ทะลุมิติมาเป็นซูเปอร์เจ่เจ้

    ตอนที่ 41 การพึ่งพาตนเอง

    “ท่านยายอย่าห่วงเลยเจ้าค่ะ ข้าเชื่อว่าท่านแม่จะต้องเฝ้ามองพวกเราอยู่บนสวรรค์ บางที นางอาจจะได้พบกับท่านพ่อแล้วก็เป็นได้”


    เมื่อพูดจบ ถังฉีก็เอื้อมมือออกไปเช็ดน้ำตาให้นางจางอย่างอ่อนโยน


    นอกจากพวกน้อง ๆ แล้ว หญิงชราผู้นี้เป็นสมาชิกในครอบครัวเพียงคนเดียวที่ทำให้นางรู้สึกอบอุ่น


    “อืม ข้าจะยังไม่กลับ จะอยู่กับพวกเจ้าไปอีกสักพัก เมื่อสร้างบ้านเสร็จ ข้าจึงจะกลับ ไม่เช่นนั้นข้าคงรู้สึกไม่สบายใจ”


    ความจริง นางจางอยากมาช่วยนานแล้ว ทว่านางมีหลายสิ่งที่ต้องทำที่บ้านและมีหลานชายที่ต้องดูแล


    ทว่าเวลานี้ เมื่อเห็นหลานสาวและหลานชายไร้ที่พึ่งพา  นางจึงไม่อาจตัดใจกลับไปที่หมู่บ้านได้


    “ดีจริง ท่านยาย ข้าเพิ่งฝึกทำอาหารหลายอย่างเลย เช่นนั้นข้าจะทำให้ท่านยายกินเองเจ้าค่ะ”


    ถังฉีเองก็ชอบที่มีญาติผู้ใหญ่อยู่ในบ้าน


    “ท่านแม่ ท่านไม่ต้องห่วง อยู่ที่นี่อย่างสบายใจสักระยะเถอะ ให้ลูกสะใภ้และคนอื่น ๆ ดูแลบ้านแทนท่านเอง”


    บุตรชายคนโต หวังอันเอ่ยด้วยรอยยิ้ม


    “อืม แม่นางพวกนั้นก็พอจะไหว้วานได้อยู่หรอก เมื่อพวกเจ้ากลับไปก็คอยกำชับพวกนางให้ดีด้วยล่ะ”


    แม้นางจางจะพูดเช่นนี้ ทว่ามีรอยยิ้มเคลือบแฝงในแววตา เห็นได้ชัดว่านางพอใจลูกสะใภ้ของตนไม่น้อย


    ท่านลุงใหญ่หวังอัน ท่านลุงรองหวังอวี่ และท่านลุงสามหวังเข่ออยู่ได้ไม่นานเพราะพวกเขาต้องรีบกลับ


    ถังฉีไม่ได้รั้งพวกเขา นางเอาขนมออกมาจากห้วงมิติเพื่อให้พวกเขานำกลับบ้าน


    ส่วนโยเกิร์ตรสเปรี้ยวและของอื่น ๆ นางก็บรรจุในถังไม้ไผ่


    ท่านลุงต่างปฏิเสธ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถต้านทานการรบเร้าของถังฉีได้  ในที่สุดก็ต้องนำขนมและโยเกิร์ตรสเปรี้ยวกลับบ้าน



    เช้าวันต่อมา หลังจากที่ถังฉีตื่น นางก็ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยออกมาจากห้องครัว


    ไม่ต้องสงสัยเลยว่านางจางกำลังวุ่นอยู่ในครัว


    นางรีบลุกขึ้น ล้างหน้าล้างตาและตรงไปยังห้องครัว


    “ฉีเอ๋อร์ ทำไมตื่นเช้านัก? เจ้ากลับไปนอนต่อดีหรือไม่ ข้าวเช้าเสร็จแล้วข้าจะไปเรียก”


    นางจางมองถังฉีด้วยสีหน้าเป็นห่วง


    “ท่านยาย ข้าบอกแล้วว่าจะทำอาหารให้ท่านกินเองไม่ใช่หรือ? เหตุใดท่านไม่ปลุกข้าล่ะ?”


    เมื่อพูดจบ ถังฉีก็เกาศีรษะแกร่ก ๆ ใบหน้าแดงด้วยความเขินอาย


    “ฮ่ะฮ่ะ ข้าเป็นยายของเจ้านะ จะปล่อยให้เจ้าทำอาหารได้อย่างไร? กลับไปนอนสักพักเถอะ ข้ากำลังนึ่งซาลาเปาเพิ่ม”


    เมื่อพูดจบ นางจางก็เร่งให้ถังฉีออกไป


    ทว่าถังฉีไม่ไป แต่อยู่ในครัวและคอยช่วยนางจาง บางครั้งก็ได้ยินเสียงหัวเราะที่มีความสุขของทั้งสองคน


    ที่นี่มีแต่เสียงหัวเราะที่สดใส 


    …


    ในขณะที่บ้านเก่าเต็มไปด้วยความมืดมนและหม่นหมอง


    โดยเฉพาะถังเหวินที่เวลานี้นอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


    เมื่อวานนี้ เมื่อเขากลับมาถึงบ้าน เขาก็โยนข้าวของของนางเสี่ยวฉินออกไปนอกบ้าน


    ถังเสวี่ยตกใจกลัวจนร้องไห้จ้า


    นางฉินต้องพาเด็กน้อยเข้าไปนอนในห้อง


    *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*


    เวลานี้ เสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้น


    “ใครน่ะ?”


    เช้าตรู่เช่นนี้ ทั้งนางฉินและถังต้าสี่ยังไม่ตื่น นางเหลียงจึงเอ่ยถามเบา ๆ 


    “ข้าเอง ฉินอาก่วง”


    เสียงของอันธพาลหนุ่มฉินอาก่วงดังขึ้น


    เมื่อรู้ว่าเป็นคนของตระกูลฉิน นางเหลียงจึงเปิดประตูอย่างระมัดระวัง


    *ปัง*


    ทันทีที่ประตูเปิดออก นางเหลียงก็ถูกผลักจนล้มลงกับพื้น


    “นางคนชั่ว ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ลูกสาวข้าแต่งเข้าตระกูลเจ้า ข้าคิดว่าพวกเจ้าจะดีกับนาง ที่ไหนได้…”  


    นางหลิ่ว มารดาของนางเสี่ยวฉินสบถสาปแช่ง


    นางเหลียงลุกขึ้นจากพื้นด้วยท่าทีหวาดกลัว ถังเฉวียนรีบเข้ามาพยุงนาง


    “ท่านป้า เหตุใดต้องผลักภรรยาข้าด้วย?”


    อย่างไรเสีย ถังเฉวียนก็เป็นลูกผู้ชาย เมื่อเห็นภรรยาถูกรังแก เขาย่อมมีน้ำโห


    “หึ…วันนี้ข้าไม่ได้มาต่อปากต่อคำกับเจ้า รีบไปเรียกแม่ของเจ้ามาคุยกับข้าเดี๋ยวนี้!”


    นางหลิ่วยืนเอามือเท้าเอว ใบหน้าอวบอ้วนและดวงตากลมโตแสดงให้เห็นว่านางไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย ๆ


    “หึ…ข้ามีหู ออกมาเองได้!”


    นางฉินรู้ว่านางหลิ่วจะต้องมาหาเรื่อง นางจึงเตรียมใจเอาไว้แล้ว และนางก็ไม่ได้ตั้งใจจะไกล่เกลี่ยเพื่อความสงบสุข


    เมื่อเห็นท่าทีของคนทั้งสอง นางเหลียงได้แต่ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว นางดึงแขนถังเฉวียนและบอกให้เขาพานางกลับเข้าไปในบ้าน


    นางไม่ต้องการให้สามีเข้าไปมีส่วนร่วมมากกว่านี้ เมื่อวาน คนของนางหวังยังมีเมตตา มิเช่นนั้น วันนี้เขาคงนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่บนเตียงเช่นเดียวกับถังเหวิน


    “พวกคนหน้าซื่อใจคด ข้าให้ลูกสาวแต่งเข้าตระกูลของพวกเจ้า แต่พวกเจ้ากลับทรมานนาง ด้วยเหตุนี้นางถึงหลงผิด”


    ปากของนางหลิ่วกลับดำให้เป็นขาว และกลับขาวให้เป็นดำ!


    “หืม…ทุกคนในหมู่บ้านรู้ดีว่าข้าปฏิบัติต่อเสี่ยวฉินไม่ต่างจากลูกสาวของตัวเอง ข้าไม่เคยทำให้นางรู้สึกขุ่นข้องหมองใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว แล้วดูที่นางทำสิ นางกลับทรยศหักหลังลูกชายข้า? ดูท่าลูกไม้จะหล่นไม่ไกลต้น แม่เป็นอย่างไร ลูกก็เป็นอย่างนั้น!”


    เดิมที นางฉินไม่พอใจลูกสะใภ้คนนี้ แต่เป็นเพราะนางเห็นแก่หน้าพี่ชาย จึงยอมให้บุตรชายแต่งงานกับนางเสี่ยวฉิน


    เวลานี้ นางหลิ่วมาที่นี่โดยไม่แยกแยะถูกผิด พร้อมที่จะโยนความผิดทุกอย่างมาที่นาง คิดหรือว่านางฉินจะยอม?


    “หน็อย…ทำมาพูดเรื่องลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น รอดูตอนที่ข้าฉีกปากเจ้าก่อนเถอะ! โธ่…ลูกสาวที่น่าสงสารของข้า ข้าไม่น่าตาบอดปล่อยให้นางแต่งเข้าตระกูลต่ำช้าเช่นนี้เลย หลายปีมานี้ นางคงไม่เคยมีความสุขเลย และวันนี้ยังถูกแม่สามีผลักไสอีก”


    นางหลิ่วเอ่ยน้ำตานองหน้า


    ด้านนอก ชาวบ้านพากันมามุงดูด้วยความตื่นเต้น


    พวกเขาไม่คาดคิดว่าเมื่อวานจะได้เห็นนางจางและบุตรชายทุบตีถังเหวินและถังต้าสี่ มาวันนี้ยังจะได้เห็นนางฉินเผชิญหน้ากับนางหลิ่ว


    เรื่องนี้น่าตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าละครเร่ที่พวกเขาเคยดูเสียอีก


    หมู่บ้านของพวกเขาไม่ได้ต่างไปจากเมืองใหญ่ หากว่าวันนี้ไก่ของใครออกไข่เพิ่ม เรื่องก็สามารถแพร่กระจายจากหัวหมู่บ้านไปยังท้ายหมู่บ้านได้!


    ดังนั้น เมื่อชาวบ้านเห็นฉากที่มีชีวิตชีวาเช่นนี้ พวกเขาจึงเรียกเพื่อนบ้านออกมาทีละคน!


    ไม่นาน ชาวบ้านจำนวนมากก็มารวมตัวกันชมความครึกครื้น



    หลังจากถังฉีกินข้าวเช้าเสร็จ นางก็เห็นนางอู๋มุ่งหน้าไปยังบ้านเก่า จึงเอ่ยถาม


    “นี่…ฉีเอ๋อร์ คนตระกูลฉินไม่ใช่คนดี เจ้าอย่าออกไปจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจจะทำร้ายเจ้าและคิดว่าเจ้ากำลังชื่นชมกับความโชคร้ายของพวกเขา”


    นางอู๋กำชับ


    “เกิดอะไรขึ้นบ้าง ข้ากลับมาจะเล่าให้ฟัง”


    เมื่อพูดจบ นางอู๋ก็รีบวิ่งออกไปพร้อมกับหญิงชาวบ้านอีกหลายคน


    ถังฉีเฝ้ามองภาพเบื้องหน้า ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี


    แต่ไม่ว่าคนในบ้านเก่าจะเสียงดังแค่ไหนก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนาง


    ต่อให้เกิดเสียงอึกทึกครึกโครม ชาวบ้านก็ยังสร้างบ้านให้ถังฉีตามปกติ


    ทว่าระหว่างพักเหนื่อย พวกเขาก็พูดคุยกันถึงเรื่องนี้


    “ซานเอ๋อร์ ปู่ย่าปฏิบัติต่อเจ้าเช่นนี้ เจ้าเกลียดพวกเขาหรือไม่?”


    ขณะที่ถังซานกำลังดื่มน้ำ ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยถามเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น


    “ข้าไม่เกลียดพวกเขาหรอกขอรับ พี่ใหญ่บอกว่า สวรรค์มอบมือเท้าให้พวกเราเพื่อให้เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือและพึ่งพาตัวเอง”




    ***************************

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นซูเปอร์เจ่เจ้ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199