาเขาได้รู้ว่าพวกเศษผงหินที่แม้พวกมันจะมีขนาดเล็กแต่พวกมันกลับหนักมากและการนำลาวามาผสมก็ต้องใช้เวลาอย่างมาก เพราะลาวานั้นร้อนมากถึงแม้จะใช้"เพลิงทมิฬ"หุ้มมือไว้แล้วก็ตาม แถมในตอนที่ปั้นพวกเศษผงหินที่ผสมกับลาวาแล้วพวกมันหนักมาก มากกว่าตอนที่พวกมันเป็หินก้อนใหญ่ซะอีก
และเมื่อถามราอู เขาก็ตอบว่า
"หินพวกนี้เป็หินพิเศษยื่งพวกมันมีขนาดเล็กมันก็จะหนักมากขึ้นและสามารถกักเก็บความร้อนได้มากขึ้นอีกด้วย แต่ขนาดที่เล็กที่สุดที่มันรับได้คือขนาดเท่าฝ่ามือของเ้าส่วนทำไมข้าถึงไม่ได้ให้เ้าปั้นขนาดเท่าฝ่ามือนั่นก็เพราะขนาดเท่าแขนของเ้ามันจะใช้งานได้หลากหลายมากกว่าไงล่ะและเ้าคงจะงงสินะว่าทำไมตอนที่ทำเสร็จพวกมันกลับไม่หนักหรือร้อนซักเท่าไหร่ แต่ถ้าผ่านไปซัก2ชั่วโมงล่ะก็ หึๆๆๆมันคงจะหนักและร้อนกว่าหินไฟที่เ้าเคยยกเป็10ๆเท่าเลยล่ะเพราะฉนั้นเตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะทัส อ้อจริงสิ ที่บอกว่ากักเก็บความร้อนน่ะความร้อนของแท่งที่เ้าปั้นเสร็จไปมันคงจะร้อนน้อยกว่าลาวาแค่นิดเดียวเท่านั้นเ้าคงต้องใช้[เพลิงทมิฬ]หุ้มมือไว้ก่อนจะจับด้วยล่ะไม่งั้นมือของเ้าคงจะ.....ละลาย"ราอูพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
"ละลายเลยเรอะ!แล้วที่ให้เอาลาวามาผสมกันถ้าตอนนั้นผมไม่ได้ใช้[เพลิงทมิฬ]หุ้มมือไว้ก่อนคงจะละลายไปแล้วสินะและไหงตอนนั้นถึงบอกแค่ว่าไม่อันตรายหรอกถ้าใช้[เพลิงทมิฬ]หุ้มมือไว้......เดี๋ยวนะถ้างั้นหรอ ใช้คำว่าถ้างั้นหรอ หมายถึงถ้าผมไม่ใช้[เพลิงทมิฬ]ก็แย่น่ะสิหนอย!ไอ้แก่!ดันมาหลอกกันซะได้"ทัสะโขาคู่ใส่ราอู
"โฮะโฮะ โฮะ"ราอูหัวเราะพร้อบกับหลบทัส
และเื่ราวก็ดำเนินต่อไป~
To Be Continued
(โปรดติดตามตอนต่อไป)