หลังจากคุยกับเถ้าแก่ฝางเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว โจวเถาเถาก็ไปหานายหน้าเพื่อหาบ้านเช่าในตัวเมือง นายหน้ารับปากว่าจะดูให้ภายในสองสามวัน หญิงสาวจึงได้เดินกลับไปที่บ้านเพื่อแจ้งข่าวดีให้กับเจียงเสี่ยวเหมิน หวงชุ่ยและหลี่ชุนหง ทั้งสามคนพากันดีอกดีใจที่จะมีงานทำกันอีกครั้ง
ตกกลางคืนเมื่อลูกชายหลับแล้ว นางเข้าไปในมิติลับอีกครั้ง คราวนี้นางใช้เสี่ยวไป๋เจ้ากะหล่ำน้อยช่วยทำงาน ทั้งฝัดเปลือกข้าวและโม่แป้งข้าวเหนียว แม้กะหล่ำน้อยจะบ่นหากแต่ก็ต้องทำ ใครใช้ให้นางเป็นเจ้านายของเขากันเล่า ..หญิงสาวตวงแป้งและวัตถุดิบต่างๆ ใส่ในถุงเอาไว้แล้ววางไว้บนชั้นไม้ กว่าจะทำทุกอย่างเสร็จหมด โจวเถาเถาก็แทบหมดแรง นางจึงดื่มน้ำพุจากมิติลับเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้สดชื่นขึ้น
กว่าจะได้ออกมาจากมิติลับของนางก็เห็นว่าท้องฟ้าเกือบสว่างดีแล้ว ลูกชายนางยังนอนหลับคู้กายอยู่ เตะผ้าห่มไปไว้ที่เท้าของเขา หญิงสาวเอื้อมมือไปห่มผ้าให้ จากนั้นจึงเตรียมเข้าครัวเพื่อทำอาหารกลางวันให้คนงาน นางทำงานอย่างหนักทั้งวันทั้งคืน จนเวลาล่วงผ่านไปสี่วัน นายหน้าหาบ้านเช่าก็มาส่งข่าวให้นางไปดูบ้านเช่าแถวในเมืองซือผิง
ตัวบ้านนั้นมีความสูงถึงสามชั้น มีลานขนาดใหญ่ซึ่งตอนนี้ปกคลุมไปด้วยหญ้าและวัชพืชที่ขึ้นรกเต็มไปหมด ภายในบ้านก็เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่บ่งบอกว่าร้างผู้คนอาศัยมานานมากแล้ว
“แม่นางหวัง..ดูสิ ที่นี่มีบริเวณกว้างมาก มีห้องหลายห้อง ถ้าดูแลทำความสะอาดสักหน่อยก็จะน่าอยู่มากทีเดียว” นายหน้าชี้ชวนให้โจวเถาเถาดูรอบๆ
“เจ้าของบ้านหลังนี้เป็นพ่อค้าที่ร่ำรวยในเมืองซือผิง แต่หลังจากที่เขาย้ายไปแล้วก็ไม่มีใครมาอยู่อีกเลยกลายเป็นบ้านร้างไป” นายหน้าพูดจาฉะฉานเชิญชวนอยู่ตลอดเพื่อจูงใจโจวเถาเถาให้เช่าบ้านหลังนี้ หญิงสาวกวาดตาดูรอบๆ ลานบ้านที่กว้างขวางแบบนี้ดูไปแล้วช่างเหมาะกับการทำขนมเหนียนเกาเป็นจำนวนมากของนางจริงๆ นั่นแหละ
“ครัวอยู่ที่ไหนหรือ?”
โจวเถาเถาถาม นายหน้าอึ้งไปไม่คิดว่าสิ่งแรกที่นางอยากดูจะเป็นห้องครัว แต่เขาก็ฉลาดที่จะไม่เอ่ยอะไรออกมาเพียงแต่พานางไปดูห้องครัว
ห้องครัวที่ว่าเป็นส่วนที่แยกออกมาจากตัวบ้านอยู่ทางด้านหลัง ไกลจากตัวบ้านและลานหน้าบ้านพอสมควร
“นี่คือห้องครัว แม่นางดูสิ” ว่าแล้วเขาก็เปิดประตูครัวทันใดนั้นฝุ่นก็ลอยคลุ้งขึ้นมาจนคนทั้งคู่พากันหาผ้ามาปิดจมูกแทบไม่ทันเลยทีเดียว ในครัวมีหม้อขนาดใหญ่ มีเตาหลายเตา ทั้งกระทะ และหม้อไหเป็นจำนวนมากวางเรียงรายขี้ฝุ่นจับเขรอะอยู่บนชั้นไม้ พื้นที่ห้องครัวก็กว้างขวางดี โจวเถาเถาพอใจมาก นางจึงถามราคาค่าเช่าจากนายหน้า
“ค่าเช่าเดือนละเท่าไหร่?”
นายหน้าดีใจรีบตอบว่า “เดือนละ สองตำลึง”
ราคาไม่แพงเกินไปนัก หากโจวเถาเถากลับพูดต่ออีกว่า
“ข้ายินดีจ่ายราคานั้น แต่ต้องมีคนมาทำความสะอาดบ้านให้ข้า รวมทั้งครัวและลานบ้านด้วยได้ไหม?”
นายหน้ายิ้มแย้มรับคำอย่างเร็ว “ไม่มีปัญหา เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ ข้าจะบอกเจ้าของให้หาคนมาทำความสะอาดให้แม่นาง”
นายหน้าคิดว่าแม่นางคนนี้จะต่อราคาค่าเช่าบ้าน แต่ในเมื่อนางไม่ต่อราคาเขาย่อมได้ค่านายหน้ามากพอสมควร เรื่องพวกทำความสะอาดเหล่านั้นก็แค่ไปจ้างผู้หญิงในหมู่บ้านมาทำกันสักสองสามคนวันสองวันก็สะอาดเรียบร้อยพร้อมจะเข้าอยู่แล้ว ดังนั้นโจวเถาเถาจึงทำสัญญาเช่าบ้านกับนายหน้า
วันรุ่งขึ้นก็ได้รับการแจ้งว่า ตัวบ้านและลานบ้านได้ทำความสะอาดเรียบร้อยดีแล้วพร้อมที่นางจะเข้าไปทำงานได้ทันที โจวเถาเถาไปตรวจดูก็เห็นว่าสะอาดเอี่ยมจริงๆ นางจึงแจ้งเจียงเสี่ยวเหมิน หวงชุ่ย กับหลี่ชุนหงให้มาช่วยนางย้ายข้าวของไปที่บ้านเช่าใหม่ ส่วนเรื่องอาหารเลี้ยงคนงานก่อสร้าง นางว่าจ้างแม่ครัวสองคนจากในหมู่บ้านให้มาทำอาหารให้คนงานต่อ
หลังจากจัดการธุระทั้งหลายจนเสร็จสิ้น นางจึงพาหญิงสาวทั้งสามคนไปที่บ้านเช่า ต่างพากันช่วยขนถุงแป้งที่ชั่งตวงเรียบร้อยดีแล้วไว้ในห้องครัว ผู้หญิงทั้งสามคนเปรียบเสมือนทหารที่ผ่านศึกมาแล้วอย่างโชกโชน ทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี ต่างขะมักเขม้นก้มหน้าก้มตาทำงานกันโดยไม่ต้องบอกกล่าวแต่อย่างใด
ครั้งนี้น้องชายและน้องสาวทั้งสองคนของหลี่ชุนหงต่างพากันตามพี่สาวมาช่วยด้วย เด็กๆ รู้งาน พากันช่วยทำงานเล็กๆ น้อยหรือบางทีก็ช่วยจุดไฟที่เตาบ้าง ลานบ้านที่ปรกติจะเงียบสงบตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กทั้งสองคน หลี่ชุนหงเห็นน้องๆ วิ่งเล่นสลับทำงานนางก็มีความสุขฉายล้นออกมาจากแววตา
ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างได้กลิ่นหอมหวนจากขนมเหนียนเกาลอยออกมาเป็นระยะๆ บางครั้งมีชาวบ้านที่อดอยากรู้อยากเห็นไม่ได้คอยส่องเข้าไปดูข้างในตลอดเวลา
ทุกวันโจวเถาเถาได้แต่วิ่งวุ่นดูแลทั้งโรงงานและบ้านที่นางกำลังสร้างใหม่จนแทบไม่มีเวลาพักเหนื่อยนางถึงกลับน้ำหนักลดลงไปอีกอย่างไม่รู้ตัว
วันนี้นางเดินจากหมู่บ้านกัวเทียนเพื่อมาที่โรงงานทำขนม นางเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนรายล้อมกันอยู่ที่หน้าโรงงานของนางมาแต่ไกล หญิงสาวจึงรีบสาวเท้าเร็วขึ้นก่อนที่จะได้ยินเสียงโต้เถียงกันอย่างวุ่นวายไม่รู้ใครเป็นใคร
“ขอโทษที ขอทางหน่อย” นางแทรกตัวผ่านผู้คนเพื่อเข้าไปข้างใน จากนั้นจึงเห็นผู้ชายคนหนึ่งนอนกลิ้งเกลือกอยู่ที่พื้นร้องโอดโอยไปมา
“โอ๊ย!! เจ็บ..เจ็บจะตายอยู่แล้ว ขาของข้าคงหักแน่แล้ว!!” ชายวัยกลางคนผู้นั้นตะโกนใส่หวงชุ่ยและผู้หญิงที่ยืนอยู่ว่า" พวกเจ้าช่างชั่วร้ายจริงๆ ทำร้ายข้าจนขาหักวันนี้ข้าจะฟ้องร้องพวกเจ้าให้ได้!!”
สีหน้าของหวงชุ่ยเต็มไปด้วยโทสะ รวมถึงสาวๆ อีกสองคน ปรกติแล้วเจียงเสี่ยวเหมินเป็นคนขี้กลัว เมื่อเจอเรื่องแบบนี้นางก็ถึงกับตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก ส่วนหลี่ชุนหงก็เป็นแค่เด็กสาวต่อให้นางโมโหแทบตายก็ทำอะไรไม่ได้
ดังนั้นจึงมีหวงชุ่ยเพียงคนเดียวที่ยืนหยัดด่าทอสาปแช่งชายผู้นั้นอย่างเกรี้ยวกราด
“เจ้าเป็นขโมยแอบย่องเข้ามาขโมยของที่บ้านข้า ยังจะมีหน้ามาฟ้องร้องพวกข้าอีกหรือ?”
“เจ้าโกหก ข้าไม่ได้ขโมยอะไร เจ้าทำข้าขาหักแล้วไม่ยอมรับอีกหรือ?”
ชายผู้นั้นยังคงเถียงกลับอย่างดุเดือด
“เจ้า!!..” หวงชุ่ยไม่เคยเห็นใครไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อนเลย หลี่ชุนหงพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าบูดบึ้งว่า “ข้าเห็นเจ้ากำลังขโมยขนมเหนียนเกาที่เราตากไว้ในลานบ้าน”
ชายผู้นั้นโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ขนมอะไรของเจ้ากัน ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ชดใช้ให้ข้าเสียดีๆ!!"
ชายวัยกลางคนผู้นั้นยังนอนอยู่ที่พื้นแล้วเถียงอย่างไม่หยุด โดยบอกให้พวกนางต้องรับผิดชอบ และต้องชดใช้ค่าเสียหายให้เขา ชาวบ้านที่ยืนดูรอบๆ ต่างพากันซุบซิบชี้มือไปที่ผู้ชายคนนั้น
“ผู้หญิงพวกนี้โชคร้ายจริงๆ มาเจอเจ้าปารุ่ยเสียได้ วันนี้มันคงสูบเลือดจนแม่นางพวกนี้หมดตัวเป็นแน่ คงไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ หรอก”
“เจ้าปารุ่ยเห็นว่าพวกนางมาจากหมู่บ้านอื่นนะสิ ถึงได้คิดว่าจะหลอกกันง่ายๆ!!”
“สาวๆ ช่างโชคร้ายเหลือเกิน!!”
“แปลกจริงทำไมถึงไม่เห็นผู้ชายบ้านนี้ออกมาจัดการนะ!!”
โจวเถาเถาที่ยืนอยู่ท่ามกลางชาวบ้านที่รายล้อม นางนิ่งฟังความเป็นมาของผู้ชายที่ชื่อปารุ่ยอย่างสงบ สรุปแล้วผู้ชายที่ชื่อปารุ่ยผู้นี้น่าจะเป็นนักต้มตุ๋นจากหมู่บ้านข้างๆ นี่เอง
********
งานงอกทุกวันเลยนะโจวเถาเถา กำลังจะสบายแล้ว 5555 เรื่องนี้เน้นพลังหญิงแน่เลย พระเอกขึ้นเขา พระรองไม่มา 5555