“แม่! แม่จ๋า!”
เด็กน้อยะโสุดเสียงสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความใ ภาพฝันชัดเจนราวกับเกิดขึ้นเมื่อวาน ไม่รู้คืนวันผ่านมานานเท่าไรนับแต่วันที่ซัดเซพเนจรข้ามเมืองน้อยใหญ่จนมาถึงเหลิงอาน เมืองหลวงแคว้นต้าฉางความเป็เด็กทำให้ผู้ใหญ่หลายคนเอ็นดูให้ติดสอยห้อยตาม ทั้งเดินเท้า นั่งรถม้าหรือแม้กระทั่งล่องเรือมาตามลำน้ำสายหลักของแคว้นสิ่งที่เด็กน้อยพอจะตอบแทนผู้มีพระคุณเ่าั้ได้ ก็มีเพียงออกแรงช่วยงานเล็กน้อยเท่าที่เด็กสามารถทำได้เท่านั้นเอง
เด็กน้อยมาถึงเหลิงอานได้สามวันแล้ว และจำต้องแยกจากผู้ใหญ่ใจบุญที่ยอมให้ร่วมทางมาด้วยภาระหนักจากการทำมาหากินเลี้ยงตัวไม่เอื้ออำนวยให้จุนเจือใครได้อีกเด็กน้อยจึงต้องช่วยตัวเองอีกครั้ง
อาเสีย...แสงอรุโณทัยของแม่ผู้เป็มารดาเรียกหนูน้อยแบบนี้
เมื่อหิวหนักก็ไปขอข้าวที่วัดกินหรือไม่ก็ขอจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาด บางครั้งก็ได้ บางครั้งก็ไม่ได้ บ่อยครั้งที่นางขอใช้แรงงานแลกอาหารมาแต่ไม่เคยคิดจะลักขโมยเลยสักครั้ง
แต่เด็กขอทานมีมากนักในเมืองหลวง ความ้าอาหารมีมากกว่าคนที่จะจุนเจือการแก่งแย่งและ่ชิงกันเท่านั้นคือหนทางประทังชีวิต คนอ่อนแอเป็คนที่ต้องทนหิวไปอีกมื้อเมื่อคืนวานอาเสียก็เป็หนึ่งในจำนวนนั้น
พระอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้าบรรยากาศรอบตัวขมุกขมัวด้วยไอหมอก เด็กหญิงกอดกระชับผ้ากระสอบเก่าขาดวิ่นที่หามาได้จากกองขยะให้กระชับกับร่างกายเพื่อกันความหนาวเย็นได้เวลาจะต้องไปจากที่นี่แล้ว เพราะอีกไม่นานจุดที่ใช้นอนเป็ ‘บ้าน’ มาตลอดคืนจะกลายเป็แผงขายผักเพื่อเลี้ยงปากท้องเ้าของสถานที่แท้จริง
เด็กหญิงกุมท้องด้วยความหิว รู้สึกถึงการบีบตัวของกระเพาะตามตรอกยังเห็นเพื่อนร่วมชะตากรรมอันแสนโหดร้ายอีกหลายคนบ้างโดดเดี่ยว...บ้างมีพวกมีพ้อง เด็กน้อยย่ำเท้าไปตามถนนจุดหมายปลายทางคือวัดใหญ่กลางเมือง หวังว่าเช้านี้คงจะได้อาหารสักนิดก็ยังดี
แม้ฟ้าเพิ่งสางแต่ประตูหน้าวัดก็แน่นขนัดไปด้วยขอทานทั้งชายหญิง เด็กและผู้ใหญ่ ความหิวโหยชักพาให้ทุกคนมารวมตัวกันเมื่อประตูวัดเปิดออกทุกคนต่างเบียดเสียดเพื่อแย่งกันเข้าไปโดยไม่สนว่าคนที่ถูกผลักจนล้มลงไปนั้นจะเป็เด็กหรือคนแก่
อาเสียถอดใจ เดินถอยออกมาจากหน้าวัด เด็กหญิงตัวเล็กและผอมอย่างคนขาดอาหารไม่ควรเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงในตลาดน่าจะมีหนทางจะหาอะไรใส่ท้องได้บ้างเด็กน้อยตัดสินใจถอยหลังหันกลับไปทางเดิม
ตลาดยามพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเด็กหญิงแวะเข้าไปถามตามแผงค้าขายต่าง ๆ
“ขายแรงแลกอาหาร...ขายแรงแลกอาหารเ้าค่ะ”ปากน้อยๆ พร่ำวนซ้ำไปซ้ำมาขอความเห็นใจจากผู้ใหญ่ใจบุญ
เดินเกือบรอบตลาดกว่าจะได้หมั่นโถวมาหนึ่งลูกเด็กหญิงห่อมันใส่ชายเสื้อกุมไว้แน่น ตั้งใจหาที่หลบไปนั่งกิน แต่พอก้าวขาเดินเข้าไปในตรอกอาหารที่เพิ่งได้มาก็หลุดลอยเพราะเด็กชายตัวโตผลักอาเสียจนร่างผอมเล็กกระเด็นหมั่นโถวลูกน้อยกลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้น
มือใหญ่คว้าไปถือไว้ “ของข้า”
“ไม่ใช่!” อาเสียเถียงทว่าอีกคนไม่สนใจ ฟันซี่โตนั้นกัดลงบนอาหารที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของนางมันกินไปอย่างหิวโหย แม้อาเสียตัวเล็กกว่าแต่แรงฮึดสู้นั้นมี เด็กหญิงเอาหัวพุ่งเข้ากลางลำตัวเด็กอ้วนหมั่นโถวลูกสีนวลเป็อิสระอีกครั้ง คนตัวเล็กกว่ารีบคว้าเข้ามากัดได้เพียงหนึ่งคำก็ถูกกระชากแขนพลันรู้สึกเจ็บจนชาที่หน้า นางถูกฝ่ามือใหญ่ตบเข้าเต็มแรงอาเสียร้องโอยแต่ก็ยังสู้ยิบตา
สุดท้ายเด็กน้อยแพ้หลุดลุ่ย สูญทั้งหมั่นโถวแถมยังถูกกำปั้นรัวทุบจนน่วมไปทั้งตัวเด็กหญิงน้ำตาไหลพรากคลานออกมาจากตรอกเล็กข้างทาง มีบางคนที่หันมามอง...แต่ก็แค่นั้นการชกต่อยเพื่อแย่งอาหารกันเป็เื่ที่เห็นจนชินตาของเด็กเร่ร่อนข้างถนน อาเสียปล่อยโฮ
...เมืองหลวงไม่เห็นน่าอยู่อย่างที่คิด
ขณะเดียวกันนั้น หยางเอ๋อร์เพิ่งกลับจากไปทำบุญที่วัดเป็เวลาอย่างน้อยสามวันในหนึ่งอาทิตย์ที่หญิงสาวจะทำอย่างนี้เงินที่ได้จากหยาดเหงื่อแบ่งไปทำบุญ นางอธิษฐานจิตทุกวันทุกคืนให้ชีวิตในภพหน้าไม่เป็ดังเช่นทุกวันนี้นางออกจากที่พำนักก็เฉพาะยามเช้า ที่อาณาจักรของหยางเอ๋อร์นางมีชื่อเสียงเลื่องลือและเป็ที่หมายปองทว่าเมื่อออกมาสู่โลกภายนอกสิ่งที่ได้รับมีเพียงสายตาดูแคลนหยามเหยียด
พ้นตรอกถัดไปก็จะถึงที่พำนักของนางแล้ว แต่หยางเอ๋อร์สะดุดหูกับเสียงร้องไห้และไม่อาจตัดใจทำเมินเฉยได้หญิงสาวจึงเดินเข้าไปจนเกือบสุดตรอกและได้พบเด็กคนหนึ่งซุกตัวอยู่ข้างเข่งใส่เศษผัก นางค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้ตัวเด็กคนนั้น
ใบหน้าเล็กที่บวมปูดนั้นเงยขึ้น ผมเผ้ากระเซิงตาคู่เล็กจ้องมองมาอย่างหวาดหวั่น ร่างบางกระจ้อยเริ่มสั่นเทาด้วยความกลัวหยางเอ๋อร์ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ มือเรียวขาวจนเกือบซีดนั้นยื่นออกไปหมายจะััตัวของเด็กน้อย
อาเสียเขยิบตัวถอยหนีด้วยความระแวงกว่าจะพาร่างกายบอบช้ำหลบเข้ามาในตรอกได้ช่างยากเย็น
“หิวไหม” เสียงอ่อนหวานถามขึ้นเด็กหญิงตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมองดวงหน้าที่อยู่ใกล้
น้ำเสียงอ่อนโยนนัก ท่าทางเป็คนใจดี
“หิวสิ...” เด็กน้อยตอบคำถามนั้นอย่างแ่เบาพร้อมยื่นมือผอมแห้งออกไปรอรับอาหารด้วยความหวัง
“ไปกับข้า” นางชวนอย่างน้อยก็ควรจะทำแผลและมอบอาหารให้เด็กคนนี้ก่อน
มือเล็กที่ยื่นมารอนั้นหดกลับทันควันพร้อมตอบเสียงห้วน“ไม่!”
หยางเอ๋อร์จึงถามขึ้น “ทำไม กลัวพาไปขายหรือไร”
เด็กน้อยพยักหน้ารับตามซื่อ ก้มหน้ามองพื้นดินมิรู้อย่างไรหยางเอ๋อร์จึงเกิดความรู้สึกถูกชะตากับเด็กน้อยยิ่งนักอาจจะเป็เพราะความเด็ดเดี่ยวไม่เชื่อคนง่ายนักกระมัง
“ไม่ขายหรอก จะให้กินข้าว นี่เ้าเป็หญิงหรือชายล่ะ”หญิงสาวถามเนื่องจากสภาพที่เห็นนั้นแยกเพศได้ยาก แต่พอเดาอายุได้น่าจะราวสิบปี
“ผู้หญิง...”
คำตอบทำให้หยางเอ๋อร์รู้สึกพอใจ นางเชยคางเล็กๆขึ้นพิศ อาบน้ำอาบท่าเสียหน่อยก็จะน่ามอง หญิงสาวลุกขึ้นพร้อมยื่นมือให้เด็กหญิงครุ่นคิดอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนยื่นมือเล็กผอมที่เขรอะไปด้วยฝุ่นผงให้จับ
“กลับบ้านกัน” หญิงสาวบอกแต่อาเสียกลับนิ่งไม่ก้าวขาเดิน หยางเอ๋อร์ถึงชักชวนอีกครั้ง“ไม่อยากกินข้าวแล้วหรือ”
ความหิวทำให้เด็กน้อยพยักหน้า นางยินยอมเดินตามผู้หญิงหน้าตาสะสวยพร้อมทั้งใจดีไป
เมื่อถึงประตูข้างสำนักนางโลมฮวาหงหยางเอ๋อร์พาเด็กหญิงจากท้ายตรอกเดินลัดเลาะผ่านสวนไปยังบ้านพักหลังเล็กด้านหลังหอในสวนมีหญิงสาวมากหน้าหลายตาออกมานั่งกินมื้อเช้าและพูดคุยกันที่โต๊ะหิน ทุกคนต่างสนใจมองดาวเด่นของหอจูงเด็กตัวผอมกะหร่องในเสื้อผ้าขะมุกขะมอมเดินผ่านไป
“พาเด็กที่ไหนมา” หญิงร่างอวบอิ่มที่สวมชุดสีฉูดฉาดถามขึ้นอาเสียหันไปตามเสียง
“เด็กใหม่หรือ...ขี้ริ้ว” อีกคนถามและสรุปอย่างไม่รอคำตอบ
“ผู้ชาย...” หญิงสาวคนที่จับมือแน่นบอกออกไปอาเสียไม่พูดอะไร ปล่อยให้นางจูงเข้าไปในบ้านหลังเล็ก
“ผู้หญิงนะ ไม่ใช่ผู้ชายเสียหน่อย” อาเสียที่ทนเงียบมาตลอดทางแย้งขึ้น
“รู้...แต่ถ้าอยากอยู่กับข้าต้องเป็ผู้ชาย”
เด็กหญิงทำหน้างวยงง “ยังไม่ได้บอกว่าจะอยู่...แค่มากินข้าว” ขาคู่เล็กก้าวถอยหลัง
“อืม...กินข้าว” หยางเอ๋อร์เว้นจังหวะ คิดว่าไม่ควรเร่งรัดเด็กน้อยจนเกินไป“กินข้าว...ทำแผลก่อน แล้วคุยกัน”หญิงสาวดวงหน้าสวยแถมยังน้ำใจงามฉุดแขนน้อยให้กลับมายืนกลางห้องก่อนเดินย้อนกลับออกประตูบ้านไป สักพักนางกลับเข้ามาพร้อมอาหารพูนถ้วย อาเสียรีบรับมาเมื่อนางยื่นให้ก่อนชะงักด้วยนึกได้ว่าต้องพยายามรักษาอาการ
ต้องค่อยๆ กินช้าๆ อย่างระมัดระวังต้องทำตัวดีๆ น่าเอ็นดู ผู้ใหญ่ไม่ชอบเด็กกิริยาไม่งาม...แม่เคยสอนไว้