“ข้ามีบางอย่างที่คิดไว้ในใจแล้วล่ะเ้าค่ะ ว่าแต่ท่านเล่า..อยากได้สิ่งใดเป็พิเศษหรือไม่เ้าคะ"
“อยากได้สิ่งใดหรือ..อืม ข้ากำลังจะได้เลื่อนขั้นทางการทหาร คงไม่มีสิ่งใดเหมาะสมไปกว่าการมีอาวุธคู่ใจดีๆ สักชิ้นกระมัง แต่เื่เช่นนี้สตรีอย่างเ้าคงไม่รู้หรอก ช่างมันเถิด! อิงเอ๋อร์เตรียมสิ่งใดไว้ให้ข้า ข้าก็ล้วนดีใจทั้งสิ้น”
หญิงสาวซ่อนรอยยิ้มขมขื่นเอาไว้ในใจ นางรู้ดีว่าจุดประสงค์ของฟู่หนานซีย่อมเป็ดาบในมือของหลินสวิน แต่เมื่อครู่คำกล่าวของนางยังไม่ชัดเจนอีกหรือว่านางจะ้าจะปกป้องพี่ชาย เหตุใดฟู่หนานซีจึงยังคงดึงดันไม่หยุด
“จริงสิ! ข้าได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพมอบดาบเก่าแก่สมบัติของตระกูลหลี่ให้กับคุณชายหลินมาเล่มหนึ่งมิใช่หรือ แม้สตรีอย่างข้าจะไม่มีความรู้เื่อาวุธก็ขอให้ข้าได้มีโอกาสเห็นมันสักครั้งได้หรือไม่” หรั่นเซียงหยูทำตาลุกวาวพร้อมกับมองไปยังดาบข้างกายหลินสวินท่าทางตื่นเต้น
หลี่จื่ออิงขมวดคิ้วแน่นรู้สึกว่ามีบางเื่ผิดปกติ ชาติก่อนบิดาของนางมอบดาบเล่มนั้นให้กับหลินสวินั้แ่เมื่อวานต่อหน้าบ่าวไพร่ในจวนมากมาย จนข่าวแพร่สะพัดออกไปเป็ที่รู้กัน
แต่ชาตินี้เป็เพราะการปรากฏตัวของนาง บิดาจึงยังไม่ทันได้มอบดาบให้กับหลินสวินและเพิ่งจะมอบให้เขาเมื่อเช้านี้เอง คนในจวนบางคนยังไม่รู้เื่เลยด้วยซ้ำ ข่าวไม่ควรกระจายออกไปถึงหูคนภายนอกได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
“ไม่มีเื่ใดที่ปกปิดคุณชายฟู่กับคุณหนูหรั่นได้เลยสินะ” หลินสวินแค่นเสียงกล่าวในลำคอ
“ท่านแม่ทัพมอบดาบประจำตระกูลให้ข้าจริงๆ หากพวกท่านอยากชมข้าก็ไม่ขัด”
ดาบตรงสองคมสีดำสนิท ทำขึ้นมาจากโลหะ 5 ชนิดผสมด้วยแก่นแท้ของไฟยาวราวสามฉื่อ (1 ฉื่อ ประมาณ 30 เิเ) ถูกวางลงบนโต๊ะ แม้ว่าสีของมันจะเป็สีดำแต่เมื่อแสงแดดกระทบเข้ากับลวดลายแม่น้ำไหลบนตัวดาบก็ส่องประกายวาบออกมาดูทรงพลังยิ่งนัก
“ดาบดีจริงๆ!! สมแล้วที่เป็สมบัติเก่าแก่ของสกุลแม่ทัพใหญ่! หากข้าได้มันไว้จะมีความสุขเพียงใดหนอ วาสนาของคุณชายหลินช่างดีนัก! ไม่ว่าสิ่งของล้ำค่าเพียงใดท่านก็ไม่จำเป็ต้องลงทุนลงแรงเลยแม้แต่น้อย” ฟู่หนานซีเอ่ยชมแกมประชด
“คุณชายฟู่! ข้านับถือท่านจริงๆ เพียงแค่มองปราดเดียวท่านก็รู้แล้วว่าเป็ดาบดี เสียดายนักที่สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ไม่ได้อยู่ในมือของคนที่รู้จักคุณค่าของมัน” หรั่นเซียงหยูช่วยย้ำอีกหนึ่งประโยค
นางรู้ดีว่าสิ่งที่หลี่จื่ออิงเกลียดที่สุดก็คือข่าวลือเื่ที่ว่าท่านแม่ทัพจงใจเลี้ยงดูหลินสวินไว้เป็บุตรเขยแต่งเข้า หากจี้จุดเื่ที่หลินสวินได้ทุกสิ่งทุกอย่างมาโดยง่ายเมื่อใด อีกไม่นานหลี่จื่ออิงย่อมอาละวาดเป็แน่!
ตามที่คาดหลี่จื่ออิงมองไปที่ดาบบนโต๊ะตาไม่กะพริบ เอื้อมมือไปลูบทับทิมสีอำพันที่ฝังอยู่บนดาบแ่เบา
“ดาบเล่มนี้เป็สมบัติเก่าแก่ของสกุลหลี่ แม้แต่ข้าที่ไม่รู้จักอาวุธก็ยังมั่นใจได้ว่าดาบเล่มนี้อย่างไรก็ต้องเป็ดาบชั้นยอด” หลี่จื่ออิงดันดาบกลับเข้าฝักไว้ตามเดิม
แววตาของฟู่หนานซีทอประกายระยับขึ้นมาทันควัน เขาคิดไม่ผิดต่อให้หลี่จื่ออิงจะเลอะเลือนไปชั่วครู่ แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ นางย่อมเลือกตนเป็คนสำคัญอันดับหนึ่งอยู่แล้ว
“อิงเอ๋อร์ เป็เ้าที่ดีกับ.."
คำพูดของฟู่หนานซียังไม่ทันจบประโยค เขากับหรั่นเซียงหยูก็เป็อันต้องอ้าปากค้างโดยพร้อมเพรียงกัน
“หากพี่สวินนำมันออกมาใช้ บรรพบุรุษสกุลหลี่คงจะมีความสุขนะเ้าคะที่ไม่ได้ปล่อยให้สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ต้องถูกทอดทิ้งอยู่บนหิ้ง” หญิงสาวใช้มือทั้งสองข้างประคองดาบเหล็กหนักอึ้งส่งคืนให้กับหลินสวิน
หลินสวินรับเอาดาบไปกำไว้แน่น หัวใจของเขาเต้นเร็วผิดจังหวะไม่รู้ว่าตนเองกำลังใหรือดีใจกันแน่กับการกระทำของหญิงสาว เขาแทบจะไม่กล้าหายใจเข้าออกเลยด้วยซ้ำเพราะเกรงว่าตนเองจะตื่นจากความฝัน
“เอาไว้โรงประมูลซุนหวอเปิดการประมูลเมื่อใด ข้าจะชวนคุณชายฟู่ไปร่วมประมูล พวกเราอาจจะได้เจออาวุธดีๆ สักชิ้นก็ได้นะเ้าคะ ข้ารับปากท่านว่าหากท่านถูกใจ ไม่ว่าจะต้องใช้เงินเท่าใดข้าก็จะประมูลมันมาให้ท่านเป็ของขวัญดีหรือไม่”
ใบหน้าหล่อเหลาของฟู่หนานซีเปลี่ยนเป็สีเหลืองอึมครึมเต็มไปด้วยความหึงหวงเดือดดาล ดาบเล่มอื่นจะเหมือนกับดาบเก่าแก่สมบัติตระกูลหลี่ได้อย่างไรกัน!
“เ้าไม่รู้หรืออิงเอ๋อร์ ว่าสมบัติสกุลหลี่ย่อมคู่ควรกับคนสกุลหลี่เท่านั้น”
“คุณชายฟู่ เื่นี้ข้าย่อมทราบดีเ้าค่ะ แต่ข้าเป็สตรีท่านพ่อก็มีข้าเป็บุตรสาวเพียงคนเดียว ข้าจะ้าดาบเล่มนี้ไปเพื่ออะไร”
“ถึงอย่างไรก็ไม่ควรตกไปอยู่ในมือผู้อื่นง่ายๆ เช่นนี้!! แม้เ้าจะเป็สตรีแต่วันหนึ่งก็ต้องออกเรือน ไม่เห็นต้องรีบร้อนหยิบยื่นให้ผู้ใดเสียหน่อย” ฟู่หนานซีโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เขาพูดถึงขนาดนี้แล้วหลี่จื่ออิงยังไม่เข้าใจอีกหรือ!
“นั่นก็ถูก..แต่ข้าไม่สงสัยการตัดสินใจของท่านพ่อเลยเ้าค่ะ เขาตั้งใจมอบให้กับพี่สวินข้าก็ไม่มีสิ่งใดต้องคัดค้าน”
“อิงเอ๋อร์ เ้าลืมไปแล้วหรือว่าคนภายนอกเขาพูดถึงเื่นี้กันว่าอย่างไร ยิ่งท่านแม่ทัพมอบดาบเล่มนี้ให้กับคุณชายหลินก็เหมือนเป็การยืนยันว่าเขาเลี้ยงดูหลินสวินไว้เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง” หรั่นเซียงหยูรีบเข้ามาเตือนสติหญิงสาวอีกคน
“เขาเป็พี่ชายข้า หากท่านพ่อไม่มอบให้เขาจะให้มอบให้ผู้ใดกันเล่า พวกเ้าอย่าคิดมากกันไปหน่อยเลย ผู้อื่นจะพูดอะไรปล่อยพวกเขาเถิด การกระทำต่างหากที่จะตัดสินว่าใครดีใครร้าย พี่ชายข้ายังไม่ได้ทำสิ่งใดผิดไปเลยสักอย่างนะ”
หลี่จื่ออิงส่ายหน้าเบาๆ พลางถอนหายใจ ฟู่หนานซีกับหรั่นเซียงหยูไม่ว่าอะไรก็ดีไปหมดทุกอย่าง ยกเว้นเื่เดียวคือพวกเขาจงเกลียดจงชังหลินสวินเสียเหลือเกิน ชาติก่อนนางไม่เคยห้ามปราม แต่ชาตินี้นางจะไม่ปล่อยให้สหายและคนรักลบหลู่หลินสวินแน่นอน
ใบหน้าเคร่งขรึมไร้อารมณ์ของหลินสวินยามนี้ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เหตุใดเขาจะไม่รู้ว่าดาบเล่มนี้มีความสำคัญกับสกุลหลี่
เมื่อเช้าเขาได้ปฏิเสธท่านแม่ทัพอยู่หลายครั้งเพราะไม่อยากให้มีใครมาติฉินนินทาภายหลัง แต่หลี่หยวนตงกลับคิดตรงกันข้าม
ยิ่งเห็นชายหนุ่มถูกให้ร้าย หลี่หยวนตงก็ยิ่งให้ความสำคัญกับเขามากขึ้นทบทวีคล้ายว่าจะปลอบใจ ทั้งยังเปิดอกคุยอย่างเปิดเผยว่าเขาเคยคิดจะจับคู่ให้หลินสวินกับหลี่จื่ออิงจริงๆ เพียงแต่ที่ผ่านมาหลี่จื่ออิงต่อต้านมาตลอด สุดท้ายไม่ว่าทั้งคู่จะลงเอยกันหรือไม่หลี่หยวนตงก็จะไม่บังคับใจและขอร้อง ให้หลินสวินรับดาบเล่มนี้ไว้ตามที่เขาตั้งใจแต่แรก
เดิมทีหลินสวินคิดว่าคุณหนูคงจะเรียกตัวเขามาพบก็เพื่อยึดดาบเล่มนี้ไปให้กับฟู่หนานซี แต่นางกลับไม่ได้ทำ..
“ไม่ทราบว่าที่คุณหนูเรียกข้ามาที่นี่ในวันนี้ด้วยสาเหตุใดกันแน่" หลินสวินเปิดปากคุยกับหลี่จื่ออิงเป็ประโยคแรก
“ข้าได้ยินท่านพ่อกล่าวว่าหากคิดจะก้าวหน้าก็ต้องสร้างผลงาน ข้าเดาว่าหลังจากที่นายกองรุ่นใหม่เข้ารับตำแหน่งกันครบทุกคนแล้ว บางทีพวกท่านอาจจะถูกส่งตัวไปยังต่างเมืองเพื่อหาประสบการณ์สร้างผลงานกันนะเ้าคะ ก่อนจะถึงวันนั้นข้าอยากใช้เวลาอยู่กับท่านมากขึ้นเ้าค่ะ”
“คุณหนู..” หลินสวินใไปแล้วจริงๆ หลี่จื่ออิงเปลี่ยนแปลงไปเป็คนละคนเพียงชั่วข้ามคืนได้อย่างไรกัน!
“พี่ชาย ท่านเรียกข้าว่าอิงเอ๋อร์เหมือนเดิมจะดีกว่านะเ้าคะ”
หลินสวินพูดไม่ออกขึ้นมากะทันหันลืมถ้อยคำที่จะกล่าวต่อไปเสียสนิท เขาไม่ได้เรียกนางเช่นนั้นมาั้แ่นางหกขวบ ผ่านมาเก้าปีแล้วแต่นางกลับจำได้!!
“อันใดกัน!! คำเรียกขานที่สนิทสนมเช่นนี้เ้าก็จะปล่อยให้เขาเรียกเช่นนั้นหรืออิงเอ๋อร์!! อย่าลืมนะว่าเขาไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของเ้า!!” ฟู่หนานซีะโเสียงดังออกมาอีกครั้ง ความหึงหวงในใจพวยพุ่งออกมาทางสายตา
หญิงสาวเม้มปากแน่นไม่อยากต่อคำ หรั่นเซียงหยูก็ไม่ได้เป็น้องสาวของฟู่หนานซีเหมือนกันมิใช่หรือ เวลานี้นางยังไม่ได้เป็คนรักของฟู่หนานซีด้วยซ้ำ แต่สามีในชาติก่อนของนางก็เรียกอีกฝ่ายว่าเซียงเอ๋อร์มาเนิ่นนานแล้ว ที่แท้พวกเขาก็สนิทสนมกันมากเกินกว่าที่นางเคยคิดไว้