ศีรษะของเขาปวดร้าวราวกับจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ
ความรู้สึกแรกที่หลินเย่รับรู้ได้คือความเ็ปอันแสนสาหัสที่บีบคั้นอยู่ภายในกะโหลก ตามมาด้วยภาพความทรงจำนับไม่ถ้วนที่ไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก สองกระแสธารแห่งชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกำลังปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อเกิดเป็วังวนแห่งความสับสนที่พร้อมจะฉีกกระชากสติสัมปชัญญะของเขาให้แหลกสลาย
ภาพหนึ่งคือตึกระฟ้าที่ทิ่มแทงท้องฟ้า รถยนต์ที่วิ่งขวักไขว่บนถนนลาดยาง แสงสีนีออนในยามค่ำคืน และหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เขาคุ้นเคย... นั่นคือชีวิตของเขาในศตวรรษที่ 21 บนดาวเคราะห์ที่เรียกว่า "โลก"
อีกภาพหนึ่งคือโลกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานลี้ลับที่เรียกว่า "พลังิญญา" เหล่าผู้อัญเชิญผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถทำพันธสัญญากับอสูรจากต่างมิติได้ สัตว์อสูรในตำนานที่โลดแล่นอยู่บนผืนดินและฟากฟ้า... นี่คือโลกแห่ง "ชางหลาน"
"อึก..."
หลินเย่พยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เปลือกตาของเขารู้สึกหนักอึ้งราวกับมีหินถ่วงไว้ เขามองเห็นเพียงเพดานไม้เก่าๆ ที่มีหยากไย่เกาะอยู่ตามมุมห้อง กลิ่นอับชื้นของไม้เก่าและฝุ่นละอองลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ
นี่ไม่ใช่ห้องพักของเขา... ไม่ใช่เลย
เขาลองขยับร่างกาย แต่กลับรู้สึกอ่อนแอและไร้เรี่ยวแรงอย่างน่าประหลาด ราวกับว่านี่ไม่ใช่ร่างกายของเขาเอง ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมเริ่มผุดขึ้นมาอย่างช้าๆ... เด็กหนุ่มชื่อ "หลินเย่" เหมือนกัน แต่ชะตากรรมของเขานั้นช่างน่าอดสู
เขาคือทายาทคนสุดท้ายของตระกูลหลินที่ล่มสลาย ตระกูลที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ถึง "ผู้พิทักษ์แห่งป่าบูรพา" อันยิ่งใหญ่ แต่แล้วกลับถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็ฏ ถูกริบทรัพย์สินและตำแหน่ง ถูกสังหารล้างตระกูลจนแทบสิ้นซาก เหลือเพียงเขาที่รอดชีวิตมาได้อย่างน่าสมเพช ใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ในบ้านหลังเล็กที่ผุพังหลังนี้ เ้าของร่างเดิมเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความเกลียดชัง แต่กลับไร้ซึ่งพลังที่จะทำสิ่งใดได้ สุดท้ายจึงล้มป่วยและจบชีวิตลงด้วยความตรอมใจ... และนั่นคือ่เวลาที่ิญญาของเขาจากโลกได้เข้ามาแทนที่
"กลับชาติมาเกิด... งั้นหรือ?" หลินเย่พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าและไม่คุ้นหู
เขาค่อยๆ พยุงร่างที่อ่อนแอลุกขึ้นนั่งบนเตียงไม้ที่แข็งกระด้าง ก่อนจะเดินโซเซไปยังกระจกสำริดบานเล็กที่มุมห้อง ภาพที่สะท้อนออกมาคือใบหน้าของเด็กหนุ่มอายุราวสิบห้าสิบหกปี ผิวซีดเซียว โครงหน้าดูดีแต่ซูบตอบ ทว่าสิ่งที่ทำให้หลินเย่ต้องหยุดชะงักคือดวงตาคู่นั้น... มันเป็ดวงตาของเขาเอง ดวงตาที่ลุ่มลึกเกินวัย ฉายแววแห่งความสุขุมและเยือกเย็นราวกับห้วงราตรีอันไร้ที่สิ้นสุด
แต่แล้ว จู่ๆ ความเ็ปที่ขมับก็ปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรง!
ครั้งนี้มันไม่ใช่ความทรงจำของเด็กหนุ่มหลินเย่คนนี้ แต่เป็ภาพที่เก่าแก่กว่านั้นมาก... ราวกับเป็ตราประทับที่ถูกเผาไหม้ฝังลึกลงไปในแก่นิญญาของสายเืตระกูลหลินทุกคน!
ภาพที่ปรากฏขึ้นในหัวของเขาคือลานพิธีกรรมโบราณใต้แสงจันทร์สีเื บรรพบุรุษของตระกูลหลินในชุดเกราะเต็มยศกำลังจะผนึกอสูรร้าย เถาอู้ ลงในมิติที่คุมขัง ทว่าในวินาทีสำคัญนั้นเอง ชายผู้หนึ่งที่ยืนเคียงข้างในฐานะสหายร่วมรบและพันธมิตรที่ไว้ใจที่สุด... บรรพบุรุษของตระกูลจิน... กลับแทงกระบี่ทะลุแผ่นหลังของบรรพบุรุษตระกูลหลินอย่างเืเย็น!
ภาพของการทรยศหักหลังอันน่ารังเกียจ... แววตาที่ตกตะลึงและเ็ปของผู้ถูกหักหลัง... และรอยยิ้มอันชั่วร้ายของผู้ทรยศที่ก้าวขึ้นไปรับความดีความชอบจากการผนึกอสูรแต่เพียงผู้เดียว พร้อมทั้งใส่ร้ายป้ายสีตระกูลหลินว่าเป็ผู้ที่พยายามจะปลดปล่อยอสูรเสียเอง
ความทรงจำนั้นจบลงด้วยภาพของเปลวเพลิงที่เผาผลาญคฤหาสน์ตระกูลหลินจนวอดวาย เสียงกรีดร้องโหยหวน และคำสาปแช่งสุดท้ายของบรรพบุรุษที่ก้องกังวานอยู่ในสายเื...
"อ๊ากกกก!"
หลินเย่ทรุดลงกับพื้น มือทั้งสองข้างกุมศีรษะที่ปวดร้าว เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว ความรู้สึกอัปยศอดสู ความโกรธแค้น และความเกลียดชังที่สืบทอดกันมานานนับร้อยปีได้ะเิขึ้นในใจของเขาราวกับูเาไฟ มันไม่ใช่ความรู้สึกของเ้าของร่างเดิมอีกต่อไป แต่บัดนี้มันได้หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับิญญาของเขาแล้ว
"ตระกูลจิน..." หลินเย่เค้นเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจหอบกระชั้น "นี่คือรากเหง้าของความรุ่งโรจน์จอมปลอมของพวกเ้าสินะ... ความรุ่งโรจน์ที่สร้างขึ้นบนกองกระดูกและเกียรติยศของตระกูลหลิน!"
เวลาได้ผ่านไปนานนับร้อยปี เื่ราวในอดีตได้เลือนหายไปจนกลายเป็เพียงตำนานที่ถูกบิดเบือน ตระกูลหลินที่เคยยิ่งใหญ่กลายเป็เพียงชื่อของฏที่ถูกลืมเลือน ในขณะที่ตระกูลจินกลับรุ่งเรืองขึ้นจนกลายเป็หนึ่งในตระกูลขุนนางที่ทรงอำนาจที่สุดในจักรวรรดิเทียนเฟิง และทายาทรุ่นปัจจุบันของพวกเขา... จินฮุย... คือดวงดาวที่เจิดจรัสที่สุดในหมู่คนรุ่นใหม่ เป็อัจฉริยะที่ทุกคนต่างชื่นชม
แต่สำหรับหลินเย่แล้ว ชื่อของจินฮุยคือสัญลักษณ์ของความอยุติธรรมทั้งหมด คือตัวแทนของหนี้เืที่ตระกูลจินต้องชดใช้!
ทว่า... ท่ามกลางความทรงจำอันสับสนและเกลียดชังนั้นเอง พลันมีภาพแปลกประหลาดแทรกเข้ามา มันเป็ภาพของเส้นสายพลังงานที่สลับซับซ้อนและงดงามราวกับแผนที่ดวงดาว เป็โครงสร้างของสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็ "ิญญา" พร้อมกับคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยแต่กลับเข้าใจความหมายของมันได้อย่างน่าประหลาด
'รหัสต้นกำเนิด'... 'ตำหนิแห่งิญญา'...
และคำที่สำคัญที่สุด... 'การหลอมสร้างิญญา'
คำเหล่านี้ผุดขึ้นในใจของเขาโดยไร้ที่มา ราวกับเป็ความรู้ที่ติดตัวเขามาั้แ่เกิด มันไม่ใช่ความทรงจำจากโลก และก็ไม่ใช่ความรู้ของเ้าของร่างเดิมในโลกชางหลาน แต่มันเป็สิ่งที่ลึกล้ำกว่านั้น... ราวกับเป็เศษเสี้ยวความทรงจำจากตัวตนอื่นที่หลอมรวมเข้ากับิญญาของเขาในระหว่างการกลับชาติมาเกิด
หลินเย่ยังไม่เข้าใจมันทั้งหมด แต่เขารู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่านี่คือไพ่ตายเพียงหนึ่งเดียวของเขา คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เขาสามารถยืนหยัดขึ้นได้ในโลกที่โหดร้ายใบนี้
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์ที่ปั่นป่วน ความแค้นที่สืบทอดมานับร้อยปีนั้นสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าในตอนนี้คือการเอาชีวิตรอดและแสวงหาพลัง เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งพอที่จะลบล้างมลทินให้แก่บรรพบุรุษ และแข็งแกร่งพอที่จะทำให้ตระกูลจินต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำ!
แล้วโอกาสนั้นก็อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว...
ความทรงจำอีกส่วนหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน มันคือประกาศสำคัญที่เขาได้ยินมาก่อนที่จะล้มป่วย... การสอบคัดเลือกเข้าสถานศึกษาิญญาเทวะ จะจัดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า!
สถานศึกษาิญญาเทวะ คือสถาบันอันดับหนึ่งของจักรวรรดิเทียนเฟิง เป็หนทางเดียวที่คนตกอับอย่างเขาจะสามารถพลิกชะตาชีวิตของตนเองได้
"สามวัน..." หลินเย่กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
เขาเดินกลับไปที่กระจกสำริดอีกครั้ง สบตากับเงาสะท้อนของตนเอง ร่างกายนี้อาจจะอ่อนแอ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความแค้นและความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันมอดดับ
"บรรพบุรุษตระกูลจิน... จินฮุย... หนี้เืที่พวกเ้าติดค้างตระกูลหลินมานานนับร้อยปี ถึงเวลาที่ต้องชดใช้แล้ว" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและหนักแน่น "ข้า หลินเย่ ทายาทคนสุดท้าย ขอสาบานด้วยิญญาว่าจะทวงคืนทุกสิ่งที่เป็ของเรากลับคืนมา... และสถานศึกษาิญญาเทวะ คือก้าวแรกของข้า!"
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านรอยแตกของหน้าต่างไม้เก่าๆ เข้ามาในห้อง ขับไล่ความมืดมิดและหนาวเหน็บออกไป เช่นเดียวกับความมุ่งมั่นที่ได้ขับไล่ความสิ้นหวังออกจากใจของหลินเย่ การเดินทางเพื่อทวงคืนเกียรติยศและชำระหนี้แค้นที่ยาวนานนับศตวรรษ... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว