ตอนที่5 เด็กวุ่นวาย
เกือบหนึ่งปีที่ผมพยายามหลบหน้าอาภพ แต่จะเรียกว่าพยายามก็คงไม่ถูก ในเมื่ออาภพไม่เคยสนใจเื่ราวของเขาเลยแม้แต่น้อย ไม่เคยสนใจเลยด้วยว่าผมเป็ยังไงรู้สึกยังไง กำลังทำอะไรอยู่ จนตอนนี้ผมกำลังจะจบชั่นมัธยมหกแล้ว
วันนี้เด็กหนุ่มในชุดเอี๊ยมยีนส์สีเหลืองอ่อยขาสั่น เดินลงมาจากชั้นสอง โดยไม่รู้ตัวว่าวันนี้ติณภพกลับเข้ามาที่บ้านจันทร์ประดับในวันกลางสัปดาห์ ทั้งที่ปกติเ้าตัวจะกลับเข้ามาแค่่เสาร์อาทิตย์เท่านั้น สองขาเรียวพาตัวเองเดินเข้ามาที่ห้องอาหารตามปกติใน่เวลาอาหารเที่ยงของทุกวัน เด็กหนุ่มชงักเท้าหยุดเดินเมื่อคนที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารอยู่กับแสงจันทร์ตอนนี้คือติณภพ และเพราะวันนี้เขาอารมณ์ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ยังไม่อยากเจอหน้าติณภพให้หงุดหงิดใจเพิ่ม แต่พอจะก้าวเดินเข้าไป
สายตาพลันสบเข้ากับนัยตาสีนิลเข้มของติณภพเข้า คล้ายว่าเสียงรอบตัวพลันแ่เบาลง มีเพียงเสียงหัวใจเขาที่กำลังเต้นแรง และมือเล็กที่เริ่มสั่นไหว แล้วน้ำตาก็ไหลออกมา แต่ติณภพคงไม่ได้เห็นมันเพราะชายหนุ่มทำเป็เมินสายตาของธนวินท์กลับไปสนใจหญิงสาวข้างกายแทน เด็กหนุ่มได้แต่เช็ดมันออกไปจากใบหน้าลวกๆ ด้วยไม่อยากให้แสงจันทร์เห็น
อาภพพาใครบางคนกลับมาด้วย เขาคนนั่นดูดีทุกอย่างทั้งรูปร่างหน้าตาและรูปลักษ์ภายนอกเมื่อเทียบกับเขา ธนวินท์ดูเป็เด็กกะโปโลไปในทันที
“น้องวิน มาทานข้าวซิลูก”
“ครับคุณยาย” เขารีบขายรับเมื่อถูกคนเป็ยายจับได้ว่ามายืนแอบอยู่หลังประตูห้องอาหาร แล้วเดินออกมาจากหลังประตูสองขาก้าวช้าๆ ด้วยใจเบาหวิว เขาเดินเข้ามานั่งลงที่ประจำข้างๆ แสงจันทร์ และเป็ที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับติณภพ เ้าตัวเอาแต่ก้มหน้าไม่มองไม่สบตากับติณภพอีกเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะนั่งอยู่ตรงข้ามกันก็ตามที
“สวัสดีอาภพกับคุณเกรซหรือยังลูก”
“สวัสดีคับ” ธณวินท์ยกมือไหว้ทั้งสองคนอย่างว่าง่าย เ้าตัวดูสงบนิ่งจนคิ้วของชายหนุ่มขมวดเป็ปม ช่างไม่เหมือนเด็กดื้อตัวแสบเอาแต่ใจที่เคยก่อเื่ปวดหัวไว้ให้เขาเลยสักนิด
“คนนี้น้องวินใช้ไหมคะภพ”
“ใช่ครับเกรซ คนนี้น้องวินคนพี่ผมเคยเล่าให้คุณฟังบ่อยๆ ไงครับ” ธนวินท์ได้ยินทุกคำที่ชายหนุ่มบอกกับหญิงสาวข้างกายเข้าเม้มปากย่นคิ้วอยากรู้ว่าชายหนุ่มพูดถึงเขายังไงบ้าง
“น่ารักจังเลยนะค่ะ ไม่เห็นเหมือนที่คุณเล่าให้เกรซฟังเลย” หญิงสาวมองเด็กหนุ่มแล้วแย้มยิ้มให้อย่างเป็มิตร เห็นแบบนั่นธนวินท์ก็ยิ้มให้ตอบกลับบ้าง แต่สายตากลับสบเข้ากับดวงตารูปเหยี่ยวสีนิลเข้มที่มองสบกันพอดี
“พี่ชื่อเกรซนั ยินดีที่ได้รู้จักค่ะน้องวิน”
“พี่เป็อะไรกับอาภพเหรอคับ” คำถามแรกที่เด็กหนุ่มเอยถามก็ทำเอาติณภพเผลอยิ้มมุมปาก พราะชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าธนวินท์ไม่สามารถจะเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ได้หร่อก ยังคงเป็เด็กแสบจอมวุ่นวายเหมือนเดิม
“พี่เป็เพื่อนของภพค่ะ” หญิงสาวยิ้ม ขำเล็กน้อยมองเด็กหนุ่มอย่างเอ็นดู พอจะเดาออกแล้วว่าเด็กหนุ่มแสนแสบยังไง
“น้องวินอย่าเสียมารยาท!” เสียงของแสงจันทร์ทำเอาธนวินท์หน้าเจื่อน ก้มหน้าทานข้าวไปเงียบๆ แทน
“หึ!” เสียงหัวเราะในลำคอของติณภพทำเอาเด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองติณภพอย่างขัดใจ ที่เขาทำอะไรไม่ได้นอนจากทานข้าวไปเงียบๆ เท่านั่นเมื่อโดนแสงจันทร์ดุเข้า
“ทานเยอะๆ นะลูก” เห็นแบบนั่นแสงจันทร์ก็พอเดาออกอยู่บ้างว่าหลานตัวแสบกำลังคิดอะไรอยู่เพียงแต่ว่าที่ผ่านมายังไม่ถึงเวลาที่เขาจะยื่นมือเข้าไป
“ขอบคุณครับคุณยาย” เด็กหนุ่มหันไปขอบคุณแสงจันทร์ที่ตักอาหารใส่จานให้
“เกรซกุ้งครับผมรู้ว่าคุณชอบ”
“ขอบคุณค่ะภพ”
“โอ้ย!!”
“หึ!”เด็กหนุ่มกัดฟันกรอดเขาหึงที่ชายหนุ่มดูเอาใจหญิงสาวตรงหน้าต่อหน้าเขา เท้าเล็กโต๊ะไปโดนขาของติณภพเข้าอย่างตั้งใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มกับชายหนุ่มอย่างท้าทาย
“เป็อะไรคะภพ”
“แค่มดกัดครับเกรซ”
“นี่!” ธนวินท์ไม่พอใจที่ติณภพพูดถึงเขาแบบนั่น เ้าตัวเลยจัดให้อีกหนึ่งครั้ง หากแต่คราวนี้เท้าเล็กกระทืบลงบนเท้าของติณภพเต็มแรง
"โอ๊ะ!!!”
“มดกัดอีกแล้วเหรอค่ะภพ”
“ใช้คับ คราวนี้ตัวใหญ่สะด้วย” ชายหนุ่มเค้นเสียงบอกหญิงสาวข้างกาย ส่วนธนวินท์กลับลอยหน้าทำเป็ไม่รับรู้ แต่เมื่อเห็นสายตาจ่องแสงจันทร์ที่ทำตาดุใส่ก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อเงียบๆ
................
“ผมกลับก่อนนะครับคุณท่าน เอาไว้จะหาเวลาว่างแวะมาอีกนะครับ” ที่จริงแล้วติณภพกับแสงจันทร์ก็เจอกันบ้างที่บริษัทเพราะแสงจันทร์ยังคงดำรงตำแหน่งประทานบริษัทอยู่
แต่ที่ยังต้องกลับมานอนที่บ้านจันทร์ประดับอยู่บ้างบางครั้ง ก็เพราะเป็ห่วงที่บ้านหลังนี้ก็มีแต่คนแก่กับเด็ก ถึงลุงกนกจะเป็ผู้ชาย แต่ลุกกนกก็อายุเยอะแล้วทำงานให้จันทร์ประดับมาั้แ่วัยหนุ่ม ที่จริงก็ควรถึงเวลาเกษียรได้แล้ว
ชายหนุ่มกวาดสายตามองเข้าไปในตัวบ้านระกว่างที่จะขึ้นรถครั้งนี้กลับไม่เจอสายตาอาลัยอาวรตัดพ้อแบบที่มองส่งกันให้ต้องรำคาญในทุกครั้งอีก
“ภพค่ะ”
ติณภพหันกลับมาตามเสียงเรียกของหญิงสาว ก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกมาจากตัวบ้าน
“ที่จริงเห็นแล้วก็อดสงสารแกนะค่ะ ดูซิมองจนตาละห้อยเลยค่ะ” คำพูดของหญิงสาวทำให้ติณภพมองผ่านกระจกมองหลังบ้างก็เจอว่าธนวินท์ที่ยืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้กำลังมองมาที่รถของเขาจริงๆ
“เป็อะไรไปค่ะภพ”
“ทำไมคุณไม่ยอมบอกไปว่าเป็แฟนผม หรือเป็อะไรก็ได้ที่มากกว่าเพื่อน” หญิงสาวส่ายหน้าพรางกลั่นขำ เขากับติณภพเป็ได้มากสุดก็แค่คู่นอนมากกว่าจะเกินเลยไปกว่านั่น เขายังไม่อยากแต่งงานมีชีวิตคู่ในตอนนี้
“นี่คุณกลัวเด็กคนนั่นขนาดนี้เลยเหรอคะภพ”
“ไม่ใช่แบบนั่นครับ ผมก็แค่รำคาญสายตาเวลาที่ถูกเด็กนั่นจ่องมองมาต่างหากละ”
“ระวังนะค่ะภพ เกลียดมากๆ เข้า วันไหนที่ตกหลุมรักน้องวินขึ้นมา แล้วเด็กมันไม่เล่นด้วยอีก น้ำตาจะเช็ดหัวเข่าเอาเกรซไม่ปลอบนะค่ะภพ”
“ไม่มีวันครับ” ชายหนุ่มละสายตาจากท้องถนนหันมาบอกหญิงสาวอย่างจริงจัง
“หึ! คุณไปเอาความมั่นใจขนาดนี้มาจากไหนกันค่ะ”
“ทำไมคับ เกรซคุณพูดเหมือนผมมีใจให้เด็กนั่น!”
“อืม ก็ไม่เชิงมั่งค่ะ เกรซแค่คิดว่าสายตาของคุณดูห่วงใยน้องวินนะค่ะ บางที่คุณอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้”
“หึๆ! พูดเป็เล่นไปครับ” ถ้าหญิงสาวรู้ว่าทำไมเขาถึงไม่มีวันหลงรักเด็กคนนั่นได้ คงจะไม่พูดประโยคนี้ออกมา อย่างเขาเหรอจะห่วงใยเด็กคนนั่น
คำพูดของเกรซในรถวันนี้ทำเอาคิณภพกลับมานอนคิดทบทวนทั้งคืน ใช่ว่าเขาไม่รู้ตัวเองสายตาอาลัยอาวรของธนวินท์ที่เมื่อก่อนเขาเคยคิดรำคาญ หากทำไมตอนนี้เขาถึง… ชายหนุ่มหลับตาลงพยายามหลับเพราะนี่ก็เลยเที่ยงคืนมานานแล้ว เขาเป็อะไรไปทำไมถึงยังคิดเื่ของเด็กคนนั่นไม่หยุด มือใหญ่ยกขึ้นมาก่ายไปบนหน้าพาก สงสัยคืนนี้เขาคงนอนไม่หลับแล้วแน่ๆ
เช้าวันนี้เขาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย หลังจากที่ได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมง ชายหนุ่มก็อ่าบน้ำแต่งตัวเพื่อเข้าบริษัทในตอนเช้าบริษัทแสงจันทร์กรุ๊ป ทำธุรกิจเกี่ยวกับการรับเหมาก่อสร้าง เขาซึ่งเป็รองประทานบริษัทใช้ว่าจะอู้งานได้ กลับกันเขากลับยิ่งต้องทุ่มเททุกอย่างให้บริษัทอยู่รอด ถึงแม้ว่า่ๆ หลังมานี้เศรฐกิจจะไม่ดีบ้างก็ตาม ที่เขาทำทุกอย่างก็เพื่อตอบแทนพระคุณของคุณแสงจันทร์ หากที่จริงแล้วชายหนุ่มชอบงานอิสระมากกว่าจะจมอยู่กับงานประจำที่นี่
ชายหนุ่มนั่งคิดอะไรเพลินอยู่หลังโต๊ะทำงานในตอนเย็นหลังเลิกงาน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“คับวา อืมเย็นนี้เหรอครับ….ผมว่างคุณมีอะไรหรือเปล่า”
“วาอยากชวนคุณไปนั่งดริ่งด้วยกันหน่อยค่ะ เพิ่งทำโปรเจ๊คใหญ่ของบริษัทเสร็จไปวันนี้ วาอยากดื่มค่ะ” อัยวาหญิงสาวร่างสูงหุ่นเพรียว หนึ่งในเพื่อนสนิทของติณภพั้แ่สมัยมมัธยม ที่จริงแล้วชายหนุ่มมีเพื่อนสนิทอยู่ไม่กี่คนที่คบหากันมาั้แ่เด็กๆ
ติณภพในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับกางเกงสแล็คสีดำ ข้อมือใหญ่ส่วมนาฬิกาแบร์นเนม เดินเข้ามาในผับหรู่กลางใจเมื่องชายหนุ่มผู้มีร่างสูงผิวขาวจมูกโด้งเป็สั่นส่วมแว่นสีชา ทุกท่วงท่าที่ก้าวเดินดูหล่อเหล่าเท่ห์สง่าจนคนในผับหันมองกันเป็แถว
“ภพคะทางนี้ค่ะ” หญิงสาวยกมือขึ้นให้ติณภพมองเห็นตัวเอง ชายหนุ่มเดินเข้ามาหยุดยืนข้างๆ หญิงสาว บรรยากาศภายในผับหรู่ มีแยกโซนวีไอพี โซนธรรมดา แต่หากวันนี้อัยวาเลือกที่จะนั่งตรงเคาเตอร์บาร์
“คุณเครียดมากเหรอวา ถึงชวนผมมาดื่มั้แ่หัววันแบบนี้”
“ก็นิดหน่อยค่ะภพ ที่จริงก็เพิ่งจะส่งงานโปรเจ๊คใหญ่ผ่านด้วยค่ะ เลยอยากฉลองสักหน่อย”
“ครับ”
“ภพก็รู้ว่าวาไม่ค่อยมีเพื่อนนอกจากคุณ วาก็ไม่มีใครแล้ว” ชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆ มือสวยของหญิงสาวเลื่อนแก้วเหล่าไปตรงหน้าชายหนุ่มที่เขาสั่งไว้เตรียมให้แล้ว
“วาสั่งให้คุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มขอบคุณก่อนจะหยิบแก้วขึ้นมาดื่มรวดเดี่ยวหมดแก้ว ก่อนจะสั่งเพิ่มมาอีกหลายแก้ว เขานั่งดื่มได้ไม่นานก็มีสายเรียกเข้าจากแสงจันทร์ ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นก่อนรับสาย เพราะปกติคุณท่านไม่เคยโทรหาเขานอกเหนือจากเวลางานเท่านั่น