Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 5 ตอนที่ 131 ได้รับการช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว

            

            ในห้องห้องหนึ่ง ในบ้านอาคารสี่ชั้นหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตตงเฉิง เฉวียนโจว  

            ในขณะนั้น ซ่งจินเต๋อและภรรยาของเขากำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนเหมือนกับกำลังพูดคุยอะไรบางอย่าง  

            “ได้ยินจากพวกลูกน้องมาว่าคุณได้เลื่อนขั้นแล้ว?”

            “ก็ประมาณนั้นแหละแต่ว่าฉันโชคดีเล็กน้อยที่ได้ไปเจอกับคนใหญ่คนโต” ซ่งจินเต๋อยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจก่อนพยักหน้าแล้วพูดอย่างตรงประเด็น 

            “คนใหญ่คนโต?” ภรรยาของเขาชะงักไปเล็กน้อยแล้วพูดอย่างตกใจว่า “หรือว่าจะเป็นเด็กหนุ่มที่คุณพูดถึงก่อนหน้านี้ตอนงานเลี้ยงอาหารค่ำ?”

            ก่อนหน้านี้ซ่งจินเต๋อได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำของหวังเฉิงเทียนในงานเลี้ยงครั้งนั้นพอได้พบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีชื่อว่า ซูฮ่าว หลังจากที่เขารู้ว่าซ่งจินเต๋อทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยทั้งวันทั้งคืนซูฮ่าวก็โทรไปหาคนคนหนึ่ง และแนะนำซ่งจินเต๋อให้กับเขา 

            เธอจึงสันนิษฐานว่าคนใหญ่คนโตนั้นคือ ซูฮ่าว

            “อยู่กินมาด้วยกันตั้งหลายปีเธอก็ฉลาดขึ้นไม่น้อยเลยนะ” ซ่งจินเต๋อบีบจมูกภรรยาตัวเองแล้วพูดขึ้นด้วยความหวาดกลัวในสายตา “ฐานะของเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ธรรมดาเลยเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลี่ซั่งเสียงด้วย”

            “หลี่ซั่งเสียง?” รูม่านตาของภรรยาหดเล็กลงตอนนี้เธอตกใจเป็นอย่างมาก 

            เขาคืออัยการแห่งเมืองเมืองไห่เป่ยไม่ใช่เหรอ?

            คาดไม่ถึงว่าซูฮ่าวจะรู้จักกับคนใหญ่คนโตระดับนี้ด้วย? 

            “ใช่แล้วบังเอิญว่าอดีตหัวหน้าในสำนักงานของฉันมีประวัติไม่ดีอยู่และวันนี้เขาถูกจับกุมไปแล้ว ในฐานะที่ฉันมีตำแหน่งใหญ่ที่สุดในขณะนี้จึงได้มาทำงานแทนตำแหน่งของเขา” ซ่งจินเต๋อพยักหน้า และรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย 

            “หลังจากทำงานอย่างหนักมาหลายปีในที่สุดฉันก็ได้โชคดีกับเขาแล้ว ดีจริงๆ เลย”

            “ยินดีด้วยนะคะ!” ภรรยาของเขาอวยพรขึ้นมาจากนั้นก็กล่าวเตือนว่า “สามีในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว คุณก็ต้องระวังเอาไว้หน่อยนะคะอย่าทำอะไรผิดกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่อย่างนั้นมันจะต้องอันตรายมากแน่นอน”

            “วางใจเถอะฉันอยู่ในอาชีพนี้มาหลายปี ยังไม่เคยต้องทำให้รู้สึกละอายใจฉันทำงานด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมมาตลอด เธอเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้” ซ่งจินเต๋อโบกมือและกระซิบที่ข้างหูภรรยาเบาๆ อีกสองสามประโยค 

            “บ้าที่สุดอีกไม่กี่วันประจำเดือนของฉันก็จะมาแล้ว”

            ซ่งจินเต๋อมีสีหน้าผิดหวัง “เอาเถอะ…”

            “ฉันหลอกคุณเล่นน่ะค่ะวันนี้ด้านนอกฝนตกหนัก รีบเข้ามาหลบในหุบเขาเถอะ!” ภรรยาขบที่ติ่งหูของซ่งจินเต๋อเบาๆใบหน้าแดงระเรื่อยั่วยวน

            “เฮ้สาวน้อยนี่ขี้เล่นจริงๆ เลย ดูสิว่าฉันจะจัดการเธอยังไง” ซ่งจินเต๋อหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้ายและเตรียมปืนเข้าสนาม โจมตีเข้าสู่จุดยุทธศาสตร์ เพื่อเข้าสู่ฉากพลิกฟ้าคว้าฝน[1]

            “กริ๊งงง!”

            เขายังไม่ทันได้พลิกตัวทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น 

            ภรรยาของเขายั่วเย้าซ่งจินเต๋อเหมือนจะฆ่าจะแกงกัน “ไม่ต้องสนใจแล้ว มาต่อกันเถอะค่ะ”

            ซ่งจินเต๋อไม่ได้เชื่อคำพูดของภรรยาเขาขยับเข้าไปดูหมายเลขที่โทรเข้ามา แล้วต้องตกใจจนรีบลุกขึ้นนั่ง 

            หลังจากงานเลี้ยงอาหารค่ำในครั้งนั้นเขาก็ตั้งเบอร์โทรศัพท์ของซูฮ่าวเป็นตัวโน๊ตพิเศษเอาไว้ 

            แล้วตอนนี้คนที่โทรเข้ามาก็คือซูฮ่าว

            ซ่งจินเต๋อรีบรับโทรศัพท์ทันทีอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้วถามอย่างระมัดระวังว่า “คุณซูโทรมาหาผมมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”

            “ผู้อำนวยการซ่งฉันขอรบกวนเวลาพักผ่อนหน่อยนะ ลูกพี่ลูกน้องของคู่หมั้นฉันถูกลักพาตัวไปฉันได้จับกุมคนที่กระทำความผิดเรียบร้อยแล้ว รบกวนคุณส่งพวกเขาไปให้ตำรวจด้วย” ซูฮ่าวพูดเข้าประเด็นในทันที 

            “อะไรนะครับ?” เมื่อได้ยินดังนั้นซ่งจินเต๋อก็มีใบหน้ามืดครึ้มไป “ไม่ถึงว่าสิ่งที่น่ารังเกียจขนาดนี้จะเกิดขึ้นใต้หนังตาของผมให้อภัยไม่ได้เด็ดขาด คุณซู คุณวางใจได้เลยครับ ผมจะส่งคนไปเดี๋ยวนี้ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนเหรอครับ?”

            ซูฮ่าวกวาดสายตามองไปโดยรอบแต่ไม่มีสัญลักษณ์จุดบอกได้ชัดเจน เขาครุ่นคิดแล้วพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวฉันจะส่งโลเคชั่นให้กับคุณในวีแชทก็แล้วกัน”

            “ได้ครับผมจะรีบไปในทันที” ซ่งจินเต๋อวางสายโทรศัพท์จากนั้นก็ดูตำแหน่งในวีแชท ก่อนโทรเรียกให้เจ้าหน้าที่สองสามนายไปยังสถานที่ที่ซูฮ่าวอยู่

            ส่วนตัวเขาก็ลงจากเตียงแล้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้า 

            “สามีคุณจะทำอะไรน่ะ?” ภรรยาของเขาเห็นดังนั้นก็รู้สึกไม่พอใจมาก 

            เธอกำลังรอให้อารมณ์ที่พลุ่งพล่านถูกปลดปล่อยแต่สุดท้ายซ่งจินเต๋อกลับทิ้งเธอไว้กลางทาง ไม่ว่าใครก็รู้สึกหดหู่ทั้งนั้น 

            “เดี๋ยวฉันกลับมาทำใหม่แต่ตอนนี้มีเรื่องเร่งด่วนต้องไปจัดการ” เมื่อซ่งจินเต๋อสวมรองเท้าเสร็จเรียบร้อยเขาก็เดินออกจากห้องโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้ภรรยาต้องชกหมอนด้วยสีหน้าไม่พอใจ

            ………………

            อีกด้านหนึ่งเมื่อซูฮ่าวคุยโทรศัพท์เสร็จ เขาก็ทิ้งหลงตงเฉียงและคนอื่นๆให้นอนหมดสติอยู่ที่พื้น ส่วนตัวเขาก็หมุนตัวเดินกลับมาที่ชั้นสาม

            เมื่อมาถึงที่หน้าประตูชั้นสามเขาสามารถได้ยินเสียงสุขสมจากภายในห้องได้อย่างชัดเจน

            แต่ว่าความสุขของไป๋เจี๋ยกลับเป็นความทุกข์ของพนักงานสาวคนนั้น 

            “เพื่อเงินสองหมื่นหยวนฉันจะต้องสู้ตาย!” พนักงานสาวคนนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆและพยายามให้มากขึ้น 

            ยิ่งเธอทำงานหนักไป๋เจี๋ยก็ร้องเสียงดังมากขึ้นเท่านั้น ต่อให้เป็นผู้หญิงแต่เธอก็เริ่มมีอารมณ์แล้ว

            “ท้องฟ้าสีครามทุ่งหญ้าสีเขียว เมื่อไรถึงจะได้เข้าเรือนหอ บนโลกนี้มีที่ไหนหญ้าไม่หอมบ้าง[2] กินได้เท่าไรฉันจะกินเท่านั้น!”

            “นกขมิ้นบนต้นหลิวส่งเสียงเจื้อยแจ้วกระต่ายสองตัวผัวเมียเดินเคียงข้างกัน ตัวเมียถามว่าทำไมถึงดูเศร้า มันตอบว่าที่เศร้าเพราะเธอโง่เกินไปจนน่ารักขนาดนี้!”

            ………………

            เพื่อไม่ได้รับผลกระทบพนักงานหญิงคนนั้นจึงท่องกลอนต่อไปเพื่อปลุกใจตัวเอง

            แม้ว่าภายในห้องจะมีเสียงดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องแต่แววตาของเธอนั้นมั่นคงหนักแน่น ไม่ไหวติง

             “ผู้ชายคนหนึ่งมีดอกไม้41 ดอกเมื่อดอกไม้ฉันบาน ดอกไม้ร้อยดอกถูกสังหาร แม่สามีได้ยินว่าฉันมา ก็รีบไปกระโดดน้ำตายคุณป้าได้ยินว่าฉันมา ก็รีบไปผูกคอตายใต้ต้นไม้ น้องชายได้ยินว่าฉันมา เสียงผีผาก็หยุดลงและพูดอะไรไม่ได้”

            การกระทำของเธอทำซ้ำวนไปมา

            ซูฮ่าวที่อยู่ด้านนอกประตูฟังเสียงที่ดังลั่นจากด้านในห้องส่วนภายในใจก็ร้อนรุ่ม

            ผู้หญิงบนเตียงกับผู้หญิงที่นั่งอยู่บนพื้นมีความแตกต่างมากเกินไปจริงๆ 

            เพื่อไม่ให้ตนเองต้องรู้สึกอึดอัดมากเกินไปเขาจึงเดินลงไปด้านล่าง 

            หลังจากภายในห้องได้ทำงานหนักเป็นเวลาสิบกว่านาทีในที่สุดพนักงานหญิงคนนั้นก็สามารถช่วยขจัดพิษความทรมานของยาหยินหยางเสพสังวารให้ไป่เจี๋ยได้เรียบร้อยแล้ว

            ในตอนนี้เธอกำลังเอนตัวพิงเตียงเนื้อตัวเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเธอไม่มีแรงเหลือเลยแม้แต่น้อย 

            ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกผู้ชายถึงพูดว่า บนโลกนี้ไม่มีนาที่ไหนที่ถูกไถจนเสียหายมีแต่วัวที่เหนื่อยตาย[3]

            “คาดไม่ถึงว่านี่จะเป็นแค่น้ำแรก?” เธอเช็ดเหงื่อที่หน้าผากของตัวเองพนักงานหญิงคนนั้นเช็ดคราบสีแดงที่อยู่บนเตียงออก แล้วโยนแตงกวาที่เปื้อนเลือดลงถังขยะไป

            ในทางกลับกันไป๋เจี๋ยไม่ได้มีใบหน้าแดงก่ำเหมือนกับคนป่วยอีกต่อไปแล้วลมหายใจเข้าออกของเธอนั้นคงที่ อุณภูมิภายในร่างกายก็กลับมาสู่ความปกติ 

            “เหมือนว่าจะไม่เป็นไรแล้ว” พนักงานหญิงคนนั้นถอนหายใจออกมาก่อนหยิบเสื้อผ้าในห้องมาสวมใส่ให้กับไป๋เจี๋ย จากนั้นก็เปิดประตูแล้วเดินออกมา 

            เมื่อมาถึงที่ห้องโถงก็เห็นว่าซูฮ่าวกำลังพูดคุยกับซ่งจินเต๋ออยู่ หลงตงเฉียงและคนอื่นๆ ถูกใส่กุญแจมือแล้วนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม 

            เมื่อเห็นว่าพนักงานหญิงคนนั้นเดินลงมาซูฮ่าวก็เดินเข้ามาถามว่า “เสร็จเรียบร้อยแล้วเหรอครับ?”

            “เรียบร้อยแล้วค่ะแม้ว่าจะไม่ได้ยุ่งยาก แต่ก็เหนื่อยเอาการ” พนักงานหญิงคนนั้นปาดเหงื่อบนหน้าผากของตัวเอง 

            ความจริงแล้วพนักงานคนนี้ตั้งใจทิ้งเหงื่อเหล่านี้ให้ซูฮ่าวเห็นว่าตัวเองทำงานหนักมากแค่ไหน 

            แน่นอนว่าซูฮ่าวเข้าใจความหมายแฝงเหล่านี้เป็นอย่างดีดังนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโอนเงินให้พนักงานคนนี้สามหมื่นหยวน

            “เรื่องวันนี้ต้องขอบคุณมากนะครับ”

            “ไม่ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ!” เมื่อเห็นตัวเลขที่เข้ามาในบัญชีalipay[4] ความเหน็ดเหนื่อยของพนักงานคนนั้นหายเป็นปลิดทิ้งดวงตาของเธอเปล่งประกายขึ้นมา 

            สามหมื่นหยวนเท่ากับเงินเดือนครึ่งปีของเธอเลยทีเดียว 

            เธอหันมองซูฮ่าวพร้อมระงับความตื่นเต้นภายในใจก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณซูถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ เสื้อผ้าลูกพี่ลูกน้องคุณฉันช่วยสวมให้เรียบร้อยแล้วคุณสามารถขึ้นไปตรวจดูได้เลยค่ะหากครั้งหน้าเกิดสถานการณ์แบบนี้อีกอย่าลืมเรียกฉันนะคะ”

            เมื่อพูดจบเธอก็โบกมือแล้วขับรถจักรยานไฟฟ้าออกไปทันที 

            “ได้…” เขามองตามพนักงานหญิงคนนั้นจากไปอย่างหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก 

            เขาหวังว่าจะไม่มีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะทรมาน 

            เขาจึงไม่คิดอะไรมากแล้วเดินขึ้นไปตรวจสอบสถานการณ์ทั้งหมดของไป๋เจี่ยพร้อมกับซ่งจินเต๋อ

            ‘แม้ว่าฤทธิ์ยาจะถูกขจัดไปแล้วแต่ร่างกายก็ยังคงอ่อนเพลียอยู่ จำเป็นต้องส่งเธอไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย’ ซูฮ่าวคิดในใจจากนั้นเขาก็หันไปพูดกับซ่งจินเต๋อว่า “ผู้อำนวยการซ่งฉันจำได้ว่าระหว่างขากลับไปสถานีตำรวจตงเฉิงต้องผ่านโรงพยาบาลประชาชนรบกวนคุณส่งออกไปที่โรงพยาบาลด้วยนะครับ จากนั้นก็ฝากติดต่อญาติของเธอด้วย” 

            “ได้ครับ!” ซ่งจินเต๋อก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาอุ้มไป๋เจี๋ยแล้วเดินออกไป 

            ตอนที่ซูฮ่าวกำลังคิดว่าจะเดินติดตามไปเขากำลังจะเมินเฉยต่อกล้องที่ติดอยู่ แต่เขาก็ชะงักฝีเท้าชั่วคราวจากนั้นก็เข้าไปหยิบมันออก 

            หลังจากเปิดดูวีดีโอแล้วเขาก็ช่วยลบวีดีโอช่วงหลังที่พนักงานหญิงคนนั้นเติมเต็มความปรารถนาให้กับไป๋เจี๋ยอย่างยากลำบากและเก็บเอาไว้เพียงฉากครึ่งแรกเท่านั้น

            หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้วเขาก็หยิบกล้องแล้วเดินลงไปด้านล่าง

            “นี่คือหลักฐานความผิดของหลงตงเฉียงและคนอื่นๆคุณเก็บเอาไว้ให้ดีนะ” ตอนที่เขากำลังจะจากไปซูฮ่าวก็ส่งคลิปวีดีโอให้กับซ่งจินเต๋อ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก “สำหรับกากเดนเหล่านี้คุณไม่จำเป็นต้องเกรงใจ ควรตัดสินอย่างไรก็ให้ตัดสินแบบนั้น” 

            “วางใจได้เลยครับคุณซูผมจะต้องมีคำอธิบายสำหรับเรื่องนี้ให้คุณอย่างแน่นอน” ซ่งจินเต๋อตบหน้าอกของตัวเองแล้วพูดเสียงมืดครึ้ม 

            เขารู้ว่าซูฮ่าวอยากให้เขาลงโทษอีกฝ่ายให้หนักดังนั้นเขาจึงไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ หนึ่ง เพราะเขาต้องทำตามหน้าที่ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนั้นเขาต้องการใช้โอกาสนี้ทำให้ซูฮ่าวรู้สึกประทับใจในตัวเขามากที่สุด 

            ซูฮ่าวพยักหน้า แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นต้องรบกวนผู้อำนวยการซ่งส่งไป๋เจี๋ยไปที่โรงพยาบาลด้วยแล้ว”

            “ไม่มีปัญหาครับ” ซ่งจินเต๋อตอบรับพร้อมรอยยิ้มจากนั้นก็ขับรถออกไปพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

            “เดี๋ยวก่อน” เหมือนกับเขานึกอะไรได้บางอย่างซูฮ่าวจึงเรียกซ่งจินเต๋อเอาไว้ “ส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คุณห้ามเปิดเผยข้อมูลของฉันเด็ดขาด ถ้าครอบครัวของไป๋เจี๋ยถามว่าใครเป็นผู้ช่วยเธอคุณก็บอกไปแค่ว่าสมาชิกที่มีความกระตือรือร้นของพวกคุณ” 

            “ได้ครับ” แม้ว่าซ่งจินเต๋อจะไม่รู้ว่าซูฮ่าวมีเจตนาอะไรกันแน่แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรมาก ทำเพียงตอบรับอย่างเดียว

            ดังนั้นซูฮ่าวจึงไม่ได้พูดอะไรอีกหลังจากเขาเห็นว่าซ่งจินเต๋อและคนอื่นๆ จากไปแล้ว เขาก็เดินไปยังลัมโบร์กีนี เรเบนตันที่จอดอยู่แล้วขับออกจากที่นี่ 

            ………………

            [1] พลิกฟ้าคว้าฝน (翻云覆雨) เดิมทีหมายถึงการใช้เล่ห์เหลี่ยมพลิกแพลงแต่ต่อมาใช้บรรยายในฉากร่วมรัก 

            [2] บนโลกนี้มีที่ไหนหญ้าไม่หอมบ้าง (天涯何处无芳草) สื่อถึงความรัก ถ้าเราไม่สมหวังหรือผิดหวังกับใครคนนึงคิดไว้ว่ายังมีคนดีๆเหลือให้เราอีกเยอะก็เหมือนหญ้าที่สามารถเจอได้ในทุกๆที่บนโลกนี้

            [3]ไม่มีนาที่ไหนที่ถูกไถจนเสียหายมีแต่วัวที่เหนื่อยตาย (没有耕坏的田,只有累死的牛) สำนวนจีน หมายถึง นาก็มีอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะใช้วัวไถอย่างไรก็ไม่เสียหาย แต่มีแค่วัวที่รู้จักเหนื่อย ดังนั้นควรถนอมร่างกายของตนเองไม่ให้เหนื่อยเกินไป 

            [4]alipay (支付宝) แอปพลิเคชันจ่ายเงินมีลักษณะคล้ายกับ True Money แต่สามารถใช้จ่ายได้ทุกที่ในประเทศจีน 

             

             

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน