ตอนที่ 202 การจัดร้อยอันดับแรกของโลกครั้งใหม่
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
“จัดอันดับร้อยอันดับแรกของโลกอย่างนั้นหรอ?” เฟิร์สเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ
ภายในข้อมูลบนเว็ปไซต์นิตยสารชื่อดังระดับโลกได้มีการประกาศรายชื่อหนึ่งร้อยอันดับแรกของโลกครั้งใหม่
แน่นอนว่าผู้ที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ข้างในนี้ย่อมเป็นเวเนเตอร์แรงค์ SSS ที่ทรงอำนาจเหนือแรงค์ SSS ใดๆ
เนื่องจากในโลกนี้ไม่มีการจัดอันดับที่เหนือกว่าแรงค์ SSS ผู้คนจึงยึดถือหนึ่งร้อยอันดับแรกของโลกเป็นตัวกำหนดความแข็งแกร่ง
แรงค์ SSS ทั่วโลกมีอยู่ไม่ถึงหนึ่งพันคน แน่นอนว่าผู้ที่ถูกจัดอันดับร้อยอันดับแรกของโลกได้ย่อมต้องมีชื่อเสียงโด่งดัง
เพราะเหตุนี้นี่เองจึงทำให้เฟิร์สต้องขมวดคิ้ว
นั่นก็เพราะว่า ...
เขาได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในรายชื่อเหล่านี้
มิหนำซ้ำ
มันยังขึ้นไปอยู่อันดับสิบของโลก!
“อันดับสิบของโลกอย่างนั้นหรอ? เหลวไหลเกินไปแล้ว” เฟิร์สกล่าวอย่างขุ่นเคือง
ที่เขาอารมณ์ไม่ดีไม่ใช่ว่าเพราะเขาไม่พอใจที่ได้อันดับสิบของโลก แต่เป็นเพราะว่าเขานั้นรักสันโดษและไม่ต้องการมีชื่อเสียง เพราะชื่อเสียงนั้นทำให้ชีวิตของเขาวุ่นวาย
แต่นิตยสานฉบับนี้กลับจัดให้เขาอยู่ในอันดับสิบของโลก นี่ไม่เท่ากับว่าพวกเขาได้ชักนำเรื่องที่ยุ่งยากมาให้กับเขาอย่างนั้นหรือ?
ภายในข่าวได้ให้เหตุผลว่าเฟิร์สวันได้แสดงความสามารถในอบิสระดับสีน้ำเงินในพม่า เพียงแค่เขาเคลื่อนผ่านก็สามารถทำให้มอนสเตอร์แรงค์ SS ตายตกได้แล้ว มิหนำซ้ำยังสามารถสังหารราชามอนสเตอร์แรงค์ SSS ได้ด้วยตัวคนเดียว นั่นจึงทำให้อันดับของเขาพุ่งขึ้นมาอย่างพรวดพราด จนเบียดเวเนเตอร์แรงค์ SSS หลายคนให้ตกอันดับลงมา
รวมทั้ง “สตอม” ผู้ใช้พลังจิตที่เก่งกาจ เพียงแค่เขาได้ฟื้นตื่นจากนิทราพลังจิตของเขาก็ทะลุเป็นแรงค์ SSS อย่างฉับพลัน สามารถบังคับสิ่งของและมวลอากาศให้ทำตามคำสั่ง ไม่เท่านั้นยังสามารถเรียกสายฟ้าออกมาจากอากาศได้ด้วย
ซึ่งเดิมทีแล้วสตอมนั้นเคยเป็นอันดับสิบของโลก อบิสระดับสีน้ำเงินหลายภารกิจสำเร็จได้ด้วยการช่วยเหลือของเขา และเขายังมีส่วนช่วยหยุดยั้งการโจมตีของกองทัพมอนสเตอร์ที่ยึดครองเขตอลาสก้าซึ่งเป็นหนึ่งในสามสถานที่อันตรายของโลก
เกียรติประวัติของเขามีมากกว่าเฟิร์สเยอะมาก แต่ก็ยังถูกนิตยสารฉบับนี้ตีตกเพราะผลงานการกวาดผ่านมอนสเตอร์ของเฟิร์สเพียงครั้งเดียว
นอกจากนี้ยังมีเวเนเตอร์แรงค์ SSS อีกหลายท่านที่ถูกจัดอันดับใหม่หรืออันดับลดลง
อย่างบัญชาเมฆที่ตอนแรกอยู่ในอันดับที่ 95 ในครั้งนี้ก็ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 99
ตำแหน่งของอันดับมีการสับเปลี่ยนเพราะผลงานและการวิเคราะห์ในความทรงพลัง
แม้บัญชาเมฆจะมีการโจมตีประชิดที่รุนแรงมาก แต่ในด้านการบุกโจมตีมอนสเตอร์เขาสามารถสังหารได้น้อยกว่าผู้ที่อยู่ในอันดับที่ดีกว่า
การจัดอันดับเหล่านี้ถูกวิเคราะห์จากผลงาน ซึ่งในความจริงแล้วมันไม่สามารถเทียบได้เลยว่าเวเนเตอร์คนใดแข็งแกร่งกว่าใคร แต่ถึงอย่างนั้นการจัดอันดับนี้ก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับพวกเขาและประเทศของพวกเขาได้
เฟิร์สไล่อ่านรายชื่อของการจัดอันดับอย่างสนใจ และสังเกตเห็นว่ามีเวเนเตอร์หน้าใหม่ที่เข้าสู่ทำเนียบร้อยอันดับนี้ถึงสามคนและเขาเป็นหนึ่งในนั้น ส่วนคนอื่นๆ อาจจะมีขึ้นมีลง เป็นเวเนเตอร์หน้าเก่าที่เคยถูกจัดอันดับแล้วแล้วตกไป จากนั้นก็กลับขึ้นมาอีกครั้ง
เฟิร์สไม่ได้สนใจพวกเขาเหล่านี้แต่สนใจพวกหน้าใหม่และสิบอันดับแรกที่สูงกว่าเขามากกว่า
อันดับแรกยังคงเป็นของอารอนเสมอมา ตัวตนที่ได้ชื่อว่าเป็นเวเนเตอร์คนแรกของโลก ในข้อมูลที่รายงานกล่าวว่าเขาบ่มเพาะไปถึงดาราน้ำเงินเจ็ดแฉกแล้ว ฝีมือธนูของเขานับว่าเหนือจินตนาการ เป็นมือหนึ่งของนิวโฮปเฟเดอร์เรชั่น
อันดับสองคือหลวงจีนฝ่าไห่จากจีน จากข้อมูลเขามีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบปีแล้ว วรยุทธ์ที่มาจากวัดเส้าหลินของเขาล้วนเก่งกาจ สำเร็จร่างทองคำมีกายาที่ไม่อาจทะลวงการป้องกันได้
อันดับสามคือราชากัปตัน เขาคือเจ้าหน้าที่จากองค์กร SCP Foundation ผู้ถือครองวัตถุ SCP-15005 เรือจำลองมรณะ ตอนนี้เขาอายุเกือบหนึ่งร้อยปีแล้ว แต่การบ่มเพาะยังหยุดอยู่ที่ขอบเขตดาราแดงเก้าแฉก ไม่อาจทะลวงขอบเขตดาราน้ำเงินได้ แต่เรือจำลองมรณะของเขากลับพิศดารเกินหยั่ง ลงมือครั้งใดล้วนสร้างหายนะที่ยิ่งใหญ่ต่อสิ่งรอบข้าง
หากสังเกตให้ดีก็จะพบว่าหนึ่งร้อยอันดับของโลกนั้นมีผู้ที่มาจากองค์กร SCP อยู่ไม่น้อย วัตถุลึกลับของพวกเขาบางชิ้นแทบจะมีอำนาจเหนือกว่าผู้บ่มเพาะดาราน้ำเงินอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกเขาหลายคนถึงสามารถจัดอยู่ในร้อยอันดับแรกของโลกได้
เฟิร์สไล่ดูรายชื่อของสิบอันดับแรก นอกจากเขาแล้วคนอื่นๆ แทบจะไม่มีอันดับที่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย
‘พวกที่มีอันดับสูงกว่าฉัน ไม่รู้ว่าพวกเขาจะร้ายกาจมากขนาดไหน แม้ฉันจะแสดงพลังกวาดล้างอันน่าตกใจออกไปแบบนั้น แต่ก็ยังถูกจัดอยู่ในอันดับสิบเท่านั้น นั่นหมายความว่าโลกนี้ยังมีหลายคนที่ฉันต้องระวัง’ เฟิร์สขบคิดกับตัวเอง
‘ช่างเถอะ ฉันต้องการอยู่อย่างสงบอยู่แล้ว คงจะไม่ไปเตะใส่เท้าใคร ต่อให้เผชิญหน้ากับพวกเขา ยังไงฉันก็เชื่อมั่นในพลังอักขระขั้นสีม่วงของฉัน’
แม้เฟิร์สจะคิดปลอบใจตัวเอง แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะหวาดหวั่นกับวัตถุขององค์กร SCP Foundation อยู่ดี วัตถุหลายชิ้นมีพลังที่แปลกประหลาด ยากที่จะใช้จิตสำนึกของผู้คนรับรู้ได้
พลังที่ไร้แบบแผนเช่นนี้ ไม่รู้ว่าพลังอักขระของเขาจะสามารถรับมือได้หรือไม่
“พี่เฟิร์ส ...” ยอเน๊ตกใจที่พี่ชายของเขามีท่าทางนี้ นี่เป็นครั้งแรกก็ได้ที่เขาเห็นพี่ชายของเขาแสดงออกแบบนี้
เฟิร์สส่ายศีรษะไปมาก่อนจะเอ่ยพึมพำ “ช่างเถอะๆ หวังว่าจะไม่มีใครมาวุ่นวายกับพวกเรา”
เด็กหนุ่มผมสีเงินหันไปทางยอเน๊และเอ่ย “ขอบคุณมากนะ ที่บอกข่าวนี้กับพี่ แต่ภูเขาลูกนี้ถูกพี่วางพลังป้องกันไว้อย่างแน่นหนาแล้ว คงจะไม่มีใครมารบกวนพวกเราได้”
ต้องรู้ไว้ว่าหลายเดือนที่ผ่านมา เฟิร์สได้สร้างวัตถุอักขระขึ้นมาจำนวนไม่น้อย
วัตถุอักขระแต่ละชิ้นมีพลังที่ไม่ต่างไปจากของวิเศษในโลกเวทมนตร์
หนึ่งในนั้นมีหน้ากากเปลี่ยนโฉมที่เขาได้แจกจ่ายให้กับทุกคนบนภูเขาแห่งนี้ พวกเขาสามารถใช้มันออกไปไหนต่อไหนก็ได้โดยที่จะไม่มีใครติดตามหรือจับตัวพวกเขาได้
นอกจากนี้เฟิร์สยังสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายไว้บนภูเขาที่เชื่อมต่อกับบ้านธรรมดาหลังหนึ่งในชนบทที่เขาซื้อไว้ เพื่อให้ผู้คนที่อยู่ข้างบนนี้ออกไปไหนมาให้ได้อย่างสบาย
ตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งยอเน๊และเด็กๆ ที่เขาฝึกนั้นมีความก้าวหน้าในการบ่มเพาะที่รวดเร็วมาก หลายคนถึงขั้นเข้าสู่ขอบเขตดาราแดงได้แล้ว รวมทั้งยอเน๊ที่เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
เฟิร์สเองก็ให้แม่ของเขาฝึกฝนบ่มเพาะเช่นกัน แม้การฝึกฝนจะไม่ส่งผลต่อการยืดอายุขัยแต่มันก็มีส่วนที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงและใช้ป้องกันได้
ในทุกครั้งที่พ่อแม่ของเขาจะออกไปไหน เฟิร์สจะให้เด็กๆ ติดตามไปคุ้มครองให้ตลอด ภาพภายนอกจึงเหมือนครอบครัวหนึ่งที่ออกไปเที่ยวเท่านั้น
เฟิร์สใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างสุขสงบ ภูเขาลูกนี้ถือเป็นอาณาจักรของเขา
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดเลยว่าการจัดอันดับใหม่ของนิตยสารฉบับนั้นจะนำพาเรื่องวุ่นวายมาให้เขา
แน่นอนว่าประเทศไทยย่อมดีใจที่เวเนเตอร์ของพวกเขาถึงสองคนได้จัดอยู่ในทำเนียบร้อยอันดับแรกของโลก มิหนำซ้ำหนึ่งในนั้นยังถูกจัดให้อยู่ในสิบอันดับแรกอีกด้วย
หลังจากที่ข่าวคราวของเฟิร์สที่เงียบไป ตอนนี้กลับมาสร้างเสียงฮือฮาจากประชาชนอีกครั้ง
แต่ทว่านี่ไม่ใช่ปัญหา
แต่ปัญหาที่แท้จริงกลับเป็นบุรุษผมทองคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเกาะส่วนตัวซึ่งเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์หรูหรา
ดวงตาสีเทาของเขามีประกายวาวโรจน์ ผมหยักโศกสีทองทำให้ใบหน้าของเขาหล่อเหล่ายิ่ง แต่ทว่าอารมณ์ของเขาในตอนนี้กลับดูเหมือนมรสุมลูกใหญ่
เพียงแค่อารมณ์ของเขาเปลี่ยนไปแค่เสี้ยวเดียว สิ่งของภายห้องก็ถูกสายลมพัดกลายเป็นฝุ่นธุลี
เขาคนนี้ก็คือ “สตอม”