ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 51 ตามหาชีพจรมังกร1

    “ข้าเองก็คงต้องออกไปทำธุระเจ้าเองก็จงอยู่กับมารดาของเจ้าก่อนเถอะ” เฟิ่งหยูกล่าวพร้อมกับเดินไปส่งหนิงเอ๋อ

     

                            หลายวันต่อจากนั้นเฟิ่งหยูล่ำลาหนิงเอ๋อ องค์กษัตรย์และองค์ราชินีเพื่อกลับเมืองจินเฟิง  เฟิ่งหยูออกเดินทางด้วยเรือเล็ก เขาค่อย ๆลัดเลาะไปตามป่าเขา ตอนที่เขาออกมาจากเมืองอัสตาน่า เขาได้เรียกให้มังกรน้อยออกมาพร้อมกับปรึกษากันเรื่องของการหาเส้นชีพจรมังกรตลอดสัปดาห์ที่เดินทางออกตามหาพวกเขายังไม่มีท่าที ที่จะพบกับชีพจรมังกรเลย จนมาถึงวันนี้ ภูเขาเล็กธรรมดาภายนอกไม่มีอะไรพิเศษ ทว่ากลับเต็มไปด้วยพลังวิญญาณเก่าแก่โดยเฉพาะบนยอดเขาซึ่งปลดปล่อยแสงหมอกสวรรค์ออกมา พลังชีวิตเต็มล้นจนถึงขีดสุดสถานที่บริสุทธิ์ โบราณ เงียบสงบ เส้นผมของเฟิ่งหยูสะบัดตามแรง ใบหน้าอ่อนเยาว์เรียบเฉย สุขุมชายเสื้อโบกกระพืออยู่บนยอดเขาพร้อมกับมังกรน้อย

     

                            ร่างเงาของสัตว์อสูรแผนเสียงร้องสะท้านไปทั่วฟ้าดินก้อนหินขนาดใหญ่ระเบิดออก ชั่วพริบตามันพุ่งตรงมายังหน้าของเฟิ่งหยู

     

                            ตูม

     

                            แสงสีทองเข้าปกคลุมทั่วท้องฟ้าสายฟ้าคำราม พลังทำลายล้างระเบิดออกร่างเงาสัตว์อสูรยังไม่ทันจะโผเข้ามาใกล้กลับแหลกสลายในทันที มังกรน้อยจัดการทำลายสัตว์อสูรตนนั้น อย่างง่ายดาย

                            “รีบไปกันเถอะไม่เช่นนั้นเดี๋ยวสัตว์อสูรมาเจออีกเสียเวลา” เฟิ่งหยูพยักหน้า  พวกเขาทั้งสองขึ้นมาบนภูเขามังกรน้อยดึงธงค่ายกลออกมาอันหนึ่ง เขาปักมันไว้บนพื้นพลังอันลึกลับเอ่อล้นพรุ่งพรูออกมา ปรากฏเป็นต้นไม้ ใบหญ้าเขียวชอุ่มบรรยากาศโดยรอบพลันกลับกลายมาเป็นเช่นเดิม นี่คือค่ายกลลวงตาปกปิดฟ้าดินชนิดหนึ่งคนปกติถ้าไม่สังเกตจุไม่รู้เลยว่าข้างล่างนี้มีถ้ำอยู่

     

                            เฟิ่งหยูกระโดดลงไปเขาสัมผัสได้ถึงพลังอันรุนแรงที่อยู่ด้านล่างอีกทั้งพลังต้นกำเนิดเองก็เข้มข้นมากเช่นเดียวกัน

     

                            เขาต้องการใช้พลังต้นกำเนิดที่อยู่ด้านล่างนี้มาอยู่ในเมืองของจินเฟิงเพื่อให้ระดับการฝึกฝนของผู้คนที่อยู่ในเมืองยกระดับได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้านล่างเป็นถ้ำที่เกิดขึ้นมาจากฟ้าดี ขนาดของมันไม่ได้ใหญ่มากเท่าไหร่นักทว่าภายในนี้มีพลังไหลเวียนอยู่อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายราวกับแม่น้ำพลังงานขนาดใหญ่

     

                            “พลังงานเข้มข้นจริงๆ”ฝีเท้าของเฟิ่งหยูกับมังกรน้อยแตะลงบนพื้นดินใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจเพราะสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตซึ่งไหลเวียนอยู่กลางอากาศ

     

                            “หินต้นกำเนิด”มังกรน้อยตกใจมาก มันชี้นิ้วไปที่หินสองก้อนที่ส่องแสงระยิบระยับสีหน้าของเฟิ่งหยูพลันปรากฏความปีติ เขาเคยได้ยินมูลค่าของ ของสิ่งนี้ภายในหินต้นกำเนิดอุดมไปด้วยพลังงานต้นกำเนิดจำนวนมหาศาล เป็นพลังที่อัดแน่นอยู่ภายในที่ถูกสั่งสมมาตั้งแต่อดีต  สุดท้ายเขามองรอบๆ  สายตาของเขาจับจ้องไปที่หินรอบ ๆ ผนังถ้ำที่ส่องแสงประกายออกมา นี่มันสายแร่มีค่านี่ พวกเราต้องวางค่ายกลป้องกันผู้อื่นค้นพบจากนั้นเราค่อยกลับไปนำคนมาขุดเหมืองแร่ รายได้ของเมืองจินเฟิงก็จะเพิ่มสูงขึ้นสามารถขยายเมืองออกไปได้เรื่อย ๆ สายตาของเฟิ่งหยูจับจ้องไปที่หินต้นกำเนิดอีกก้อนหนึ่ง หินต้นกำเนิดก้อนนี้มีสีน้ำเงินสภาพของมันเก่าแก่เป็นอย่างมาก เปลือกภายนอกมีรอยแตกร้าว นอกจานั้นยังมีแสงสว่างจ้าส่องประกายออกมาเป็นเส้นๆ  เฟิ่งหยูถือหินต้นกำเนิดเอาไว้คอยดูดซับพลังต้นกำเนิดที่ถูกปลอดปล่อยออกมามันได้ไหลเวียนเข้าไปในร่างกายของเขาแล้วไหลเวียนไปมาก่อนจะปะทุพวยพุ่งออกมา

     

                            “ยอดเยี่ยม”  สีหน้าของเฟิ่งหยูเต็มไปด้วยความยินดีเมื่อครู่เขาแค่ดูดซับพลังต้นกำเนิดมารวมเอาไว้พลางใช้พลังต้นกำเนิดบริสุทธิ์กลั่นหลอม มันทำให้พลังยุทธของเฟิ่งหยูเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

     

                            เฟิ่งหยูและมังกรน้อยเดินสำรวจถ้ำจนทั่วพวกเขาใช้เวลาในการสำรวจไปถึง สิบวัน ขณะที่พวกเขากำลังสำรวจลึกเข้าไปพลันได้ยินเสียงสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น ใบหน้าพวกเขาเปลี่ยนสีเล็กน้อยก่อนจะเหินกระโจนเข้าไป สายตามองไปยังที่ไกลออกไปบริเวณดังกล่าวเหมือนกับเกิดแผ่นดินไหว ผืนดินยุบ หุบเขาสั่นสะเทือนละอองเลือนรางเข้าปกคลุมรอบทิศคลื่นพลังรุนแรงแต่ละเส้นพุ่งออกมาทำให้ผู้คนหวาดกลัว แรงพลังของมันโคจรม้วนตัวออก  ฟ้าดินเกิดความวุ่นวายลมพายุนี้รุนแรงเป็นอย่างมาก เมื่อลมพายุแผ่วเบาลงก็มีพลังเก่าแก่ลอยคละคลุ้งออกมา

     

                            “เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้” มังกรน้อย เอ่ยถามเฟิ่งหยู

                            “ไม่รู้เหมือนกันพวกเราไปดูกันเถอะ” เฟิ่งหยูชักชวนมังกรน้อยระยะห่างระหว่างที่นั่นกับตำแหน่งของพวกเขาไม่ได้ไกลกันมาก ซึ่งพวกเขาสามารถไปได้พวกเขาทั้งสองคนพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าอย่างแคล่วคล่องว่องไว

     

                            ยิ่งพวกเขาเข้าไปใกล้สถานที่ดังกล่าวมากเท่าไหร่พลังเก่าแก่ก็หนักหน่วงขึ้น ทั้งยังแฝงไปด้วยคลื่นพลังเร้นลับเหมือนกับพลังงานต้นกำเนิดฟ้าดินไหลเวียนอยู่กลางอากาศเบื้องหน้าของพวกเขามีถ้ำขนาดใหญ่ดอกไม้ใบหญ้าผลิบานสมบูรณ์ ทั้งยังแผงไปด้วยพลังวิญญาณเข้มข้น ถ้ำนี้สูงใหญ่มหึมามีช่องที่แสงสว่างส่องเข้ามาถึงด้านล่างซึ่งพลังต้นกำเนิดนั้นถูกปลอดปล่อยออกมาจากถ้ำนี้

     

                            เฟิ่งหยูและมังกรน้อยก้าวเข้าไปในถ้ำเขาตกตะลึงกับฟ้าดินของสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างมากมันเป็นถ้ำขนาดใหญ่ซึ่งกำลังปลดปล่อยพลังฟ้าดินบริสุทธิ์ให้ลอยฟุ้งกระจายอีกทั้งพลังต้นกำเนิดก็ยังเข้มข้นเหลือล้น

     

                            “ตามข้ามา”เฟิ่งหยูเหินทะยานไปพื้นที่ภายในนี้กว้างใหญ่มาก มันเป็นถ้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและเต็มไปด้วยเส้นทางหลากหลายสาย ทั้งยังมีพลังอานุภาพเลือนรางแผ่ออกมา

     

                            พวกเขาเพิ่งจะเดินเข้ามากลิ่นหอมของยาก็ลอยโชยขจรขจาย หัวใจของพวกเขาเต้นไม่เป็นจังหวะก่อนจะรีบกระโจนเข้าไปอย่างรีบร้อน เดาว่าน่าจะมีสมุนไพรโบราณอยู่เมื่อเดินผ่านถ้ำโบราณ ฟ้าดินก็พลันเปลี่ยนแปลง หมอกสลัว ๆ ปรากฏขึ้น พลังชีวิตเปี่ยมล้นต้นไม้แต่ละต้นใหญ่ราวกับภูเขาดูแล้วน่าจะอายุหลายพันปีแสงสว่างไสวจากแสงที่ลอดผ่านทำให้มองเห็นสมุนไพรโบราณส่งแสงระยิบระยับกลิ่นหอมเข้มข้นมากจนถึงขีดสุด ที่นี่เป็นที่ฟ้าดินถูกปิดผนึกเอาไว้ตั้งแต่โบราณเป็นไปได้ว่าน่าจะมียาล้ำค่าอยู่ พื้นที่นี้อยู่มาตั้งแต่สมัยโบราณ ทว่าภายในนั้นถูกรักษาไว้เป็นอย่างดีต้นไม้โบราณแต่ละต้อนล้วนผ่านจิต พลังชีวิตบริสุทธิ์ถูกปลดปล่อยออกมา

     

                            สมุนไพรแต่ละชนิดที่อยู่เบื้องหน้าถูกแบ่งสัดส่วนเอาไว้แต่ละแปลงส่งแสงหมอกสว่างจ้า ภายในแปลงมีต้นสมุนไพรวิญญาณอยู่ราวๆ เจ็ดแปดต้นทว่าด้านล่างของสมุนไพรวิญญาณแต่ละต้นนั้นเหี่ยวเฉาเมื่อเห็นดังนั้นแล้วมังกรน้อยจึงกล่าวออกมาว่า

     

                            “น่าเสียดายน่าเสียดายจริง ๆ ถ้าหากไม่เหี่ยวเฉาไปเสียก่อนเดาว่าตอนนี้น่าจะเติบโตกลายเป็นยาศักดิ์สิทธิ์แล้ว” สมุนไพรวิญญาณแต่ละต้นไม่รู้ว่าร่วงโรยไปแล้วกี่รอบ พอเติบใหญ่ก็เหี่ยวเฉาลง น่าเสียดายจริง ๆ  มังกรน้อยพึมพำ

     

                            “พวกเรานำไปปลูกในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ได้เพราะในเจดีย์ฟ้าสวรรค์มีปราณวิญญาณหนาแน่นกว่าที่นี่มากสมุนไพรพวกนี้น่าจะฟื้นคืนได้”

     

                            “จริงสินะข้าลืมไปได้ยังไงกัน” มังกรน้อยมีท่าทีตื่นเต้น

     

            เฟิ่งหยูกวาดสายตามองรอบๆ ในตอนนั้นสายตาของเขาจับจ้องไปยังดอกไม้สีเขียวมรกตดอกหนึ่งทว่า ดอกไม้ต้นนี้ต้นมันสูงถึงสามฟุต พลังชีวิตมหาศาลถูกปลดหล่อยออกมากลีบดอกไม้ทั้งหมดมีขนาดใหญ่เท่ากับฝ่ามือ ของคนส่งกลิ่นหอมไปทั่ว

            “ดอกพวงมรกตอายุน่าจะราวๆ หนึ่งหมื่นปีเห็นจะได้” ดอกพวงมรกตสามารถนำมาล้างไขกระดูกพลัดเปลี่ยนไขกระดูกเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง มูลค่าของสิ่งนี้น่ากลัวเป็นอย่างมากมันเป็นของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะในแปลงนี้มีดอกพวงมรกตอย่างน้อย ๆ ก็หลายร้อยต้น เมื่อเป็นอย่างนั้นเฟิ่งหยูจึงย้ายทั้งหมดเพื่อที่จะเอาไปไว้ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์

             

            เมื่อพวเขาเข้ามาใจเจดีย์ฟ้าสวรรค์เฟิ่งหยูให้ผู้อาวุโสใหญ่เตรียมพื้นที่ที่จะนำแปลงสมุนไพรทั้งหลายที่เขานำมาไปวางไว้  เมื่อเฟิ่งหยูนำแปลงสมุนไพรทั้งหมดวางไว้ต้นสมุนไพรที่เหี่ยวเฉาเริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว บางต้นสามารถเปลี่ยนเป็นยาศักดิ์สิทธิ์แล้วส่วนต้นผ่านจิตที่เป็นต้นไม้อายุมากที่สุดมีอยู่ด้วยกันเก้าต้นซึ่งมันเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์มันสามารถปลดปล่อยปราณวิญญาณให้กับสมุนไพรได้อย่างรวดเร็ว

             

            เมื่อเสร็จสิ้นเรียบร้อยเฟิ่งหยูและมังกรน้อยรีบออกมาจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์ทันทีปล่อยให้เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ตื่นเต้นกับสมุนไพรโบราณพวกนั้น

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน