อี้เฉินที่ถูกกลืนกินภายในดอกบัวสีเื เขาพยายามจะหมุนเหวี่ยงกำปั้น ที่เต็มไปด้วยปราณพลังล้นทะลักทลาย โจมตีออกไปหลายสิบหมัด ตู้มๆ ที่ดังออกมาก้อง ทว่าภายในดอกบัวสีเืแข็งแกร่งเป็อย่างมาก
เหมือนอี้เฉินหลุดเข้าไปภายในมิติปิด เต็มไปด้วยอักขระเปล่งแสงน่าครั่นคร้าม ปรากฏเป็ชั้นๆ ทำให้เขารับรู้ได้ทันทีว่าเขาไม่สามารถออกไปได้ พร้อมดอกบัวสีเื มันจะปล่อยน้ำย่อยสีเขียวออกมา ทำให้กายาอี้เฉิน ปราณพลังรั่วไหลไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่กายเนื้ออี้เฉิน ยังรู้สึกเจ็บแสบสั่นเทิ้ม ปรากฏความหวาดกลัว อย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“บัดซบ!!บัดซบ!!”
ความวิตกกังวลทำให้เขา เริ่มสูดลมหายใจเข้าไปลึกอีกครั้ง ก่อนจะนั่งลงฟื้นคืนปราณพลังไปพลางๆ ไม่ช้าร่างอี้เฉิน เริ่มเกิดหมอกเืไอหนา ระเหยออกจากร่าง เขาทำได้เพียงนั่งกัดฟัน ฟื้นคืนปราณพลัง แต่ก็ช่วยได้เพียงเล็กน้อย
...พริบตาเดียวหลาย15 วัน ร่างอี้เฉินก็เหี่ยวแห้ง แทบเหลือแต่หนังติดกระดูก เืของเขาเหือดแห้งจนจะหมดร่าง ปราณพลังของเขาแทบหมดสิ้นพร้อมกับความเ็ปทนทุกข์ทรมานอย่างหนัก
ก่อนอี้เฉินจะตระหนักรู้บางอย่างได้ ถ้าดอกบัวสีเื ดูด ปราณพลังกับโลหิตเขาไปได้ เหตุใดเขาจะไม่ทำบ้าง สายตาหม่นแสงอี้เฉินทอแสงประกายขึ้นมาอีกครั้ง
“ปราณพลังสามารถสร้างได้ทุกสิ่ง เช่นนั้นหากข้าเปลี่ยนตนเอง ให้กลายเป็หลุมสูบกลืนเล่า” สิ้นเสียงอี้เฉินหมุนวาดฝ่ามือ บริเวณช่องท้อง เปิดจุดตันเถียนทั้ง5 พร้อมปราณพลังที่เหลือน้อยนิด หมุนขับเคลื่อนสร้างหลุมดำ ภายในกายาขึ้นมา หมายมั่นจะดูดกลืนทุกสรรพสิ่งเข้าไปภายในร่าง แม้จะเสี่ยงตายไปบ้างก็ตาม
...ไม่นานอี้เฉินก็คลี่ยิ้มขึ้นมาได้ เมื่อเห็นปราณพลัง เืเนื้อ ปรากฏเป็ริ้วคลื่นหลั่งไหลกลับเข้าร่างอี้เฉิน พร้อมดอกบัวสีเืที่เริ่มสั่นไหว จากความโกรธเกรี้ยวของมัน ทั้งสองต่างแข่งกันสูบกลืน ใครกันจะเป็ผู้กลืนกิน
ยิ่งเวลาไหลผ่านไป ดอกบัวสีเืยิ่งเกิดการสั่นไหว เหมือนศึกแย่งชิงของล้ำค่า จะรู้ผลในอีกไม่ช้า เมื่อปราณพลังทั้งสอง เข้าหักล้างเสียดสี ต่างฝ่ายต่างใช้กลยุทธ์จัดการศัตรู เมื่อรากแหลมมัน พุ่งเข้ามาทิ่มแทงสูบโลหิตอี้เฉินโดยตรง
อี้เฉินเองก็ะเิปราณพลัง สร้างหลุมดำภายในกายาให้ใหญ่ขึ้น จวนเส้นเืบวมแดง โป่งพองมองเห็นได้ชัดเจน มีทีท่าพร้อมจะะเิ ปราณพลังชีวิตรั่วไหลออกมาอย่างบ้าคลั่ง อี้เฉินไม่รู้เวลาผ่านไปยาวนานเท่าใด ที่เขากัดฟันเอาไว้แน่น เริ่มเป็ฝ่ายสูบกลืนดอกบัวสีเือย่างสมบูรณ์
พร้อมร่างมันที่สั่นเทิ้มอย่างหนัก แห้งเหี่ยวลงไปช้าๆ จากปราณพลังโลหิต ที่รั่วไหล เข้าไปขัดเกลากายาอี้เฉิน ซ้ำๆ ส่งให้โลหิตภายในร่างอี้เฉิน พัฒนาความแข็งแกร่งไปอีกระดับอย่างก้าวะโ จากโลหิตของสัตว์อสูรมากมาย
...ก่อนร่างอี้เฉินจะแทงทะลุ บัวสีเืแห้งเหี่ยว ออกมาในรอบ2เดือน พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์กลืนลงคอไปคำใหญ่ เขาเหมือนตายแล้วได้เกิดใหม่อีกครั้ง
“ในที่สุดข้าก็รอดพ้นความตาย ออกมาได้เสียที” ครั้นมองกายาตนเอง แทบจะเอาตัวไม่รอด เขาก็ฝืนยิ้มออกมาด้วยความขมขื่น แล้วเก็บร่างที่เหี่ยวแห้ง ของสัตว์อสูร ระดับ ก่อกำเนิด5ตัวกลับสำนัก เพื่อที่จะจบภารกิจของเขาลง เมื่อสืบฝีเท้าห้อตะบึง กลับไปยังหมู่บ้านลมหวน ระหว่างทาง ที่เจอสัตว์อสูรซุ่มโจมตี อี้เฉินมักจะเลี่ยงพวกมัน เนื่องด้วยเขาเก็บสิ่งของ ที่้ามาเพียงพอแล้ว
คนในหมู่บ้านลมหวน ที่เห็นอี้เฉินกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับเนื้อสัตว์อสูรที่อี้เฉินล่ามาได้ ผู้คนภายในหมู่บ้านต่างก็ยินดี ยิ้มแก้มบานเป็ปีติ โดยเฉพาะกลุ่มนายพราน ที่เคยสอนเด็กหนุ่มล่าสัตว์อสูร
...เมื่ออี้เฉินบอกลาผู้คนภายในหมู่บ้านลมหวน มายืนหน้าสำนักัอีกครั้ง เขากล่าวพูดพึมพำออกมาทันที เมื่อเห็นป้ายสำนัก “่เวลา5เดือนที่ข้าไม่อยู่ ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า” พร้อมฝีเท้าอี้เฉินสืบ ฝีเท้าเข้ามาภายในสำนักั ด้วยเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่ง ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง แต่เห็นได้ชัด เขาเป็คนของสำนักัจากเครื่องแต่งกาย จึงไม่มีใครกล้าขวางทางเขา
ลูกศิษย์ใหม่ที่ผู้าุโรับเข้าสำนักโดยตรง พวกเขาไม่เคยเห็นอี้เฉิน ต่างก็พากันประหลาดใจ แต่อย่าว่าศิษย์เก่าเลย ใครเห็นสภาพของเขาตอนนี้ ก็ไม่อาจจำได้
อี้เฉินที่มาถึงหอวิชาจดจำชายแก่ผู้แนะนำ เขาภายในหอตำราได้ดี ครั้นประสานฝ่ามือคำนับชายชรา อี้เฉินส่งมอบภารกิจ นำซากสัตว์อสูร ทั้ง 5ตัว ให้ชายแก่ตรวจดูภายในถุงเก็บของมิติทันที
ชายแก่พยักหน้า “อืมๆ” แต่ก็มีท่าทีแปลกใจ มองแผ่นหลังอี้เฉินเดินจากไป ช้าๆ เขายกฝ่ามือถูคางเล็กน้อย แม้สัตว์อสูรพวกนี้ ไม่ได้ถูกเด็กหนุ่มผมขาวสังหารก็ตาม แต่ก็ถือว่าส่งภารกิจสำเร็จ “เกรงว่าชายหนุ่มจะพบเจอประสบการณ์ เฉียดตายมาซินะ ไม่เลว ไม่เลว ขั้นรวมลมปราณ รอดตายมาได้ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว”
ก่อนชายแก่สีหน้าครุ่นคิด ขึ้นมาอย่างหนัก ‘หอภารกิจเหตุใด ให้ขั้นรวมลมปราณ ออกไปต่อสู้กับขั้นก่อกำเนิดเช่นนี้’
ด้านอี้เฉินที่สืบฝีเท้าไปหาอาจารย์เยว่ฉาน เขาตรงดิ่งเข้าไปกอดอาจารย์ แล้วพูดขึ้นทันที "หากไม่ได้คำสอนของอาจารย์ เกรงว่าข้าคงตายไปแล้ว"
เยว่ฉานสายตาเ็า แม้อี้เฉินจะตายตก นางก็ไม่สะทกสะท้าน คนที่เดินบนเส้นทางฝึกยุทธ์แท้จริงได้ เกรงว่าจะมีไม่มาก ทว่าเมื่อถูกเด็กหนุ่มเหมือนจะโตขึ้นมามากโข กอดร่างเพรียวบางนางไว้แน่น ดวงตาเ็าของนางแทบสลาย เกิดมาไม่เคยเจอบุรุษผู้ใด เข้ามากอดนางแบบนี้มาก่อน นางรีบกล่าวพูดขึ้นมาทันที "ปล่อยข้าได้แล้ว เ้าไม่ใช่เด็กแล้วนะอี้เฉิน เ้าอายุ15แล้วนะ"
อี้เฉินกอดนางไม่ปล่อย ทำให้ตัวของนางเองยังอายหน้าแดง เหมือนตัวเอง มีน้องชายอย่างไรอย่างนั้น เยว่ฉานเขกหัวอี้เฉินไปหนึ่งที “โลกของจอมยุทธมันไม่ได้สวยงามอย่างที่เ้า คิดมันย้อมไปด้วยเื แค่นี้ยังถือว่าเื่เล็กน้อย เ้าต้องชินกับมัน หากจะเดินบนเส้นทาง ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม”
"ขอรับท่านอาจารย์ ศิษย์จะจำคำของท่านไว้"
หญิงสาวพยักหน้า อืมๆ “เ้าไปปิดขั้นพลังเถิด เหลือไม่ถึงครึ่งปี สุสานดาบก็จะเปิด เ้าจะต้องเตรียมตัว หากเ้าจะไป ขั้นพลังของเ้ายังต่ำมากเกินไปตอนนี้”
อี้เฉินรับคำนางอย่างเข้าใจ ครั้นเห็นสายตาของนางแวบหนึ่ง
ก่อนอี้เฉินจะไป เยว่ฉานนางหยิบของจากแหวนมิติออกมา มันเป็หอก ระดับ สามัญ “ข้าเคยใช้เมื่อยามอดีต ข้าให้เ้าไว้ป้องกันตัว”
อี้เฉินรับมันไว้อย่างไม่ลังเล ก่อนที่เขาจะไปปิดขั้นพลัง เขาเข้าไปที่ศาลา 15 ชั้นเพื่อผ่านด่านที่ 8อีกครั้ง เพื่อเอาแต้มไปแลกเปลี่ยน ทรัพยากรในการบ่มเพาะ ตอนนี้แต้มของเขามีถึง 150,000แต้มสำนัก เข้าไปที่หอแจกจ่ายทรัพยากร เลือกของล้ำค่าประเภทที่ใช้ ในการเพิ่มประสบการณ์ความรู้ ในการเลื่อนขั้นพลัง
ขั้นพลังของอี้เฉินตอนนี้ต่ำเกินไป ฐานพลังของเขานั้นถือว่าแข็งแกร่งมั่นคงดี จากการดูดกลืนดอกบัวสีเื เขาจึงไม่ต้องกังวลเื่รากฐานของเขาเท่าใดนัก เขาจึงแลก หินัมา3 ก้อน รวมเป็ราคา 150,000แต้มสำนัก เป็ของวิเศษ ระดับ ศักดิ์สิทธิ์ แล้วกลับที่พัก คิดจะไปปิดขั้นพลัง ตลอด่เวลาหนึ่งเดือนต่อจากนี้ไป