บทที่30ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องการ(แก้คำผิดแล้ว)
“ข้าไม่ต้องการหรอกพวกท่านนี้ประหลาดจริงๆข้าเพียงแค่อยากช่วยแต่กับทำราวกับมันเป็นเรื่องผิดเหมือนกับที่ข้ามาที่นี้ครั้งแรกพวกท่านประหลาดจริงๆ”ชินหมิงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าปวดหัวหนักมากๆพร้อมกับกุมขมับเล็กน้อย และท่าทีของเขาทำให้เหล่าผู้อาวุโสหมดคำกล่าวใดๆเลย“เจ้าคิดว่ามีสิ่งใดในโลกที่ได้มาเปล่าๆเช่นนั้นหรือเจ้าต้องการสิ่งใดเจ้าหนู”
“ตาแก่นี้ข้าไม่ต้องการสิ่งใดจากท่าน ข้าปวดหัวมากตอนนี้ ข้ารู้แล้วข้าต้องการให้พวกท่านอยู่ห่างๆจากข้า ข้าจะไปนอน”ชินหมิงกล่าวออกมาด้วยแววตาโกรธและเดินจากไปพร้อมปิดประตูเสียงดังคำกล่าวของชายวัยกลางคนตอนนั้นถูกทำลายทิ้งทันที การกระทำของชินหมิงทำให้ผู้อาวุโสทั้งหมดอ้าปากค้างชายวัยกลางคนอึ้งจนพูดไม่ออก“เจ้าหนูนั้นมันรู้จักข้าแต่ไม่ได้แสดงท่าทีเคารพสักนิดเลย”
“ท่านบุตรแห่งพระเจ้าโปรดใจเย็นลงก่อนนะเจ้าคะ”หญิงสาวที่ได้ยินคำกล่าวนั้นก็กล่าวออกมาด้วยความกังวลว่าชินหมิงจะถูกสังหารพลังของชายวัยกลางคนหลั่งไหลออกมาจากร่างกายก่อนที่จะหยุดลง“น่าสนใจเอาละพวกเจ้าแยกย้ายไปผ่อนกันก่อน แล้วก็รักษาตนเองด้วย เจ้านำทางข้าไปพบหลินเอ๋อ”
ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาถึงห้องน้อยของบุตรสาวเขาเดินเข้ามาภายในและพบบุตรสาวที่แสนจะเข้มแข็งที่ยอมสละทุกอย่างเพื่อพี่สาวและยอมกรีดหน้าตัวเองโดยที่ไม่มีน้ำตาแม้เพียงหยดกำลังหลั่งน้ำตาออกมาสภาพของนางราวกับซากศพทำให้เขาปวดหัวใจอย่างช่วยไม่ได้ ชายวัยกลางคนเดินเข้ามานั่งที่เตียงและลูบหัวของนางเบาๆ
“หลินเอ๋อเจ้าเป็นอันใดกล่าวกับพ่อซิ”ชายวัยกลางคนกล่าวถามออกมาด้วยรอยยิ้มหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาพบว่าเป็นบิดาก็เข้ามากอดและร้องไห้ออกมาไม่หยุดเขาไม่เคยเห็นนางเสียใจเช่นนี้ตั้งแต่วันที่นางสูญเสียมารดาไป นางเข้มแข็งและแทนที่มารดาเพื่อพี่สาวของนางและเพื่อเขา แต่ตอนนี้นางกำลังอ่อนแออย่างถึงที่สุด“เพราะข้าเขาจึงเกือบตายเพราะความดื้อด้านของข้าทำให้เขาบาดเจ็บ เพื่อปกป้องข้า เขายอมแลกด้วยชีวิตท่านพ่อข้าเจ็บปวดเหลือเกินมันความรู้สึกอันใดกัน ทำให้หัวใจของข้าเจ็บปวดเช่นนี้”
“…..”ชายวัยกลางคนที่รับฟังคำกล่าวของบุตรสาวเขาทำได้เพียงแค่ถอนหายใจออกมาเบาๆแม้จะรู้อยู่แต่การมารับฟังคำกล่าวนี้ก็ทำให้เขาทำใจเชื่อได้ยากบุตรสาวคนโตของเขากำลังมีความรักที่แท้จริง“เจ้ารักเขา มันคือความรักหากเขาเจ็บเจ้าก็เจ็บ มันคือความรักที่แท้จริง”
“ข้ารักเขาเช่นนั้นหรือ”หญิงสาวสับสนนางนั้นนิ่งไปก่อนที่จะเริ่มหน้าแดงบิดาของนางหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขเมื่อความเศร้าของนางลดลง“จริงซิข้ายังไม่ได้กล่าวหรือว่าเจ้าหนุ่มนั้นฟื้นขึ้นมาแล้วละ”
“เขาฟื้นแล้วข้าจะไปหาเขา”ชายวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มหญิงสาวที่ได้ยินก็ลุกขึ้นและเตรียมตัวจากไปทันทีแต่ก็ถูกพลังดึงเอาไว้ก่อน“ไม่ต้องรีบพ่อไปหาเขามาแล้วแล้วก็ถูกไล่กลับมาเพราะว่าเขาจะนอน”
“เขาไล่ท่านพ่อได้หรือเขาสุดยอดจริงๆ”หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มชายวัยกลางคนคิ้วกระตุกบุตรสาวของเขาเข้าข้างชายคนอื่นไม่ช่วยเขาแล้วยังเห็นคนอื่นดีกว่าอีกตั้งแต่นางยังไม่ตบแต่งออกจากเรือนเลย เขาถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนที่จะดึงบุตรสาวมานั่งข้างกาย“เจ้าแน่ใจหรือว่าเป็นเจ้าหนุ่มนี้จริงๆ”
“ท่านพ่อคิดว่าจะมีชายคนใดพบหน้าข้าครั้งแรกกับกล่าวว่างดงามทั้งที่หน้าข้ามีแต่บาดแผล เขาไม่รังเกียจและยังชมและเขาทั้งเก่งรูปงาม และยังเป็นคนที่ยอดเยี่ยมในทุกด้าน การต่อสู้ หลอมโอสถและยังเป็นอาจารย์ที่ทำให้ศิษย์ทั้งวิหารเรียกเขาว่าอาจารย์อีกด้วย”หญิงสาวกล่าวชมชินหมิงออกมาไม่หยุดทำให้ชายวัยกลางคนพอที่จะเข้าใจเล็กน้อย“เอาละข้าจะพบเขาอีกครั้งเพื่อตรวจสอบความสามารถของเขา ส่วนเจ้าก็นอนเถอะพักบาง”
“เจ้าคะ”ทั้งสองคุยกันจนเสร็จชายวัยกลางคนเดินเข้ามายันพื้นที่ด้านนอกของวิหารเพื่อสำรวจเหตุการณ์การต่อสู้ทั้งหมดเขาจ้องมองมันก่อนที่จะถอนหายใจและมองขึ้นไปบนดวงจันทร์“ไม่คิดว่าวันที่ข้าตัดสินใจยากลำบากเช่นนี้จะมาถึงเอาละ ข้าคิดดีแล้ว เจ้าหนุ่มนี้แหละที่เหมาะสมกับตระกูลข้า”
สองวันต่อมา
กลางห้องโถงใหญ่ของวิหารตอนนี้ชายวัยกลางคนได้จัดพิธีมอบรางวัลให้กับชินหมิงและเขานั้นงุนงงมากเพราะเขาในตอนนี้อยู่ในฐานะแขกแล้วทำไมถึงมีการมอบรางวัลเช่นนี้แต่เขาทำได้เพียงรับเอาไว้เท่านั้น
“ความดีของชอบของเจ้ามากมายนักข้าจึงตัดสินใจมอบสี่สิ่งให้กับเจ้า หากเจ้าตกลงเข้าร่วมกับวิหารแห่งพระเจ้าเจ้าสนใจหรือไม่ แน่นอนข้าได้ฟังเรื่องการเดินทางของเจ้ามาแล้วเจ้าจะไม่ถูกผูกมัดภายในวิหารใด เจ้าสามารถเดินทางได้ตามต้องการ”ชายวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังชินหมิงที่ได้ยินก็ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เล็กน้อยถึงจะเป็นการแสดงก็เถอะ“เช่นนั้นก็ได้ข้าจะเข้าร่วมกับวิหารแห่งพระเจ้า หากพวกท่านไม่ผูกมัดข้ากับสิ่งใดแต่เมื่อมีภัยข้าไท่หยางพร้อมช่วยเหลือเสมอ”
“ดีดี ดี”ชายวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับได้โบกมือมีของสามชิ้นได้มาตั้งอยู่ด้านหน้าของเขาและชายวัยกลางคนก็ชักดาบออกมาและชี้มาที่หน้าของชินหมิงปลดปล่อยแสงสว่างออกมา“ข้า ไป๋เทียน ผู้นำตระกูลเทียนและบุตรแห่งพระเจ้าลำดับที่สองของมอบรางวัลให้แก่เจ้าไท่หยางกับความดีความชอบอันมากล้น การเสียสละการเป็นอาจารย์ การปกป้อง การต่อสู้ และการกำจัดความชั่วร้าย”
“ของสิ่งแรกคืออำนาจให้แก่เจ้าไท่หยาง ด้วยความรู้ ความสามารถ ความฉลาด และการสั่งสอนที่ยอดเยี่ยมเราต่อแต่งตั้งเจ้าเป็นนักบวชระดับกลาง นามของเจ้าในฐานะนักบวชคือนักบวชเพลิงสุริยะ นี้ตราของเจ้า”ไป๋เทียนกล่าวออกมาพร้อมกับมอบตราให้กับชินหมิงการกระทำของเขาทำให้ผู้อาวุโสตกตะลึงอย่างมาก“ของสิ่งที่สองคือปลอกแขนแห่งเปลวเพลิง ศาสตราวุธระดับสูงสุดหวังว่าเจ้าจะใช้มันเพื่อปกป้องวิหารอย่างสุดความสามารถ”
“ไอเทมระดับสูงสุด ปลอกแห่งเปลวเพลิงเพิ่มพลังป้องกัน +80
ผลเสริม การควบคุมเปลวเพลิง +90% ผลของไอเทมเปลวเพลิงเพิ่มขึ้น +70%”
“ของสิ่งที่สามคือ ดาบบินเพลิงตะวันศาสตราวุธระดับสุดยอด จงใช้มันเพื่อทำลายความชั่วร้ายที่เป็นภัยแก่ดินแดนและผู้คน”ไป๋เทียนยังมอบไอเทมให้กับชินหมิงอีกชิ้นแค่ชิ้นแรกก็ว่าโหดแล้วชิ้นที่โหดกว่าอีกชินหมิงเต็มไปด้วยความตกตะลึงภายในใจแต่ภายนอกเขานิ่งเอามากๆ ชินหมิงจ้องมองปลอกแขนขวาสีแดงภายในกล่องแรกและดาบบินสีแดงทองในกล่องที่สอง“ได้รับศาสตราวุธระดับสูงสุดและสุดยอดถึงสองชิ้นรางวัลมากไปหรือไม่”
“ไอเทมระดับสุดยอด ปลอกแห่งเปลวเพลิงเพิ่มพลังโจมตี+ 150
ผลเสริม พลังในการเจาะทะลุ+ 90% พลังธาตุเพลิง +90%ความเร็วในการบิน+150%”
ชินหมิงไม่ได้สนใจคำกล่าวที่เขาผู้อาวุโสจากวิหารหลักกำลังกล่าวคุยกันเลยตอนนี้เขาตกตะลึงจนกล่าวไม่ออกกับของที่ได้มาจากการสังหารผู้ใช้ความตายเพียงแค่ไม่กี่คนและผู้นำของพวกมันระดับเพียงเทวะสมุทรเท่านั้นเขาเริ่มรู้สึกว่ามันแปลกๆแล้ว
“ของชิ้นสุดท้าย ด้วยอำนาจของเรา เราจะรับเจ้าเป็นศิษย์ส่วนตัวของเรา”ไป๋เทียนกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบางอย่างบนหน้าของเขาชินหมิงที่ได้ยินก็ตกใจไม่แพ้กับคนอื่นเช่นกัน“นี้ท่านแน่ใจหรือแต่ข้าไม่ได้อยากเป็นศิษย์ท่านนะ”
“ไม่ต้องห่วงข้าแน่ใจและข้าเตรียมการฝึกฝนเอาไว้สำหรับเจ้าแล้วละ”ไป๋เทียนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม ชินหมิงอ้าปากค้างด้วยความตกใจก่อนที่จะตั้งสติกลับคืนมาความคิดบางอย่างพุ่งเข้ามาภายในหัวของเขาทันที“ไม่ซิความคิดที่จะมีอาจารย์เป็นตาแก่นี้ก็ไม่ได้แย่เขาแข็งแกร่งจะเรียกว่าแข็งแกร่งมากๆก็คงไม่ผิดการได้เขาเป็นอาจารย์มันจะช่วยให้ความแข็งแกร่งของเราเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลถึงจะไม่คิดว่าจะมาตกอยู่ในสภาพประหลาดแบบนี้ก็เถอะแต่เท่านี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วละที่ยอมเจ็บตัว”