ฟู่ว!
เลือดสีแดงพุ่งสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าเผยให้เห็นร่างไร้ศีรษะร่วงตกกระแทกพื้นดิน สิ่งที่ยังคงมีชีวิตท่ามกลางศพมากมายคือมนุษย์สวมใส่ชุดเกราะสีดำยืนด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ
การต่อสู้ที่ถูกบังคับต้องหลบให้ได้ตลอดกินพละกำลังไปไม่น้อย ถึงแม้ทุกการหลบจะถูกคำนวณมาเป็นอย่างดี การรับมือกับมอนสเตอร์มากถึง 821 นับว่ามากเกินกว่าที่ฮันเตอร์เพียงคนเดียวจะทำได้ ยอร์ชกลับทำให้ทุกคนอึ้งอีกครั้งเพราะเขาฆ่ามอนสเตอร์เลเวล 30 ไปได้ทั้งหมด 5 ตัวทั้งที่เขาเป็นเพียงเลเวล 24
“ ยอร์ช นายยังเหลือพลังไหม ฉันอยากให้นายช่วยเหลือคนอื่นๆ ตอนนี้ยังไม่น่าจะมีใครตาย แต่ก็น่าจะมีคนบาดเจ็บ นายสามารถช่วยพวกเขาได้ไหม ”
“ ผมยังเคลื่อนไหวได้อยู่ จะลองพยายามดูนะครับ ”
ยานรบขนาดกลางบินขึ้นไปบนท้องฟ้า บนยานสามารถบรรทุกฮันเตอร์ได้ราว 15 คน
เพียงแต่ว่าด้านบนมีเพียงยอร์ชที่กำลังควบคุมมัน แม้จะเป็นเรื่องยากที่ต้องควบคุมยานด้วยตัวเองเพียงลำพัง เขากลับทำให้ทุกคนเห็นว่าสามารถทำได้
ยานรบค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากจุดที่มอนสเตอร์จำนวนมากนอนตาย ไม่นานมันก็ลอยขึ้นไปสูงจนเกือบจะถึงก้อนเมฆ
หลายคนสงสัยว่ายอร์ชกำลังทำสิ่งใด ขณะที่ทุกคนสงสัย ด้านหน้าของยอร์ชปรากฎหน้าจอมากมาย แต่ละจอใช้ควบคุมปืนใหญ่ 1 กระบอก บนยานรบที่เขาใช้มีปืนใหญ่เพียง 15 กระบอก ซึ่งจออื่นที่เสริมเข้ามาใช้สำหรับคำนวณข้อมูลหลายอย่าง ทั้งทิศทางลมและพลังงานที่ขัดขวางการพุ่งของวิถีกระสุน
[ เดี๋ยวสิ เขาจะยิงปืนจากบนนี้เหรอ มีแต่ไซบอร์กที่เลเวลเกินกว่า 40 เท่านั้นที่ทำได้ เขายังเลเวลไม่ถึง 40 เลยนะ]
ไซบอร์กทุกคนที่เลเวลมากกว่า 40 จะติดตั้งชิปเข้าสู่สมองเพื่อช่วยในการคำนวณ แม้จะเป็นการสร้างภาระให้สมองแต่กลับให้ผลดีมากไม่น้อยเมื่อต้องควบคุมเทคโนโลยีพร้อมๆกัน
“ ยิง! ”
สิ้นเสียงพูดของยอร์ช ปืนกระบอกหนึ่งปลดปล่อยลำแสงพลาสม่ามุ่งหน้าเข้าหาฮันเตอร์คนหนึ่งจากกิลด์สิบศาสตรา เขากำลังถูกมอนสเตอร์รุมล้อมจนต้องนำบาเรียออกมาคลุมร่างปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ท่ามกลางการทุบตีของมอนสเตอร์เพื่อรอให้คนอื่นเข้ามาช่วยเหลือ
ม่านพลังที่สร้างขึ้นคงอยู่ได้ไม่นาน แต่ละด้านเต็มไปด้วยรอยปริแตกจากการทุบของมอนสเตอร์ ทันทีที่ลำแสงพลาสม่าพุ่งตกลงไปใกล้ๆ มันได้ฆ่ามอนสเตอร์ไปมากมายเปิดทางให้ชายที่หลบอยู่ภายในม่านพลังรู้ตัวว่าจะต้องทำเช่นไร
เพียงแค่มองขึ้นไปบนท้องฟ้าพบเจอเข้ากับยานรบกำลังชาร์จพลัง เขาจึงตัดสินใจเก็บม่านพลังแล้ววิ่งไปยังจุดที่ยานลอยตัวอยู่ เนื่องจากว่ามันกำลังปลดปล่อยพลุเรียกให้คนมารวมตัวกัน
ยอร์ชตัดสินใจเปิดเผยความสามารถบางส่วนเพราะอยากให้กิลด์สิบศาสตราให้ความสำคัญเขามากขึ้นกว่านี้ มันส่งผลดีต่อเขามากกว่าปกปิดหลายๆสิ่งเอาไว้ นอกจากจะป้องกันคนที่คิดจะเล่นงานเขาแล้ว ยังมีโอกาสที่เขาจะได้รับสิ่งดีๆจากกิลด์ เช่น ไอเทมหายากบางอย่าง
บู้ม!
ลำแสงพลาสม่าพุ่งกระแทกพื้นอีกตำแหน่ง ฆ่ามอนสเตอร์ไปหลายร้อยเพื่อช่วยเปิดทางให้กับฮันเตอร์อีกคน ไม่นานหลังจากนั้นผู้ชมเริ่มมองเห็นลำแสงถูกยิงออกไปถี่รัวโดยจุดที่กระสุนตกกระทบอยู่ใกล้ฮันเตอร์กิลด์สิบศาสตราทั้งหมด แม้จะไม่ใช่การล็อกเป้าที่หัวมอนสเตอร์ แต่การควบคุมของยอร์ชก็ถือว่าทำได้ไม่เลว เขาสามารถยิงเปิดทางโดยไม่ทำให้ฮันเตอร์ถูกลูกหลงได้
ภายใต้กระสุนนัดแล้วนัดเล่ายิงลงมาจากยาน ฮันเตอร์จากกิลด์สิบศาสตราที่ตกอยู่ภายใต้การถูกรุมล้อมเริ่มวิ่งแหวกกลุ่มมอนสเตอร์มารวมกัน ต่อให้คนที่ใช้พลุสัญญาณหลักก็ไม่เว้น เขาพยายามวิ่งเข้าไปหายานเช่นเดียวกับคนอื่นๆจนทำให้ด้านหลังเต็มไปด้วยมอนสเตอร์วิ่งไล่ตามมา
“ ไอ้พวกสารเลว อย่าอยู่เลย ”
ระเบิดเวลาเลเวล 30 โยนทิ้งเอาไว้ด้านหลัง โอกาสใช้งานมาถึงแล้วพวกเขาจึงไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไป
มอนสเตอร์ที่วิ่งตามสัมผัสได้ถึงอันตรายจากสิ่งที่มนุษย์โยนทิ้ง พวกมันจึงพยายามเผาให้ไม่เหลือซาก ระเบิดกลับแตกตัวออกมาก่อนทำให้พวกมันหลายร้อยตกอยู่ท่ามกลางพลังงานความเข้มข้นสูงกลืนกินร่างจนตาย
“ ต้องช่วยฝั่งนั้นด้วยสินะ ”
ยอร์ชเห็นว่าสมาชิกกิลด์สิบศาสตราเอาตัวรอดได้แล้ว จึงหันหัวยานไปยังทิศทางที่กิลด์ลูดร้าพยายามต่อสู้กับมอนสเตอร์ ก่อนจะยิงพลุสัญญาณหลักแล้วกระหน่ำปืนใหญ่เปิดทางให้พวกเขามารวมตัวกัน หากกิลด์ทั้งสองไม่ร่วมมือคงไม่สามารถกวาดล้างมอนสเตอร์ภายในเกทแห่งนี้ได้
บู้ม บู้ม บู้มบู้ม บู้มบู้ม!
วูฟรู้สึกพอใจกับยอร์ชไม่น้อย การจะพายานรบเข้าสู่เรดเกทเป็นเรื่องยากเพราะมันต้องใช้พื้นที่ในแหวนเก็บของขนาดใหญ่ ภารกิจของยอร์ชกลับทำให้เขานำยานออกมาได้ การระดมยิงของยานช่วยให้คนที่เข้าไปสามารถร่วมกลุ่มได้อีกครั้ง กระทั่งคนทั้ง 99 มารวมตัวกันใต้ยาน พวกเขาต่างก็สร้างรูปแบบการต่อสู้ขึ้น โดยทิศเหนือจะรับหน้าที่ดูแลจากกิลด์สิบศาสตรา ส่วนทางทิศใต้จะเป็นหน้าที่ของกิลด์ลูดร้า
ทันใดนั้นยานรบที่บินบนฟ้าได้ทิ้งหัวรบไปยังทิศเหนือและทิศใต้อย่างละลูก ส่งผลให้เกิดระเบิดขนาดใหญ่กลืนกินพื้นที่ไกลกว่า 1 กิโลเมตร สังหารมอนสเตอร์ไปนับพัน
ยอร์ชมองดูความเสียหายพลางกัดฟัน เขาอยากได้ค่าประสบการณ์จากพวกมัน มอนสเตอร์ที่ตายไปเมื่อครู่น่าจะทำให้เขาเก็บค่าประสบการณ์ได้สักเลเวล ถึงแม้เลเวลจะเริ่มอัพยากแล้วก็ตามที จำนวนมอนสเตอร์ภายในที่แห่งนี้นับว่ามากไม่น้อย
[ ภารกิจเสร็จสิ้น ]
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นถี่รัว ยอร์ชลองสร้างภารกิจใหม่ด้วยการนำปืนใหญ่ทุกรูปแบบในร้านค้าเลเวล 3 ออกมาแสดง จากการคำนวณของเขาแล้ว ชีวิตของฮันเตอร์ระดับ D ทั้ง 99 มีค่ามากกว่าอาวุธที่เขาขอ
เพียงไม่ถึง 30 วินาทีกิลด์ลูดร้าและกิลด์สิบศาสตราก็ได้ส่งกุหลาบมาตามคำขอจนเขาต้องนำปืนใหญ่ออกมาวางบนพื้นดิน แล้วปล่อยให้ไอรีนควบคุมยานเพื่อยิงสนับสนุนจากด้านบน
“ มันคือของที่ได้จากระบบ ใครใช้มันได้ช่วยกันใช้เร็วเข้า ”
ไม่มีการแบ่งกิลด์ สิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันในครั้งนี้คือการเอาชีวิตรอดไปให้ได้ ไซบอร์กแต่ละคนรีบเชื่อมต่อกับปืนใหญ่ก่อนจะยิงโจมตีมอนสเตอร์ในทิศทางที่ฮันเตอร์เปิดช่องว่างให้จนตกตายไปหลายตัว
เหล่านักเวทที่หลบเข้ามาด้านหลังแทงค์เริ่มขยับตัว พวกเขาสามารถใช้สกิลได้เต็มที่แล้วเพราะมีคนระวังให้จึงปลดปล่อยสกิลเข้าใส่มอนสเตอร์รอบๆจนทำให้เกิดการโจมตีขนาดใหญ่มากมาย
ไม่ว่าจะเป็นพายุเปลวไฟ อุกกาบาตที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง หรือแม้กระทั่งมีสายน้ำร่วงตกลงมาจากท้องฟ้า มีแม้กระทั่งมังกรสายฟ้าพุ่งเข้ากลืนร่างมอนสเตอร์
ภายใต้การสนับสนุนของนักเวท เปิดโอกาสให้แนวหน้าที่ต้องสู้ระยะประชิดมีช่องว่างในการต่อสู้มากยิ่งขึ้นจากจำนวนมอนสเตอร์ที่ลดน้อยลงไป แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันยังคงมุดขึ้นมาจากพื้นดินจนมีจำนวนมากต้องนับจนตาลาย
ยอร์ชเห็นเช่นนั้นจึงสั่งให้ไอรีนปลดปล่อยหัวรบอีกครั้งจนทำให้มอนสเตอร์หายไปอีกหลายร้อย ทว่ายานรบกลับร่วงตกลงมาที่พื้นหลังจากถูกลูกธนูขนาดใหญ่พุ่งเข้าชนจนปีกระเบิดกลางอากาศ
เมื่อไม่มียานสนับสนุนบนท้องฟ้าเขาจึงโฟกัสไปที่การต่อสู้บนพื้นแทน โดยเน้นไปที่การใช้สกิลกล้องกระแทกและกล้องปะทะเข้าช่วยเหลือคนอื่นๆเพื่อสร้างจังหวะ
ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องเสี่ยงออกไปล่ามอนสเตอร์แล้ว หน้าที่ของเขาคือสนับสนุนแนวหน้า ยอร์ชจึงสร้างภารกิจที่ทำให้เขาได้ปืนจำนวนมากออกมาไล่ยิงมอนสเตอร์จนพวกมันตายไปทีละตัว
กระสุนทุกนัดที่ยิงออกไปล้วนแล้วสังหารมอนสเตอร์ได้ทั้งหมด ซึ่งการต่อสู้ในเรดเกทครั้งนี้ดูง่ายดายกว่าก่อนหน้านั้นมาก เพราะทุกคนที่เข้ามาคือเลเวล 30 แล้วยังเป็นคนที่มีฝีมือดีจากสองกิลด์ใหญ่ หลังจากเปิดทางให้ทุกคนมารวมตัวกันแล้ว เขาแทบไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะทุกคนรู้หน้าที่ของตนเองว่าจะต้องทำอะไรให้มอนสเตอร์ตายได้มากที่สุด
“ ใครกระสุนหมดบอกผมนะ ”
“ มีใครอยากได้โพชั่นไหม ”
ของจำนวนมากนำออกมาจากภารกิจ ท่ามกลางมอนสเตอร์ที่ค่อยๆลดจำนวนลงนี้เอง ไอรีนกลับตรวจพบการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ใต้พื้น มันไม่ได้มีเพียง 1 จุดแต่มีมากถึง 10 จุด แต่ละจุดที่ตรวจสอบได้มีพลังมากถึง 31 ยังไม่ทันจะได้รายงานกลับมีฮันเตอร์พูดสิ่งที่เจอให้คนอื่นๆฟัง นับว่าการลุยเกทในครั้งนี้ เขาได้เข้ามาใกล้ชิดกับมืออาชีพจึงไม่ต้องทำอะไรมากอย่างที่คิดเอาไว้
ตึง โฮก!!!
ร่างสูงใหญ่โผล่ออกมาจากพื้นดิน ลักษณะของมันไม่ต่างจากมอนสเตอร์รอบๆ เพียงแต่ว่ามีความสูงมากถึง 50 เมตร ยอร์ชเห็นขนาดร่างกายอันใหญ่โตถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่าเขาจะต้องมาเผชิญหน้ากับบอสที่มีร่างกายใหญ่โตมากถึง 10 ตัวพร้อมกัน