แสงสีฟ้าจากหน้าจอสมาร์ทโฟนสะท้อนอยู่ในดวงตาของเก๋ขณะที่เลื่อนผ่านหน้าฟีดแอดมี จู่ๆ มีการแจ้งเตือนสีเขียวจากกลุ่มแชทก็เด้งขึ้นมาสะกิดสายตาเธอให้หยุดอยู่ที่ชื่อกลุ่มแชท “แก๊งชะนี...หมีไม่ว่าง”
ชื่อกลุ่มที่ดูตลกขบขันทำให้มุมปากของเก๋แอบยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวมันเป็ชื่อกลุ่มที่พวกเธอตั้งขึ้นมาใน่มัธยมปลายชื่อที่เต็มไปด้วยความทรงจำของเด็กสาวสามคนที่สนิทกันมาก…น้ำ, อรและตัวเธอเองที่เคยหัวเราะและร้องไห้มาด้วยกันใน่ม.4กับ ม.5 ภาพวันวานที่เคยนั่งจับกลุ่มในร้านกาแฟนมสดเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งความสุขย้อนกลับมาฉายซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
“ทำอะไรอยู่เหรอว่ะมึง?”เสียงทักของอรดังขึ้น
เก๋รีบวางมือถือลงบนโต๊ะพยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติ“กู...กูแค่กำลังอ่านแชทในกลุ่มน่ะ!”เธอตอบเสียงแ่ไม่กล้าสบตา
“กลุ่มชะนีอ่ะเหรอ?”อรถามต่อพร้อมกับขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ “มีอะไรเหรอมึง?”
“อืมๆ” เก๋พยักหน้าตอบรับ
“มีอะไรหรือเปล่า?ทำไมทำหน้าเหมือนคนมีความลับ”อรเหลือบไปเห็นไอคอนแจ้งเตือนสีเขียวบนหน้าจอของตัวเองบ้างเธอก้มลงดูหน้าจออย่างรวดเร็ว “อุ้ย! ข้อความจากไอ้น้ำนี่เอง!!!”
หน้าจอแชทปรากฏข้อความสั้นๆจากน้ำ...
น้ำ :“ข่าวลือ เป็ข่าวกูกับพี่นัทเองนะ”
อรขมวดคิ้วทันทีที่อ่านจบ“ไอ้น้ำมันบอกในกลุ่มทำไมว่ะ? มันบอกในกลุ่มชะนีเพื่ออะไรวะเก๋?”
“กูจะรู้ไหมเนี่ย!” เก๋ตอบด้วยท่าทีงุนงงเช่นกัน “แต่่เวลาที่ผ่านมากูก็เห็นว่าไอ้น้ำมันก็พยายามจะง้อคืนดีกับพวกเรานะมันก็พยักหน้าทักทายพวกเราในคลาสเหมือนกันนี่น่า แล้วมึงล่ะ? มึงหายโกรธมันหรือยัง?”
คำถามที่ตรงไปตรงมาของเก๋ทำให้อรนิ่งชั่วขณะอรเม้มริมฝีปากแน่น “กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้กูคิดยังไงกับมัน”อรสารภาพออกมาอย่างแ่เบา น้ำเสียงของเธอไม่ได้โกรธเคืองแต่เต็มไปด้วยความสับสน
“แต่สำหรับกู ตอนนี้กูก็โอเคนะ” เก๋พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไอ้น้ำมันก็ไม่ได้ทำผิดอะไรร้ายแรงขนาดนั้นอีกอย่าง...พี่นัทก็ดูจะชอบไอ้น้ำจริงๆ นี่น่า”
อรนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะสะบัดหน้าหนี“เอ่อๆ กูก็รู้แหละ! มึงกับกูเรียนปี 3 แล้วนะมึง ไม่ใช่เด็ก ม.ปลายที่จะมานั่งงอนกันเื่ไร้สาระแบบนี้!”อรพูดแก้เขินก่อนจะก้มหน้าก้มตาพิมพ์ตอบข้อความของน้ำสั้นๆ ในกลุ่มชะนี
อร : “เอ่อๆ”
เก๋มองอรแอบอมยิ้มไปด้วย“อ้าว! อะไรว่ะ อยู่ๆ มึงจะตอบก็ตอบ” เธอหัวเราะเบาๆก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “แต่กูก็ดีใจนะที่เห็นมึงตอบแชทไอ้น้ำอ่ะ!”
น้ำในชุดเสื้อยืดสีชมพูอ่อนคู่กับกระโปรงพลีทยีนส์ดูน่ารักสมวัยเธอกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงจากชั้นบนของบ้านด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าจิ้มลิ้มมาพร้อมกับรอยยิ้มพลางะโบอกพ่อกับแม่ด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว
“แม่ๆๆ วันนี้หนูไปหาดรีมก่อนนะคะแม่! มีนัดกับดรีมค่ะ”
“จ้าๆ ลูกก็เที่ยวกับดรีมให้สนุกนะจ๊ะ” เสียงตอบรับสุดแสนใจดีของแม่ดังตามมา
“ค่ะแม่ หนูไปก่อนนะคะ!”
สาวน้อยน้ำรีบโผเข้าหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่ก่อนรีบคว้ากระเป๋าแล้วออกจากบ้านด้วยรอยยิ้มทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะเปิดประตูรั้วหน้าบ้านเสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าก็ดังขึ้นทำให้น้ำชะงักและหยิบมันขึ้นมาดู แต่แล้วหัวใจก็หล่นวูบเมื่อเห็นข้อความที่ปรากฏในแชท
ดรีม :“วันนี้ยกเลิกนัดนะแก ดรีมขอโทษด้วย พอดีอาจารย์นัดคุยงานกลุ่มในคลาสเดี๋ยวค่อยคุยกันใหม่นะ ขอโทษนะจ๊ะคนสวยของดรีม”
ความสดใสที่เคยมีเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตาน้ำถอนหายใจยาว ความรู้สึกเซ็งและเหงาเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็วเธอเดินออกจากซอยหมู่บ้านอย่างไร้จุดหมาย ขาสองข้างก้าวไปตามความเคยชินทว่าความคิดในหัวกลับวนเวียนอยู่กับเื่ราวเก่าๆ
เส้นทางที่เธอเดินผ่าน...ถนนสายนี้...ทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นถนนนี่คือเส้นทางที่เธอเคยเดินเดินมือกับพี่นัทใน่เวลาที่ความรักในอดีตความทรงจำที่เคยสวยงามกลับกลายเป็หนามแหลมที่ทิ่มแทงใจ หยาดน้ำตา หยดเล็กๆเริ่มเอ่อคลอจนเธอต้องก้มหน้าหลบสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปมา
เธอเดินอย่างไร้จุดหมายจนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับร้านอาหารร้านหนึ่ง “อ้าว! นี่มันร้านของตานั่นนี่น่า...” น้ำพึมพำกับตัวเองดวงตาจ้องมองป้ายร้านที่ดูเรียบง่าย “เดี๋ยวก่อนนะ! เรายังไม่รู้จักชื่อตานั่นเลยนี่นา ได้ยินลูกค้าเรียกแว่วๆ ว่า พี่ไข่เจียวๆใช่ไหมอ่ะ? หรือว่าฟังผิดไป?”
น้ำยืนลังเลอยู่หน้าทางเข้าร้านในจังหวะนั้นเองประตูร้านก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินสวนออกมาพอดี
“อ้าว! คุณน้ำมาได้ยังไงเนี่ย ใหมดเลย!” เสียงทักที่ดูซื่อๆของไข่เจียวทำให้น้ำสะดุ้งโหยงใไม่แพ้กัน
“อะ... เอ๊ะ! น้ำต่างหากที่ต้องใ” น้ำพยายามปรับสีหน้าปรับอารมณ์แทบไม่ทันพลางหันไปมองลูกค้าคนหนึ่งที่เดินตามหลังชายหนุ่มออกมา“วันนี้พี่ไข่เจียวไม่อยู่ร้านเหรอคะ?”
“อ๋อๆ พอดีวันนี้ผมจะไปเดินเล่นที่ตลาดนัดริมน้ำหน่อยครับ” เขาตอบยิ้มๆ
“ค่ะๆๆ เดินเล่นให้สนุกนะคะ”
“แล้ว...แล้วนายชื่อไข่เจียวจริงๆเหรอ?”น้ำเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ
“อืม...ครับๆๆ ผมชื่อไข่เจียวครับ” เขาตอบยืนยันด้วยความมั่นใจ
“ไข่เจียว! ชื่อนายแปลกจัง! ชื่อไข่เจียวเนี่ยนะ?” น้ำหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
ไข่เจียวสังเกตเห็นความผิดปกติในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า“สีหน้าคุณน้ำไม่ค่อยจะดีเท่าไรเลยนะครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
“เปล่า! ไม่มีอะไรหรอก! ก็แค่...แค่แดดมันร้อนนะ”เธอรีบปฏิเสธพลางใช้หลังมือปาดหยาดน้ำตาที่เกือบจะไหลออกมา
“ถ้าคุณน้ำคิดจะกลับบ้านไปแล้วไม่รู้จะทำอะไรดี อย่างน้อยไปดูวิวสวยๆริมน้ำน่าจะช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งนะครับ...เอ่อ ขอโทษครับ” ไข่เจียวพูดด้วยท่าทางเกรงใจ
“นายไม่ต้องขอโทษน้ำหรอก”
“ผมไม่ทันนึกว่าคุณน้ำจะชอบเดินตลาดนัดอะไรแบบนี้หรือเปล่านะครับต้องขอโทษด้วยจริงๆ”
“ไม่ชอบเดินตลาดนัด?นายคิดว่าน้ำเหมือนพวกคุณหนูในละครเหรอ?” น้ำพูดอมยิ้มเล็กน้อย
“เอ่อ...คือ...”
“ช่างเถอะนาย! ว่าแต่นายรู้ได้ยังไงว่าน้ำกำลังไม่สบายใจ?”
ไข่เจียวชี้ไปที่หน้าผากของเธอ“ก็เห็น...คิ้วคุณน้ำผูกเป็โบว์อันใหญ่ๆ อยู่บนหน้าผากน่ะครับ”
คำพูดซื่อๆของไข่เจียวทำให้น้ำหลุดขำออกมาจริงๆ ความเครียดที่สะสมมา ดูเหมือนว่าจะทุเลาลงด้วยคำพูดของชายแปลกหน้า“ก็ดีเหมือนกันนะ...ความจริงน้ำก็กำลังเซ็งๆ อยู่พอดี ไม่รู้จะไปไหนงั้นนายช่วยพาไปเดินตลาดนัดริมน้ำหน่อยสิ”
ในเวลาเดียวกันณ คฤหาสน์หลังงามสุดหรูหรา บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความโอ่อ่านัทนั่งอยู่ท่ามกลางวงสนทนาที่มีทั้งพ่อ, แม่ของอรและตัวอรเองบรรยากาศเป็ไปอย่างกันเองและอบอุ่นสลับกับเสียงหัวเราะตลอดเวลา
“เชิญครับๆ คุณนัท ตามสบายเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ ขาดเหลืออะไรบอกอาได้ทันที”พ่อของอรเอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นชม
“ขอบคุณคุณอามากครับ ที่ให้เกียรติเชิญผมมาทานข้าวที่บ้านเป็เกียรติอย่างยิ่งครับ” นัทตอบด้วยบุคลิกที่สุขุมและสุภาพตามแบบฉบับ
“่นี้บริษัทเป็ยังไงบ้างล่ะนัท?” พ่ออรถามขึ้นอย่างเอ็นดู
“คุณพ่อขจรเริ่มให้ผมเข้าไปช่วยงานที่บริษัทมากขึ้นแล้วครับคุณพ่อบอกว่าอยากจะเริ่มวางมือแล้วครับ” นัทตอบพลางยิ้มบางๆ
“เป็อย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะ เห็นลูกอรเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่าคุณนัทยุ่งมาก”พ่ออรหัวเราะเบาๆ
“คุณนัทนี่เก่งจริงๆ เลยนะ สมัยที่อายังหนุ่มๆ อาทำไม่ได้อย่างนัทเลย”
“ไม่ถึงขนาดนั้นครับคุณอา” นัทถ่อมตัว
“ให้อรไปช่วยยืนขายของก็ได้นะนัท ไม่ต้องจ่ายเงินเดือน!”พ่ออรเอ่ยติดตลกพร้อมเสียงหัวเราะที่ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดูผ่อนคลายขึ้น
นัทนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะสบตาอรที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยแววตาที่มีความหมาย“ถึงผมไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้น้องอร แต่ผมก็จะใช้แรงงานอรให้คุ้มเลยนะครับคุณอา”
คำพูดของนัททำให้อรหน้าแดงพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้มเขินอาย“อรไม่กลัวอยู่แล้วค่ะพี่นัท”
“มาๆ ทานข้าวกันต่อดีกว่า คุยกันนานเดี๋ยวอาหารจะเย็นซะหมด”พ่ออรตัดบทพร้อมรอยยิ้มแห่งความสุข
บริเวณตลาดนัดริมน้ำเต็มไปด้วยแผงค้าเบ็ดเตล็ดยาวเหยียดสุดสายตาแม้จะเป็่บ่ายแก่ๆ แต่ร่มผ้าใบสีสันต่างๆก็ช่วยบดบังความร้อนแรงของแดดได้เป็อย่างดี
เสียงพายกระทบน้ำและเสียงเจื้อยแจ้วของแม่ค้าสร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาไข่เจียวพาน้ำล่องเรือลำเล็กไปตามลำน้ำเพื่อชมวิถีชีวิตธรรมชาติ
“นายเชื่อไหมว่านี่เป็ครั้งแรกที่น้ำนั่งเรือแบบนี้”น้ำพูดขึ้นขณะนั่งบนเรือลำน้อย ในมือถือขนมปังทาเนยโรยน้ำตาลที่เพิ่งซื้อมาความเย็นของลมธรรมชาติทำให้เธอเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย
“อ้าว! ทำไมล่ะครับ?ไม่เคยนั่งจริงๆ เหรอ?”
“ก็น้ำว่ายน้ำไม่เป็นี่นา นั่งเรือแล้วรู้สึกเวียนหัวสุดๆ เลยเอียงไปเอียงมาจนตอนนี้อยากจะอ้วกให้ได้เลยเนี่ย!”เธอพูดพลางหัวเราะร่าทั้งที่ใบหน้าเริ่มซีดเผือด
“ขอโทษครับ!ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณน้ำเวียนหัวเลยครับ ไม่ทันคิดเื่นี้จริงๆ”
“นายรู้ไหม...น้ำไม่ได้หัวเราะแบบนี้มาเกือบเดือนแล้วนะ” จู่ๆ น้ำก็เงียบไปแววตาที่เคยสดใสกลับหม่นหมองลงอย่างรวดเร็ว “ทำไมความรักถึงได้โหดร้ายจังเลยนะ”
ไข่เจียวชะงักฝีพายเล็กน้อยเขามองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าที่เริ่มเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด “หมายถึง...คนในโทรศัพท์ใช่ไหมครับ?”
“นี่นาย! แอบอ่านแอบดูรูปในมือถือน้ำด้วยเหรอเนี่ย!!” น้ำแสร้งทำเป็ดุ “แต่ก็ช่างเถอะ! วันนี้ไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว”
“ก็...เห็น MissCall มาเป็ร้อย” เขาตอบเสียงอ้อมแอ้ม “ก็เลยเผลกดดูครับ ต้องขอโทษคุณน้ำด้วยครับ”
“ช่างเถอะนาย! ไม่ต้องพูดถึงมันอีกแล้ว! จะว่าไป! นายก็เป็คนโรแมนติกเหมือนกันนี่น่า ชวนผู้หญิงลงเรือชมวิวธรรมชาติแบบนี้”
เวลาล่วงเลยเข้าสู่หัวค่ำไข่เจียวกลับมาถึงห้องนอนตัวเองด้วยหัวใจที่พองโตเต็มไปด้วยความสุขเขาหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น ปลายปากกาจรดลงบนหน้ากระดาษด้วยลายมือ
“ดีใจที่วันนี้...คุณน้ำจำชื่อเราได้แล้ว”