“คุณชาย เอาเหล้าสักไหไหม เผื่อจะช่วยให้ลืมความเ็ปไปได้บ้าง” ชายตัวโตชูไหสุราขึ้นเหนือศีรษะ
“ช่าย ๆ คุณชายหน้าอ่อน เกรงว่าจะทนพิษาแไม่ไหวตายไปเสียก่อน คู่หมั้นของคุณชายต้องโศกเศร้าจนตายเป็แน่ ก็คิดดูสิ จะหาสามีที่หล่อเหลาแล้วยังร่ำรวยปานนี้ได้ง่าย ๆ เสียที่ไหน”
“พวกเ้าหยุดเถอะน่า” ชายคนที่สามที่ดูจะเป็พี่ใหญ่ก้าวพรวด ๆ มาหยุดยืนขวางประตูเอาไว้ แล้วก้มลงมากระซิบเสียงเบา “มีชายสองคนเข้ามานั่งในนี้แต่ไม่ยอมดื่ม มาั้แ่ชั่วโมงก่อน ระวังให้ดี”
เซียวซีดึงถุงเงินยัดใส่มือชายแปลกหน้า เขายิ้มกริ่มแล้วเริ่มทำเสียงดังโวยวาย ร้องว่าจะเลี้ยงทั้งเหล้าและอาหารไม่อั้นให้คนทั้งร้าน เพียงเท่านั้น ความโกลาหลวุ่นวายขนานใหญ่ก็บังเกิดขึ้น เสียงโห่ร้องแสดงความดีใจ เสียงตบโต๊ะกระหึ่มกับการะโโลดเต้นไปทั่วร้านทำให้คนที่จ้องจะประทุษร้ายเซียวซีไม่สามารถลงมือได้โดยง่าย
เขาส่งเสี่ยวเอ้อ เด็กหนุ่มที่คอยดูแลร้านออกไปตามหาเฉิงอี้ ขณะที่เถ้าแก่ก็พยายามจะช่วยห้ามเืจากแผล เซียวซีหักใจดึงมีดออก แม้าแจะถ่างกว้างขึ้น แต่ปล่อยไว้มันยิ่งทำให้เขาหายใจลำบาก
“สหายท่านไปอยู่เสียที่ไหน ป่านนี้ยังไม่มา ท่านทนไหวแน่หรือ ให้ข้าพาไปหาหมอไม่ดีกว่าหรือ”
“น้ำใจของท่านยิ่งใหญ่นัก แต่ข้าเกรงว่าแม้แต่จะไปหาหมอก็อาจไม่ปลอดภัย”
เซียวซียื่นผ้าผืนแรกที่เปียกชุ่มโชกคืนให้กับเถ้าแก่และรับผืนที่สองมาซับใหม่ เขาไม่กังวลใจกับอาการของตัวเองด้วยรู้ว่าาเ็เพียงเท่านี้ยังห่างไกลจากความตายนัก ตอนนี้ความคิดคำนึงอยู่กับเฉิงอี้เพียงอย่างเดียว ไม่รู้ว่าเขาจะเพลี่ยงพล้ำให้แก่ศัตรูหรือไม่ ป่านนี้ถึงยังไม่กลับมา
“คุณชายท่าทางจะมาจากตระกูลขุนนาง เหตุใดจึงมีคนกล้าคิดร้ายถึงเพียงนี้”
“ก็เพราะมาจากตระกูลขุนนางนั่นแหละ”
ทั้งสองหยุดบทสนทนาเพียงแค่นั้นเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด เสี่ยวเอ้อวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาทำให้ทั้งเซียวซีและเถ้าแก่ใตามไปด้วย
“เจอสหายข้าหรือเปล่า”
“ขอรับ”
“ปลอดภัยดีรึ”
“ปลอดภัยดีขอรับ แล้วยังลากชายชุดดำมาด้วยสองคน ท่าทางสะบักสะบอม ข้าคิดว่า…” เด็กหนุ่มกลืนน้ำลาย ท่าทางเสียขวัญกับสิ่งที่เพิ่งได้เห็นมา “ข้าคิดว่าพวกเขาคงอยู่ไม่รอดถึงพรุ่งนี้”
“มีข้อความฝากมาด้วยหรือไม่” เซียวซีไม่สนใจว่าจะมีคนตายถึงสองคน ตราบใดที่ไม่ใช่เฉิงอี้
“มีขอรับ” เด็กหนุ่มขยับเข้ามาใกล้แล้วกระซิบคำที่ถูกฝากฝังมาด้วยเสียงแ่เบา
เซียวซีพยักหน้ารับรู้ จากนั้นก็รีบดำเนินการตามคำขอ
แม้แต่ดวงจันทร์ยังหลบลี้หนีไปซ่อนเร้นหลังม่านเมฆ สมกับเป็คืนแห่งโลหิต เฉิงอี้ไว้ชีวิตชายชุดดำสองคนเพราะสังหรณ์ใจว่าเื่นี้มีเบื้องลึกเื้ัมากกว่าความจริงที่เขาเพิ่งได้รับรู้ พวกมันยอมสารภาพว่าเป็คำสั่งจากองค์ชายฉิน ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนให้เป็ไท่จื่อ และมีหอกข้างแคร่เพียงหนึ่งเดียวซึ่งก็คือเซียวซี ก่อนหน้านั้น องค์ชายฉินเคยเสด็จมาที่ตำหนักและเข้าพบกับเซียวซีเป็การส่วนตัว ต่อมาไม่นาน องค์ชายมู่ก็เปรยถึงคนที่เฝ้าจับตาดูพวกเขาทั้งสองคน
กระนั้น องค์ชายมู่ก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้ เฉิงอี้จึงไม่อยากด่วนสรุปว่าเป็ฝีมือของใครกันแน่ บางทีอาจจะเป็องค์ชายองค์อื่น หรือแม้แต่เหล่าพระสนมในตำแหน่งต่าง ๆ ที่อยากดันโอรสของตนให้ขึ้นเป็รัชทายาท หรือเป็การทำเพื่อเอาใจองค์ชายที่ตนเห็นแล้วว่าจะได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด เมื่อได้แสดงความสนับสนุนแล้ว ก็เหลือเพียงแค่รอรับรางวัลแห่งความจงรักภักดีในอนาคต
“ท่านอ๋อง ปล่อยพวกข้าไปเถอะ ข้าก็ยอมบอกแล้วว่าใครเป็คนส่งเรามา”
“หุบปาก ไม่อย่างนั้นข้าจะตัดลิ้นเ้าเสีย” เขาตวาด รีรออยู่หลังประตูโรงเตี๊ยมครู่หนึ่ง ปล่อยให้เืชั่วของพวกมันหยดลงพื้นที่ละหยดไปเรื่อย ๆ
หลังแยกจากเซียวซี เขาวิ่งเข้าไปในตรอกข้างร้านก่อนเป็อย่างแรก และเห็นตัวคนที่ขว้างมีดอย่างแม่นยำ หากไม่เพราะสัญชาตญาณของทั้งเขาและเซียวซีที่ไหวตัวทัน มันอาจทำสำเร็จไปแล้ว เพราะทั้งอาวุธและฝีมือ บ่งบอกว่าเป็นักฆ่ามืออาชีพ หรือทหารที่ได้รับการฝึกฝน สิ่งเดียวที่ค้างคาใจเขาก็คือระหว่างต่อสู้ประชิดตัวด้วยมือเปล่า มันกลับง่อยเปลี้ยอย่างน่าประหลาดใจ
เมื่อมันเพลี่ยงพล้ำ เขาก็ตัดเส้นเอ็นที่ข้อเท้าไม่ให้มันเดินได้อีก เค้นถามจนรู้ว่าจุดนัดพบของมันกับเพื่อนอยู่ที่ไหนแล้ว เขาก็ตามไปจัดการอย่างง่ายดาย