ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่149 จอมยุทธหลบซ่อน จางเล่ย หลินซาง

         อี้เฉิน รออนุชนคนอื่นๆ ท้าประลองอยู่นานหลายร้อยลมหายใจก็ไม่มีใครท้าประลอง ตัวเขาไม่อยากเสียสิทธิ์ในการท้าประลองไปในรอบแรกไป

    ยิ่งเข้ารอบลึกมากเท่าไหร่ คนที่มีสิทธิ์เลือกคู่ต่อสู้ยิ่งได้เปรียบ หากเขาผ่านการประลองรอบแรกไปได้ การประลองในรอบถัดไปเขา

    จะสามารถเลือกคู่ต่อสู้ที่จะประลองได้




    ....
    ฝูงชนด้านบนต่างพากันพูดคุย "พวกเจ้า ดูสนามประลองที่5เร็วเข้า ชายคนนั้น ก็เป็นจอมยุทธหลบซ่อน ดูปราณพลังที่แพร่กระจายออกมาจากตัวเขาสิช่างแตกต่างจากคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง"



    "ข้าว่าอย่างไรเขาก็ต้องผ่านเข้าไป ในรอบลึกๆ ของการประลองเป็นแน่"



    "ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงคนผู้นี้มาก่อน ว่ากันว่าเขาเคยเข้าร่วมงานประลองเมื่อ5ปีก่อน เขามีนามว่า หลินซาง ไปได้ไกลถึงอันดับ ต้นๆ ของการ



    ประลองครั้งที่แล้ว แล้วตอนนี้ผ่านมาอีก5ปี คนผู้นี้จะเก่งกาจไปกว่าเมื่อ5ปีก่อนไปถึงขนาดไหน"



    ผู้ชมที่อยู่ด้านบนยังรู้สึกหวาดหวั่นในปราณพลังที่ หลินซาง คนนี้ปลดปล่อยออกมาได้เทียบเท่าเหล่านายน้อยตระกูลใหญ่ๆ

    ไม่นานรอบด้านก็เกิดความฮือฮาอีกครั้ง "เจ้าดูสนามประลอง ที่ 3เร็ว ชายคนนั้นก็เป็นจอมยุทธหลบซ่อน

    " จางเล่ยผู้นี้ถึงจะดูจืดจางปราณพลังดูธรรมดา แต่แววตาของเขาดุร้ายเป็นอย่างมาก เขาสวมอาภรณ์สีดำตัดกับขาว คล้ายกับชุดนักพรต สายตาที่



    เขา มองมาไปยังเหล่าอนุชน ถึงกับทำให้หลายๆ คนหลบเลี่ยงสายตาไม่อยากถูกท้าประลอง

    ทันทีที่ จอมยุทธหลบซ่อนขึ้นลานประลอง ฝูงชนที่ชมอยู่ด้านบน ต่างให้ความสนใจกลุ่มจอมยุทธหลบซ่อนกันเป็นอย่างมาก พวกเขาอยากรู้ จอมยุทธหลบซ่อนจะสามารถ ต่อสู้ กับเหล่านายน้อยต่างดินแดนได้หรือไม่



    "ข้าว่า ชายคนนี้ ดูธรรมดาที่สุดในกลุ่มจอมยุทธหลบซ่อนแล้วละ"



    "ข้าก็คิดเช่นนั้น เจ้าดูที่สนามประลอง ของหลินซางสิ เพียงแค่ขึ้นประลองไม่กี่กระบวนท่า ก็ทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บหนักแล้ว"



    ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยค้าน "เจ้าหันไปดูสนามประลองของ จางเล่ย อีกทีสิ" ไม่กี่ลมหายใจ ฝูงชนที่หันไปดูต่างตาเบิกกว้างอ้าปากค้าง เพียงไม่กี่ลมหายใจ จางเล่ย ผู้นี้ถึงกับ ซัดคู่ต่อสู้จนรอยกระเด็นตก ลานประลองไปไกล กระอักเลือดออกมากองใหญ่แทบไม่สูญเสียปราณพลัง



    "เป็นไปได้อย่างไร เหตุใดถึงจบการประลองได้รวดเร็วเช่นนี้" ฝูงชนต่างใจสั่นสะท้าน หากเป็นพวกเขาลง ประลองจะอยู่ในลานประลองได้กี่ลมหายใจ
    ....





        กลุ่มจอมยุทธ์เริ่มขึ้นไปประลองไม่ขาดสาย จอมยุทธ์หลบซ่อนอีก 2คนก็ปรากฏตัวออกมาสู่สายตาผู้คน หลินซาง

    คนผู้นี้ปราณพลังไม่ธรรมดา ใช้เวลาไม่นานก็จบการต่อสู้ลงไปได้

    แต่ที่น่ากลัวที่สุดน่าจะเป็น จางเล่ย คนผู้นี้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ ถึงกับซัดคู่ต่อสู้จนตกลานประลอง
    ผู้เข้าแข่งขันหลายๆ คนถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ไม่คิดว่า จางเล่ย ที่ดูธรรมดาผู้นี้จะอันตรายถึงเพียงนี้ แต่ก็มีหลายๆ คนมองว่า

    เหล่านายน้อยดินแดนเซียน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ยังสามารถเอาชนะ จอมยุทธ์หลบซ่อนไปได้




    .....
    รอบๆ เกิดความฮือฮาอีกครั้ง ผู้คนต่างส่งเสียงพูดคุย อึกทึกครึกโครมออกไปทั่ว "นั้นนายน้อยจ้าวอี้เทียนแห่งดินแดนเซียน จะขึ้นประลองแล้วงั้นหรือ เขาถูกจัดให้เป็นเต็ง1ในการประลองครั้งนี้ "



    ชายหนุ่มดินแดนเซียนเอ่ยพูด "พวกเจ้าคอยดูพลังของนายน้อยตระกูลเซียนข้า ไม่เกิน 10กระบวนท่า คู่ต่อสู้ต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน"



    ชายหนุ่มดินแดนศักดิ์สิทธิ์เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "ให้ข้าดูหน่อยสิว่า จ้าวอี้เทียนจะเก่งสมเป็นเต็งหนึ่งในการประลองครั้งนี้หรือไม่" พวกเขาต่างไม่พอใจกลุ่มคนดินแดนเซียนเป็นอย่างมาก นายน้อยดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาดันถูกจัดอยู่อันดับสองในการประลองครั้งนี้

    จ้าวอี้เทียน ใช้เวลาไม่นานการประลอง ก็จบลงอย่างง่ายดาย ตัวเขาเสียปราณพลังไปไม่มากก็สามารถจบการประลองลงไปได้



    ฝูงชนที่เห็นยังใจสั่นสะท้านสมกับเป็น ผู้ที่จะเป็นอันดับหนึ่ง



    "ข้าว่ารอ รอบถัดไปดีกว่า การประลองแรก คงยังวัดฝีมืออะไรไม่ได้ "



    "ข้าก็คิดเช่นนั้น การประลองยังมีอีกหลายรอบ นี่พึ่งจะรอบแรกเท่านั้น"



    ผู้คน ต่างส่งเสียงพูดคุย อึกทึกครึกโครม อีกครั้ง "ดูนั้นเร็ว สนามประลอง ที่7 สนามประลอง ที่8 นั้นมันนายน้อยซีเอ๋อร์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ กับ อวิ่นซานซี อดีตลูกศิษย์เจ้าสำนักเซียน พวกเขากำลังจะขึ้นประลอง พวกเจ้า ว่าพวกเขาทั้ง 2คนจะสู้กับ จ้าวอี้เทียนได้หรือไม่"



    "ข้าว่ามันก็ไม่แน่ พวกเขาทั้ง 3คน ถูกจัดอยู่ในเต็ง 1ใน3 ที่จะมีโอกาสเป็นอันดับหนึ่ง"



    "ข้าว่าอันดับหนึ่งในงานประลอง สงครามร้อยแคว้น น่าจะอยู่1ใน3คนนี้ แน่"

    หญิงสาวดินแดนร้อยแคว้นเอ่ยค้านเสียงแข็ง "แต่ข้าว่าพวกจอมยุทธหลบซ่อน ก็มีโอกาสได้อันดับหนึ่งอยู่นะ" นางเป็นถึงคนดินแดนร้อยแคว้นอย่างไรก็ต้องเชียร์ คนดินแดนร้อยแคว้นเป็นเรื่องธรรมดา

    ชายหนุ่มยกยิ้ม ก่อนเอ่ยพูด "เจ้าไม่รู้หรือโต๊ะพนัน จัดอันดับให้จอมยุทธหลบซ่อน เป็นเพียงม้ามืดเท่านั้นโอกาสได้อันดับหนึ่งมีไม่มาก แต่พวกเขาหน้าจะเข้ารอบลึกๆ แน่นอน"



    "ข้าอยากชม พวกอันดับต้นๆ ลงประลอง เสียแล้วสิ"



    "ข้าเองก็อยากชม อยากจะรู้การต่อสู้จะดุเดือดเลือดพล่านขนาดไหน"



    "ชายชราถอนหายใจ พวกเจ้า อย่าใจร้อนกว่าจะถึงเวลานั้นคงต้องใช้เวลาไปอีกพักใหญ่ๆ"



    ฝูงชนต่างพากันพูดคุยไม่หยุดปาก ผู้ชมหลายๆ คน แค่คิดก็ตื่นเต้น หากได้ดูการประลองของอันดับต้นๆ เจอกันมันจะดุเดือด

    เลือดพล่านขนาดไหน
    บางคนถึงกับส่ายหัว เมื่อเห็นท่าทีตื่นเต้นของเหล่าฝูงชนที่มาชมการประลอง



    เจ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์ ส่งปราณจิตพูดคุยกับ เจ้าสำนักเซียน "เจ้าสำนักเซียน เจ้ากล้าพนันกับข้าหรือไม่ ข้าว่า อันดับหนึ่งเป็นของดินแดนศักดิ์สิทธิ์"



    เจ้าสำนักเซียน ที่ได้ยิน เจ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์ส่งปราณจิต เข้ามาพูดคุยเขาถึงกับส่ายหัว "เจ้าก็เห็น สำนักเซียนของข้าแทบไม่มีโอกาสชนะ เจ้ายังกล้ามาท้าข้าพนันอีก"



    เจ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์นางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "ไม่สมเป็นเจ้าเลย ที่ไม่กล้ารับคำท้า"



    เจ้าสำนักเซียนได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน ไม่คิดสนใจคำท้าทายของนางอีกต่อไป ก่อนตัวเขาจะจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ของอนุชนรุ่นเยาว์ อีกไม่นานการประลองรอบแรกก็จะจบลง